| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
เรียน ท่านอาจารย์ ..เรื่องการปฏิบัติวิปัสสนา
สลักธรรม 1สวัสดีค่ะคุณขนิษฐา
เรื่องการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานนั้น เป็นความเพียรไปเพื่อถ่ายถอนความเห็นผิดออกไปว่า เรานั่ง เราเดินเป็นต้น และเป็นการกำจัดเสียซึ่งโมหะอวิชชา ที่ทำให้เกิดความพอใจและไม่พอใจในอาการและอารมณ์ต่างๆนั้นๆออกไปนะคะ
ดังนั้นการกระทำนั้นจึงต้องมีการวางใจให้ถูกต้อง โดยไม่ต้องไปคำนึงถึงปริยัติอะไรมากนะคะ แค่รู้ว่าอะไรคือรูป รูปอะไร อะไรคือนาม นามอะไร พอแล้วนะคะ ไม่ต้องคิดไปว่าเป็นมหาภูตรูปหรือวิญญัติรูปนะคะ
การทำความรู้สึกตัวที่คุณเขนิษฐาเข้าใจว่าต้องมีสติในการนั่งและรู้ว่ารูปนั่งนั้นถูกแล้วนะคะ อาศัยความเพียรไปแล้วที่ดูเหมือนจะท่องก็จะหายไปเองนะคะ เพราะความคล่องแคล้วในการระลูกรู้ในอิริยาบทจะไวขึ้นเอง (แบบอัตโนมัติ)นะคะ ตรงนี้อย่าไปกังวลนะคะ
ส่วนเรื่องของฟุ้ง เพียงแค่กำหนดว่า นามฟุ้ง พอแล้วนะคะ ไม่ต้องตามไปรู้ในเรื่องฟุ่งนะคะ
ในฐานทั้ง ๔ มีกาย เวทนา จิต และธรรม นั้น ต้องเข้าใจนะคะว่า นั่นก็คือนามกับรูป นั่นเอง การปฏิบัติใหม่ๆให้ใช้อิริยาบทใหญ่ไปก่อนนะคะ คือดูรูปนั่ง เดิน ยืน หรือนอน ตามสภาพธรรมที่เกิดขึ้นจริงนะคะ (ปัจจุบัน) เราไม่มีหน้าที่ไปเลือกฐานนะคะ แต่อาการที่ปรากฏ หรืออารมณ์ที่ปรากฏ ถ้าเรากำหนดถูกลงไป (คือได้ปัจจุบัน) ตรงนั้นการกำหนดนั้นๆก็ตั้งอยู่บนฐานใดฐานหนึ่งเองนะคะโดย บุษกร เมธางกูร [26 พ.ค. 2552 , 09:16:35 น.] ( IP = 58.9.145.164 : : )
สลักธรรม 2ที่ถามมาว่าในการเดินจงกรมนั้นเป็นสมาธิหรือวิปัสสนานั้น ขอตอบว่าเป็นได้ทั้ง ๒ อย่างนะคะ ขึ้นอยู่กับท่านผู้ปฏิบัติเองว่ากำลังทำงานอะไรอยู่ อย่างเช่นถ้ามีการบริกรรมอยู่ เชินเดินหรือย่างเป็นต้น ตรงนั้นจัดได้ว่ากำลังทำสมาธินั่นเอง เพราะไปทำงานที่จิต หรือไม่ก็ไปเฝ้าดูอาการย่าง เหยียบเป็นต้นนะคะ
แต่ถ้ามีความรู้สึกตัวในขณะเวลาเดินอยู่ (รู้ทั่วทั้งตัว) ว่าอาการเดินนั้นเป็น รูปเดินมีสติระลึกรู้อยู่ในขณะที่เดินนั้น อย่างนี้เป็นการเจริญวิปัสสนานะคะ
ส่วนที่ถามว่าควรกำหนดอย่างเดียวหรือจะกำหนดอย่างอื่นด้วยนั้น เวลามีอะไรมากระทบ เช่นมีคัน มีเมื่อย เกิดขึ้นในขณะ นั่งเดิน ยืน หรือ นอน เราก็ต้องมีสติเข้าไปรู้ในอาการนั้นๆด้วยนะคะ เพราะอาการนั้นๆมีมาจริง คือมีมาให้รู้เราจึงต้องรู้ไงคะ เช่น นามคัน นามเมื่อยเป็นต้นนะคะ
ขออนุโมทนาในกุศลศรัทธาของคุณ ขนิษฐานะคะ ขอให้กุศลศรัทธานี้นำทางชีวิตให้สามารถเข้าถึงอมตะธรรม คือพระนิพพานได้โดยเร็วนะคะ
![]()
โดย บุษกร เมธางกูร [26 พ.ค. 2552 , 09:27:24 น.] ( IP = 58.9.145.164 : : )
สลักธรรม 3![]()
โดย น้องกิ๊ฟ [26 พ.ค. 2552 , 14:50:35 น.] ( IP = 125.27.174.173 : : )
สลักธรรม 4เรียน ท่านอาจารย์หนูมีปัญหาในเรื่องการปฏิบัติถามข้อสงสัยอีกดังนี้ค่ะ
1. เมื่อเราดูรูปนั่งอยู่ เช่นเรานั่งพับเพียบอยู่แต่ว่าเมื่อยแล้วเราขยับตัวเป็นนั่งห้อยขาลง แต่ว่ายังเป็นท่านั่งอยู่เราจะกำหนดว่ารูปนั่งเหมือนเดิม แต่ทำความรู้สึกว่านั่งท่าเปลี่ยนไปแต่ว่าเป็นรูปนั่งจะถูกต้องไหมคะ แล้วเวลาเมื่อยเราก็กำหนดว่านามเมื่อย ก่อนเปลี่ยนท่านั่งที่ขยับใหม่ก่อนใช่ไหมคะ เพราะว่ายังเป็นท่านั่งอยู่ แต่เมื่อเรานั่งอยู่นานๆแล้วเมื่อยต้องกำหนดนามเมื่อยก่อนเมื่อเราเปลี่ยนเป็นยืนก็กำหนดว่ารูปยืนใช่ไหมคะ
หนูสงสัยตรงที่ท่านว่าเมื่อยมากแล้วทนไม่ได้ต้องเปลี่ยน แต่ว่าเมื่อยเล็กน้อยแล้วขยับตัวจะกำหนดเหมือนกันหรือไม่ค่ะ
2. คำว่าเห็นจิตในจิตหมายถึงเช่นเวลาที่มีความรู้สึกว่าโกรธแล้วเรารู้สึกตัวว่าโกรธแล้วกำหนดว่านามโกรธใช่ไหมคะ และคำว่าเห็นกายในกายหมายถึงอะไรคะ
หนูต้องขอรบกวนท่านอาจารย์อีกครั้งค่ะ หนูขอขอบพระคุณท่านอาจารย์เป็นอย่างสูงที่เมตตาแก่ผู้ที่มีปัญญาน้อยค่ะโดย ขนิษฐา วาศ์จินดา [26 พ.ค. 2552 , 16:12:39 น.] ( IP = 61.90.69.154 : : )
สลักธรรม 5สวัสดีอีกรอบนะค่ะคุณขนิษฐา
ในการกำหนดรูปนั่ง เราต้องคอยสังเกตุด้วยนะคะ ถูกแล้วนะที่รู้สึกว่าเมื่อยและก็เปลี่ยนหรือขยับตัวเพื่อแก้ไขความเมื่อย แต่อย่าลืมมนสิการ ก่อนนะคะ เพราะตรงที่คุณรู้สึกว่าเมื่อยนั้น คือนามรู้สึก ก็ต้องกำหนดว่านามรู้สึกก่อนนะคะแล้วจะขยับเปลี่ยนเป็นห้อยขานั้นถูกคะ
เพราะอะไรเพราะเราจะได้เข้าไปรู้เหตุเสียก่อนที่จะทำอะไรไงคะ คือจะทำอะไรต้องมีเหตุผลเสมอนั่นเอง จะกำหนดนามรู้สึก หรือ นามเมื่อยก็ได้นะคะ
และไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนจากรูปนั่งไปเลยก็ถูกคะ เพราะเพียงเราห้อยขาลงความทุกข์ที่เกิดจากเมื่อยก็ถูกแก้ไขไปแล้ว แต่ถ้าเมื่อยมากๆจากการนั่งแล้วจะเปลี่ยนเป็นอิริยาบทยืน แล้วเดินก็ได้นะคะ ดูความจำเป็นนั่นเองนะคะ
ส่วนคำว่าจิตในจิต คือมีสติรู้สึกตัวเท่าทันจิตนั่นเอง ดังที่คุณบอกมานั้นก็ถูกนะคะ ส่วนอีกอย่างก็กายในกาย ก็หมายเอาแค่ อิริยาบทใดอิริยาบทหนึ่งนั่นเอง เพราะเราทุกคนมีอิริยาบทใหญ่ ๔ อย่างเหมือนๆกัน คือ เดิน ยืน นั่ง นอน แต่เราทำได้แค่เพียงอย่างเดียวในสี่ คือเดินอยู่ ก็ไม่ใช่หมายรวมเอา ทั้ง ๔ นั่น นะคะ
การกำหนดอิริยาบทที่มีเกิดขึ้นจริงนั้นนั่นละคะ กายในกาย คือรู้สึกลงไปในอาการที่กำลังปรากฏนะคะ หวังว่าคงเข้าใจนะคะ สิ่งที่อยากจะเรียนให้ทราบนั้นก็คือ อย่าไปให้ความใส่ใจกับคำต่างๆมากเลย นะคะ เพียงกำหนดให้ถูก ว่าอะไรเป็นรูป อะไรเป็นนาม และมีการระลึกรู้ก่อนจะทำอะไรว่า มีอะไรเกิดขึ้นเป็นนามอะไร รูปอะไร พอแล้วนะคะ
![]()
โดย บุษกร เมธางกูร [26 พ.ค. 2552 , 17:51:11 น.] ( IP = 61.90.69.154 : : )
สลักธรรม 6
โดย เซิ่น [26 พ.ค. 2552 , 21:36:23 น.] ( IP = 61.90.28.120 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |