| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
กาลิงคโพธิชาดก
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1พระอานนทเถระบอกแก่พระเจ้าโกศล อนาถปิณฑิกมหาเศรษฐี และนางวิสาขามหาอุบาสิกาเป็นต้น ให้ขุดหลุม ณ ที่เป็นที่ปลูกต้นโพธิที่ประตูพระเชตวัน แล้วกล่าวกับพระมหาโมคคัลลานเถระว่า "ท่านขอรับ กระผมจักปลูกต้นโพธิที่ประตูพระเชตวัน ท่านช่วยนำเอาลูกโพธิสุกจากต้นมหาโพธิให้กระผมทีเถิด)
พระมหาโมคคัลลานเถระรับคำพระอานนทเถระแล้วก็เหาะไปยังโพธิมณฑล เอาจีวรรับลูกโพธิที่หล่นจากขั้วแต่ยังไม่ถึงพื้นดินแล้วนำมาถวายพระอานนทเถระ
เมื่อได้ลูกโพธิสุกมาแล้วพระอานนทเถระได้แจ้งแก่พระเจ้าโกศลเป็นต้นว่า "เราจักปลูกต้นโพธิในที่นี้"
พระเจ้าโกศลจึงให้ราชบุรุษถือเครื่องอุปกรณ์ทุกอย่างมายังพระเชตวัน และทรงเสด็จมาพร้อมด้วยบริวารหมู่ใหญ่ในเวลาเย็น ส่วนอนาถปิณฑิกมหาเศรษฐี มหาอุบาสิกาวิสาขา และผู้มีศรัทธาอื่นๆ ก็ได้พาบริวารและนำเครื่องมือมาเช่นกัน
พระอานนทเถระตั้งอ่างทองใบใหญ่ไว้ในที่เป็นที่ปลูกต้นโพธิ ให้เจาะก้นอ่างแล้วให้ลูกโพธิสุกแด่พระเจ้าโกศล ทูลว่า" มหาบพิตร พระองค์จงปลูกโพธิสุกนี้เถิด"
พระเจ้าโกศลทรงพระดำริว่า "ความเป็นพระราชามิได้ดำรงอยู่ตลอดไป ควรที่เราจะให้อนาถปิณฑิกมหาเศรษฐีปลูกต้นโพธินี้" ทรงดำริดังนี้ แล้วได้วางลูกโพธิสุกนั้นไว้ในมือของมหาเศรษฐี
อนาถปิณฑิกมหาเศรษฐีรวบรวมเปือกตมที่มีกลิ่นหอมแล้ว ฝังลูกโพธิสุกไว้ในเปือกตมนั้น พอลูกโพธิพ้นมือมหาเศรษฐีแล้ว ในณะที่ชนทั้งปวงกำลังมองดูอยู่นั้นก็ได้ปรากฏลำต้นโพธิประมาณเท่างอนไถ สูงห้าสิบศอก แตกกิ่งใหญ่ห้ากิ่งๆ ละห้าสิบศอก คือในทิศทั้งสี่และเบื้องบน ต้นโพธินั้นเป็นต้นไม้ใหญ่กว่าต้นไม้ใหญ่ในป่า ตั้งขึ้นในทันใดนั้นเอง
พระราชารับสั่งให้เอาหม้อทองคำและหม้อเงิน ๘๐๐ หม้อใส่น้ำหอมเต็ม ประดับด้วยดอกบัวเขียว สูงขึ้นมาหนึ่งศอกเป็นต้น ตั้งเป็นแถวแวดล้อมต้นมหาโพธิ แล้วรับสั่งให้ทำแท่นสำเร็จด้วยรัตนะเจ็ด โปรยปรายผสมทอง สร้างกำแพงล้อมรอบ ทำซุ้มประตูสำเร็จด้วยรัตนะ ๗ เครื่องสักการะเป็นอันมาก
โดย ศาลาธรรม [12 มิ.ย. 2552 , 10:45:36 น.] ( IP = 125.27.179.199 : : )
สลักธรรม 2พระอานนทเถระเข้าไปเฝ้าพระตถาคต กราบทูลว่า "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอพระองค์จงประทับนั่ง ณ โคนต้นโพธิที่ข้าพระองค์ปลูก เข้าสมาบัติที่พระองค์เข้า ณ โคนต้นมหาโพธิ เพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่มหาชน"
พระศาสดาตรัสว่า "พูดอะไร อานนท์ เมื่อเรานั่งเข้าสมาบัติที่ได้เข้าแล้ว ณ มหาโพธิมณฑล ประเทศอื่นก็ไม่อาจที่จะทรงอยู่ได้"
พระอานนทเถระกราบทูลว่า "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่มหาชน ขอพระองค์จงใช้สอยโคนต้นโพธินั้น ด้วยความสุขเกิดแก่สมาบัติ โดยกำหนดว่า ใกล้ภูมิประเทศนี้เถิด"
พระศาสดาทรงใช้สอยโคนต้นโพธินั้นด้วยความสุขเกิดแต่สมาบัติตลอดราตรีหนึ่ง ส่วนพระอานนทเถระถวายพระพรแด่พระเจ้าโกศลให้ทำการฉลองต้นโพธิ และต้นโพธินั้นก็ปรากฏชื่อว่า อานนทโพธิ เพราะเป็นต้นไม้ที่พระอานนท์ปลูกไว้.
ครั้งนั้น ภิกษุทั้งหลายสนทนากันในโรงธรรมสภาว่า "ท่านพระอานนท์ เมื่อตถาคตยังดำรงอยู่ ให้ปลูกต้นโพธิ์แล้วบูชาอย่างมากมาย พระเถระมีคุณมากน่าอัศจรรย์จริง"
พระศาสดาเสด็จมาตรัสถามว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้ พวกเธอนั่งสนทนากันด้วยอะไรหนอ"
เมื่อภิกษุเหล่านั้นกราบทูลให้ทรงทราบแล้วจึงตรัสว่า "ภิกษุทั้งหลาย มิใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้น แม้ในกาลก่อน อานนท์ก็ได้พามนุษย์ในทวีปใหญ่ทั้ง ๔ พร้อมด้วยทวีปบริวาร ให้นำของหอมและดอกไม้เป็นอันมาก ไปกระทำการฉลองต้นโพธิ ณ มหาโพธิมณฑลเหมือนกัน" และทรงนำอดีตนิทานมาเล่าว่า
โดย ศาลาธรรม [12 มิ.ย. 2552 , 10:45:57 น.] ( IP = 125.27.179.199 : : )
สลักธรรม 3ในอดีตกาล พระเจ้ากาลิงคราชเสวยราชสมบัติอยู่ในทันตปุรนคร แคว้นกาลิงคะ พระองค์มีพระราชโอรสสองพระองค์ คือ มหากาลิงคะ องค์หนึ่ง จุลลกาลิงคะ องค์หนึ่ง
ในสององค์นั้น องค์พี่ พวกโหรทำนายว่า จักได้ครองราชสมบัติ เมื่อพระราชบิดาล่วงลับไปแล้ว แต่องค์น้อง ถูกทำนายว่า จักบวชเป็นฤาษีเที่ยวภิกขาจาร แต่โอรสขององค์น้องจักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ต่อมาภายหลังเมื่อพระราชบิดาล่วงลับไป พระราชโอรสองค์พี่เป็นพระราชา องค์น้องเป็นอุปราช
อุปราชนั้นได้มีมานะขึ้น เพราะบุตรเป็นเหตุว่า ได้ยินว่า ลูกของเราจักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ
พระราชานั้นทรงอดทนอยู่ไม่ได้ จึงรับสั่งกะอำมาตย์รับใช้คนหนึ่งว่า "เจ้าจงจับเจ้าจุลลกาลิงคะ"
อำมาตย์นั้นไปกราบทูลว่า "ข้าแต่พระกุมาร พระราชาประสงค์จะจับพระองค์ ขอจงรักษาชีวิตของพระองค์ไว้"
อุปราชได้เอาของสามอย่างของพระองค์ คือ พระราชลัญจกร ผ้ากัมพลเนื้อละเอียด และพระขรรค์ แสดงแก่อำมาตย์รับใช้แล้วตรัสว่า "ท่านทั้งหลายพึงให้ราชสมบัติแก่บุตรของเราด้วยสัญญานี้" จากนั้นก็เสด็จเข้าป่า สร้างอาศรมในภูมิประเทศที่รื่นรมย์ บวชเป็นฤาษีอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ
โดย ศาลาธรรม [12 มิ.ย. 2552 , 10:46:15 น.] ( IP = 125.27.179.199 : : )
สลักธรรม 4แม้ในแคว้นมัททราช พระอัครมเหสีของพระเจ้ามัททราชในสาคลนครประสูติพระธิดา พวกโหรทำนายพระธิดาว่า พระธิดานี้จักเที่ยวภิกขาจารเลี้ยงชีพแต่พระโอรสของพระนางจักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ
พระราชาชาวชมพูทวีปได้ทราบเรื่องนี้แล้วต่างก็พากันมาล้อมพระนครของแคว้นมัททราช พระเจ้ามัททราชทรงดำริว่า " ถ้าเราให้ธิดานี้แก่พระราชาองค์หนึ่ง พระราชาที่เหลือก็จักโกรธ เราจักรักษาธิดาของเราไว้"
จึงพาพระธิดาและพระอัครมเหสีปลอมพระองค์หนีเข้าป่า สร้างอาศรมอยู่ทางเหนืออาศรมของกาลิงคกุมาร เลี้ยงชีพด้วยมวลผลาหารอยู่ ณ ที่นั้น
ในเวลาที่พระชนกชนนีไปหาผลาหาร พระธิดาได้เอาดอกไม้ต่างๆ มาทำเป็นเทริดดอกไม้แล้ววางไว้ที่ริมฝั่งแม่น้ำคงคา จนเกิดเป็นเหมือนคั่นบันได และในที่ใกล้ๆ ก็มีต้นมะม่วงที่งามชอุ่มอยู่ต้นหนึ่ง พระธิดาขึ้นเล่นบนต้นมะม่วงแล้วปาเทริดดอกไม้ไป
วันหนึ่ง เทริดดอกไม้ไปคล้องพระเศียรของกาลิงคกุมารผู้กำลังสรงสนานอยู่ในแม่น้ำคงคา พระกาลิงคกุมารแลดูแล้วทรงพระดำริว่า "เทริดดอกไม้นี้ หญิงคนหนึ่งกระทำ แต่ไม่ใช่หญิงแก่ทำ เป็นหญิงสาวทำ เราจักตรวจตราดูก่อน"
จึงไปยังเหนือน้ำคงคาด้วยอำนาจกิเลส พอได้สดับเสียงของพระธิดาผู้นั่งอยู่บนต้นมะม่วงร้องเพลงด้วยเสียงอันไพเราะแล้ว ก็เสด็จไปที่โคนต้นไม้จนทอดพระเนตรเห็นพระธิดา จึงตรัสถามว่า "แม่นางผู้มีพักตร์อันเจริญ ท่านเป็นใคร"
พระธิดาตอบว่า "เราเป็นมนุษย์"
พระกุมารตรัสว่า "ถ้าเช่นนั้น ท่านจงลงมา"
พระธิดาตรัสว่า "เราเป็นกษัตริย์ไม่อาจลงไปได้"
พระกุมารตรัสว่า "ฉันเป็นกษัตริย์เหมือนกัน ท่านจงมาเถิด"
พระธิดาตรัสว่า "คนมิใช่เป็นกษัตริย์ได้ด้วยเหตุเพียงอ้างถ้อยคำเท่านั้น ถ้าท่านเป็นกษัตริย์ ขอท่านจงกล่าวมายาของกษัตริย์เถิด"
โดย ศาลาธรรม [12 มิ.ย. 2552 , 10:46:39 น.] ( IP = 125.27.179.199 : : )
สลักธรรม 5จากนั้นทั้งสองต่างก็กล่าวมายากษัตริย์แก่กันและกัน และเมื่อทั้งสองอยู่ร่วมกันด้วยความรักใคร่แล้ว พระราชธิดาก็ตั้งครรภ์โดยครบ ๑๐ เดือนก็ประสูติพระราชโอรส ซึ่งสมบูรณ์ด้วยบุญลักษณะอันอุดม พระชนกชนนีได้ขนานนามว่า กาลิงคะ
เมื่อกาลิงคกุมารนั้นเจริญวัยและสำเร็จการศึกษาศิลปวิทยาทุกอย่าง ในสำนักของพระชนกและพระอัยกาแล้ว พระชนกของกาลิงคกุมารได้ตรวจดูดวงดาวก็ทราบว่าพี่ชายสวรรคตแล้วจึงบอกบุตรว่า "พ่ออย่าอยู่ในป่าเลย พระเจ้ามหากาลิงคะผู้เป็นลุงของพ่อสวรรคตแล้ว พ่อจงไปยังทันตปุรนคร ครองราชสมบัติสืบสันตติวงศ์เถิด"
จากนั้นก็มอบพระธำมรงค์ ผ้ากัมพล และพระขรรค์ ที่พระองค์นำติดตัวมาให้พระกุมารแล้วตรัสสั่งว่า "ในทันตปุรนคร อำมาตย์ผู้รับใช้ของเรา มีอยู่ที่นั่น พ่อจงเหาะลงไปที่กลางที่นอนในเรือนของเขา แล้วแสดงรัตนะสามประการนี้ แล้วบอกความที่เจ้าเป็นโอรสของเราแก่เขา เขาจักช่วยเจ้าให้ได้ครองราชสมบัติ"
กาลิงคกุมารนั้นกราบลาพระชนกชนนีและอัยกา แล้วเหาะไปด้วยบุญฤทธิ์ลงนั่งเหนือที่นอนของอำมาตย์
อำมาตย์ถามว่า "ท่านเป็นใคร"
กาลิงคกุมาร บอกว่า "เราเป็นบุตรของจุลลกาลิงคะ" แล้วจึงแสดงรัตนะทั้งสามให้อำมาตย์ดู อำมาตย์จึงประกาศแก่ราชบริษัททั้งหลาย จากนั้นก็พร้อมกันประดับประดาพระนคร แล้วอภิเษกกาลิงคกุมารให้ครองราชสมบัติ
ลำดับนั้น ปุโรหิตชื่อว่า ภารทวาชะ ของพระเจ้ากาลิงคะได้กราบทูลการเป็นจักรพรรดิให้พระเจ้ากาลิงคะทรงทราบ พระเจ้ากาลิงคะทรงบำเพ็ญจักรวัตรนั้นให้บริบูรณ์
ครั้นถึงวันอุโบสถ ๑๕ ค่ำ จักรแก้วก็มาจากที่อยู่ของจักรแก้ว ช้างแก้วก็มาจากตระกูลอุโปสถ ม้าแก้วก็มาจากตระกูลอัศวราชวลาหก แก้วมณีก็มาจากเขาเวปุลลบรรพต นางแก้ว ขุนคลังแก้ว ขุนพลแก้ว ก็บังเกิดปรากฏแก่พระเจ้ากาลิงคะ
พระเจ้าจักรพรรดิกาลิงคราช ทรงครองราชสมบัติตลอดห้วงจักรวาล วันหนึ่งมีเสนาแวดล้อมเต็มไปในที่ประมาณ ๓๖ โยชน์ เสด็จขึ้นทรงช้างเผือกขาว เปรียบด้วยยอดเขาไกรลาสไปสู่สำนักพระชนกชนนีด้วยสิริวิลาสใหญ่
แต่ช้างพระที่นั่งพระเจ้าจักรพรรดินั้นไม่สามารถเหาะข้ามมหาโพธิมณฑลอันเกิดแต่สะดือแผ่นดินอันเป็นไชยมงคลของพระพุทธเจ้าทั้งปวงได้ พระเจ้าจักรพรรดิราชทรงไสช้างแต่ช้างทรงนั้นก็ไม่อาจที่จะไปได้
โดย ศาลาธรรม [12 มิ.ย. 2552 , 10:46:58 น.] ( IP = 125.27.179.199 : : )
สลักธรรม 6ปุโรหิตของพระเจ้าจักรพรรดิซึ่งตามเสด็จไปด้วยคิดว่า ..ธรรมดาว่าทางอากาศไม่มีเครื่องกั้น เพราะเหตุไรหนอ พระราชาจึงไม่อาจจะไสช้างไปได้ เราจักตรวจตราดู ..แล้วลงจากอากาศ ตรวจตราเห็นภูมิภาคอันเป็นมณฑลสะดือแผ่นดิน มีชัยบัลลังก์ของพระพุทธเจ้าทั้งปวง ขึ้นชื่อว่าต้นหญ้าแม้สักเท่าหนวดกระต่ายก็มิได้มีในที่มีประมาณ ๘ กรีสนั้นเลย มีแต่ทรายอันมีสีเหมือนแผ่นเงินเรี่ยรายอยู่ หญ้าเครือเถาไม้ใหญ่โดยรอบที่นั้นมียอดเวียนประทักษิณโพธิมณฑล แล้วตั้งอยู่เฉพาะหน้าโพธิมณฑล
ปุโรหิตตรวจดูภูมิภาคแล้วคิดว่า ..แท้จริง ที่นี้เป็นที่ที่กำจัดกิเลสทั้งปวงของพระพุทธเจ้าทั้งปวง แม้ถึงใครๆ มีท้าวสักกะเป็นต้น ก็ไม่อาจที่จะเหาะข้ามที่นี้ไปได้..
จึงไปเฝ้าพระเจ้ากาลิงคราช แสดงคุณของพระโพธิมณฑล แล้วกราบทูลพระราชาว่า "ข้าแต่พระมหาราชเจ้า ขอเชิญพระองค์เสด็จลงเถิด ภูมิภาคนี้อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นสมณะทรงสรรเสริญแล้ว พระพุทธเจ้าทั้งหลายผู้ตรัสรู้โดยยิ่ง มีพระคุณหาประมาณมิได้ ย่อมไพโรจน์ ณ ภูมิภาคนี้
หญ้าและเครือเถาทั้งหลายในภูมิภาคส่วนนี้ ม้วนเวียนโดยรอบทักษณาวัฏ ภูมิภาคส่วนนี้เป็นที่ไม่หวั่นไหวแห่งแผ่นดิน ข้าแต่มหาราชเจ้า ข้าพระองค์ได้สดับมาว่า ภูมิภาคส่วนนี้ เป็นมณฑลแห่งแผ่นดิน อันทรงไว้ซึ่งภูตทั้งปวง มีสาครเป็นขอบเขต ขอเชิญพระองค์เสด็จลงแล้ว กระทำการนอบน้อมเถิด พระเจ้าข้า แม้ช้างกุญชรเชือกประเสริฐ เกิดในตระกูลอุโปสถ ก็ไม่อาจเข้าไปใกล้สถานที่นี้ได้เลย แต่ถ้าพระองค์ยังทรงสงสัยอยู่ ก็จงทรงไสช้างพระที่นั่งไปเถิด พระเจ้าข้า "
พระเจ้ากาลิงคะทรงสดับคำนั้นแล้ว จึงทรงใคร่ครวญถ้อยคำของปุโรหิตผู้ชำนาญการพยากรณ์ว่า "เราจักพิสูจน์ถ้อยคำของปุโรหิตนี้ว่า จริงหรือไม่จริง" จากนั้นก็ทรงไสพระที่นั่งไป ฝ่ายช้างพระที่นั่งเมื่อถูกพระราชาไสออกไปแล้ว ก็เปล่งเสียงดุจนกกระเรียน แล้วถอยหลังทรุดคุกเข่าลงดุจดังอดทนรับภาระหนักไม่ได้
ช้างพระที่นั่งนั้น เมื่อถูกพระเจ้าจักรพรรดิทิ่มแทงอยู่บ่อยๆ ไม่อาจจะอดกลั้นทุกขเวทนาได้ก็ถึงแก่ความตาย ส่วนพระเจ้ากาลิงคะไม่ทราบว่าช้างทรงถึงแก่ความตายจึงคงประทับอยู่ ณ ที่นั้น
ปุโรหิตภารทวาชะชาวกาลิงคะจึงกราบทูลว่า "ข้าแต่พระมหาราชเจ้า ช้างพระที่นั่งของพระองค์สิ้นชีวิตแล้ว ขอพระองค์ทรงก้าวไปสู่ช้างเชือกอื่นเพื่อเสด็จไปโดยที่สุดแห่งโพธิมณฑลเถิดพระเจ้าข้า"
ด้วยกำลังพระฤทธิ์ของพระเจ้ากาลิงคะ ช้างเชือกประเสริฐอื่นที่มาจากตระกูลอุโบสถเชือกใหม่ได้น้อมหลังเข้าไปใกล้พระเจ้ากาลิงคะ เมื่อพระเจ้ากาลิงคะเสด็จก้าวพ้นช้างเชื่อกเก่าไปประทับนั่งบนหลังของช้างเชือกใหม่แล้ว ช้างเชือกเก่าที่ตายก็ล้มลงไปบนพื้นดินทันที
โดย ศาลาธรรม [12 มิ.ย. 2552 , 10:47:15 น.] ( IP = 125.27.179.199 : : )
สลักธรรม 7
ลำดับนั้น พระเจ้ากาลิงคราชจึงเสด็จลงจากอากาศ แล้วทอดพระเนตรดูโพธิมณฑล ได้เห็นปาฏิหาริย์ จึงทรงสรรเสริญปุโรหิตภารทวาชะว่า "ท่านเป็นสัมพุทธะ รู้เหตุทั้งปวงโดยแท้"
พราหมณ์ปุโรหิตมิได้รับคำสรรเสริญนั้น ได้ตั้งตนไว้ในฐานะอันต่ำแล้วสรรเสริญพระพุทธคุณกราบทูลว่า "ข้าแต่พระมหาราชเจ้า ก็พระพุทธเจ้าเป็นผู้รู้เหตุทั้งปวง เป็นผู้รู้ธรรมทั้งปวง ความที่พระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงทราบและทรงรู้แจ้งเหตุทั้งปวง ต่างด้วยอดีตเหตุเป็นต้น คือพระพุทธเจ้าเหล่านั้นย่อมรู้เห็นทั้งปวงด้วยพระสัพพัญญุตญาณโดยลักษณะ ส่วนข้าพระองค์ทั้งหลายเป็นผู้สามารถในอาคม(นิกายเป็นที่มา) รู้ด้วยกำลังศิลปะเท่านั้น และรู้เพียงเอกเทศเดียวเท่านั้น ส่วนพระพุทธเจ้าทั้งหลายรู้เหตุทั้งปวง"
พระเจ้ากาลิงคะได้สดับพุทธคุณแล้วเกิดโสมนัส จึงให้ชนผู้อยู่ในสกลจักรวาล นำเอามาลาและเครื่องลูบไล้ พร้อมด้วยดนตรีต่างๆ ไปบูชาพระมหาโพธิ์ แล้วรับสั่งให้กระทำกำแพงแวดล้อมไว้ รับสั่งให้เก็บดอกไม้ ประมาณหกหมื่นเล่มเกวียน มาบูชาโพธิมณฑล อันเป็นอนุตริยะ แล้วเสด็จกลับ
พระเจ้ากาลิงคะทรงทำการบูชาพระมหาโพธิอย่างนี้แล้ว เสด็จไปหาพระชนกชนนีมาสู่เมืองทันตปุระ แล้วบำเพ็ญกุศลทั้งหลายมีทานเป็นต้น เมื่อสิ้นพระชนม์แล้วบังเกิดในดาวดึงสพิภพ
พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว จึงตรัสว่า "อานนท์ได้ทำการบูชาโพธิมณฑลในบัดนี้เท่านั้นก็หามิได้ แม้ในกาลก่อน อานนท์ก็ได้กระทำการบูชาโพธิมณฑลแล้วเหมือนกัน "
แล้วตรัสประชุมชาดกว่า พระเจ้ากาลิงคะในครั้งนั้น ได้มาเป็น พระอานนท์ ส่วนปุโรหิตชื่อว่าภารทวาชะชาวกาลิงคะ คือ เราตถาคต แล
![]()
จบ กาลิงคโพธิชาดก
![]()
โดย ศาลาธรรม [12 มิ.ย. 2552 , 10:47:34 น.] ( IP = 125.27.179.199 : : )
สลักธรรม 8bedding sheets be produced in a limited edition of just 300 comforters kids bedding comforter sets queen They are always those that people cannot resist.
โดย frieda - [6 พ.ค. 2554 , 12:39:49 น.] ( IP = 123.153.79.25 : : )
สลักธรรม 9fake vacheron constantin fake watches selection of designs finishes and replica watch Indian/Asian hair to manufacture human replica watches the ever- popular costume colors of blue.
โดย must - [26 พ.ค. 2554 , 07:11:45 น.] ( IP = 123.153.74.242 : : )
สลักธรรม 10tattoo equipment and supplies tattoo gun disposable tattoo tubes Mix Tattoo Needles tattoo ink supplies Eyebrow tattoo machines professional tattoo kits.
โดย ada - [5 พ.ค. 2555 , 07:39:38 น.] ( IP = 101.66.71.84 : : )
[ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |