มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


นฬปานชาดก ว่าด้วยการพิจารณา






นฬปานชาดก ว่าด้วยการพิจารณา


ครั้งนั้น ภิกษุทั้งหลายอาบน้ำในสระโบกขรณีชื่อว่า นฬกปานะ แล้วให้พวกสามเณรเอาท่อนไม้อ้อมาเพื่อต้องการทำกล่องเข็ม

แต่เมื่อเห็นท่อนไม้อ้อเหล่านั้นทะลุถึงกันตลอด จึงเข้าไปเฝ้าพระศาสดาแล้วทูลถามว่า "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พวกข้าพระองค์ให้ถือเอาท่อนไม้อ้อทั้งหลายมา เพื่อต้องการทำกล่องเข็ม ท่อนไม้อ้อเหล่านั้นเป็นรูทะลุตลอดตั้งแต่โคนจนถึงปลาย นี่เหตุอะไรหนอ พระเจ้าข้า ? "

พระศาสดาตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นการอธิษฐานเดิมของเรา แล้วทรงนำอดีตนิทานมาเล่าว่า ..

โดย ศาลาธรรม [5 มิ.ย. 2552 , 12:37:10 น.] ( IP = 125.27.175.88 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ในอดีตกาล ..ป่าชัฏนั้นเป็นป่าที่มีผีเสื้อน้ำตนหนึ่งเคี้ยวกินคนผู้ที่ลงไปในสระโบกขรณี ในสมัยนั้นพระโพธิสัตว์เกิดเป็นพระยากระบี่มีขนาดเท่าเนื้อละมั่ง มีหมู่วานรบริวารแปดหมื่นตัวแวดล้อมอยู่ในป่านั้น

พระยากระบี่นั้นได้ให้โอวาทแก่หมู่วานรว่า "พ่อทั้งหลาย ในป่านี้มีต้นไม้พิษบ้าง มีสระโบกขรณีที่เกิดเองอันอมนุษย์หวงแหนบ้าง ท่านทั้งหลายเมื่อจะเคี้ยวกินผลไม้น้อยใหญ่ที่ยังไม่เคยเคี้ยวกิน หรือเมื่อจะดื่มน้ำที่ยังไม่เคยดื่ม ต้องสอบถามเราก่อน" หมู่วานรเหล่านั้นก็พากันรับคำ

วันหนึ่งหมู่วานรก็พากันไปถึงที่ที่ยังไม่เคยไป เที่ยวอยู่ในที่นั้นหลายวันทีเดียว เมื่อจะแสวงหาน้ำดื่มก็เห็นสระโบกขรณีสระหนึ่งแต่ยังไม่ลงไปดื่มน้ำ และนั่งคอยการมาของพระโพธิสัตว์

พระโพธิสัตว์เมื่อมาถึงแล้วจึงกล่าวว่า "พ่อทั้งหลาย ทำไมจึงยังไม่ดื่มน้ำ"

พวกวานรกล่าวว่า "พวกข้าพเจ้าคอยการมาของท่าน"

พระโพธิสัตว์กล่าวว่า "พ่อทั้งหลาย พวกท่านทำดีแล้ว"

จากนั้นก็เดินวนเวียนสระโบกขรณี พิจารณาดูรอยเท้า เห็นแต่รอยเท้าลงไม่เห็นรอยเท้าขึ้น

พระโพธิสัตว์นั้นรู้ว่า สระโบกขรณีนี้มีอมนุษย์หวงแหนโดยไม่ต้องสงสัย จึงกล่าวว่า "พ่อทั้งหลาย ท่านทั้งหลายไม่ดื่มน้ำ ทำดีแล้ว สระโบกขรณีนี้อมนุษย์หวงแหน"

ฝ่ายผีเสื้อน้ำรู้ว่าวานรเหล่านั้นไม่ลงมาดื่มน้ำ จึงแปลงเป็นผู้มีท้องเขียว หน้าเหลือง มือเท้าแดงเข้ม รูปร่างน่ากลัว ดูน่าเกลียด แยกน้ำขึ้นแล้วกล่าวว่า "เพราะเหตุไร พวกท่านจึงนั่งอยู่ จงลงสระโบกขรณีนี้ มาดื่มน้ำเถิด "

โดย ศาลาธรรม [5 มิ.ย. 2552 , 12:37:39 น.] ( IP = 125.27.175.88 : : )


  สลักธรรม 2

ลำดับนั้น พระโพธิสัตว์ถามผีเสื้อน้ำว่า "ท่านเป็นผีเสื้อน้ำเกิดอยู่ในสระนี้หรือ ? "

ผีเสื้อน้ำกล่าวว่า "เออ เราเป็นผู้เกิดอยู่ในสระนี้ "

พระโพธิสัตว์ถามว่า "ท่านจับคนที่ลงไป ๆ ยังสระโบกขรณีนี้กินเป็นอาหารหรือ ? "

ผีเสื้อน้ำกล่าวว่า "เออ เราไม่ปล่อยใคร ๆ แม้กระทั่งนกที่ลงในสระโบกขรณีนี้ เราก็จับกินเสียสิ้น แม้ท่านทั้งหมดเราก็จักกิน"

พระโพธิสัตว์กล่าวว่า "พวกเราจักไม่ให้ท่านกินตัวเรา "

ผีเสื้อน้ำกล่าวว่า "ก็ท่านทั้งหลายจักดื่มน้ำมิใช่หรือ ? "

พระโพธิสัตว์กล่าวว่า "เออ พวกเราจักดื่มน้ำ และจักไม่ตกอยู่ในอำนาจของท่าน"

ผีเสื้อน้ำกล่าวว่า "เมื่อเป็นเช่นนั้น พวกท่านจักดื่มน้ำอย่างไร ?"

พระโพธิสัตว์ กล่าวว่า "ท่านคิดหรือว่าเราจักเดินลงสระไปดื่มน้ำ พวกเราจะไม่ลงไป เราจะให้วานรทั้งแปดหมื่น ถือท่อนไม้อ้อคนละท่อน ดื่มน้ำในสระโบกขรณีของท่านเหมือนดื่มน้ำด้วยก้านบัว เมื่อเป็นอย่างนี้ ท่านก็ไม่อาจกินพวกเรา "

เมื่อนั้นพระโพธิสัตว์ได้อธิษฐานว่า "ไม้อ้อทั้งหมดที่เกิดรอบสระโบกขรณีนี้ จงเป็นรูตลอด" ด้วยสัจบารมีของพระโพธิสัตว์ตั้งแต่นั้นมา ไม้อ้อที่เกิดรอบสระโบกขรณีนี้ทุกต้นก็เกิดเป็นรูเดียวตลอด

โดย ศาลาธรรม [5 มิ.ย. 2552 , 12:37:57 น.] ( IP = 125.27.175.88 : : )


  สลักธรรม 3

ในกัปนี้ชื่อว่าปาฏิหาริย์อันตั้งอยู่ตลอดกัปมี ๔ ประการ คือ

เครื่องหมายกระต่ายบนดวงจันทร์จักตั้งอยู่ตลอดกัปนี้ ๑

สถานที่ที่ไฟดับในวัฏฏกชาดก ไฟจักไม่ไหม้ตลอดกัปนี้ ๑

สถานที่เป็นที่อยู่ของฆฏีการช่างหม้อ ฝนไม่รั่วรด จักตั้งอยู่ตลอดกัปนี้ ๑

ไม้อ้อที่ตั้งอยู่รอบสระ บกขรณีนี้จักเป็นรูเดียว (ไม่มีข้อ) ตลอดกัปนี้ ๑

พระโพธิสัตว์ครั้นอธิษฐานอย่างนี้แล้วจึงนั่งถือไม้อ้อลำหนึ่ง ฝ่ายวานรแปดหมื่นตัวก็ถือไม้อ้อลำหนึ่ง ๆ นั่งล้อมสระโบกขรณี ในเวลาที่พระโพธิสัตว์เอาไม้อ้อสูบน้ำมาดื่ม วานรเหล่านั้นทั้งหมดก็นั่งอยู่ที่ฝั่งแล้วดื่มน้ำ

เมื่อวานรเหล่านั้นดื่มน้ำอย่างนี้ ผีเสื้อน้ำไม่ได้กินวานรแม้แต่ตัวเดียวก็เสียใจ จึงกลับไปยังนิเวศน์ของตนนั่นเอง ฝ่ายพระโพธิสัตว์พร้อมทั้งบริวารก็กลับเข้าป่าไปเหมือนกัน.

พระศาสดาตรัสว่า " ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ชื่อว่าความที่ไม้อ้อทั้งหลายเหล่านี้เป็นไม้มีรูเดียวนั่นเป็นการอธิษฐานอันมีในกาลก่อนของเราเอง"

ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแสดงแล้ว จึงทรงประชุมชาดกว่า ผีเสื้อน้ำในครั้งนั้น ได้เป็นพระเทวทัตในบัดนี้ วานรแปดหมื่นในครั้งนั้น ได้เป็นพุทธบริษัทในบัดนี้ ส่วนพระยากระบี่ผู้ฉลาดในอุบายในครั้งนั้น ได้เป็นเราแล.


จบ นฬปานชาดก




โดย ศาลาธรรม [5 มิ.ย. 2552 , 12:38:13 น.] ( IP = 125.27.175.88 : : )


  สลักธรรม 4

อนุโมทนาสาธุ

ขอบพระคุณมากครับ ที่นำสาระธรรมมาให้เกิดปัญญาครับ

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [5 มิ.ย. 2552 , 14:08:58 น.] ( IP = 58.9.149.29 : : )


  สลักธรรม 5


ขอบพระคุณ..คุณศาลาธรรมมากค่ะที่นำชาดกมาให้ได้อ่านและทำความเข้าใจเป็นประจำ...อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [12 มิ.ย. 2552 , 10:47:50 น.] ( IP = 124.121.178.168 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org