มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


กัญจนขันธชาดก






กัญจนขันธชาดก ว่าด้วยการบรรลุธรรมอันเกษม


กุลบุตรชาวเมืองสาวัตถีผู้หนึ่ง ฟังพระธรรมเทศนาของพระศาสดาแล้วบวชถวายชีวิตในพระศาสนา ครั้งนั้นอาจารย์และอุปัชฌาย์ได้กล่าวสอนถึงศีลว่า.. ผู้มีอายุ ที่ชื่อว่าศีลอย่างเดียวก็มี สองอย่างก็มี สามอย่างก็มี สี่อย่างก็มี ห้าอย่างก็มี หกอย่างก็มี เจ็ดอย่างก็มี แปดอย่างก็มี เก้าอย่างก็มี

ที่ชื่อว่าศีลมีมากอย่าง นี้เรียกว่า จุลศีล นี้เรียกว่า มัชฌิมศีล นี้เรียกว่า มหาศีล นี้เรียกว่า ปาฏิโมกขสังวรศีล นี้เรียกว่า อินทริยสังวรศีล นี้เรียกว่า อาชีวปาริสุทธิศีล นี้เรียกว่า ปัจจยปฏิเสวนศีล ..

ภิกษุนั้นคิดว่า ขึ้นชื่อว่าศีลนี้มีมากยิ่งนัก เราไม่อาจสมาทานประพฤติได้ทั้งหมด ฉะนั้นการบวชของคนที่ไม่อาจบำเพ็ญศีลให้บริบูรณ์ได้จะมีประโยชน์อะไร เราจักเป็นคฤหัสถ์แล้วทำบุญมีให้ทานเป็นต้น ฯ

ครั้นคิดอย่างนี้แล้วก็เรียนอาจารย์และอุปัชฌาย์ว่า "ข้าแต่ท่านผู้เจริญ กระผมไม่อาจรักษาศีลได้ เมื่อไม่อาจรักษาศีลได้ การบรรพชาก็จะมีประโยชน์อะไร ? กระผมจะขอลาสิกขา โปรดรับบาตรและจีวรของท่านไปเถิด"

ลำดับนั้น อาจารย์และอุปัชฌาย์จึงบอกกับภิกษุนั้นว่า "ผู้มีอายุ เมื่อเป็นเช่นนี้ เธอจงไปถวายบังคมพระทศพล" จากนั้นก็พาภิกษุนั้นไปยังธรรมสภาอันเป็นที่ประทับของพระศาสดา

พระศาสดาทอดพระเนตรเห็นภิกษุนั้นแล้วตรัสว่า "ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอพาภิกษุผู้ไม่ปรารถนา (บรรพชาเพศ) มาหรือ ?"

ภิกษุเหล่านั้นกราบทูลว่า "พระเจ้าข้า ภิกษุนี้บอกว่า ไม่อาจรักษาศีลได้ จึงมอบบาตรและจีวรคืน เมื่อเป็นเช่นนั้น ข้าพระองค์ทั้งหลายจึงพาเธอมา"

โดย ศาลาธรรม [1 มิ.ย. 2552 , 14:28:41 น.] ( IP = 125.27.172.214 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

พระบรมศาสดาตรัสว่า "ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย เหตุไรพวกเธอจึงได้บอกศีลแก่ภิกษุนี้มากนักเล่า ภิกษุนี้อาจรักษาได้เท่าใด ก็พึงรักษาเท่านั้นแหละ ตั้งแต่นี้ไป พวกเธออย่าได้พูดอะไรกับภิกษุนี้เลย ตถาคตเท่านั้นจักรู้ถึงการที่ควรทำ

แล้วตรัสกับภิกษุนั้นว่า "มาเถิดภิกษุ เธอจะต้องการศีลมาก ๆ ทำไมเล่า เธอจะสามารถรักษาศีล ๓ ประเภทเท่านั้นได้หรือไม่ ? "

ภิกษุนั้นกราบทูลว่า "ข้าแต่พระองค์ ผู้เจริญ ข้าพระองค์อาจรักษาได้พระเจ้าข้า"

มีพระพุทธดำรัสว่า "ถ้าเช่นนั้น ตั้งแต่บัดนี้ เธอจงรักษาทวารทั้ง ๓ ไว้ คือกายทวาร วจีทวาร มโนทวาร อย่ากระทำกรรมชั่วด้วยกาย อย่ากระทำกรรมชั่วด้วยวาจา อย่ากระทำกรรมชั่วด้วยใจ ไปเถิด อย่าสึก เลย จงรักษาศีล ๓ ข้อ เหล่านี้เท่านั้นเถิด "

ด้วยพระพุทธดำรัสเพียงเท่านี้ ภิกษุนั้นก็มีใจยินดี กราบทูลว่า "ดีละพระเจ้าข้า ข้าพระองค์จักรักษาศีล ๓ เหล่านี้ไว้" จากนั้นก็ถวายบังคมพระศาสดากลับไปพร้อมกับอาจารย์และพระอุปัชฌาย์ทั้งหลาย

เมื่อภิกษุนั้นได้บำเพ็ญศีลทั้ง ๓ เหล่านั้นอยู่จึงได้สำนึกว่า ศีลที่อาจารย์และอุปัชฌาย์บอกแก่เรา ก็มีเท่านี้เอง แต่ท่านเหล่านั้นไม่อาจให้เราเข้าใจได้ เพราะท่านไม่ใช่พระพุทธเจ้า

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงจัดศีลทั้งหมดนี้เข้าไว้ในทวาร ๓ เท่านั้น ให้เรารับเอาไว้ได้ เพราะพระองค์เป็นพระพุทธเจ้าทรงรู้ดี และเพราะพระองค์เป็นพระธรรมราชาชั้นยอด พระองค์ทรงเป็นที่พำนักของเราแท้ ๆ เมื่อคิดดังนี้แล้วก็เจริญวิปัสสนาและดำรงอยู่ในพระอรหัตผลโดยใช้เวลาเพียง ๒ - ๓ วันเท่านั้น

โดย ศาลาธรรม [1 มิ.ย. 2552 , 14:29:11 น.] ( IP = 125.27.172.214 : : )


  สลักธรรม 2

ภิกษุทั้งหลายทราบความเป็นไปนั้น เมื่อประชุมกันในธรรมสภาก็ต่างนั่งสนทนาถึงพระพุทธคุณว่า "ผู้มีอายุทั้งหลาย ได้ยินว่าภิกษุรูปหนึ่งกล่าวว่า ไม่อาจรักษาศีลทั้งหลายได้ กำลังจะสึก พระศาสดาทรงย่นย่อศีลทั้งหมดโดยส่วน ๓ ให้เธอรับไว้ได้ ให้บรรลุพระอรหัตผลได้ โอ ขึ้นชื่อว่าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย เป็นอัจฉริยมนุษย์ "

พระศาสดาเสด็จมา ตรัสถามว่า ภิกษุทั้งหลายพวกเธอนั่งประชุมสนทนากันด้วยเรื่องอะไร ? ครั้นพวกภิกษุกราบทูลให้ทรงทราบแล้ว ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มิใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้นที่ภาระถึงจะหนักยิ่งเราก็แบ่งโดยส่วนย่อยให้แล้วเป็นดุจของเบา ๆ แม้ในปางก่อนบัณฑิตทั้งหลายได้แท่งทองใหญ่จนไม่อาจจะยกขึ้นได้ เราก็แบ่งออกเป็นส่วนย่อย ๆ แล้วยกไปได้ แล้วทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธกว่า

ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติในกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นชาวนาอยู่ในหมู่บ้านของตำบลหนึ่ง วันหนึ่งกำลังไถที่นาอยู่ในเขตบ้านร้างแห่งหนึ่ง ที่เมื่อก่อนนั้นบ้านหลังนี้เคยมีเศรษฐีผู้สมบูรณ์ด้วยสมบัติผู้หนึ่งมาฝังแท่งทองใหญ่ขนาดโคนขา ยาวประมาณ ๔ ศอกไว้ แล้วก็ตายไป

ไถของพระโพธิสัตว์ไปเกี่ยวแท่งทองนั้นแล้วก็หยุด พระโพธิสัตว์คิดว่า คงจะเป็นรากไม้จึงคุ้ยฝุ่นดู แต่เมื่อเห็นว่าเป็นแท่งทองนั้นแล้ว ก็กลบไว้ด้วยฝุ่น แล้วไถต่อไปทั้งวัน

ครั้นดวงอาทิตย์อัษฎงค์แล้ว จึงเก็บสัมภาระ เช่นแอกและไถ ไว้ ณ ที่สมควรแห่งหนึ่ง แล้วคิดว่าจักแบกเอาแท่งทองไป แต่ก็ไม่สามารถจะยกแท่งทองขึ้นมาได้ จึงแบ่งทองออกเป็น ๔ ส่วน โดยคิดว่า จักเลี้ยงปากท้องส่วนหนึ่ง ฝังไว้ส่วนหนึ่ง ลงทุนส่วนหนึ่ง ทำบุญให้ทานเป็นต้นส่วนหนึ่ง

พอแบ่งออกเป็นส่วนๆ อย่างนี้แล้ว แท่งทองนั้นก็กลายเป็นเหมือนของเบา ๆ จนพระโพธิสัตว์สามารถยกเอาแท่งทองนั้นไปบ้าน แบ่งออกเป็น ๔ ส่วน แล้วกระทำบุญเช่นให้ทานเป็นต้น แล้วก็เวียนว่ายตายเกิดไปตามยถากรรม.

พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้วตรัสพระคาถาว่า

นรชนผู้ใด มีจิตร่าเริงแล้ว มีใจเบิกบานแล้ว
บำเพ็ญธรรมเป็นกุศล เพื่อบรรลุความเกษมจากโยคะ
นรชนนั้น พึงบรรลุความสิ้นสังโยชน์ทุกอย่างได้โดยลำดับ


พระบรมศาสดาทรงยังเทศนาให้จบลงด้วยยอด คือ พระอรหัต ด้วยประการดังนี้แล้ว ทรงประชุมชาดกว่า บุรุษผู้ได้แท่งทองในครั้งนั้น ได้มาเป็นเราตถาคต ฉะนี้แล.

จบ กาญจนักขันธชาดก


โดย ศาลาธรรม [1 มิ.ย. 2552 , 14:29:29 น.] ( IP = 125.27.172.214 : : )


  สลักธรรม 3


กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [1 มิ.ย. 2552 , 16:39:25 น.] ( IP = 124.122.213.58 : : )


  สลักธรรม 4

กราบขอบพระคุณมากค่ะ

โดย น้องอุ๊ [1 มิ.ย. 2552 , 20:13:35 น.] ( IP = 125.24.90.20 : : )


  สลักธรรม 5

กราบขอบพระคุณค่ะที่นำเรื่องดีๆมาให้ได้อ่าน
และอนุโมทนาค่ะ

โดย abctoy - [2 มิ.ย. 2552 , 16:27:23 น.] ( IP = 203.172.175.9 : : 192.168.1.64 )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org