มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เกิดๆ ดับๆ




เกิดๆ ดับๆ

โดย รังสีธรรม ธรรมโฆษ‏


ในตรอกบ้านข้าพเจ้า มียายแก่คนหนึ่งอาศัยอยู่ แกมีพฤติกรรมหลายอย่าง ที่ส่อว่าเป็นคนเสียจริต ทุกๆ วันพระ แกจะออกมาที่วัด พร้อมด้วยหมวกกะโล่และกระเช้าใบเล็ก แล้วก็เดินไปมาตามถนน พลางส่งเสียงด่าทอใครคนหนึ่งให้ขรมไปหมด ไม่มีใครทราบว่า ชายคนที่แกด่านั้นคือใคร อยู่ที่ไหน เป็นอะไรกับยายแก่คนนั้น บางทีอาจเป็นชายในความฝัน หรือในความรู้สึกอันผิดปกติของแกก็ได้

แม้แต่เสียงดังและภาษาอันหยาบคายของแก จะเป็นที่รบกวนมาก ก็ไม่ปรากฏว่ามีใครเอาใจใส่กับแก แกด่าอยู่จนกระทั่งรู้สึกเหนื่อยเป็นเวลา ๓๐ นาที แล้วก็กลับเข้าไปในตรอก วันพระใหม่มาถึง แกก็ปรากฏตัวออกมาให้เห็นอีก

ได้ยินมาว่า ครั้งหนึ่ง ยายแก่ผู้น่าสงสารนี้เคยเป็นคนมีฐานะดี และมีตระกูลสูง ต่อมาได้ประสบกับความวิบัติลงโดยปัจจุบันทันด่วน ด้วยความเสียอกเสียใจอย่างใหญ่หลวง เลยกลายเป็นคนเสียจริตมาจนกระทั่งบัดนี้

เรื่องทำนองเดียวกันนี้ ได้เกิดขึ้นแล้วในสมัยพระพุทธเจ้า นางปฏจาราธิดาเศรษฐีแห่งนครสาวัตถี ได้ประสบมหันตทุกข์ เพราะสามีของนางถูกงูกัดตาย ลูกคนเล็กถูกเหยี่ยวเฉี่ยวเอาไป ลูกคนโตถูกกระแสน้ำในแม่น้ำอจิรวดีพัดพาไป พ่อแม่และพี่ชายถูกปราสาทพังทับตายในพายุใหญ่ นางเสียใจร้องไห้ เดินไปทั่วนครสาวัตถีด้วยตัวอันเปล่าเปลือย ฝูงชนเห็นนางแล้วพากันร้องว่า “หญิงบ้า หญิงบ้า” พลางหยิบฝุ่นและขยะมูลฝอยมาโรยลงบนศีรษะของนาง บ้างก็ขว้างปา นางด้วยก้อนหินและท่อนไม้

วันหนึ่ง นางเดินพลัดเข้าไปในพระเชตวันมหาวิหารในขณะที่พระพุทธเจ้ากำลังทรงแสดงธรรมแก่บริษัท ด้วยอำนาจแห่งพุทธานุภาพ นางกลับได้สติหายจากความบ้า และตอนหลังได้บรรลุพระอรหัตตผล

ได้ทราบว่า มีคนเป็นจำนวนมากที่ได้ประสบโชคลาภอันยิ่งใหญ่เข้าโดยทันใดแล้วเกิดความดีอกดีใจจนเกินขอบเขต เลยเสียจริตผิดมนุษย์ไป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [5 มิ.ย. 2552 , 08:34:50 น.] ( IP = 58.9.149.29 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

จากอุทาหรณ์ดังกล่าวมานี้ ชวนให้คิดว่า ทำไมคนจึงกลายเป็นบ้าไป ในเมื่อเกิดความดีใจเกินไป หรือเสียใจเกินไป? พยายามคิดค้นหาคำตอบมานาน แต่ยังไม่เป็นที่พอใจ

จนกระทั่งวันหนึ่ง ขณะที่กำลังเรียนจิตวิทยาตอนที่ว่าด้วยระบบประสาท (nervous system) อาจารย์อธิบายว่า ตามผิวหนังทั่วไปมีปลายประสาทสำหรับรับสัมผัส (sensory nerves) ชนิดต่างๆ ดารดาษอยู่มากมาย เมื่อมีวัตถุมากระทบผิวหนังเข้า คนจะรู้สึกว่าถูกกระทบ และรู้ถึงคุณภาพต่างๆ ของวัตถุนั้นด้วย ถ้าวัตถุนั้นมีอุณหภูมิเท่ากับอุณหภูมิของร่างกาย คนจะไม่รู้สึกร้อนเลย

ถ้าวัตถุนั้นมีอุณหภูมิสูงกว่าของร่างกายนิดหน่อย คนจะรู้สึกอุ่น ถ้าอุณหภูมิของวัตถุนั้นสูงกว่าของร่างกายมาก คนจะรู้สึกร้อนจัดจนทนไม่ไหว และผิวหนังจะถูกไหม้เกรียมไป แต่ถ้าเอาเหล็กที่มีอุณหภูมิเท่าร่างกายมานาบไว้กับผิวหนังแห่งใดแห่งหนึ่ง แล้วค่อยๆ เพิ่มอุณหภูมิให้แก่เหล็กนั้นทีละน้อย จนกระทั่งเหล็กนั้นร้อนจัด คนก็จะไม่รู้สึกร้อน และผิวหนังก็ไม่ได้รับอันตราย เหมือนเมื่อจู่ๆ ก็เอามานาบทันที

เหตุผลแห่งปรากฏการณ์อันนี้ก็คือว่า การเพิ่มความร้อนขึ้นทีละน้อยนั้น เป็นการให้โอกาสแก่ความร้อน ที่จะไหลเข้าสู่ผิวหนังโดยวิธีการนำความร้อน (conduction) ทำให้ผิวหนังกับเหล็กมีอุณหภูมิเท่ากัน หรือใกล้เคียงกันอยู่ตลอดเวลา ผิวหนังหรือประสาทก็จะเคยชินกับความร้อนระดับต่างๆ ไปโดยระดับ ฉะนั้น คนจึงไม่รู้สึกร้อน

จากข้อเปรียบเทียบนี้ จึงเห็นได้ว่า กระบวนการเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งสำคัญมาก ถ้าการเปลี่ยนแปลงเป็นไปอย่างรวดเร็วโดยปัจจุบันทันด่วน เช่นวันนี้เป็นเศรษฐีมีทรัพย์สมบัติ มีเครื่องให้ความสุขความสบายทุกอย่าง พรุ่งนี้กลับประสบความหายนะ หมดเนื้อหมดตัวลงทันทีทันใด หรือวันนี้เป็นกรรมกรหาเช้ากินค่ำ พรุ่งนี้เกิดประสบโชคลาภอันยิ่งใหญ่เข้า โดยประการใดประการหนึ่ง เกิดเป็นเศรษฐีขึ้นมา เช่นนี้จิตใจจะได้รับความกระทบกระเทือนมาก จนอาจเสีย
จริตไปอย่างนางปฏาจาราก็ได้

เปรียบเหมือนเอาเหล็กที่กำลังร้อนจัดมานาบเข้าที่ผิวหนังทันที ย่อมจะได้รับอันตราย ถ้าการเปลี่ยนแปลงค่อยเป็นไปทีละน้อย จิตใจจะไม่ได้รับความกระทบกระเทือนมากนัก แม้จะเป็นการเปลี่ยนจากสูงที่สุดถึงต่ำที่สุด หรือจากต่ำที่สุดถึงสูงก็ตาม เปรียบเหมือนการค่อยๆ เพิ่มความร้อนให้แก่เหล็ก ที่นาบสนิทอยู่ที่ผิวหนัง แม้เหล็กจะร้อนจัด ผิวหนังก็จะไม่รับอันตรายแต่อย่างใด

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [5 มิ.ย. 2552 , 08:39:38 น.] ( IP = 58.9.149.29 : : )


  สลักธรรม 2

การเปลี่ยนแปลงโดยปัจจุบันทันด่วน น่าจะส่งผลร้ายให้แก่จิตใจมากกว่าผลดี แต่คนส่วนมากก็ยังนิยมการเปลี่ยนแปลงแบบนี้อยู่ ทำการค้าก็อยากจะเป็นเศรษฐีในวันเดียว เรียนหนังสือก็อยากสำเร็จชั้นสูงสุดในวันเดียว ปฏิบัติธรรมก็อยากจะบรรลุพระนิพพานในวันเดียว

การทำอะไรสำเร็จในวันเดียวเป็นการดีแน่นอน ถ้าคนมีจิตใจมั่นคงแข็งแรง หรืออยู่ในสภาพ “เตรียมพร้อม” ที่จะรับรองการเปลี่ยนแปลงโดยปัจจุบันทันด่วนแบบนี้

ดังนั้น คุณสมบัติ คือ “การเตรียมพร้อม” แห่งจิตใจจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่สามัญชนทั่วไปควรมี “การเตรียมพร้อม” จำเป็นในทุกกรณี

กองทหารที่ขาดการเตรียมพร้อม เมื่อถูกข้าศึกโจมตีย่อมเสียขวัญเสียระเบียบอาจถูกตีให้แตกพ่ายได้ง่าย คนทุกคนเป็นทหาร สำหรับต่อต้านกับสิ่งแวดล้อมอยู่ตลอดเวลา ทุกคนจะต้องถูกโจมตรีโดยการเปลี่ยนแปลงแบบปัจจุบันทันด่วนไม่วันใดก็วันหนึ่ง ถ้าไม่เตรียมพร้อมไว้จะเสียขวัญถึงกับเป็นคนเสียจริตไป

พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งการเตรียมพร้อม ยอดคำสอนของพุทธศาสนาคือ “ความไม่ประมาท” ไม่เผลอ มีสติรอบคอบ รู้สึกตัวอยู่เสมอ

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [5 มิ.ย. 2552 , 08:43:50 น.] ( IP = 58.9.149.29 : : )


  สลักธรรม 3

นอกจากความตื่นตัวอยู่เสมอแล้ว ยังต้องทราบ “ความจริง” ของสรรพสิ่งด้วย ถ้าตื่นตัวแล้ว แต่ยังไม่ทราบความจริง ก็เท่ากับตื่นแล้ว แต่ยังไม่ลืมตาชื่อว่ายังไม่เตรียมพร้อมอย่างแท้จริง

ความจริงของสิ่งทั้งหลายรวมทั้งตัวเราด้วย คือ อนิจจตา ความไม่เที่ยง ทุกสิ่งทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ทั้งโดยปัจจุบันทันด่วน และค่อยเป็นค่อยไป

ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมตกอยู่ใต้กฎแห่งธรรมชาติ คือ “เกิด-ดับ” สิ่งใดเกิดขึ้น มีขึ้น ปรากฏขึ้นแล้ว สิ่งนั้นจะต้องดับ ไม่เร็วก็ช้า บางคนรู้กฎข้อนี้ดี แต่ก็ยังรู้สึกสะเทือนใจอยู่มากๆ เมื่อประสบกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ การรู้โดยได้ยินได้ฟังมาแล้ว จำได้เท่านั้นยังไม่เพียงพอ สำหรับการ “เตรียมพร้อม” ต้องมีความ “เข้าใจ” อย่างลึกซึ้งด้วย

เข้าใจในที่นี้หมายถึงการที่กฎว่า “เกิด-ดับ” เข้ามาสิงสถิตอยู่ในจิตใจทุกเวลา และแสดงตัวออกป้องกันจิตใจทันที ที่เห็นการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ตั้งแต่เล็กน้อยที่สุดถึงใหญ่ที่สุด เมื่อเห็นสิ่งใดเกิดขึ้น ก็คิดสาวไปถึงความดับของสิ่งนั้นทันที เมื่อเห็นสิ่งใดดับลง ก็คิดสาวไปถึงความเกิดของสิ่งนั้น พูดง่ายๆ ว่า ให้เห็นความเกิดกับความดับในเวลาเดียวกัน

สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก องค์ปัจจุบันได้ทรงนิพนธ์ไว้ในหนังสือศาสนาโดยประสงค์ ในคำตอบคำถามที่ ๒๕ อย่าง น่าฟังว่า “ถ้าเห็นเกิดกับเห็นดับในที่อันเดียวกันพร้อมกันแล้ว ความยินดีหรือความยินร้าย ถึงจะมีก็ไม่มาก เปรียบเหมือนดังใครคนหนึ่ง หรืออะไรสิ่งหนึ่ง ซึ่งแม้จะดีหรือราคาแพงมาอยู่กับเรา และบอกเราเสมอว่า อีก ๗ วัน หรือเท่าไรก็ตามเขาจักไปแน่ เราก็เชื่อแน่ และรู้สึกอยู่เช่นนั้นเสมอ เมื่อคนหรือสิ่งนั้นมาอยู่กับเราเราจะยินดีสักเท่าไร และเมื่อจากไป เราจะเสียใจสักเท่าไร แม้จะมีคงไม่มากนัก เว้นไว้แต่จะลืมตัวเสีย”

สรุปความว่า การเปลี่ยนแปลงฐานะจากสูงที่สุดลงสู่ต่ำที่สุด หรือจากต่ำที่สุดขึ้นสู่สูงที่สุดโดยปัจจุบันทันด่วน ทำให้คนดีใจมากเกินไปหรือเสียใจมากเกินไป จนกระทั่งจิตใจเสียปกติภาพ กลายเป็นคนวิกลจริตไป วิธีป้องกันที่ได้ผลและไม่ต้องลงทุนลงแรงอะไร ก็คือการหยั่งทราบถึงความไม่เที่ยงของสิ่งทั้งปวง ฉะนั้น ควรบริกรรมคำว่า “เกิด-ดับ” เสมอทุกๆ โอกาส


โดย พี่เณร...นำมาฝาก [5 มิ.ย. 2552 , 08:50:26 น.] ( IP = 58.9.149.29 : : )


  สลักธรรม 4



กราบขอบพระคุณมากค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [5 มิ.ย. 2552 , 18:24:57 น.] ( IP = 61.90.67.15 : : )


  สลักธรรม 5

คุและนุโมค่

โดย พี่ดา [10 มิ.ย. 2552 , 10:57:51 น.] ( IP = 124.121.171.23 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org