มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ย้อนรำลึก..ด้วยอาลัย







คือประทีปดวงงามยามแรกเริ่ม
คือผู้เพิ่มทางปัญญาพาผ่องใส
คือผู้นำอภิธรรมให้ก้าวไกล
คือผู้ใช้ชีพนี้พลีเพื่อธรรม




ย้อนรำลึก..ด้วยอาลัย

๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๕ คือวันพระราชทานเพลิงศพประทีปดวงเอกแห่งอภิธรรมมูลนิธิ คือ พระบุญมี เมธฺงกุโร หรือท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร ของพวกเราเหล่าลูกศิษย์ และวันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๒ นี้ก็เป็นวาระที่ครบรอบวันพระราชทานเพลิงศพฯ ๑๗ ปีแล้ว ยังความโศกใจเพราะความพลัดพราก และความอาลัยในประทีปดวงเอกของมูลนิธิให้เกิดขึ้นอีกครั้ง

เพราะเมื่อห้าสิบกว่าปีก่อน...ก่อนที่จะมีชื่อ อภิธรรมมูลนิธิปรากฏบนผืนแผ่นดินไทย อาจารย์บุญมี เมธางกูร ได้เริ่มต้นชีวิตครูผู้สอนธรรมะด้วยการเป็นกรรมการฝ่ายธรรมะศึกษา และเป็นผู้บรรยายพระอภิธรรมปิฎก ณ พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย มานานนับสิบปี จนกระทั่ง เกิดความขัดข้องเกี่ยวกับสถานที่ที่ไม่เพียงพอต่อการเรียนการสอน ในขณะที่มีผู้สนใจศึกษาพระอภิธรรมปิฎกจำนวนมากขึ้น


ดังนั้น ด้วยทุนทรัพย์ส่วนตัวจำนวน ๒๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมกับความสามัคคีร่วมแรงร่วมใจของสหายพระอภิธรรมอีกหนึ่งคณะ ท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร จึงได้ตัดสินใจครั้งสำคัญที่จะตั้งองค์กรเพื่อเผยแผ่พระอภิธรรมโดยเฉพาะการยื่นเรื่องราวต่อทางราชการจึงได้ดำเนินขึ้นอย่างถูกต้อง จวบจนกระทั่ง ๒๓ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๐๐ อภิธรรมมูลนิธิจึงได้รับการจดทะเบียนให้เป็นองค์กรเพื่อเผยแพร่พระอภิธรรมอย่างเป็นทางการโดยมีที่ทำการแห่งแรก ณ บ้านที่พักอาศัยของท่านเอง ต่อมาได้ขยับขยายไปยังวัดพระเชตุพนฯ และในที่สุดด้วยความอนุเคราะห์ของหลวงพ่อเสือ อาจารย์วิชิต ธรรมรังษี และอาจารย์บุษกร เมธางกูร อภิธรรมมูลนิธิจึงสามารถสถานที่ตั้งอย่างถาวร ณ ถนนพุทธมณฑลสาย ๔ นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน

ท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูรได้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการอภิธรรมมูลนิธิในเพศฆราวาส นับตั้งแต่วันเริ่มแรกการก่อตั้งจนกระทั่งถึงวาระสุดท้ายของชีวิตซึ่งอยู่ในเพศของสมณะคือวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๓๔ นับเป็นเวลา ๓๔ ปีที่ท่านดำรงตำแหน่งแห่งความเสียสละนี้

๓๔ ปีแห่งการทำงานที่ทุ่มเทอย่างไม่ท้อต่อความเหน็ดเหนื่อยและความยากลำบากเพราะในสมัยนั้น พระอภิธรรมยังไม่เป็นที่ยอมรับของพระสงฆ์ตลอดจนพุทธศาสนิกชนชาวไทยเท่าใดนักการบุกเบิกเส้นทางสายแรกจึงมิใช่งานที่ง่ายดายเลย มีแต่อุปสรรคขวากหนามขวางหน้าอยู่ตลอดเวลาซึ่งกว่าจะได้เส้นทางที่ราบเรียบและราบรื่น ท่านอาจารย์ต้องหยิบยื่นทุนใจเพื่อที่จะให้ความรู้ด้วยความเสียสละอย่างยากที่จะหาสิ่งเปรียบ

โดย ศิษยานุศิษย์ [5 มิ.ย. 2552 , 21:48:26 น.] ( IP = 61.90.122.218 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1




๓๔ ปีแห่งการฟันฝ่าอุปสรรคจึงเหนื่อยหนักทั้งร่างกายและจิตใจแต่ความอ่อนแอก็ไม่ปรากฏให้ผู้ใดได้รับทราบ เพราะท่านอาจารย์มีกำลังใจอย่างเปี่ยมล้นว่า..

"ผมมาบรรยายพระอภิธรรม ที่พุทธสมาคมฯ นี้ มาทุกเสาร์ทุกอาทิตย์ เกือบทั้งปีไม่ค่อยได้ขาดเลย โดยไม่มีผลประโยชน์ตอบแทนเป็นเวลากว่า ๑๐ ปีมาแล้ว การที่ทำได้เช่นนี้ก็เพราะพระอภิธรรมนั้นมีคุณค่ามากมายเหลือเกิน หรือพูดได้ว่าหาค่ามิได้ ทำให้ท่านนักศึกษาได้รับความสุขใจ ผมเป็นผู้บรรยายก็มีความสุขใจ

ยิ่งท่านนักศึกษาบางท่านบอกว่าเมื่อก่อนที่ยังไม่ได้เรียน ฐานะความเป็นอยู่ของครอบครัวไม่ดี มีรายได้ไม่พอ ลูกเต้าหลายคน มีความเดือดร้อนทางใจเหลือเกิน นอนไม่ค่อยหลับ เป็นห่วงครอบครัวว่าจะยากจนอดอยากประเดี๋ยวจะเป็นอย่างนั้นจะเป็นอย่างนี้ ครั้นมาศึกษาพระอภิธรรมประมาณ ๑ ปี ก็ไม่ได้คิดอย่างเก่าแล้ว การนอนหลับก็เป็นปกติดี ความเจ็บไข้ได้ป่วยอันเนื่องมาจากความทุกข์ ความกังวลก็หายไปมาก


นี่ก็เป็นเหตุสำคัญเหตุหนึ่งที่ทำให้ผมเกิดกำลังใจบรรยายพระอภิธรรมมานานนับสิบปีไม่ได้คิดจะเลิก แม้ผู้บรรยายท่านอื่น ๆ ที่ตามหลังผมมาและบรรยายอยู่ในเวลานี้ ก็ได้บรรยายกันมาคนละหลาย ๆ ปี ก็ด้วยเหตุผลอันเดียวกัน "

ความเป็นบัณฑิตของท่านนั้นมิได้ปรากฏเฉพาะในการพูดหรือการสอนแต่ปรากฏอย่างชัดเจนในครรลองของชีวิตท่านที่ดำเนินไปด้วยปัญญาที่ท่านมักจะนำพาบุคคลที่อยู่ใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว มิตรสหาย และปวงศิษย์ให้ประพฤติปฏิบัติในกิจอันเป็นกุศลไม่ว่าจะเป็นบุญกิริยาวัตถุ หรือการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานและท่านยังชักชวนให้ผู้ที่มีความสามารถอีกหลายคนเข้ามาร่วมกิจกรรมธรรมทานนี้ให้กว้างขวางยิ่งขึ้นดังที่ท่านกล่าวไว้ว่า ..

โดย ศิษยานุศิษย์ [5 มิ.ย. 2552 , 21:49:09 น.] ( IP = 61.90.122.218 : : )


  สลักธรรม 2



"ชีวิตนี้ก็คือนามและรูป แล้วนามและรูปก็ไม่เที่ยงแท้แน่นอน ย่อมผันแปรเปลี่ยนแปลงไปทุกๆ วินาที วันละนับครั้งไม่ได้ แล้วเราจะพึ่งพาอาศัยกับความไม่เที่ยงแท้แน่นอนจะได้อย่างไร ทรัพย์สินทั้งหลายหรือเงินทองข้าวของอะไรสารพัดอย่างที่เราแสนรักแสนห่วงที่ปรารถนาอยากได้ แล้วอยากจะให้ติดมือเอาไปก็ไม่มีหวังจะเอาไปได้เลยแม้แต่น้อยนิดเมื่อถึงแก่ความตาย

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงว่า ให้ทานอะไรก็สู้ให้ทานธรรมอันเป็นปัญญาไม่ได้ แล้วท่านจะไม่สร้างสมปัญญาบารมีของท่านโดยศึกษาแล้วช่วยกันเผยแพร่ปัญญานี้ออกไปให้แก่ญาติมิตร ผู้ร่วมความทุกข์ทั้งหลายบ้างเลยทีเดียวหรือ ท่านจะไม่พยายามสร้างสมปัญญาที่สามารถติดตามชีวิตของท่านไปให้เป็นเพื่อนที่แสนดีเพื่อช่วยปกป้องคุ้มครองอันตรายมิให้ระหกระเหินเดินไปในทิศทางที่อาจจะขรุขระทุรกันดารในระหว่างการเดินทางอันแสนไกลบ้างทีเดียวหรือ

แน่นอน ท่านมีความรักใคร่ในชีวิตของท่านมากที่สุด เฝ้าทะนุถนอมอย่างสุดกำลังแล้วเหตุไฉนเล่าจึงไม่หาหนทางเดินที่ดีที่สุดให้แก่ชีวิตของท่าน

นอกจากการเคาะประตูไปตามบ้านของพุทธศาสนิกชนด้วยตัวหนังสือและเสียงบรรยายที่ผ่านสถานีวิทยุแล้ว ท่านและคณะผู้ติดตามโดยเฉพาะอาจารย์บุษกรนั้นยังได้เดินทางไปเคาะประตูบ้านพุทธศาสนิกชนในท้องถิ่นต่างๆ เพื่อเชิญชวนให้เข้ามาศึกษาและพิสูจน์ความมีเหตุผลในพระอภิธรรมปิฎกเท่าที่โอกาสจะอำนวย

ความเสียสละที่ท่านอาจารย์ได้กระทำมาอย่างต่อเนื่องนั้นปรากฏผลอย่างน่าชื่นชม เพราะในที่สุดพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศได้ให้ความสนใจศึกษาพระอภิธรรมทั้งในด้านปริยัติ และการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก

๓๔ ปี แห่งการทำงานที่ท่านพยายามสาดฉายกระจายแสงแห่งธรรมให้มีความสว่างไสวไปบนผืนแผ่นดินไทยด้วยความสามารถเท่าที่มี เป็น ๓๔ ปีที่ท่านเพียรพยายามมอบปัญญาให้แก่นักศึกษาพระอภิธรรมรับไปประดับไว้ในชีวิต และแม้จะยังไม่สามาถก้าวไปถึงเป้าหมายกันสูงสุดนั้นได้ แต่ปัญญาที่เกิดขึ้นแล้วจากการศึกษาจะนำพาให้ผู้นั้นมีทางเลือกที่ดีของชีวิต

โดย ศิษยานุศิษย์ [5 มิ.ย. 2552 , 21:51:10 น.] ( IP = 61.90.122.218 : : )


  สลักธรรม 3



ดังที่ท่านกล่าวไว้ว่า ...

"...มีผู้พูดเรื่องของกรรมกันอยู่ทั่วไปในประเทศไทย แต่มีผู้ที่จะเข้าใจเรื่องของกรรมได้ดีจริงๆ นั้นมีน้อย ทั้งนี้ก็เพราะไม่ได้ศึกษาเล่าเรียนพระอภิธรรมปิฎก ด้วยเหตุดังนี้เอง จึงมีมากท่านเหมือนกันที่กล่าวมา คนทำชั่วทำไมจึงได้ดี แต่คนทำดีเหตุใดจึงได้รับผลร้าย

เคยมีผู้ถามผมว่า ถ้ากรรมที่ได้กระทำไปให้ผลได้จริงๆ แล้ว ทำไมมันจึงไม่ลงโทษผู้กระทำชั่วให้ชักดิ้นชักงอ ลงไปได้ต่อหน้า คนที่ชอบประพฤติตัวชั่วช้าจะได้ไม่กล้ากระทำชั่ว เมื่อผลของกรรมไม่ปรากฏเห็นทันตา

เรื่องกรรมนั้นมีขั้นตอนการให้ผล และเป็นไปด้วยอำนาจของเหตุผลที่ละเอียดลึกซึ้งเป็นอย่างยิ่ง เพราะมิได้อยู่ในอำนาจดลบันดาลของผู้ใด ผู้ศึกษามีความเข้าใจแล้วก็จะหายสงสัย แล้วจะมีความสุขกาย สุขใจเพิ่มขึ้น เพราะทราบดีว่าเมื่อกระทำกรรมลงไปแล้วมันจะต้องให้ผลอย่างแน่นอนโดยขอเวลาให้มันเท่านั้น

ความรู้ที่ท่านอาจารย์มอบให้เหล่านี้คือหนึ่งในอริยทรัพย์ของพระบรมศาสดาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นมรดกธรรมที่มีค่าเกินกว่าจะยกทรัพย์สินใดขึ้นมาเปรียบได้ เพราะในอนาคตนั้นผู้ที่ครอบครองทรัพย์นี้จนได้ปริมาณที่เหมาะสม ความพ้นทุกข์ก็จะเกิดขึ้นได้ในที่สุด

และตลอดระยะเวลา ๓๔ ปีในชีวิตการทำงานของท่านนั้น ท่านได้สร้างบุคลากรผู้ทรงคุณวุฒิทางพระอภิธรรมไว้จำนวนไม่น้อยเลย ลูกศิษย์ของท่านหลายคนได้แยกย้ายกันไปเผยแผ่พระอภิธรรมในสถานที่ต่างๆ และหลายสถานที่หลายมูลนิธิได้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักดีในปัจจุบัน

โดย ศิษยานุศิษย์ [5 มิ.ย. 2552 , 21:51:53 น.] ( IP = 61.90.122.218 : : )


  สลักธรรม 4



สิบเจ็ดปีเวียนครบบรรจบรอบ
ขอนบน้อบพระครูผู้อุดหนุน
ผู้เพียรสร้างสถานงานค้ำจุน
แผ่ร่มบุญกว้างใหญ่ให้ปัญญา

นับเวลาเกือบกว่าห้าสิบปี
ที่ท่านนี้ฉายแสงพระศาสนา
มูลนิธิอภิธรรมนำนาวา
ท่านเพียรมอบวิชาพ้นทุกจริง

มิเคยท้อรอใครให้หมายช่วย
ท่านยืนด้วยกำลังใจไม่เกรงกริ่ง
ประกาศความเป็นไปไร้แอบอิง
อภิธรรมคือสิ่งประเสริฐความ

ท่านเพียรไปปรากฏบทพิสูจน์
อภิปรายคำพูดและคำถาม
เพื่อให้เขารู้ซึ้งถึงนิยาม
ชีวิตคือรูปนามใช่อื่นใด

ท่านเพียรสร้างสถานวิปัสสนา
เพื่อพูนเพิ่มปัญญาให้ผ่องใส
ให้อารมณ์กรรมฐานงานของใจ
ชีวิตท่านมีเพื่อให้ตลอดมา

บัดนี้ครบเวลาคราพลัดพราก
ที่ท่านจากศิษย์ไปไกลนักหนา
ยังระลึกพระคุณท่านทุกเวลา
ขอบูชากราบกราน...พระอาจารย์บุญมี

โดย ศิษยานุศิษย์ [5 มิ.ย. 2552 , 21:52:14 น.] ( IP = 61.90.122.218 : : )


  สลักธรรม 5



กราบวันทาดวงจิตพ่อด้วยเคารพ
สิบนิ้วยกบรรจบเหนือเกศา
อีกกุศลบารมีลูกเพียรมา
กราบบูชาวันทาพ่อปิติเทอญ.

โดย ดอกแก้ว [5 มิ.ย. 2552 , 21:59:59 น.] ( IP = 61.90.122.218 : : )


  สลักธรรม 6



ขอกราบระลึกถึงพระคุณของท่าน พระอ.บุญมี ด้วยความเคารพยิ่งครับ

โดย อังกูร โนรีมั่น - [6 มิ.ย. 2552 , 07:55:13 น.] ( IP = 58.8.49.177 : : )


  สลักธรรม 7



ดาวดวงหนึ่งลับแล้วจากฟากฟ้า
พราวตาชั่ววูบวับแล้วดับหาย
เพียงฝุ่นผงยั่งยืนจักโปรยปราย
สิ้นที่หมายมลายสู่..ธุลีดิน..

ประทีบแก้วลาลับนับนานแล้ว
ดวงใจแน่วแน่รักจักถวิล
สืบสานงานเกื้อก่อต่อแผ่นดิน
บูชาสิ้นหมดดวงใจให้อาจารย์.

โดย วิชิต ธรรมรังษี [6 มิ.ย. 2552 , 07:58:02 น.] ( IP = 58.9.151.211 : : )


  สลักธรรม 8



คุณูปการะ
น้อมเกศะจรดกราบกราน
พระคุณแห่งอาจารย์
ผู้เกื้อก่อสถานธรรม

ครบกาลครรไลลา
ครูผู้กล้าและเลิศล้ำ
ขจายไฟพระธรรม
ไปสู่หล้าอย่างท้าทาย

แสงเทียนพลันวูบดับ
สิ้นแวววับและลับหาย
เหลือแต่กลิ่นกำจาย
แห่งความดีที่เนิ่นนาน

ปวงเอยปวงกุศล
ที่เคยดลและสืบสาน
ในกิจจะการงาน
ขอกราบกรานบูชาคุณ


โดย น้องกิ๊ฟ [6 มิ.ย. 2552 , 14:26:27 น.] ( IP = 61.90.122.213 : : )


  สลักธรรม 9

ขอน้อมกราบบูชาในพระคุณของท่านอาจารย์บุญมี
ด้วยความเคารพสักการะบูชายิ่ง


พระคุณของท่านยิ่งใหญ่ยิ่งนัก
ขอน้อมกุศลที่กระทำมาแล้วเป็นเครื่องบูชาในพระคุณของท่านอาจารย์มา ณ ที่นี่ค่ะ

โดย น้องอุ๊ [6 มิ.ย. 2552 , 18:18:08 น.] ( IP = 125.24.30.230 : : )


  สลักธรรม 10

ขอน้อมรำลึกในพระคุณท่านพระอาจารย์บุญมี ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ

โดย herbs [6 มิ.ย. 2552 , 22:32:28 น.] ( IP = 202.28.181.220 : : 10.7.51.253 )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org