| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
พระพุทธศาสนากับการพัฒนาประเทศ
สลักธรรม 1ก่อนจะตอบปัญหานี้ เราควรจะได้ศึกษาคำสอนทางพระพุทธศาสนา เท่าที่ปรากฏอยู่ในพระไตรปิฎกให้ละเอียดเสียก่อน เพราะเราถือว่า คำสอนดั้งเดิมและแท้จริงของพระพุทธเจ้ามีอยู่ในพระไตรปิฎก ในเวลาเดียวกัน เราก็น่าจะได้ศึกษาสภาพการของพุทธศาสนาเท่าที่มีอยู่ในเมืองไทย ให้เป็นที่เข้าใจแจ่มแจ้งด้วย เพราะคำสอนของพระพุทธเจ้าในพระไตรปิฎก บางทีก็ไม่ตรงกับสภาพการของพระพุทธศาสนาในสังคม เช่น เรื่องการทอดกฐิน ตามหลักพระวินัย คนคนเดียวนำผ้าขาวผืนเดียวไปถวายสงฆ์ก็เป็นกฐิน แต่ความจริงที่ปฏิบัติกันอยู่เวลานี้ กฐินเป็นเรื่องใหญ่มาก มีคนเกี่ยวข้องจำนวนร้อยหรือพัน ต้องใช้เงินเป็นหมื่นหรือแสน ต้องเดินทางไปต่างจังหวัด หรือแม้ต่างประเทศ ซึ่งผิดจากหลักดั้งเดิมอย่างเห็นได้ชัด เราจะต้องศึกษาให้เข้าใจอย่างแจ่มแจ้งก่อนที่จะลงความเห็นว่า อะไรก่อให้เกิดอะไร มิฉะนั้นจะเป็นการไม่ยุติธรรม
ถ้าเราศึกษาคำสอนของพระพุทธเจ้าในพระไตรปิฎก สิ่งหนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกประหลาดใจก็คือว่า คำสอนของพระพุทธเจ้าช่างมีมากมายเสียเหลือเกิน เกือบจะกล่าวได้ว่า พระพุทธเจ้าพูดถึงวิธีการต่างๆ ไว้แทบทุกอย่าง มากบ้างน้อยบ้าง วิชาการต่างๆ เท่าที่เราศึกษากันอยู่ในปัจจุบัน มีร่องรอยอยู่ในพระไตรปิฎกไม่มากก็น้อย แม้แต่วิชานิวเคลียร์ฟิสิกส์ ก็มีเรื่องกล่าวไว้ เช่น ไอน์สไตน์กล่าวว่า สสารและพลังงานเป็นอันเดียวกัน เราอาจเปลี่ยนสสารเป็นพลังงานได้ ในทารุกขันธสูตร ฉักกนิบาต อังคุตตนิกาย พระสารีบุตรสาวกเบื้องขวาของพระพุทธเจ้าก็กล่าวไว้ว่า เราอาจเปลี่ยนธาตุดิน (สสาร) ให้เป็นธาตุไฟ (พลังงานความร้อน) ได้ดังนี้เป็นต้น
ที่ยกมาอ้างนี้ มิได้มุ่งจะยืนยันว่า พระพุทธเจ้าทรงรู้วิชานิวเคลียร์ฟิสิกส์ อย่างที่นักวิทยาศาสตร์รู้กันอยู่ในปัจจุบัน เพราะเราไม่มีทางจะยืนยันได้แน่นอนว่าพระองค์รู้หรือไม่ พระองค์อาจรู้ แต่ไม่ทรงแสดงไว้ก็ได้ หรือทรงแสดงแต่พระสาวกจำไว้ไม่ได้ หรือจำได้ แต่เวลาจารึกลงเป็นตัวอักษรลืมจารึกก็ได้ ที่นำมาอ้างก็เพียงเพื่อแสดงให้เห็นว่า คำสอนของพระพุทธเจ้ามีมากมาย และเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ แทบทุกชนิด ใครจะอ้างคำสอนของพระพุทธเจ้า สนับสนุนความคิดเห็นของตน ไม่ว่าจะเป็นความเห็นอะไร เป็นได้ทั้งนั้น ผู้เชื่อว่าตายแล้วเกิดมีที่อ้าง ผู้เชื่อว่าตายแล้วก็สูญก็มีที่อ้าง ผู้เชื่อว่ามีนรกสวรรค์ก็มีที่อ้าง ผู้เชื่อว่านรกสวรรค์ก็ไม่มีที่อ้าง โดยที่สุดแม้พวกโจรก็อ้างได้ว่า พระพุทธเจ้าสนับสนุนการเป็นโจร (ดูโจรสูตรที่ ๑ ๒ อัฏฐกนิบาต
อังคุตตนิกาย)โดย พี่เณร...นำมาฝาก [18 พ.ค. 2552 , 19:32:28 น.] ( IP = 58.11.35.16 : : )
สลักธรรม 2
การที่คำสอนของพระพุทธเจ้ามีมาก ก็เพราะพระองค์มีพระชนม์อยู่ถึง ๔๕ ปี หลังจากตรัสรู้แล้วตลอด ๔๕ ปีนี้ พระองค์มิได้เคยหยุดนิ่ง แต่เสด็จท่องเที่ยวเทศนาสอนคนมิได้หยุดหย่อน
วันหนึ่งๆ ทรงแสดงธรรมอย่างน้อย ๒ ครั้ง เพราะฉะนั้น คำสอนของพระองค์จึงมีมากเป็นธรรมดา บางทีเรื่องที่พระองค์ทรงแสดงจริงๆ อาจจะมีมากว่านี้ พระสาวกจำไม่ได้บ้าง ลืมไปบ้าง เมื่อลงมือเขียนไว้จริงๆ จึงเหลือเท่าที่พระไตรปิฎกเวลานี้
การที่คำสอนของพระพุทธเจ้ามีมากนี้ ทำให้เกิดผลเสียหายหลายอย่าง ผลเสียอย่างหนึ่งก็คือ ทำให้คนอ่านหรือศึกษาไม่ทั่วถึง เมื่อศึกษาไม่ทั่วถึง ก็ไม่สามารถจะมองเห็นภาพพระพุทธศาสนาได้ทั้งหมด คนส่วนมากจึงเลือกศึกษาเฉพาะเรื่องที่ตนชอบ แล้วก็ยืนยันว่านั่นแหละ คือหลักคำสอนของพระพุทธเจ้าละคำสอนของพระพุทธเจ้าเปรียบเหมือนช้าง คนแต่ละคนที่เข้าไปศึกษาพระพุทธศาสนาเปรียบเหมือนคนตาบอดที่เข้าไปคลำช้าง คนที่คลำถูกขาช้าง ก็ออกมาคุยว่าช้างเหมือนต้นไม้ หรือเสาเรือน คนที่คลำถูกหางช้าง ก็อ้างว่าช้างเหมือนไม้กวาด คนที่คลำถูกสีข้างช้าง ก็อ้างว่าช้างเหมือนฝาผนัง คนที่คลำถูกงวงช้างก็อ้างว่าช้างเหมือนงูใหญ่ ในที่สุดคนตาบอดเหล่านี้ก็ถกเถียงกัน ทะเลาะวิวาทกัน เป็นที่ขบขันของคนตาดีที่เห็นช้างหมดทั้งตัว แต่ทำให้คนตาบอดที่ยังไม่เคยคลำช้างเกิดมาฉงนสนเท่ห์ยิ่งขึ้น
ผู้ที่ได้ศึกษาพระพุทธศาสนามาอย่างทั่วกัน ย่อมจะเห็นได้ชัดเจนว่า คำสอนของพระพุทธเจ้านั้นมี ๓ ระดับ คือ :
๑.ระดับประโยชน์ปัจจุบัน หรือระดับมนุสสสมบัติ
๒. ระดับประโยชน์เบื้องหน้า หรือระดับสวรรค์สมบัติ
๓. ระดับประโยชน์สูงสุด หรือนิพพานสมบัติ
ในพระไตรปิฎก พระพุทธเจ้าทรงเทศนาสั่งสอนคนตามหลัก ๓ ประการนี้ แต่จะสอน หนักในหลักไหนนั้นแล้วแต่อุปนิสัยบารมีของคน สำหรับคนผู้ยังอยากอยู่อย่างมีความสุขความเจริญในโลกนี้ ท่านทรงสอนประโยชน์ปัจจุบันหรือมนุสสสมบัติ สำหรับผู้ที่มีมนุสสสมบัติพร้อมแล้ว แต่วิตกกังวลเกี่ยวกับความสุขในเบื้องหน้า หรือชาติหน้า พระองค์ก็ทรงสอนประโยชน์เบื้องหน้า หรือสวรรค์สมบัติ สำหรับผู้ที่มีอุปนิสัยบารมีแก่กล้า เบื่อหน่ายต่อโลกียสุขของมนุษย์และเทวดา ปรารถนาความสุขอันประณีต ท่านก็ทรงสอนประโยชน์สูงสุดหรือนิพพานสมบัติ
โปรดติดตามตอนต่อไป
![]()
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [18 พ.ค. 2552 , 19:37:21 น.] ( IP = 58.11.35.16 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |