มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ปัญจาวุธชาดก







ปัญจาวุธชาดก ว่าด้วยการบรรลุธรรมอันเกษม



เมื่อครั้งประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร พระบรมศาสดาทรงปรารภภิกษุผู้มีความเพียรย่อหย่อนรูปหนึ่ง

ทรงเรียกภิกษุนั้นมาแล้วตรัสถามว่า "ดูก่อนภิกษุ จริงหรือที่เขาว่า เธอเป็นผู้มีความเพียรย่อหย่อน"

ภิกษุนั้นกราบทูลว่า "จริงพระเจ้าข้า"

พระบรมศาสดาจึงตรัสว่า "ดูก่อนภิกษุ ในอดีตกาลนั้น บัณฑิตทั้งหลายผู้กระทำความเพียรในที่ ๆ ควรแล้ว ก็สามารถบรรลุถึงราชสมบัติได้" จากนั้นก็รงนำเอาเรื่องในอดีตมาเล่าว่า

ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติในกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิดในคัพโภทรพระอัครมเหสีของพระราชาพระองค์นั้น ในวันที่จะถวายพระนามพระโพธิสัตว์ ราชตระกูลได้เลี้ยงพราหมณ์ ๑๐๘ ให้อิ่มหนำด้วยของที่น่าปรารถนาทุก ๆ ประการ แล้วสอบถามลักษณะของพระกุมาร

พวกพราหมณ์ผู้ฉลาดในการทำนายลักษณะ เห็นความสมบูรณ์ด้วยลักษณะแล้วก็พากันทำนายว่า "ข้าแต่มหาราชเจ้า พระกุมารสมบูรณ์ด้วยบุญญาธิการ เมื่อพระองค์เสด็จสวรรคตแล้ว พระราชกุมารจักต้องได้ครองราชสมบัติ จักมีชื่อเสียงปรากฏด้วยการใช้อาวุธ ๕ ชนิด เป็นอรรคบุรุษในชมพูทวีปทั้งสิ้น "

เมื่อได้ฟังคำทำนายของพราหมณ์ทั้งหลายแลวจึงขนานพระนามพระกุมารว่า "ปัญจาวุธกุมาร"

ครั้นพระกุมารนั้นมีพระชนม์ได้ ๑๖ พรรษา พระราชาตรัสเรียกมาแล้วรับสั่งว่า "ลูกรัก เจ้าจงเรียนศิลปศาสตร์เถิด"

พระกุมารกราบทูลถามว่า "กระหม่อมฉันจะเรียนในสำนักของใครเล่า พระเจ้าข้า"

พระราชารับสั่งว่า "ไปเถิดลูก จงไปเรียนในสำนัก อาจารย์ทิศาปาโมกข์ ณ ตักกสิลานคร แคว้นคันธาระ และพึงให้ทรัพย์นี้เป็นค่าบูชาคุณอาจารย์แก่ท่านด้วย" จากนั้นก็ส่งพระกุมารไปศึกษาพร้อมกับพระราชทานทรัพย์ให้หนึ่งพัน

โดย ศาลาธรรม [10 มิ.ย. 2552 , 16:36:10 น.] ( IP = 125.27.175.47 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

เมื่อพระราชกุมารเสด็จไปถึงสำนักทิศาปาโมกข์แล้ว ก็ทรงศึกษาศิลปะสำหรับอาวุธ ๕ ชนิด และเมื่อศึกษาสำเร็จแล้วก็ทรงกราบลาอาจารย์ออกจากนครตักกสิลา โดยเหน็บอาวุธทั้ง ๕ กับพระกาย เสด็จดำเนินไปทางเมืองพาราณสี พระองค์ได้เสด็จมาถึงดงป่าในตำบลหนึ่ง เป็นดงที่สิเลสโลมยักษ์ สิงสถิตอยู่

ครั้งนั้นพวกชาวบ้านเห็นพระกุมารที่ปากดงจึงพากันห้ามว่า "พ่อมาณพผู้เจริญ ท่านอย่าเข้าไปสู่ดงนี้ ในดงนั้นมียักษ์ชื่อสิเลสโลมะสิงอยู่ มันทำให้คนที่มันพบเห็นตายมามากแล้ว"

พระโพธิสัตว์ได้ฟังแล้วก็ระวังพระองค์ไม่ครั่นคร้าม เดินทางมุ่งเข้าดงไปดั่งไกรสรราชสีห์ ผู้ไม่ครั่นคร้าม เมื่อไปถึงกลางดงยักษ์ตนนั้นก็แปลงกายให้ตัวสูงเท่าลำตาล ศีรษะเท่าเรือน นัยน์ตาแต่ละข้างขนาดเท่าล้อเกวียน เขี้ยวทั้งสองแต่ละข้างขนาดเท่าหัวปลีตูม มีใบหน้าสีขาว ท้องด่าง มือเท้าสีเขียว

เมื่อสำแดงตนให้พระโพธิสัตว์เห็นแล้วก็ร้องว่า "เจ้าจะไปไหน ? หยุดนะ เจ้าต้องเป็นอาหารของเรา "

พระโพธิสัตว์ได้ตวาดขึ้นว่า "ไอ้ยักษ์ เราเตรียมตัวแล้วจึงเข้ามาในดง เจ้าอย่าเผลอตัวเข้ามาใกล้เรา เพราะเราจะยิงเจ้าด้วยลูกศรอาบยาพิษ ให้ล้มลงตรงนั้นแหละ"

พูดแล้วก็ใส่ลูกศรอาบยาพิษอย่างแรงยิงออกไป ลูกศรไปติดอยู่ที่ขนของยักษ์ทั้งหมด พระโพธิสัตว์ปล่อยลูกศรทยอยออกไปลูกแล้วลูกเล่าอย่างติด ๆ กันถึง ๕๐ ลูก ทุก ๆ ลูกไปติดอยู่ที่ขนของมันเท่านั้น

ยักษ์สลัดลูกศรทั้งหมดให้ตกลงที่ใกล้ ๆ เท้าของมันแล้วรี่เข้าหาพระโพธิสัตว์ พระโพธิสัตว์กลับตวาดมันอีกแล้วชักพระขรรค์ออกฟัน พระขรรค์ยาว ๓๓ นิ้วก็ไปติดที่ขน จากนั้นพระโพธิสัตว์ก็แทงมันด้วยหอกซัด หอกซัดก็ไปติดอยู่ที่ขนมันอีก

โดย ศาลาธรรม [10 มิ.ย. 2552 , 16:36:37 น.] ( IP = 125.27.175.47 : : )


  สลักธรรม 2

ครั้นพระโพธิสัตว์ทราบอาการที่มันมีขนเหนียวแล้วจึงตีด้วยตระบอง แต่ตระบองก็ไปติดที่ขนของมันอีก

เมื่อพระโพธิสัตว์ทราบอาการที่มันมีตัวเหนียว ก็สำแดงสีหนาทอย่างไม่ครั่นคร้ามประกาศก้องร้องว่า "เฮ้ยไอ้ยักษ์ เจ้าไม่เคยได้ยินชื่อเรา ผู้ชื่อว่าปัญจาวุธกุมารเลยหรือ ? เมื่อเราจะเข้าดงที่เจ้าสิงอยู่ ก็เตรียมอาวุธมีธนูเป็นต้นเข้ามา เราเตรียมพร้อมเข้ามาแล้วทีเดียว วันนี้เราจักตีเจ้าให้แหลกเป็นจุณวิจุณไปเลย"

พูดแล้วก็โถมเข้าต่อยยักษ์ด้วยมือข้างขวา ..มือข้างขวาก็ติดขน ต่อยด้วยมือซ้าย.. มือซ้ายก็ติดอีก เตะด้วยเท้าขวา..เท้าขวาก็ติด เตะด้วยเท้าซ้าย..เท้าซ้ายก็ติด

พระโพธิสัตว์จึงคิดว่าต้องกระแทกให้มันแหลกด้วยศีรษะ คิดแล้วก็กระแทกด้วยศีรษะ ..ศีรษะก็ไปติดที่ขนของมันเหมือนกัน พระโพธิสัตว์ติดตรึงแล้วในที่ทั้ง ๕ แต่แม้จะห้อยโตงเตงอยู่ ก็ไม่กลัวไม่สะทกสะท้านเลย

ยักษ์จึงคิดว่า บุรุษนี้เป็นเอก เป็นดุจบุรุษสีหะ เป็นบุรุษอาชาไนย ไม่ใช่บุรุษธรรมดา ถึงจะถูกยักษ์อย่างเราจับไว้ แม้มาดว่าความสะดุ้งก็หามีไม่ ในทางนี้เราฆ่าคนมามาก ไม่เคยเห็นบุรุษอย่างนี้สักคนหนึ่งเลย เพราะเหตุไรหนอ บุรุษนี้ จึงไม่กลัว ?

ยักษ์ไม่อาจจะกินพระโพธิสัตว์ได้ จึงถามว่า "ดูก่อน มาณพ เพราะเหตุไรหนอท่านจึงไม่กลัวตาย"

พระโพธิสัตว์ตอบว่า "ยักษ์เอ๋ย ทำไมเราจักต้องกลัว เพราะในอัตภาพหนึ่ง ความตายนั้นเป็นของแน่นอนทีเดียว อีกประการหนึ่งในท้องของเรา มีวชิราวุธ ๑ ถ้าเจ้ากินเรา ก็จักไม่สามารถทำให้อาวุธนั้นย่อยได้ อาวุธนั้น จักต้องบาดไส้พุงของเจ้าให้ขาดเป็นชิ้น ๆ เล็กบ้าง ใหญ่บ้าง ทำให้เจ้าถึงสิ้นชีวิตได้ ด้วยเหตุดังกล่าวมานี้ เราก็ต้องตายกันทั้งสองคน ด้วยเหตุนี้เราจึงไม่กลัวตาย" (คำว่า วชิราวุธนี้ พระโพธิสัตว์ตรัสหมายถึง อาวุธคือญาณในภายในของพระองค์ )

โดย ศาลาธรรม [10 มิ.ย. 2552 , 16:36:56 น.] ( IP = 125.27.175.47 : : )


  สลักธรรม 3

ยักษ์ฟังคำนั้นแล้วคิดอย่างกลัวตายว่า มาณพนี้คงพูดจริงทั้งนั้น ชิ้นเนื้อแม้ขนาดเท่าเมล็ดถั่วเขียวจากร่างกายของบุรุษสีหะผู้นี้ ถ้าเรากินเข้าไปในท้องแล้ว จักไม่อาจให้ย่อยได้ เราจักปล่อยเขาไป

จากนั้นยักษ์ก็ปล่อยพระโพธิสัตว์แล้วกล่าวว่า "พ่อมาณพ ท่านเป็นบุรุษสีหะ เราจักไม่กินเนื้อของท่านละ ท่านพ้นจากเงื้อมมือของเรา เหมือนดวงจันทร์พ้นจากปากราหู เชิญท่านไปเถิด มวลญาติมิตรจะได้ดีใจ"

พระโพธิสัตว์จึงตรัสกับยักษ์ว่า "ดูก่อนยักษ์ เราต้องไปก่อน ส่วนท่านได้กระทำอกุศลไว้ในครั้งก่อนแล้ว จึงได้เกิดเป็นผู้ร้ายกาจ มืออาบด้วยเลือด มีเลือดเนื้อของคนอื่นเป็นภักษา แม้ถ้าท่านดำรงอยู่ในอัตภาพนี้ ยังจักกระทำอกุศลกรรมอยู่อีก ก็จักไปสู่ความมืดมนจากความมืดมน นับแต่ท่านพบเราแล้ว เราไม่อาจปล่อยให้ท่านทำอกุศลกรรมอยู่ได้อีก"

จากนั้นพระโพธิสัตว์จึงตรัสถึงเรื่องโทษของทุศีลกรรมทั้ง ๕ ให้ยักษ์ฟังว่า

..ขึ้นชื่อว่ากรรม คือการยังสัตว์มีชีวิตให้ตกล่วงไป ย่อมทำสัตว์ให้เกิดในนรก ในกำเนิดเดียรัจฉาน ในเปตวิสัย และในอสุรกาย ครั้นมาเกิดในมนุษย์เล่า ก็ทำให้เป็นคนมีอายุสั้น แล้วทรงแสดงอานิสงส์ของศีลทั้ง ๕ ขู่ยักษ์ด้วยเหตุต่าง ๆ ทรงแสดงธรรมทรมานจนยักษ์หมดพยศร้าย ชักจูงให้ดำรงอยู่ในศีล ๕ กระทำยักษ์นั้นให้เป็นเทวดารับพลีกรรมในดงนั้นแล้วตักเตือนด้วยอัปปมาทธรรม

จากนั้นพระโพธิสัตว์ก็ออกจากดงแล้วก็บอกเรื่องของยักษ์ให้ชาวบ้านรู้ แล้วก็เก็บอาวุธทั้ง ๕ ประจำพระองค์ เสด็จไปสู่กรุงพาราณสีเฝ้าพระราชบิดา พระราชมารดา ภายหลังได้ครองราชย์ ก็ทรงปกครองโดยธรรม ทรงบำเพ็ญบุญมีทานเป็นต้น เมื่อสวรรคตก็เสด็จไปตามยถากรรม.

โดย ศาลาธรรม [10 มิ.ย. 2552 , 16:37:13 น.] ( IP = 125.27.175.47 : : )


  สลักธรรม 4

พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้วตรัสพระคาถานี้ ใจความว่า

"นรชนผู้ใด มีจิตไม่ท้อแท้ มีใจไม่หดหู่

บำเพ็ญกุศลธรรม เพื่อบรรลุความเกษมจากโยคะ

นรชนผู้นั้น พึงบรรลุความสิ้นสังโยชน์ทุกอย่างโดยลำดับ"


ในพระคาถานั้นประมวลความว่า .. บุรุษใดมีใจ ไม่หดหู่ คือไม่ท้อแท้รวนเร มีใจไม่หดหู่โดยปกติ เป็นผู้มีอัธยาศัย แน่วแน่มั่นคง จำเริญเพิ่มพูนธรรม ที่ได้ชื่อว่ากุศลได้แก่ โพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการ เพราะเป็นธรรมที่ปราศจากโทษ บำเพ็ญวิปัสสนาด้วยจิตอันกว้างขวาง เพื่อบรรลุความเกษม จากโยคะทั้ง ๔ คือ พระนิพพาน

บุรุษนั้นยกขึ้นซึ่งไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ในสังขารทั้งมวลอย่างนี้แล้ว ยังโพธิปักขิยธรรมที่เกิดขึ้นจำเดิมแต่วิปัสสนายังอ่อนให้เจริญ พึงบรรลุพระอรหัตผลอันถึงการนั้นว่า ความสิ้นสังโยชน์ทุกอย่าง เพราะบังเกิดแล้วในที่สุดแห่งมรรคทั้ง ๔ อันเป็นเหตุสิ้นไปแห่งสังโยชน์ทั้งหมด มิได้เหลือเลยแม้สักสังโยชน์เดียว ..

พระบรมศาสดาทรงถือเอายอดพระธรรมเทศนาด้วยพระอรหัตผลด้วยประการฉะนี้ ในที่สุดทรงประกาศ จตุราริยสัจ (อริยสัจ ๔) ในเวลาจบสัจธรรม ภิกษุรูปนั้นได้บรรลุพระอรหัตผล

พระบรมศาสดาก็ทรงประชุมชาดกว่า ยักษ์ในครั้งนั้นได้มาเป็นพระองคุลิมาล ส่วนปัญจาวุธกุมารได้มาเป็น เราตถาคต ฉะนี้แล.


จบ ปัญจาวุธชาดก


โดย ศาลาธรรม [10 มิ.ย. 2552 , 16:37:33 น.] ( IP = 125.27.175.47 : : )


  สลักธรรม 5

อนุโมทนาค่ะ สาธุ สาธุ สาธุ

โดย abctoy - [10 มิ.ย. 2552 , 18:01:41 น.] ( IP = 203.172.175.9 : : 192.168.1.64 )


  สลักธรรม 6

ขอบพระคุณมากเลยครับ
ที่นำความรู้มาให้อ่านเสมอนะครับ

โดย พี่เณร [10 มิ.ย. 2552 , 18:22:15 น.] ( IP = 58.9.142.69 : : )


  สลักธรรม 7


ขอบพระคุณคุณศาลาธรรมมากค่ะที่นำเรื่องดีๆมาให้อ่านเป็นประจำ....อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [10 มิ.ย. 2552 , 18:51:11 น.] ( IP = 124.121.171.23 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org