มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


วัฏฏกชาดก






วัฏฏกชาดก ว่าด้วยความจริง



สมัยหนึ่ง พระศาสดาเมื่อเสด็จเที่ยวจาริกไปในมคธชนบททั้งหลาย สมัยนั้น ไฟป่าเป็นอันมากเกิดขึ้น ภิกษุเป็นอันมากเห็นทั้งข้างหน้าและข้างหลังไฟมีแต่ควันเป็นกลุ่มเดียว มีเปลวเป็นกลุ่มเดียว กำลังลุกลามมา

บรรดาภิกษุเหล่านั้น ..ภิกษุปุถุชนพวกหนึ่งกลัวต่อมรณภัย กล่าวว่า "พวกเราจะจุดไฟตัดทางไฟ ไฟที่ไหม้มาจักไม่ไหม้ท่วมทับที่ที่ไฟนั้นไหม้แล้ว" จึงนำหินเหล็กไฟออกมาจุดไฟ

ภิกษุอีกพวกหนึ่งกล่าวว่า "ท่านผู้มีอายุ พวกท่านจะทำอะไร พวกท่านไม่เห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นบุคคลผู้เลิศในโลกพร้อมทั้งเทวโลก ผู้เสด็จไปพร้อมกับตนนั่นเอง เหมือนคนไม่เห็นดวงจันทร์ลอยเด่นอยู่ในท้องฟ้า ไม่เห็นดวงอาทิตย์ประดับด้วยรัศมีตั้งพันกำลังขึ้นจากโลกธาตุด้านทิศตะวันออก เหมือนคนยืนอยู่ที่ริมฝั่งทะเลไม่เห็นทะเล เหมือนคนยืนพิงเขาสิเนรุไม่เห็นเขาสิเนรุฉะนั้น พากันพูดว่า จะจุดไฟตัดทางไฟ ชื่อว่า พระกำลังของพระพุทธเจ้า พวกท่านไม่รู้ มาเถิดท่าน พวกเราจักไปเฝ้าพระศาสดา"

ภิกษุเหล่านั้นทั้งหมดได้รวมกันไปยังสำนักของพระทศพล

โดย ศาลาธรรม [28 พ.ค. 2552 , 15:21:15 น.] ( IP = 118.175.74.4 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

พระศาสดามีภิกษุหมู่ใหญ่เป็นบริวาร ได้ประทับยืนอยู่ ณ ประเทศแห่งหนึ่ง ไฟป่าไหม้เสียงดังมาเหมือนจะท่วมทับ ครั้นมาถึงที่ที่พระตถาคตประทับยืน พอถึงที่ประมาณ ๑๖ กรีส (๑ กิโลเมตร) รอบประเทศนั้นก็ดับไป เหมือนคบไฟที่เขาจุ่มลงในน้ำฉะนั้น

ภิกษุทั้งหลายพากันกล่าวคุณของพระศาสดาว่า "น่าอัศจรรย์ชื่อว่าพระคุณของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ก็ชื่อว่าไฟนี้ไม่มีจิตใจ ยังไม่อาจท่วมทับที่ที่พระพุทธเจ้าประทับยืน ย่อมดับไป เหมือนคบเพลิงหญ้า ดับด้วยน้ำฉะนั้น น่าอัศจรรย์ชื่อว่าอานุภาพของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย "

พระศาสดาได้ทรงสดับถ้อยคำของภิกษุเหล่านั้นแล้วตรัสว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ข้อที่ไฟนี้ถึงภูมิประเทศนี้แล้วดับไป เป็นกำลังของเราในบัดนี้เท่านั้นก็หามิได้ ข้อนี้เป็นกำลังแห่งสัจจะอันมีในกาลก่อนของเรา ด้วยว่าในสถานที่แห่งนี้ไฟจักไม่ลุกโพลงตลอดกัป ..นี้ชื่อว่าปาฏิหาริย์ตั้งอยู่ตลอดกัป

ลำดับนั้น ท่านพระอานนท์ปูลาดสังฆาฏิ ๔ ชั้น เพื่อต้องการเป็นที่ประทับนั่งของพระศาสดา พระศาสดาประทับนั่งขัดสมาธิ ฝ่ายภิกษุสงฆ์ก็ถวายบังคมพระตถาคต แล้วนั่งแวดล้อมอยู่

ลำดับนั้น พระศาสดาอันภิกษุทั้งหลายทูลอ้อนวอนว่า "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เรื่องนี้ปรากฏแล้วแก่ข้าพระองค์ทั้งหลายก่อน ส่วนเรื่องอดีตยังลี้ลับ ขอพระองค์โปรดกระทำเรื่องอดีตนั้นให้ปรากฏแก่ข้าพระองค์ทั้งหลาย" จึงทรงนำเรื่องอดีตมาแสดงดังต่อไปนี้

โดย ศาลาธรรม [28 พ.ค. 2552 , 15:21:47 น.] ( IP = 118.175.74.4 : : )


  สลักธรรม 2

ในอดีตกาล.. พระโพธิสัตว์ถือปฏิสนธิในกำเนิดนกคุ่ม ในเวลาทำลายกะเปาะฟองไข่ออกมาได้เป็นลูกนกคุ่มมีตัวประมาณเท่าดุมเกวียนบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ บิดามารดาให้พระโพธิสัตว์นั้นนอนในรังแล้วนำอาหารมาเลี้ยงดูด้วยจะงอยปาก

พระโพธิสัตว์นั้นยังอ่อน ไม่มีกำลังพอที่จะเหยียดปีกออกบินไปในอากาศ หรือไม่มีกำลังพอที่จะยกเท้าเดินไปบนที่ดอน และไฟป่านั้นไหม้บริเวณนั้นทุกปี ๆ และในสมัยนั้น ไฟป่าก็ไหม้บริเวณนั้นเสียงดังลั่น หมู่นกพากันออกจากรังของตนๆ ต่างกลัวต่อมรณภัยส่งเสียงร้องหนีไป

บิดามารดาของพระโพธิสัตว์ก็กลัวต่อมรณภัย จึงทิ้งพระโพธิสัตว์หนีไป พระโพธิสัตว์นอนอยู่ในรังนั่นเอง ชะเง้อคอแลเห็นไฟป่ากำลังไหม้ตลบมา จึงคิดว่า ถ้าเราจะพึงมีกำลังที่จะเหยียดปีกออกบินไปในอากาศไซร้ เราก็จะพึงโบยบินไปที่อื่น ถ้าเราจะพึงมีกำลังที่จะยกเท้าเดินไปบนบกได้ไซร้ เราก็จะย่างเท้าไปที่อื่นเสีย ฝ่ายบิดามารดาของเราก็กลัวแต่มรณภัย ทิ้งเราไว้แต่ผู้เดียว

บัดนี้ ที่พึ่งอื่นของเราไม่มี เราไม่มีที่ต้านทาน ไม่มีที่พึ่ง วันนี้เราจะทำอย่างไรหนอจึงจะควร ลำดับนั้น พระโพธิสัตว์ นั้นได้มีความคิดอย่างนี้ว่า

ชื่อว่าคุณแห่งศีลย่อมมีอยู่ในโลกนี้

ชื่อว่าคุณแห่งสัจจะก็ย่อมมีในอดีตกาล

ชื่อว่าพระสัพพัญญูพุทธเจ้าทั้งหลายผู้ทรงบำเพ็ญบารมีทั้งหลายประทับนั่งที่พื้นต้นโพธิ ได้ตรัสรู้พร้อมยิ่งแล้ว ทรงเพียบพร้อมด้วยศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ และวิมุตติญาณทัสสนะ ทรงประกอบด้วยสัจจะ ความเอ็นดู ความกรุณา และขันติ ย่อมมีอยู่

และคุณของพระธรรมทั้งหลายที่พระสัพพัญญพุทธเจ้าทั้งหลายนั้น ทรงรู้แจ้งแล้ว ย่อมมีอยู่

ก็ความสัจอย่างหนึ่งย่อมมีอยู่ในเราโดยแท้ สภาวธรรมอย่างหนึ่งย่อมมีปรากฏอยู่ เพราะฉะนั้น เราจะรำลึกถึงอดีตพระพุทธเจ้าทั้งหลาย และคุณทั้งหลายที่อดีตพระพุทธเจ้าเหล่านั้นรู้แจ้งแล้ว ถือเอาสภาวธรรมคือสัจจะซึ่งมีอยู่ในเรา กระทำสัจกิริยาให้ไฟถอยกลับไป กระทำความปลอดภัยแก่ตน และหมู่นกที่เหลือในวันนี้

โดย ศาลาธรรม [28 พ.ค. 2552 , 15:22:15 น.] ( IP = 118.175.74.4 : : )


  สลักธรรม 3

ลำดับนั้น พระโพธิสัตว์ระลึกถึงพระคุณทั้งหลายของพระพุทธเจ้าทั้งหลายผู้ปรินิพพานไปแล้วในอดีต แล้วปรารภสภาวะคือสัจจะซึ่งมีอยู่ในตน เมื่อจะทำสัจกิริยา จึงกล่าวคาถาว่า

"ปีกของเรามีอยู่ แต่ก็บินไม่ได้
เท้าทั้งสองของเรามีอยู่ แต่ก็เดินไม่ได้
มารดาและบิดาของเรา ออกไปหาอาหาร
ดูก่อนไฟ ท่านจงถอยกลับไปเสีย"


พร้อมกับสัจกิริยาของพระโพธิสัตว์นั้น ไฟได้ถอยกลับไปในที่ประมาณ ๑๖ กรีส( ๑ กิโลเมตร) ก็แหละเมื่อจะถอยไปก็ไหม้ไปยังที่อื่นในป่า ทั้งดับแล้วในที่นั้นเอง เหมือนคบเพลิงอันบุคคลให้จมลงในน้ำฉะนั้น ด้วยเหตุนั้นท่านจึงกล่าวว่า

เมื่อเราทำสัจจะ เปลวไฟอันรุ่งเรืองใหญ่หลีกไป๑๖ กรีส ( ๑ กิโลเมตร) พร้อมด้วยคำสัตย์ ประหนึ่งเปลวไฟอันตกถึงน้ำก็ดับไปฉะนั้น สิ่งใดจะเสมอด้วยสัจจะของเราไม่มี นี้เป็นสัจบารมีของเรา

พระศาสดาตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การที่ไฟไม่ไหม้สถานที่นี้เป็นกำลังของเราในบัดนี้ก็หามิได้ นั่นเป็นกำลังของเก่า เป็นสัจพลังของเราเองในครั้งเป็นลูกนกคุ่ม

ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแสดงแล้ว จึงทรงประกาศสัจจะทั้งหลาย ในเวลาจบสัจจะ บางพวกได้เป็นพระโสดาบัน บางพวกได้เป็นพระสกทาคามี บางพวกได้เป็นพระอนาคามี บางพวกบรรลุพระอรหัต

ฝ่ายพระศาสดาก็ทรงประชุมชาดกว่า มารดาบิดาในครั้งนั้นคงเป็นมารดาบิดาอยู่ตามเดิมในบัดนี้ ส่วนพระยานกคุ่ม ได้เป็นเราเองแล.


จบ วัฏฏกชาดก ว่าด้วยความจริง



โดย ศาลาธรรม [28 พ.ค. 2552 , 15:22:39 น.] ( IP = 118.175.74.4 : : )


  สลักธรรม 4

ขออนุโมทนานะครับ ที่นำเรื่องที่มีประโยชน์มาฝากให้อ่านเสมอ ขึ้นชื่อว่า สัจจะแล้วย่อมต้องรักษาไว้ให้มั่น เพื่ออำนาจเพิ่มพูนขึ้นเป็นบารมี คือสัจบารมี

ครับแรงกรรมมีอำนาจมากเสมอ อยู่ที่ว่าเราท่านจะทำกรรมเช่นใด ส่วนการที่ได้อ่านมานี้แล้ว เห็นชัดว่า ความดีชนะภัยได้ทุกๆอย่างจริงๆครับ

โดย พี่เณร [28 พ.ค. 2552 , 16:53:31 น.] ( IP = 58.11.35.68 : : )


  สลักธรรม 5


ขอบพระคุณ และ ....อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [29 พ.ค. 2552 , 09:56:42 น.] ( IP = 124.121.173.166 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org