มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


มหาสุทัสสนชาดก ว่าด้วยสังขาร






มหาสุทัสสนชาดก ว่าด้วยสังขาร



เมื่อท่านพระสารีบุตรเถระเจ้าปรินิพพานแล้ว ณ ห้องที่ท่านเกิดในหมู่บ้านนาลกะ วันเพ็ญเดือน ๑๒ และพระมหาโมคคัลลานะปรินิพพานในวันอมาวสี (สิ้นเดือน) ในกาฬปักษ์ของเดือน ๑๒ นั่นเช่นกัน พระศาสดาทรงพระดำริว่า เมื่อคู่อัครสาวกปรินิพพานแล้วอย่างนี้ แม้เราก็จักปรินิพพานในเมืองกุสินารา จึงเสด็จจาริกไปโดยลำดับในเมืองนั้น และเสด็จบรรทมด้วยอนุฏฐานไสยาเหนือพระแท่น ผันพระเศียรทางอุตตรทิศระหว่างไม้รังทั้งคู่

ครั้งนั้น พระอานนทเถระเจ้ากราบทูลวิงวอนพระองค์ว่า "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระผู้มีพระภาคเจ้าอย่าเสด็จปรินิพพาน ในเมืองเล็ก ๆ นี้ เป็นเมืองดอน เป็นเมืองเขิน เป็นเมืองกิ่ง เชิญพระองค์เสด็จปรินิพพาน ณ เมืองมหานคร เมืองใดเมืองหนึ่งซึ่งมีจัมปากะและราชคฤห์เป็นต้น "

พระศาสดาตรัสว่า "อานนท์ เธออย่ากล่าวว่า นครนี้เป็นเมืองเล็ก ๆ เมืองดอน เมืองกิ่ง ครั้งก่อนในรัชกาลแห่งพระเจ้าจักรพรรดิ์สุทัสสนะ เราได้อยู่ในเมืองนี้ ในครั้งนั้นเมืองนี้แวดล้อมด้วยกำแพง ๑๒ โยชน์ เคยเป็นมหานครมาแล้ว"

เมื่อได้ฟังเช่นนั้นพระเถระเจ้าจึงกราบทูลอาราธนา จึงทรงนำเรื่องในอดีตมาเล่า ดังนี้

โดย ศาลาธรรม [2 มิ.ย. 2552 , 12:19:24 น.] ( IP = 125.27.170.157 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ก็ในครั้งนั้น เมื่อพระนางสุภัททาเทวีทอดพระเนตรเห็นพระเจ้ามหาสุทัสสนะเสด็จลงจากปราสาทสุธัมมา เสด็จบรรทมโดยอนุฏฐานไสยาโดยพระปรัสเบื้องขวาเหนือพระแท่นอันสมควร ล้วนแล้วไปด้วยแก้ว ๗ ประการ อันราชบุรุษจัดไว้ในป่าตาลไม่ไกลนัก จึงกราบทูลว่า "ข้าแต่พระทูลกระหม่อม พระนครแปดหมื่นสี่พัน มีราชธานีกุสาวดี เป็นประมุขเหล่านี้ เป็นของทูลกระหม่อมโปรดพอพระทัยในพระนครเหล่านี้เถิด"

พระเจ้ามหาสุทัสสนะตรัสว่า "เทวี อย่าได้พูดอย่างนี้เลย จงตักเตือนเราอย่างนี้เถิดว่า พระองค์จงกำจัดความพอใจในพระนครเหล่านี้เสียให้จงได้เถิด อย่าทรงกระทำความเพ่งเล็งเลย"

พระเทวีทูลถามว่า "เพราะเหตุไรเล่า พระเจ้าข้า ?"

พระเจ้ามหาสุทัสสนะตรัสว่า "เพราะเราจักต้องตายในวันนี้"

ทันใดนั้นพระเทวีทรงพระกรรแสงเช็ดพระเนตร เหล่าสตรีแปดหมื่นสี่พันนางที่เหลือก็พากันร้องไห้ร่ำไร และแม้ในหมู่อำมาตย์เสนาก็ไม่อาจอดกลั้นความโศกไว้ได้แม้แต่คนเดียว ต่างก็ร้องไห้ระงมทั่ว

พระโพธิสัตว์ห้ามคนทั้งหมดว่า "อย่าเลยพนาย อย่าได้ส่งเสียงคร่ำครวญไปเลย เพราะสังขารที่ชื่อว่า เที่ยง แม้เท่าเมล็ดงาไม่มีเลย ทุกอย่างไม่เที่ยง มีความแตกดับเป็นธรรมดาทั้งนั้น"

และเมื่อจะทรงสั่งสอนพระเทวี จึงตรัสพระคาถาความว่า

"สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ

มีความเกิดขึ้น และความเสื่อมไปเป็นธรรมดา เกิดขึ้นแล้วก็ดับไป

การเข้าไประงับสังขารเหล่านั้น เสียได้เป็นสุข"

โดย ศาลาธรรม [2 มิ.ย. 2552 , 12:19:47 น.] ( IP = 125.27.170.157 : : )


  สลักธรรม 2

" ดูก่อนสุภัททาเทวีผู้เจริญ สังขารทั้งหลายมีขันธ์และอายตนะเป็นต้นนี้ อันปัจจัยมาประชุมก่อกำเนิดไว้ทั้งหมดนั้น ชื่อว่าไม่เที่ยงไปทั้งหมด

เพราะบรรดาสังขารเหล่านี้ รูป ไม่เที่ยง ฯลฯ วิญญาณไม่เที่ยง จักษุไม่เที่ยง ฯลฯ ธรรมทั้งหลาย ไม่เที่ยง รวมความว่าสิ่งที่ยังความยินดีให้เกิด ทั้งที่มีวิญญาณและหาวิญญาณมิได้ มีอะไรบ้าง สิ่งนั้นทั้งหมดไม่เที่ยงทั้งนั้น

ด้วยเหตุนี้จงกำหนดถือเอาว่า สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ เพราะเป็นอุปปาทวยธรรม คือ เพราะสังขารเหล่านี้ทั้งหมดมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดาด้วย และมีความเสื่อมเป็นธรรมดาด้วย ล้วนมีความเกิดขึ้นและความแตกดับเป็นสภาวะทั้งนั้น เพราะเหตุนั้น บัณฑิตพึงทราบเถิดว่าเป็นของไม่เที่ยง

ก็เพราะไม่เที่ยงจึงเกิดแล้วก็ดับ คือแม้จะเกิดแล้วถึงความดำรงอยู่ได้ ก็ต้องดับทั้งนั้น แท้จริงสังขารเหล่านี้ ทุกอย่างกำลังเกิด ชื่อว่าย่อมเกิดขึ้น กำลังสลายชื่อว่าย่อมดับ

เมื่อความเกิดขึ้นแห่งสังขารเหล่านั้น มีอยู่ ชื่อว่า ฐีติ จึงมีได้ เมื่อ ฐีติมีอยู่ ชื่อว่า ภังคะ จึงมีได้ เพราะเมื่อสังขารไม่เกิดขึ้น ฐีติก็มีไม่ได้ ฐีติขณะปรากฏแล้ว ชื่อว่าความไม่แตกดับ ก็ไม่มี เพราะฉะนั้น สังขารแม้ทั้งหมด ถึงขณะทั้ง ๓ แล้ว ก็ย่อมดับไปในขณะนั้น ๆ เอง

เพราะเหตุนั้น สังขารเหล่านี้ทั้งหมดจึงเป็นของไม่เที่ยง เป็นไปชั่วขณะ เป็นสิ่งเปลี่ยนแปลงได้ ไม่ยั่งยืน เปื่อยเน่า หวั่นไหว โยกคลอน ตั้งอยู่ได้ไม่นาน แปรผันได้ เป็นของชั่วคราว ไร้สาระ เป็นเช่นกับของหลอกลวง พยับแดด และฟองน้ำ ด้วยอรรถว่าเป็นของเป็นไปชั่วขณะ

โดย ศาลาธรรม [2 มิ.ย. 2552 , 12:20:06 น.] ( IP = 125.27.170.157 : : )


  สลักธรรม 3

ดูก่อนสุภัททาเทวีผู้เจริญ เพราะเหตุไรเธอจึงยังสุขสัญญา (ความสำคัญว่าเป็นสุข) ให้บังเกิดขึ้นในสังขารทั้งหลายเหล่านั้นเล่า อย่าได้ถือเอาอย่างนั้นเลย

ดูก่อนพระนางสุภัททาเทวีผู้เจริญ สภาพที่ชื่อว่าระงับเสียซึ่งสังขารเหล่านั้น เพราะระงับดับเสียได้ซึ่งวัฏฏะทั้งมวล ได้แก่พระนิพพาน และพระนิพพานนี้อย่างเดียวเท่านั้น ชื่อว่าเป็นสุขโดยส่วนเดียว อื่น ๆ ที่จะชื่อว่า เป็นสุขไม่มีเลย"

พระเจ้ามหาสุทัสสนะทรงถือเอายอดแห่งเทศนาด้วยอมตมหานิพพาน ด้วยประการฉะนี้แล้ว ทรงประทานโอวาทแก่มหาชนที่เหลือว่า "ท่านทั้งหลาย จงให้ทาน จงรักษาศีล จงกระทำอุโบสถกรรม"

พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดกว่า สุภัททาเทวีในครั้งนั้นได้มาเป็นราหุลมารดา ขุนพลแก้วได้มาเป็นพระราหุล ส่วนพระเจ้ามหาสุทัสสนะ ได้มาเป็นเรา ตถาคตฉะนี้แล.


จบ มหาสุทัสสนชาดก



โดย ศาลาธรรม [2 มิ.ย. 2552 , 12:20:23 น.] ( IP = 125.27.170.157 : : )


  สลักธรรม 4

เมืองกุสินารา แต่ก่อนนั้นชื่อว่า กุสาวดี แม้แต่เมืองใหญ่ยังกลายเป็นเมืองเล็ก

แม้แต่คนเด็กก็ยังกลายเป็นผู้ใหญ่ มันเป็นสัจจธรรม เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป จากกฏธรรมดา กลายเป็นกฏธรรมชาติ จากกฏธรรมชาติกลายเป็นกฏไตรลักษณ์ จากไตรลักษณ์ กลายเป็น สัจจธรรม จากสัจจธรรม กลายเป็น อริยสัจจ์ จากอริยสัจจ์ ก็กลายเป็นตำนาน จากตำนานก็กลายเป็นเรื่องเล่าขาน และกลายเป็นสภาพที่ต้องสร้างบารมีเพื่อตรัสรู้

ฉะนั้นจึงมีความสำคัญมาก ควรนำมาประดับไว้ในจิตใจ อาจารย์นั้นนำความจริงมาให้มาเป็นเครื่องนำทางชีวิต สร้างสรร ความจริงให้คงอยู่คู่โลกา สาธุ สาธุ สาธุ

โดย Thangsomejang [2 มิ.ย. 2552 , 17:52:00 น.] ( IP = 124.122.13.249 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org