มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


จราจรชีวิต




จราจรชีวิต
โดย รังสีธรรม ธรรมโฆษ‏


ในเรื่องก่อน ได้บรรยายไว้ว่า คนเราทุกคนเป็นทหารโดยธรรมชาติ มีหน้าที่ต่อสู้กับข้าศึก

ศัตรู ๒ ประเภท คือศัตรูภายนอก ได้แก่ข้าศึกที่จะยกมาทำลายเอกราชอธิปไตยของชาติ และศัตรู
ภายในได้แก่บรรดาความรู้สึกนึกคิดฝ่ายชั่ว ที่มาชักนำเราไปสู่ทุกข์โทษ ได้แนะนำให้รู้จักกับนายพลเกียจคร้าน ซึ่งเป็นแม่ทัพใหญ่ของศัตรูภายใน พร้อมทั้งยุทธวิธีและวิธีต่อสู้กับนายพลเกียจคร้าน

คราวนี้จะขอแนะนำให้รู้จักกับนายพลตัวสำคัญๆ ของศัตรูภายในไว้อีกพร้อมทั้งยุทธวิธี และวิธีต่อสู้ป้องกันตามเคย

นายพลโลภ


นายพลคนแรกสำหรับวันนี้ คือ นายพลโลภ นายพลคนนี้สำคัญเหมือนกัน ก่อนอื่นเขาก็มาขอเป็นพันธมิตรกับเรา เช่นเดียวกับนายพลเกียจคร้านที่กล่าวแล้ว เมื่อเรายอมเป็นสัมพันธมิตรแล้ว เขาจะชักนำเราไปในทางเสื่อมทันที ตามปกติจิตใจของเรา เป็นจิตใจชอบความสุขความสงบ เปรียบเสมือนพื้นน้ำอันราบเรียบ ที่ไม่มีคลื่นลมรบกวน พื้นน้ำที่สงบเช่นนั้นย่อมใส สามารถมองเห็นเงาหน้าได้ ใจเราตามปกติก็สงบและผ่องใส สามารถเห็นเหตุเห็นผล เห็นคุณเห็นโทษ มีหิริโอตตัปปะเป็นประจำ

ยุทธวิธีที่ ๑

พอนายพลโลภเข้ามาเยี่ยมเท่านั้น จิตใจของเราชักปั่นป่วนเสียแล้ว พอมาถึงเขาก็เริ่มเจรจากับเราทันที ก่อนอื่นเขาก็เริ่มแนะนำเราให้เกิดความไม่พอใจในภาวะที่เป็นอยู่ เช่นว่ารายได้ที่ได้อยู่บัดนี้ ยังน้อยไปไม่เพียงพอ เสื้อผ้าที่ท่านสวมใส่อยู่ บัดนี้ยังไม่ดีพอ นาฬิกา ปากกา แว่นตา เข็มขัด หมวก ที่ท่านใช้อยู่ยังไม่ดีพอ ถ้าท่านใช้ของอย่างนี้ต่อไปท่านจะแย่

เมื่อนายพลโลภแนะนำเช่นนี้ คนใจอ่อนก็มักจะเชื่อ เมื่อเชื่อก็เสียสันโดษ คือความพอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่ เริ่มเกิดความเบื่อหน่าย ความดูถูกเหยียดหยามของของตนทันที พอเขาเห็นว่าเราตกเป็นเบี้ยล่าง ก็เริ่มดำเนินแผนพาสิ่งต่างๆ มาอวดเราทันที ความร่ำรวย หรูหราฟุ่มเฟือยของคนนั้นคนนี้มาอวดเรา เอานาฬิกา ปากกา ยี่ห้อดีๆ ราคาแพงๆ มาอวดเรา เอาโปรแกรมหนัง โปรแกรมละครดีๆ มาอวดเรา เอาชื่ออาหาร ชื่อภัตตาคารสูงๆ มาอวดเรา เอาวิทยุราคาแพงๆ มาอวดเรา ทำให้เราเกิดความอยากได้ขึ้นมาทันที

ความอยากได้นั้นค่อยๆ รุนแรงขึ้นโดยลำดับ ตั้งแต่อย่างอ่อนถึงอย่างแก่ที่สุด ทางศาสนาท่านได้แบ่งระดับความอยากของคนไว้เป็นชั้นๆ เหมือนกัน

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [27 พ.ค. 2552 , 08:53:48 น.] ( IP = 58.9.146.194 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ขั้นไฟเขียว-ตัณหา

ขั้นแรก ความอยากเป็นไปอย่างธรรมดา ไม่รุนแรง เป็นความอยากชนิดอ่อนๆ เป็นพื้นฐานของใจ ทุกคนยังมิใช่พระอรหันต์ ยังมีความอยากขั้นนี้เหมือนกันทุกคน ความอยากขั้นนี้ท่านเรียกว่า ตัณหา อยากทำบาปก็เป็นตัณหา อยากทำบุญก็เป็นตัณหา ความอยากขั้นตัณหาให้โทษระยะยาว คือเป็นเหตุให้เวียนว่ายตายเกิดต่อไปในวัฏสงสาร ซึ่งคนโดยทั่วไปไม่เห็นเป็นโทษที่ร้ายแรงอะไร ถ้าจะเทียบกับไฟจราจร ความอยากขั้นตัณหา ก็เปรียบเหมือนไฟเขียว ยวดยานพาหนะต่างๆ ขับไปข้างหน้าได้ตามสบาย ไม่มีโทษแต่อย่างใด

คนเราถ้ามีความอยากเพียงขั้นตัณหา ก็ดำเนินชีวิตไปได้ไม่มีโทษ คนทั่วไปที่กำลังหาทรัพย์สินเงินทองอยู่เป็นปกติในโลก ก็ทำด้วยตัณหาทั้งนั้น

ขั้นไฟเหลือง-โลภะ

ในขั้นที่ ๒ ความอยาก เพิ่มปริมาณความเข้มข้นมากขึ้น โลภะ คือ ความอยากได้อยากมี ที่รุนแรงขึ้น ทำให้ครุ่นคิดวันละหลายๆ ชั่วโมง ทำให้จิตใจกระสับกระส่ายกระวนกระวาย นอนไม่หลับ หลับแล้วก็ยังฝันถึงความอยากขั้นโลกนี้ เป็นขั้นที่ควรระวัง ถ้าจะเปรียบกับไฟจราจร ก็เหมือนไฟเหลือง ในขั้นไฟเหลืองนี้ ให้หยุดรถไว้อย่าขับไปข้างหน้า ถ้าขืนไปอาจผิดกฎจราจร แต่ว่าให้เตรียมตัวไว้ให้พร้อม คอยสังเกตดูว่าไฟเหลืองนั้นกำลังจะกลับเป็นเขียวหรือเป็นแดง ถ้ากำลังจะกลับเป็นเขียวก็เตรียมไปได้ แต่ถ้าเป็นเหลือง ที่กำลังจะกลายเป็นแดงละก็ อย่าไปเป็นอันขาด ความอยากขั้นโลภะก็เหมือนไฟเหลือง

ถ้าทราบว่าโลภครองใจแล้วให้ระงับไว้ อย่าดำเนินชีวิตไป คือว่าอย่าทำสิ่งใดลงไป อาจเป็นความชั่วความเสียหายมากกว่าความดี เพราะโลภะนี้ ทางพระท่านเรียกว่า อกุศลมูล คือเป็นเหตุแห่งความชั่ว

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [27 พ.ค. 2552 , 09:11:46 น.] ( IP = 58.9.146.194 : : )


  สลักธรรม 2

ขั้นไฟแดง-อภิชฌา

ขั้นที่ ๓ ความอยาก เพิ่มปริมาณขึ้นถึงขีดสูงสุด ทำให้จิตใจมืดมัว มองไม่เห็นผลดีชั่วอะไรทั้งหมด เพ่งเล็งอยากได้อย่างรุนแรงที่สุด ขั้นนี้เป็นขั้นอันตรายอย่างแท้จริง เปรียบเหมือนไฟแดง ที่ปรากฏอยู่บนป้อมจราจร ถ้าขืนขับรถไปผิดกฎจราจรตำรวจจับแน่ แทนที่จะถึงจุดหมายปลายทางเร็ว กลับจะต้องเสียเงิน เสียทอง เสียเวลา เสียชื่อเสียงอีก

ฉะนั้น ถ้าอภิชฌาครอบงำใจแล้ว อย่าดำเนินชีวิตต่อไป อย่าทำ อย่าพูด อย่าคิดในขณะนั้น ถ้าขืนทำ พูด คิด อภิชฌาจะนำให้ทำชั่วทันที มันจะแนะเราว่า ท่านอยากรวยไหม ถ้าอยากรวยก็ไม่ยากเย็นอะไร ปล้นซี ลักซี วิ่งราวซี โกงซี ทุจริตซี ถ้าเราเชื่อ เราก็เปิดฉากรุกรานประเทศอื่นทันที ลัก ปล้น วิ่งราว ฉ้อโกง ทุจริต เมื่อเป็นเช่นนี้ สหประชาชาติหรือตำรวจมิได้ช้าช้า ประกาศหาว่าเราเป็นฝ่ายรุกราน แล้วก็ยกกำลังออกต่อต้าน จับเราใส่กุญแจมือขังไว้ในเรือนจำ บังคับให้ทำงานหนัก เราก็เสียเอกราช หมดอิสรภาพกันเท่านั้น ต้องจากลูกจากเมียพ่อแม่พี่น้อง น่าสงสารมาก เกิดมาทั้งที แทนที่จะได้มีโอกาส รับอิสรภาพเสวยความสุขกับโลกเขา กลับถูกเขาจับไปขังไว้ในกรงอย่างนกอย่างหนู

ชีวิตคือการขับรถ


ชีวิตคนเราก็เหมือนกับการขับรถไปตามถนน ซึ่งมีระเบียบการจราจรเป็นอย่างดี ทุกคนที่ขับรถไปย่อมอยากจะไปให้ถึงจุดหมายปลายทางให้เร็วที่สุดที่จะเร็วได้ แต่เมื่อเขามีไฟเหลืองไฟแดงไว้ เราต้องปฏิบัติตาม ถ้าปฏิบัติตามด้วยดี ในที่สุดย่อมถึงจุดหมายสมปรารถนา

ทุกคนต้องการที่จะขับชีวิตของตนไปสู่จุดหมาย คือ ความรวย ความสุข เกียรติ ชื่อเสียงเร็วที่สุด

แต่สังคมมนุษย์เป็นสังคมมีระเบียบ กฎเกณฑ์ ถ้าเราค่อยๆ ขับชีวิตไปตามเกณฑ์นั้น ในที่สุดก็จะบรรลุถึงจุดหมายปลายทางสมปรารถนา

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [27 พ.ค. 2552 , 09:17:48 น.] ( IP = 58.9.146.194 : : )


  สลักธรรม 3

อย่าใจเร็วด่วนได้


ทำอะไรตามอำนาจของความโลภนั้น ให้โทษมากกว่าคุณ เป็นอันตรายมากกว่าปลอดภัย อยากรวยเกินไป ก็เป็นเหตุให้ทำทุจริตเบียดเบียนผู้อื่น อยากเป็นปราชญ์เร็วเกินไป ดูหนังสือหามรุ่งหามค่ำ ในที่สุดก็เป็นโรคประสาท วิกลเป็นบ้าไป ก็เป็นเหตุให้ประสบอุปัทวเหตุถึงตายหรือพิกลพิการ

การวิ่งไปสู่จุดหมายอย่างรวดเร็ว อาจทำให้ถึงจุดหมายได้เร็วดี แต่มีโอกาสที่จะสะดุดตอ ขาหัก ล้มลงหัวแตกได้เท่าๆ กัน การค่อยๆ ก้าวเดินไปอย่างมั่นคง ย่อมดีกว่าสุภาษิตที่ว่า ช้าๆ ได้พร้าสองเล่มงาม ย่อมเป็นคติที่ควรเชื่อถืออยู่เสมอ ผู้เฒ่าผู้แก่หรือผู้ใหญ่ ซึ่งได้ผ่านพบโลกมามากเมื่อเห็นผู้น้อยทำอะไรอย่างหุนหันพลันแล่นมักจะกล่าวเตือนว่า อย่าใจเร็วด่วนได้ ค่อยเป็นค่อยไปดีกว่า นับว่าเป็นคำแนะนำอันมีค่าควรเชื่อถือยิ่ง

ยุทธวิธีที่ ๒

นายพลโลภ นอกจากจะแนะนำให้เราขาดสันโดษ ในวัตถุสิ่งของเงินทองการงานแล้ว ในบางคนบางกรณี ยังแนะนำให้เราขาดความยินดีพอใจ เกิดความเบื่อหน่ายในสามีภรรยาของตนอีกด้วย

ทีแรกเรามีภรรยาเพียงคนเดียว ก็มีความสุขความสำราญดี พอเป็นสัมพันธมิตรกับนายพลโลภเท่านั้น เขาก็จะแนะนำเราว่าภรรยาคนเดียวไม่พอ ควรจะหาเมืองขึ้นไว้ตามส่วนต่างๆ ของโลกบ้างจึงจะเป็นมหาอำนาจได้ เราเชื่อ เขาก็เริ่มหาเมืองน้อยๆ ไว้ที่นั่นบ้างที่นี่บ้าง เมื่อมีเมืองขึ้นมาก ก็ต้องตั้งงบประมาณบำรุงเมืองขึ้นมากขึ้น ทำให้เราต้องทำงานหนักขึ้น แล้วยังต้องหนักทางใจอีก เพราะจะต้องถูกเมืองขึ้นร้องของบประมาณอยู่ตลอดเวลา

บางทีเมืองขึ้นเหล่านั้นก็หาว่าให้งบประมาณบำรุงน้อยไป เกิดจะประกาศอิสรภาพขึ้นมาเสียอีก แล้วยังจะโอนเอาสิ่งต่างๆ ไปเป็นของชาติ แบบคลองสุเอซเสียด้วย

บางทีเมืองต่างๆ เหล่านั้นก็เกิดทะเลาะวิวาทกันเอง เราต้องเข้าไกล่เกลี่ยอีก บางครั้งไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จ กลัดกลุ้มใจเหลือประมาณ หันเข้าปรึกษาสัมพันธมิตรโลก ดูว่าจะทำอย่างไรดี นายพลโลภได้ท่านำเราไปทางอบายมุขทันที กลุ้มหรืออยากหายกลุ้ม ไม่ยากเย็นอะไรนี่ ดื่มเหล้าดับกลุ้มซี เราเชื่อก็ดื่มเหล้า ตอนแรกๆ ก็ดับกลุ้มได้ดี ต่อมาก็ดับทรัพย์ ดับสุขภาพอนามัย ดับเส้นโลหิตในสมอง ดับชีวิตสบายไปเลย นี้เป็นสถานเบา ถ้าเป็นสถานหนัก เขาจะแนะวิธีดับกลุ้มให้เรา นั่นยังไงเชือก ทำเป็นบ่วงคล้องคอเข้าไปเอาปลายข้างหนึ่งผูกไว้บนขื่อ แล้วกระโดดลงมา กลุ้มก็ดับเท่านั้น

บางครั้งก็บอกว่า นั่นไงยาดับกลุ้ม ๑๑ ม.ม. นอนอยู่ในลิ้นชักนั้น กลุ้มมันอยู่ที่ไหน อยู่ที่หัวใจหรือสมอง ถ้าอยู่ในสมองก็จ่อมันเข้าไป ปล่อยกระสุนเข้าไปสักนัดสองนัด กลุ้มก็ดับเท่านั้น บางทีเขาก็แนะว่า รถไฟนั่นไม่ใช่ของเบา ไปนอนเอาสมองพาดตรงรางเข้า เมื่อรถไฟวิ่งมา ล้อจะจัดการเอากลุ้มออกให้ เขามักจะแนะเราไปในทางเช่นนี้เสมอ ทำให้คนผู้ตกเป็นทาสของมันกระทำสิ่งโง่ๆ เช่นนี้อยู่เสมอๆ เพราะฉะนั้นความโลภจึงจัดเป็นศัตรูภายในที่สำคัญที่สุดประการหนึ่ง

ที่ผู้หวังความสงบสุขแก่ตนพึงปราบเสีย

โปรดติดตามตอนต่อไป



โดย พี่เณร...นำมาฝาก [27 พ.ค. 2552 , 09:25:31 น.] ( IP = 58.9.146.194 : : )


  สลักธรรม 4


ในตอนที่แล้ว แค่เจอท่านนายพลเกียจคร้าน ก็นับว่าชีวิตนี้แย่เต็มทนแล้ว

มาในตอนนี้ เจอท่านนายพลโลภอีก โห...ท่านร้ายเสียยิ่งกว่านายพลท่านที่แล้ว น่ากลัว น่ากลัวมากๆๆ ท่านมีความสามารถพิเศษที่ทำให้สังสารวัฏเนิ่นนานไม่รู้จบ

และมีการเปรียบชีวิตเหมือนกับการขับรถ ทำให้มองภาพได้ชัดเจนดีค่ะ ขณะที่อ่านตามก็ยังนึกไม่ออกนะคะว่า หากเป็นไฟแดงอะไรจะเกิดขึ้น ที่แท้ก็อภิชฌา..

กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะที่นำจราจรชีวิตมาให้ได้อ่านและทำความเข้าใจ .... อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [27 พ.ค. 2552 , 10:30:36 น.] ( IP = 124.121.176.81 : : )


  สลักธรรม 5



ติดตามมาอ่านต่อ กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [27 พ.ค. 2552 , 14:53:57 น.] ( IP = 125.27.170.246 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org