มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


หลักการศึกษาในพระพุทธศาสนา




หลักการศึกษาในพระพุทธศาสนา

โดย รังสีธรรม ธรรมโฆษ‏


ตามหลักพระพุทธศาสนา ปุถุชน (คนธรรมดาทั่วไป) ทุกคนมีอวิชชา (ความไม่รู้ความจริง) เป็นพื้นฐานของจิตใจ ความไม่รู้ทำให้เกิดความหลง (โมหะ) และความหลง ทำให้เกิดความเห็นผิด (มิจฉาทิฏฐิ) ความเห็นผิด ทำให้คิดผิด (มิจฉาสังกัปปะ) พูดผิด (มิจฉาวาจา) ทำผิด (มิจฉากัมมันตะ) ต่อจากนั้นผลร้ายก็เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นหลักใหญ่ของพระพุทธศาสนา จึงมุ่งสร้างความรู้ขึ้นกำจัดความไม่รู้ มุ่งสร้างแสงสว่างขึ้นกำจัดความมืด ผู้ที่กำจัดความไม่รู้อย่างเด็ดขาดแล้ว ท่านเรียกว่า “พุทธะ” แปลว่าผู้รู้แล้ว หรือผู้ตื่นแล้ว พระพุทธศาสนาจึงเป็นศาสนาแห่ง “การศึกษา” อย่างแท้จริง

ตามหลักจิตวิทยาแห่งการศึกษา การเรียนรู้ที่แท้จริง ต้องเป็นการเรียนรู้ชนิดที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง (To learn is to change) ภายในตัวของผู้เรียนรู้ ไม่ได้หมายถึงการรับรู้ และจำข้อเท็จจริงต่างๆ ไว้ได้เท่านั้น เพราะการจำข้อเท็จจริงได้มากๆ จะไม่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางดี ภายในตัวผู้จำได้แต่อย่างใด เพราะฉะนั้น พระพุทธเจ้าจึงทรงเรียกคนที่จำได้มากๆ แต่ไม่มีอะไรดีขึ้นว่า “โฆษบุรุษ” (คนเปล่าคนว่าง คนหาความดีมิได้) บ้าง “ตุจฉโปฐิละ” (คนแบกคัมภีร์เปล่า) บ้าง

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [4 มิ.ย. 2552 , 07:42:31 น.] ( IP = 58.9.141.23 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

(การตรัสรู้) พระองค์ทรงเป็นมนุษย์ธรรมดา แต่หลังจากตรัสรู้แล้ว พระองค์ได้เปลี่ยนแปลงไปจากคนธรรมดาอย่างสิ้นเชิง ผลอันเห็นได้ชัดที่เกิดจากการ “เรียนรู้” ของพระองค์ ก็คือจิตใจของพระองค์สว่างไสวด้วยปัญญา (พระปัญญาคุณ) ความไม่รู้ ความหลง ความเข้าใจผิด ความคิดผิด การพูดผิด การกระทำผิดหายไปหมดสิ้น ทำให้พระองค์สะอาดบริสุทธิ์ทั้งกาย วาจา ใจ (พระวิสุทธิคุณ)

เมื่อพระองค์บริสุทธิ์สะอาดแล้ว ก็มีน้ำพระทัยสงบสุขอย่างยิ่ง และเมื่อหันไปมองดูหมู่มนุษย์ที่ยังกระเสือกกระสนดิ้นรนอยู่ในทะเลทุกข์ ก็เกิดความสงสารเห็นใจ ปรารถนาจะช่วยให้พ้นจากความทุกข์ และได้เสด็จไปช่วยมนุษย์ทุกชาติชั้น วรรณะ จนกระทั่งวาระสุดท้ายแห่งพระชนมชีพ(พระมหากรุณาคุณ)

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [4 มิ.ย. 2552 , 07:44:39 น.] ( IP = 58.9.141.23 : : )


  สลักธรรม 2

การเรียนรู้ตามหลักพระพุทธศาสนา พอจะแบ่งออกได้เป็น ๓ ระดับ จากต่ำไปหาสูง ดังนี้

๑. การเรียนรู้ด้วยปัญญา หมายถึงการได้ยิน ได้ฟัง แล้วจดจำไว้ได้ เช่น ได้ฟังพระท่านเทศน์ว่า อริยสัจ ๔ คือทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์ ความดับเหตุทุกข์ ทางปฏิบัติเพื่อดับเหตุทุกข์ แล้วก็จำได้ขึ้นได้ การเรียนรู้ในระดับนี้เป็นแบบ “นกแก้ว นกขุนทอง” เท่านั้น ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงน้อยมาก หรือไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย

๒. การเรียนรู้ด้วยทิฏฐิ เป็นการเรียนรู้ความจริง ด้วยการคิดใคร่ครวญไตร่ตรอง เปรียบเทียบอย่างลึกซึ้งพอสมควร จนเกิดความรู้ความเข้าใจ อย่างละเอียด กว้างขวางและลึกซึ้ง การเรียนรู้ระดับนี้ จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในได้มาก จะทำให้ผู้รู้เกิดทัศนคติใหม่ต่อสิ่งนั้นๆ ตัวอย่างเช่น เมื่อได้ฟังพระเทศน์เรื่องอริยสัจแล้ว ก็นำมาพิจารณาใคร่ครวญเปรียบเทียบกับตนเอง จนเห็นแน่ชัดว่าอริยสัจมีอยู่ในตน มีทัศนคติใหม่ต่อชีวิต และทัศนคตินี้จะนำไปสู่การวิจัยวิจารณ์อย่างกว้างขวางในเรื่องนั้นๆ ต่อไปอย่างไม่มีวันถอยกลับ

พระพุทธเจ้าเมื่อยังเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ ทรงเห็นทุกข์ด้วยทิฏฐิแล้ว พระองค์ก็มีทัศนคติใหม่ต่อชีวิตและทัศนคติเอง นำพระองค์ไปสู่การสละโลกียสงฆ์ การออกบวช การปฏิบัติอย่างถวายชีวิต และการตรัสรู้ความจริงในที่สุด

๓. การเรียนรู้ด้วยญาณ เป็นการเรียนรู้ด้วยดวงปัญญาอันบริสุทธิ์สะอาดที่เกิดจากการทำสมาธิจนจิตสงบ และบริสุทธิ์ปราศจากตะกอนจิต (นิวรณ์ ๕ ประการ คือความยินดีพอใจในกาม ความขุ่นเคืองใจ ความง่วงงุนเซื่องซึม ความฟุ้งซ่านรำคาญ และความสงสัยลังเล) เมื่อผู้ปฏิบัตินำดวงปัญญาอันบริสุทธิ์เช่นนั้น ไปพิจารณาสิ่งใด ย่อมเกิดความรู้จริงเห็นแจ้งสิ่งนั้นอย่างทะลุปรุโปร่งแจ่มแจ้งชัดเจนทุกแง่ทุกมุม ความรู้ชนิดนี้ จะสามารถเปลี่ยนแปลงคนธรรมดาให้เป็น “พุทธะ” ได้ พระโพธิสัตว์ได้ “เรียนรู้” อริยสัจอย่างแจ่มแจ้งชัดเจนในวันตรัสรู้ เพราะอาศัยความรู้ระดับญาณนี้

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [4 มิ.ย. 2552 , 07:48:56 น.] ( IP = 58.9.141.23 : : )


  สลักธรรม 3

อีกประการหนึ่ง การศึกษาที่สมบูรณ์ตามหลักพระพุทธศาสนา ต้องประกอบพร้อมด้วยองค์ ๓ คือ

๑. ปริยัติ การศึกษาเล่าเรียน เพื่อให้รู้ว่าอะไรเป็นอะไรอย่างแจ่มแจ้งชัดเจน แม้การศึกษาเล่าเรียนนี้ก็ต้องผ่านขั้นต่างๆ ดังต่อไปนี้ จึงจะเป็นการศึกษาเล่าเรียนที่สมบูรณ์ คือ

ก. สุตา การฟัง หมายถึงการรับรู้ข้อเท็จจริงต่างๆ จากแหล่งความรู้ (authority) ในสมัยปัจจุบัน ต้องรวมถึงการอ่านหนังสือ และการดูภาพต่างๆ ด้วย (ในสมัยพุทธกาล การใช้หนังสือยังไม่เจริญแพร่หลาย คนเรียนรู้โดยวิธีฟังเป็นพื้น ท่านจึงใช้คำว่า “สุตะ” แทนการรับเอาความรู้ คนที่มีความรู้มาก ท่านก็ใช้คำว่าพหูสุต แปลว่า ผู้ได้ยินได้ฟังมาก)

ข. ธตา ทรงจำไว้ได้ หมายความว่า เมื่อได้ยินได้ฟังแล้ว ต้องพยายามจำไว้ในใจให้ได้

ค. วจสา ปริจตา เมื่อจำไว้ด้วยใจแล้ว ต้องท่องจำด้วยปาก จนสามารถว่าปากเปล่าได้ตั้งแต่ต้นจบจบ (ในการท่องจำขึ้นใจ ต้องใช้ความอุตสาหะวิริยะอย่างแรงกล้า คนสมัยนี้จึงไม่นิยมใช้ อีกทั้งมีหนังสืออ้างอิงมาก เมื่อต้องการทราบเรื่องใดก็เปิดดูได้ทันที แต่สมัยโบราณไม่มีหนังสือ คนจึงจำต้องท่องจำเก็บความรู้ไว้ในสมอง แล้วก็ถ่ายทอดให้คนอื่นด้วยปาก คำสอนของพระพุทธเจ้าเองได้รับการท่องจำ และถ่ายทอดต่อๆ กันมาด้วยปาก จนถึงประมาณ ๕๐๐ ปี หลังพุทธปรินิพพาน จึงมีการจารึกลงในใบลาน

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [4 มิ.ย. 2552 , 07:52:51 น.] ( IP = 58.9.141.23 : : )


  สลักธรรม 4

การศึกษา ๓ ขั้นแรกนี้ เป็นเพียงการเรียนรู้ด้วยสัญญา

ง. มนสานุเปกขิตา ตามศัพท์แปลว่า การเพ่งด้วยใจ หมายถึงการพิจารณาใคร่ครวญความรู้ที่จำไว้ได้นั้นอีกครั้งหนึ่ง

จ. ทิฏฐิยา สุปฏิวิทธา ตามศัพท์แปลว่า การแทงตลอดด้วยทิฏฐิ หมายถึงการรู้เห็นความจริงของความรู้ที่จดจำไว้ได้นั้น อย่างแจ่มแจ้งชัดเจนกว้างขวางยิ่งขึ้น

การศึกษา ๒ ขั้นหลังนี้ เป็นการเรียนรู้ด้วยทิฏฐิ สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายใน แก่ผู้เรียนรู้ได้อย่างมาก

๒. ปฏิบัติ หมายถึงการนำเอาสิ่งที่จดจำไว้ได้ และเข้าใจแจ่มแจ้งแล้วนั้นมาประยุกต์กับ กาย วาจา ใจของตน เช่นเมื่อเรียนรู้เรื่องศีล ๕ แล้ว ก็ปฏิบัติตามศีล ๕ นั้นจริงๆ เมื่อเรียนรู้พรหมวิหาร ๔ แล้ว ก็สร้างพรหมวิหารให้เกิดมีขึ้นในตน

๓.ปฏิเวธ หมายถึงการรู้แจ้งแทงตลอดด้วยอำนาจญาณ อันเป็นผลของการปฏิบัติ แต่ปฏิเวธในระดับต่ำ หมายถึงผลอันเกิดจากการปฏิบัติ เช่น รักษาศีล ทำให้จิตใจสงบสุข ไม่มีเวรมีภัยเป็นต้น

ตามหลักพระพุทธศาสนา การศึกษาจะต้องพร้อมด้วยปริยัติ ปฏิบัติและปฏิเวธ จึงจะเป็นการศึกษาที่สมบูรณ์แบบ ได้ผลสมความมุ่งหมายของการศึกษาอย่างแท้จริง ถ้าเราพิจารณาดูด้วยจิตใจอันเป็นธรรม จะเห็นได้ทันทีว่า หลักการศึกษาทางพระพุทธศาสนา ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้กว่า ๒๕ ศตวรรษมาแล้วยังทันสมัยใช้ได้อยู่จนกระทั่งบัดนี้


โดย พี่เณร...นำมาฝาก [4 มิ.ย. 2552 , 07:57:30 น.] ( IP = 58.9.141.23 : : )


  สลักธรรม 5




เข้ามารับความรู้ ขอบพระคุณมากค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [4 มิ.ย. 2552 , 13:16:12 น.] ( IP = 125.27.179.154 : : )


  สลักธรรม 6

อาจารย์ได้นำเรื่องราวมาฝาก ทุกวันๆๆ ขอให้สุขสันต์ตลอดกาลนะครับ

โดย Missu [4 มิ.ย. 2552 , 22:31:38 น.] ( IP = 124.121.52.110 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org