| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ประทีปแห่งทวีปอาเซีย (๑๕)
![]()
ประทีปแห่งทวีปอาเซีย (๑๕)
ปริเฉทที่ ๘ พุทธกิจบรรยาย
ผู้แต่ง : Sir Edwin Arnold ผู้แปล : เจ้าศักดิ์ประเสริฐ นครจำปาศักดิ์ ๒๔๘๓
ตอนที่ผ่านมา
ความจริงประการที่ ๑ คือ ความทุกข์
อย่าปล่อยตัวให้หลงระเริงชีวิตซึ่งท่านรักนั้น เป็นการทรมานไม่รู้จักสิ้นสุดความลำบากในชีวิตยังมีอยู่เสมอ แต่ความสนุกแห่งชีวิตนั้นประดุจเหมือนนกงามที่บินผ่านไป
ความทรมานในเวลากำเนิด ความทรมานในวาระที่เดือดร้อน ความทรมานในขณะเมื่อยังเป็นหนุ่ม เดือดร้อนและมีอายุมากแล้ว ความทรมานในฤดูหนาว และในปีที่แก่ชรา และความทรมานสุดท้ายคือความตาย
สิ่งเหล่านี้แหละจะบังเกิดขึ้นในชีวิตอันน่าอนาถของท่าน ความรักเป็นสิ่งที่อ่อนหวาน แต่เปลวไฟแห่งเชิงตะกอนก็ต้องแปลบปลาบ สัมผัสหัวอกอันท่านเคยซบหน้าตลอดจนแก้มของผู้ซึ่งท่านเคยจุมพิต ความกล้าหาญเป็นคุณสมบัติแห่งนักรบก็จริง แต่เหล่าแร้งก็ยังได้ฉีกอวัยวะของแม่ทัพและเจ้าผู้เป็นประมุขได้ แผ่นดินงามตระการตาก็ดี แต่ผู้อาศัยในป่ายังกระทำการฆาตกรรมซึ่งกันและกัน เพราะเหตุแห่งความกระหายในการที่จะดำรงชีพ
ฟ้ามีสีประดุจดังนิล ถึงแม้ว่ามนุษย์ที่หิวจะร้องวิงวอนเท่าไรๆ ก็ดีก็ไม่สามารถที่จะให้หยาดน้ำตกลงมาสักหยดหนึ่งได้ จงถามคนที่ป่วยเจ็บคนที่โศกเศร้า และคนที่โซเซอยู่ผู้เดียวจนต้องอาศัยไม้เท้ายันดูว่า "เจ้ารักชีวิตของเจ้าไหม" คนเหล่านั้นจักตอบว่า "เด็กๆ ย่อมทำถูกในการที่ร้องไห้แต่แรกกำเนิดมา"
โดย ศาลาธรรม [22 พ.ค. 2552 , 11:59:05 น.] ( IP = 125.27.171.90 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1
ความจริงประการที่ ๒ คือมูลเหตุให้เกิดทุกข์
ความทรมานอะไรเล่าที่มีมาเอง และไม่มีมาเพราะความประสงค์ ความรู้สึกต่าง ๆ และวัตถุต่าง ๆ ย่อมมาประสพกันบังเกิดเป็นประกายอันแรงกล้าของตัณหานี่แหละตฤษณาลุกเป็นเปลวขึ้น คือ ตฤษณาอันเป็นราคะ ตัณหาในทางประเวณีและความกระหายในสิ่งทั้งปวง
ท่านเอาใจใส่ต่อสิ่งที่เป็นเงาเสียเต็มตัว ท่านทำให้ตัวของท่านมัวหลงอยู่กับความฝันทั้งปวง ท่านปลูกเพาะตัวทางเอง ในท่ามกลางแห่งความเท็จ และท่านก็ตั้งตัวของท่านอยู่ในระหว่างโลกแห่งความฝัน ท่านตาบอดไม่เห็นแสงสว่างอันแรงกล้าอย่างยิ่งยวด หูหนวกต่อเสียงลมอันเฉื่อยฉิว ที่โชยลงมาจากเบื้องบนที่สูงยิ่งกว่าสวรรค์ของพระอินทร์ นิ่งเฉยอยู่ไม่เชื่อเสียงเรียกร้องของชีวิตที่แท้จริง ซึ่งเป็นที่นิยมของผู้ที่พ้นแล้วจากชีวิตอันเป็นเท็จ
เพราะดังนี้แหละจึงอุบัติการณ์ต่อสู้และราคะตัณหา ซึ่งกระทำให้บังเกิดเป็นสงครามขึ้นในโลกได้ จิตใจของผู้ซึ่งเข้าใจผิด จึงต้องถูกทรมานแล้วน้ำตาอันขื่นขมจึงไหลหลั่งออกมา ราคะตัณหา ความโลภ ความโกรธ และความชิงชัง จึงเจริญงอกงามขึ้นเวลาที่โหดร้าpและเท้าซึ่งแดงไปด้วยเลือด จึงปรากฏอยู่ทุกปี ปีแล้วก็ปีเล่าหมุนเวียนไปด้วยความอุบาทว์โหดร้ายตาม ๆ กันต่อไปอีก
เพราะดังนี้แหละจึงมีพันธุ์เมล็ดที่งอกเป็นหญ้าบิรัน (หญ้าดอกขาว) ซึ่งมีรากอันร้ายและดอกอันมีพิษขึ้น ส่วนพันธุ์เมล็ดที่ดีนั้นเล่าแม้จะบังเอิญตกหล่นอยู่ที่ใดบ้าง ก็ย่อมงอกขึ้นด้วยความลำบากยิ่ง ส่วนวิญญาณนั้นเล่าก็เลื่อนลอยไปและสัมผัสแต่สิ่งที่เป็นเครื่องดูดดื่มอันมีพิษ และกรรมนั้นจะเกิดขึ้นใหม่ กระทำให้มีความกระหายอยากดื่มสิ่งนั้นอีก โดยมีความรู้สึกต่าง ๆ เป็นเครื่องยั่วอยู่เช่นนี้ อัตภาพของมนุษย์จึงเริ่มต้นเร่าร้อน และเก็บเกี่ยวแต่สิ่งไม่สมหวังต่อไปอีก
โดย ศาลาธรรม [22 พ.ค. 2552 , 12:00:01 น.] ( IP = 125.27.171.90 : : )
สลักธรรม 2ความจริงประการที่ ๓ คือความดับทุกข์
คือความสงบนั้นแหละ ซึ่งสามารถกำจัดความรักในอัตภาพและความห่วงแห่งชีวิต ถอดถอนตัณหาซึ่งมีรากอันแน่นเหนียวออกจากจิตใจ และกระทำให้ความยุ่งยากภายในสงบลงได้
เมื่อดังนี้แล้ว ความเมตตาก็จะจูงนำให้ไปสู่ความงามซึ่งยืนยงทุกชั่วนิรันดรได้ ความชนะในตนเองก็จะมีขึ้น อีกทั้งความยินดีที่จะดำรงชีพอยู่เหนือเทพเจ้าทั้งหลายด้วย เราจะมีความสมบูรณ์อย่างไม่สิ้นสุด เพราะเราจะกอบโกยขุมทรัพย์อันเกิดจากกิจการที่เราเคยทำ ไปจากการบำเพ็ญทานจากวาจาอันอ่อนหวาน และจากความดำรงชีพซึ่งบริสุทธิ์ ความสมบูรณ์เหล่านี้จะไม่มีมลทินเลย ในชั่วกาลแห่งความเป็นอยู่และไม่มีความดับอันใดมาทำให้เสื่อมได้ ดังนี้
ความทุกข์ก็จะอันตรธานสูญหายไปเอง เพราะว่าชีวิตและความตายหมดสิ้นแล้ว ประดุจดังตะเกียงที่ไม่มีน้ำมัน แล้วจะมีแสงสว่างได้อย่างไร สิ่งชั่วทั้งปวงที่ต้องชำระก็ได้สิ้นไปแล้ว หน้าที่จะเกิดขึ้นใหม่ไม่มี ด้วยประการฉะนี้ มนุษย์ก็ถึงซึ่งบรมสุข
โดย ศาลาธรรม [22 พ.ค. 2552 , 12:00:23 น.] ( IP = 125.27.171.90 : : )
สลักธรรม 3ความจริงประการที่ ๔ คือมรรค
มรรคนี้คือ ทางอันเดียวซึ่งเป็นทางกว้างและเปิดไว้ให้แก่ชนทุกชั้นให้เดินได้สะดวกและใกล้ เรียกว่ามรรคทั้ง ๘ ซึ่งเป็นทางตรงลิ่วไปสู่ความสันติภาพ และความหลุดพ้น
จงฟังเถิด มีร่องรอยมากหลายนำตรงไปสู่ยอดแหลมทั้งคู่อันเต็มไปด้วยหิมะ ซึ่งมีเมฆสีคล้ำกับทองคำล่องลอยอยู่รอบ ๆ เมื่อปีนป่ายทางที่ลาดสบายหรือที่ชันลำบากพ้นไปแล้ว ก็บรรลุถึงยอดซึ่งปรากฏเป็นที่ตั้งแห่งพิภพอีกพิภพหนึ่ง
ผู้ใดมีอวัยวะร่างกายแข็งแรงก็สามารถผจญต่อหนทางที่กันดาร และชันน่ากลัวอันตรายซึ่งเป็นทางตรงไปตามไหล่เขาทีเดียวได้ ผู้ที่อ่อนแอต้องอ้อมค้อมไปตามหนทางที่ยาว กว่าจะถึงที่หมายก็ต้องหยุดพักหลายแห่ง
นี่แหละคือทาง ๘ ที่นำมนุษย์ไปสู่ความสงบเป็นหนทางสูงชันมากหรือน้อย วิญญาณใดที่แข็งแรงก็ขมีขมัน วิญญาณใดที่อ่อนแอก็ชักช้าแต่ต่างก็คงถึงหิมะที่มีแสงสว่างนั้นได้
โดย ศาลาธรรม [22 พ.ค. 2552 , 12:01:10 น.] ( IP = 125.27.171.90 : : )
สลักธรรม 4การทำจริงที่ดีประการที่ ๑ คือ กรรมบัญญัติ ฉะนั้น จงดำเนินด้วยความเกรงกลัวต่อธรรม และหลีกเลี่ยงจากการกระทำผิด จงระวังกรรมซึ่งจะเป็นผลให้บังเกิดโชคของมนุษย์ และจงบังคับความรู้สึกต่าง ๆ ของท่านให้ดี
การทำจริงที่ดีประการที่ ๒ คือ ธรรมเจตนา จงมีเจตนาดีต่อสิ่งที่มีชีวิตทั้งหลาย จงอดกลั้นความดูหมิ่น ความโลภและความโกรธ เพื่อว่าความเป็นอยู่ของท่านจะได้เหมือนลมเย็นเฉื่อยที่ผ่านไป
การทำจริงที่ดีประการที่ ๓ คือ ธรรมวาจา จงระวังริมฝีปากของท่าน ให้เหมือนกับระวังพระทวารแห่งพระราชวังซึ่งพระราชาประทับอยู่ จงให้วาจาของท่านสงบเสงี่ยม ซื่อสัตย์ และอ่อนโยนเหมือนอยู่เฉพาะพระพักตร์ของพระเจ้าแผ่นดิน
การทำจริงที่ดีประการที่ ๔ คือ ธรรมประพฤติ จงให้ความประพฤติของท่านผจญความผิด หรือช่วยให้การกระทำดีทวีผลขึ้นไป ให้เหมือนกับที่เราเห็นลวดเงินภายในลูกปัดแก้วเจียระไนแห่งสร้อยคือ จงแสดงความเมตตาของท่าน ให้ปรากฏออกมาตลอดในความประพฤติของท่าน
ยังมีทางที่สูงยิ่งอีก ๔ ทาง ทางเหล่านี้อาจเดินให้บรรลุไปได้ ก็เฉพาะของผู้ซึ่งไม่ปรารถนาที่จะเหยียบย่ำสิ่งทั้งปวงในโลกนี้ต่อไปอีกเท่านั้น ทางอีก ๔ นี้ คือ ธรรมบริสุทธิ์, ธรรมวิจารณ์, ธรรมสันโดษ, ธรรมสมาบัติ,
วิญญาณซึ่งปีกยังไม่มีขน เอ๋ย! อย่าพยายามเหาะไปสู่ดวงอาทิตย์เลย อากาศในเขตชั้นต่ำก็นับว่าดีอยู่แล้ว และเครื่องใช้สอยซึ่งเจ้ามีอยู่โดยปกติก็ไม่เห็นเสียหายอย่างไร สัตว์ที่แข็งแรงเท่านั้นที่สามารถละจากรังซึ่งตนก่อสร้างไว้นั้นได้
ข้าพเจ้าย่อมรู้ว่าความรักของสตรี และของเด็ก เป็นสิ่งประเสริฐ มิตรภาพและความสนุกของชีวิต เป็นสิ่งที่เพลิดเพลิน การมีใจบุญด้วยเจตนาในความดำรงชีพ อันกอปรด้วยคุณสมบัติที่ดีเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ ความกลัวแม้จะผิดก็ดี แต่ก็ตรึงตราอยู่อย่างหนาแน่น จงดำรงชีวิตอยู่ดังนี้เถิดโดย ศาลาธรรม [22 พ.ค. 2552 , 12:01:37 น.] ( IP = 125.27.171.90 : : )
สลักธรรม 5ท่านผู้ซึ่งถูกบังคับอยู่ในตัว จงเอาความอ่อนแอของท่านทำเป็นบันไดทอง จงฝึกหัดตัวของท่าน ให้เป็นไปตามสภาพธรรมดา จนได้บรรลุถึงความจริงที่ท่านควรรัก เมื่อดังนี้แล้ว ท่านก็จะได้ถึงที่สูงอันสดใสยิ่งขึ้น ท่านจะขึ้นได้ถึงขั้นนี้อย่างง่ายดาย ท่านจะรู้สึกว่าน้ำหนักแห่งบาปของท่านจะเบาลง
และในขณะที่ท่านดำเนินเข้าสู่มรรคานี้ ท่านจะมีเจตสิกที่หนักแน่น อาจตัดเชือกที่ตรึงมัดความรู้สึกของท่านได้ เมื่อผู้ใดเริ่มดังนี้แล้ว ก็นับว่าได้บรรลุถึงขั้นที่ ๑ เขาจะได้รู้จักความจริงทั้งปวงแลมรรค ๘ ประการนั้น ไม่ช้าก็จะได้ถึงซึ่งสำนักอันบรมสุขคือ นิพพาน
ผู้ใดซึ่งบรรลุถึงขั้นที่ ๒ ย่อมจะล่วงพ้นจากความวิมุตติกังขามายา และความยิ่งยากภายในได้เป็นผู้ชนะราคะตัณหาทั้งปวง ไม่ต้องกังวลกับนักบวชหรือตำราต่อไป มีแต่ดำรงชีพอยู่อย่างเดียวเท่านั้น
สูงจากนี้ก็คือขั้นที่ ๓ ใน ข้อนี้ ดวงจิตอันสุขุมก็บริสุทธิ์ขึ้นเป็นดวงจิตที่สูงขึ้นไป จนกระทั่งถึงความรู้สึกเมตตาสัตว์ที่มีชีวิตทั้งหลาย และถึงซึ่งความสงบอย่างพร้อมมูล การดำรงชีวิตต่อไปเป็นอันสิ้นสุด ที่คุมขังแห่งการมีชีวิตได้ถูกทำลายลงแล้ว
แต่บุคคลบางจำพวกก็ได้ผ่านพ้นจนเกินกว่าสิ่งทั้งหลายทั้งปวง ที่มีชีวิตและที่แลเห็นได้ด้วยตา เพื่อบรรลุถึงซึ่งผลที่สูงสุดโดยขั้นที่ ๔ บุคคลเหล่านี้ คือ ผู้ซึ่งสำเร็จเป็นพระพุทธเจ้า ผู้ประกอบด้วยวิญญาณอันไร้มลทิน
ท่านจงดูเอาเถิด ในขั้นต่าง ๆ เหล่านี้ความชั่วทั้ง ๑๐ ย่อมย่อยยับเป็นละอองธุลีไปเองเฉกเช่นศัตรูร้ายที่ถูกนักรบเค้นคอ ในชั้นแรก คือ การเห็นแก่ตัวเอง ความเชื่อในสิ่งที่ผิด ความสงสัย ความเกลียดชัง โกรธแค้นและราคะตัณหา ถ้าผู้ใดสามารถกำจัดบาปทั้ง ๕ นี้ได้แล้ว นับว่าได้ผ่านพ้นขั้นที่มีอยู่ ๔ ขั้นนั้นไปได้ ๓ ขั้น
แม้กระนั้นก็ยังมีเหลืออยู่อีก คือ ความรักการมีชีวิตอยู่ในโลก ความประสงค์ขึ้นสวรรค์รักในเกียรติคุณแห่งตนความเหลิงและความทะนง หากผู้ใดสละทิ้งที่กล่าวมานี้ได้ ผู้นั้นจะได้บรรลุถึงซึ่งนิพพาน ประดุจดังผู้ที่บรรลุถึงยอดเขาซึ่งปกคลุมด้วยหิมะแล้วก็ไม่มีอะไรอยู่เหนือไปอีก นอกจากที่ว้างเวิ้งซึ่งเป็นสีน้ำเงิน ย่อมเป็นที่ใคร่แห่งเทพเจ้าทั้งปวงซึ่งยังไม่เทียมเท่า ความพินาศของไตรโลกก็ไม่กระเทือนไปถึงได้โดย ศาลาธรรม [22 พ.ค. 2552 , 12:01:59 น.] ( IP = 125.27.171.90 : : )
สลักธรรม 6สำหรับผู้ถึงซึ่งนิพพานนี้ ชีวิตก็ได้ดำเนินไปแล้ว ความตายก็ได้ตายไปแล้ว กรรมของเขาย่อมทำให้เกิดฐานะขึ้นใหม่ เขาย่อมไม่ปรารถนาสิ่งใดอีก เพราะเขามีอยู่พร้อมทุกอย่างแล้ว อัตภาพของเขาเป็นอันสิ้นสูญและสลายไปในจักรวาล
หากมีผู้ใดสอนว่า นิพพานเป็นความสิ้นสุดแห่งการมีชีวิตผู้นั้นเป็นผู้ที่พูดไม่จริง
ถ้าผู้ใดเข้าใจว่า นิพพานคือการมีชีวิตก็จงบอกผู้นั้นเป็นผู้ที่พูดไม่จริง
ถ้าผู้ใดเข้าใจว่า นิพพานคือ การมีชีวิตก็จงบอกผู้นั้นด้วยว่าเขาเข้าใจผิด
เพราะเรื่องนี้พวกนี้ไม่รู้จริง บุคคลเหล่านี้ไม่รู้ว่า แสงอันใดสว่างอยู่เหนือตะเกียงของเขาซึ่งแตกเสียแล้ว และความสุขสมบูรณ์นั้น ย่อมอยู่นอกเขตแห่งการมีชีวิตหรือแห่งเวลา จงดำเนินเข้าสู่หนทางที่ถูกนั้นเถิด
ไม่มีความทุกข์อันใดที่ร้ายเท่ากับความเกลียดชัง ความทรมานอันใดไม่เทียมเท่ากับตัณหา และความหลงใหลอันใดไม่เทียมเท่ากับความรู้สึก จงหันเข้าสู่หนทางที่ดีเถิด ผู้ใดซึ่งเหยียบความชั่วที่เคยชอบเสียได้ด้วยเท้านับว่าก้าวหน้าไปมากแล้วจงหันเข้าสู่หนทางนั้นเสียเถิด
เพราะโดยธรรมวิธีนี้แล ซึ่งเป็นบ่อเกิดแห่งความดีไพศาลขึ้นจนสามารถระงับความกระหายทั้งหลายทั้งปวงได้ เป็นธรรมวิถีซึ่งสมบูรณ์ด้วยดอกไม้ ซึ่งไม่รู้จักโรยและสามารถดาษดื่นไปทั่วทุกทิศทุกทางได้ ณ ที่นี้ ทุก ๆ นาฬิกาย่อมเป็นเวลาที่เบาสบาย
โดย ศาลาธรรม [22 พ.ค. 2552 , 12:02:22 น.] ( IP = 125.27.171.90 : : )
สลักธรรม 7คุณสมบัติของบทบัญญัติเป็นทรัพย์ที่มีค่ายิ่งกว่าเครื่องเพชร และมีความอ่อนหวานยิ่งกว่าน้ำผึ้ง หาความโอชาใด ๆ มาเสมอเหมือนมิได้ เพื่อดำรงชีพอยู่ในสภาพที่กล่าวมานี้ จงฟังบัญญัติศีลทั้ง ๕ ต่อไปนี้
๑. อย่าฆ่าสัตว์อันมีชีวิต, จงมีความเมตตา, และอย่าตัดความเจริญของสัตว์ที่ต่ำต้อย
๒. จงให้และจงรับโดยความสะดวกดาย, แต่อย่าได้ถือเอาสิ่งของ ๆ ผู้ใดโดยความโลภ, โดยความขู่เข็ญ และความคดโกงของตนเป็นอันขาด
๓. อย่าสัมผัสภรรยาของเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน, และอย่าทำบาปในทางกามคุณให้ผิดสภาพหรือความชอบธรรม
๔. อย่าเป็นพยานเท็จ, อย่านินทาใสความ, อย่ากล่าวเท็จ, ความจริงเป็นลักษณะแห่งความบริสุทธิ์แห่งใจ
๕. จงละเว้นยาเครื่องดองของเมา คือ สุราเมรัย ที่ทำให้ดวงจิตวิปลาส, จงกระทำให้ดวงจิตของตนสดใน, จงทำร่างกายของตนให้บริสุทธิ์ อย่าใช้เชื้อของน้ำโสม (เหล้า)
ครั้นแล้วพระบรมครู จึงกล่าวถึงหน้าที่อันพึงมีต่อบิดามารดา บุตรหลาน, มิตรสหาย, สั่งสอนให้รู้ว่าผู้ซึ่งไม่สามารถหักเครื่องผูกมัดความรู้สึกทั้งปวง โดยเหตุที่เท้าอ่อนแอจนไม่สามารถเดินตามหนทางที่ชันยังต้องดำรงชีพอยู่กับทางกามสุข แต่ต้องบำเพ็ญตนอยู่ในการทำบุญกุศล เพื่อกำจัดความมัวหมองของตนซึ่งเกิดขึ้นทุก ๆ วัน
ทรงสั่งสอนให้รู้จัดพยายามกระทำให้เท้าของตนสามารถเริ่มก้าวสู่วิถีทางทั้ง ๘ นั้นได้ ให้รู้จักดำรงชีพโดยบริสุทธิ์, สุขุมาล, เมตตา, กรุณา, ให้รู้จักรักสัตว์ที่มีชีวิตทั้งหลาย เหมือนกับรักตัวเอง เพราะเหตุว่าสิ่งที่ชั่วย่อมเป็นผลลัพธ์ของความชั่วซึ่งกระทำมาแล้วแต่อดีต และสิ่งที่ดีเป็นสิ่งที่เกิดจากความดีแต่หนก่อน
พระบรมศาสดาจารย์กล่าว ถ้าผู้ใดประพฤติได้ดังว่ามานี้แล้ว ก็นับว่าเป็นผู้ที่พ้นจากการมีอัตภาพได้และนับว่าเป็นผู้ที่ได้ช่วยโลก เมื่อดังนั้นแล้วก็อาจมีความสุขในชั้นหลังต่อไป และผ่านไปสู่รูปกายที่บริสุทธิ์ยิ่งขึ้น
โดย ศาลาธรรม [22 พ.ค. 2552 , 12:03:38 น.] ( IP = 125.27.171.90 : : )
สลักธรรม 8ครั้นแล้วพระองค์ก็ทรงเล่าถึงเรื่องราวต่อไปนี้ นานมาแล้วเมื่อสมเด็จพระบรมศาสดาจารย์เจ้าของเรา เสด็จดำเนินไปใกล้นครราชคฤห์ ภายในป่าไม้ไผ่นั้น กาลวันหนึ่งในยามอาทิตย์อุทัย พระองค์ทอดพระเนตรเห็นคฤหบดีสิงหฬผู้หนึ่งซึ่งเมื่อได้อาบน้ำชำระกายแล้ว ก็น้อมเศียรซึ่งว่างเปล่าอภิวาทวันทาพื้นธรณีฟ้าและทิศทั้ง ๔ พลางสาดข้าวสีแดงและสีขาวด้วยมือทั้งสองข้าง
นี่แน่ญาติ ท่านกราบไหว้ดังนี้เพื่อประสงค์อะไร พระองค์ตรัสถาม
เป็นประเพณีดังนี้เองแหละ พระเจ้าข้า คฤบดีทูลตอบ ปู่ย่า ตายายของข้าพเจ้าได้สั่งสอนต่อ ๆ กันมาว่า เมื่อถึงยามอรุโณทัยไขแสงแล้ว ก่อนที่จะลงมือทำงาน ต้องกำจัดความชั่วซึ่งมาจากฟ้าปกคลุมเรา จากแผ่นดินที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าของเราและจากลมทุกทิศที่พัดนั้นเสียก่อน
เมื่อได้ทรงฟังแล้ว พระองค์ผู้ซึ่งโลกบูชาเคารพจึงตรัสว่า อย่าสาดข้าวนี้เสียเลย แต่จงคิดถึงและทำบุญให้แก่บุคคลอื่นเป็นต้นว่า นึกอุทิศให้บิดามารดาโดยมองไปทางทิศตะวันออก ซึ่งแสงสว่างกำลังอุบัติขึ้นมา ต่อครูบาอาจารย์ของท่านโดยหันไปทางทิศใต้ ซึ่งทิศนี้เป็นที่มาแห่งลาภอันประเสริฐของท่าน ภรรยาและบุตรของท่านจงมองดูทิศตะวันตกซึ่งมีสีอ่อนงามตา และอันกำลังจะสิ้นไป ต่อมิตรสหาย, ต่อผู้ที่อยู่ใกล้ไกลและมนุษย์ทั้งหลาย จงมองดูทิศเหนือต่อสัตว์โลกที่ต่ำต้อยยิ่งโดยน้อมกายลงยังพื้นธรณีต่อผู้มีคุณ, ต่อปวงเทวดาและผู้ตายซึ่งเสวยสุขทั้งหลาย โดยมองดูไปยังเบื้องบนสวรรค์ เมื่อประพฤติได้ดังนี้แล้ว บรรดาทุกข์ทั้งหลายก็จะหลีกเลี่ยงไป และตัวท่านก็จะได้ชื่อว่าได้ทำการบูชาทิศสำคัญทั้ง ๖ นั้นตามควรแล้ว
พระองค์ทรงสั่งสอนสานุศิษย์ของพระองค์ ผู้ซึ่งครองผ้าเหลือง ผู้ซึ่งพยายามดิ้นรนจากความดำรงชีพอันต่ำต้อย เพื่อเดินไปสู่ทางดวงอาทิตย์ ประดุจดังนกอินทรีที่พยายามบินเมื่อพึ่งตื่นนอนนั้น แก่สานุศิษย์เหล่านี้พระองค์ทรงสั่งสอนให้รู้จัก (ทศศีล) ศีลทั้ง ๑๐ ประการ
พระองค์ตรัสว่าผู้เคร่งในธรรมต้องรู้ทวารทั้ง ๓ และความคิดทั้ง ๓ ประการ สภาพแห่งวิญญาณทั้ง ๖ ประการ อำนาจทั้ง ๕ ประการ, ทวารแห่งความบริสุทธิ์ทั้ง ๘ หลักทั้งปวงแห่งปัญญา, อิทธิ, อุเบกขา, มหาธรรมสังเวคทั้ง ๕ องค์ ซึ่งเป็นอาหารที่โอชากว่าน้ำอมฤตสำหรับวิญญาณซึ่งบริสุทธิ์ ฌานต่าง ๆ และสำนักที่พึ่งอันสำคัญทั้ง ๓
ทั้งพระองค์ทรงสั่งสอนแก่สานุศิษย์ของพระองค์ให้รู้อีกว่า อะไรคือที่อาศัยอันคู่ควร ควรจะดำรงชีพอยู่อย่างไร การปฏิบัติอย่างไรจึงจะได้พ้นจากห้วงแห่งความรัก ทรัพย์สมบัติ จะต้องบริโภคและอุปโภคอย่างไร คือนุ่งห่มผ้าเหลืองหยาบ ๆ สามผืนครองปล่อยให้เห็นบ่ามีสายรัดประคด บาตรและหม้อกรองน้ำ
เมื่อทรงดังกล่าวนี้แล้วพระองค์จึงทรงตั้งหลักอันมั่นคงไว้สำหรับคณะสงฆ์ ซึ่งเป็นระเบียบแห่งการบวชครองผ้าเหลืองที่มีสืบมาจนกระทั่งสมัยนี้ เพื่อช่วยโลกโดย ศาลาธรรม [22 พ.ค. 2552 , 12:04:14 น.] ( IP = 125.27.171.90 : : )
สลักธรรม 9พระองค์ตรัสเทศนาดังนี้ทุก ๆ คือ โดยทรงสั่งสอนพระบัญญัติต่าง ๆ ซึ่งเมื่อผู้ใดได้ยินแล้วก็ไม่ง่วงเหงาหาวนอนเลย เพราะบรรดาผู้ซึ่งฟังพระองค์ทั้งปวงย่อมเบิกบานสำราญในดวงจิต และไม่รู้สึกเบื่อหน่าย แม้แต่พระราชาเองเมื่อได้ทรงฟังพระธรรมเทศนาแล้วก็ทรงลุกขึ้นจากพระบัลลังก์ ถอดฉลองพระบาทออกเสีย แล้วน้อมกายอภิวาทพระราชโอรสของพระองค์ และทรงจุมพิตชายจีวรแล้วตรัสว่า ลูกเอ๋ย จงรับเราเป็นสาวกร่วมในหมู่สาวกทั้งหลายของเธอด้วยเถิด
ฝ่ายพระนางศรียโสธราซึ่งบัดนี้รู้สึกมีความเกษมสุขแล้ว พระนางได้กล่าวว่า พระองค์ผู้นิรทุกข์ขอได้พระราชทานโอวาทอันเป็นสมบัติอันประเสริฐของพระองค์ให้เป็นมฤดกแก่ราหุลด้วยเถิด ครั้นแล้วบุคคลทั้ง ๓ ก็บวชเรียนพระธรรมวินัยของพระองค์ลันจิตเข้าสู่มรรคที่ถูกนั้น
เมื่อได้พรรณนามาถึงเพียงนี้แล้ว เป็นอันจบเรื่องที่ข้าพเจ้าได้เขียนมา คือข้าพเจ้าผู้รักพระศาสดาจารย์เจ้า เพราะพระองค์มีพระเมตตาต่อเราทั้งหลายด้วยเหตุที่มีสติปัญญาน้อย ข้าพเจ้าจึงกล่าวเรื่องราวของพระองค์และหนทางแห่งความสงบได้เล็กน้อย ตามสติปัญญาของข้าพเจ้า
ในระหว่างกาล ๔๕ ปีติด ๆ กัน พระองค์ทรงชี้ทางที่กล่าวมานี้ไปจนถึงต่างประเทศ และบทบัญญัติของพระพุทธเจ้าได้แปลออกเป็นหลายภาษา กับพระองค์ได้โปรดประทานประทีปซึ่งรุ่งโรจน์อยู่เสมอนี้แก่ทวีปอาเซียของเรา เป็นความสว่างซึ่งไพศาลในโลกโดยบุญบารมีของพระองค์ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ปรากฏอยู่ในพระคัมภีร์ พร้อมทั้งตำบลหนแห่งต่าง ๆ ที่พระองค์ได้เสด็จไป กับกล่าวถึงการที่พระมหากษัตริย์ทั้งหลาย
จารึกพระธรรมโอวาทอันวิเศษของพระองค์ในศิลาและในถ้ำ ตลอดจนถึงกาลเวลาซึ่งองค์พระพุทธเจ้า ผู้เป็นมหาตถาคตเข้าปรินิพพาน, ซึ่งตายเหมือนบุคคลธรรมดาในท่ามกลางแห่งฝูงชนทั้งหลาย ทรงสำเร็จแล้วซึ่งกิจของพระองค์ ทั้งได้กล่าวถึงบรรดามนุษย์นับจำนวนตั้งแสนตั้งล้านที่ได้ดำเนินตามรอยพระองค์เพื่อไปสู่ที่ ๆ พระองค์ได้บรรลุไป คือไปสู่นิพพานซึ่งเป็นที่ดำรงแห่งความสงบ
โอ้ ! พระองค์ผู้ทรงคุณธรรม โอ้ ! พระองค์ผู้กอปรด้วยอานุภาพซึ่งโปรดสัตว์โลก ขอพระองค์จงประทานอภัยในการหย่อนสติปัญญาของผู้เรียบเรียงหนังสือนี้ ซึ่งยังแสดงคุณธรรมของพระองค์ไม่ได้ชัดเจน เพราะเหตุที่ข้าพเจ้าหยั่งพระธรรมเมตตาของพระองค์ด้วยดวงสติปัญญาอันอ่อนแอ โอ้! พระองค์ผู้ทรงเมตตาต่อข้าพเจ้าทั้งหลายดุจญาติพี่น้อง เป็นผู้ทรงชี้ทางให้เห็นความสว่างแห่งบทบัญญัติ
ข้าพเจ้าขอถือพระนามของพระองค์เป็นที่พึ่ง และพระองค์จงเป็นที่พึ่งของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าขอพึ่งพระธรรมบัญญัติของพระองค์ ข้าพเจ้าขอพึ่งวินัยบัญญัติของพระองค์
โอม ! น้ำค้างกระจ่างใสเหนือดอกประทุมจงตื่นขึ้นเถิด ดวงอาทิตย์เจ้าเอ๋ย ! จงช่วยเผยอกลีบและใบของเราซึ่งสาละวนอยู่บนน้ำ โอม ! มนีปัทเม โอม ! เมื่ออรุโณทัยไขแสงขึ้นแล้ว หยาดน้ำค้างก็เหือดหายไปในท้องมหาสมุทรอันกระจ่างใส.
![]()
จบเรื่อง ประทีปแห่งทวีปอาเซีย![]()
โดย ศาลาธรรม [22 พ.ค. 2552 , 12:04:44 น.] ( IP = 125.27.171.90 : : )
สลักธรรม 10โดย พี่ดา [28 พ.ค. 2552 , 10:22:52 น.] ( IP = 124.121.176.208 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |