| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
มุทุลักขณาชาดก
สลักธรรม 1พระศาสดาตรัสถามว่า "ใครทำให้เธอกระสันเล่า ?"
ภิกษุกราบทูลว่า "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เมื่อข้าพระองค์กำลังเที่ยวบิณฑบาต ได้เห็นหญิงคนหนึ่ง ข้าพระองค์ไม่สำรวมจักษุ มองดูนาง กิเลสของข้าพระองค์ก็กำเริบ เหตุนั้นข้าพระองค์จึงกระสัน พระเจ้าข้า"
พระศาสดาตรัสว่า "ดูก่อนภิกษุ การที่เธอทำลายอินทรีย์ มองดูวิสภาคารมณ ์ด้วยอำนาจแห่งความงาม กิเลสกำเริบนี้ไม่อัศจรรย์
ในครั้งก่อน พระโพธิสัตว์ทั้งหลายได้อภิญญา ๕ สมาบัติ ๘ ข่มกิเลสได้แล้วด้วยกำลังฌาน มีจิตบริสุทธิ์เที่ยวไปในอากาศได้ เมื่อไม่สำรวมอินทรีย์มองดูวิสภาคารมณ์ ก็เสื่อมจากฌาน กิเลสกำเริบ เสวยทุกข์อย่างใหญ่หลวง
กิเลสได้ทำให้พระโพธิสัตว์ผู้มีความรู้สูงส่ง ผู้มีจิตผ่องแผ้วเกิดความไม่รู้ได้ถึงขนาดนั้น ไหนเลยจะไม่ทำให้เธอมัวเมาได้เล่า สัตว์ที่เพียบพร้อมด้วยยศอันสูงส่ง ก็ยังถึงความสิ้นยศได้เช่นกัน" จากนั้นทรงนำเรื่องในอดีตมาเล่าว่า
โดย ศาลาธรรม [18 มิ.ย. 2552 , 12:33:24 น.] ( IP = 125.27.175.130 : : )
สลักธรรม 2ในอดีตกาล พระโพธิสัตว์บังเกิดในตระกูลพราหมณ์มีสมบัติมากตระกูลหนึ่ง ในแคว้นกาสีเมื่อเรียนจบศิลปะทุกประเภท ละกามเสียแล้วไปบวชเป็นฤๅษี กระทำกสิณบริกรรม ให้อภิญญาสมาบัติเกิดขึ้น แล้วยับยั้งอยู่ด้วยความสุขในฌาน พำนักอาศัยอยู่ในหิมวันตประเทศ
กาลครั้งหนึ่งท่านออกจากป่าหิมพานต์มาเพื่อบริโภคโภชนะมีรสเค็ม รสเปรี้ยวบ้าง เมื่อมาถึงกรุงพาราณสีก็ได้พำนักอยู่ในพระราชอุทยาน พอรุ่งขึ้นกระทำสรีรกิจเสร็จแล้วได้ครองผ้าเปลือกไม้ ห่มหนังเสือเฉวียงบ่า เกล้าผมเรียบร้อยแล้ว ทรงบริขาร เที่ยวภิกษาจารอยู่ในกรุงพาราณสี ถึงประตูพระราชนิเวศน์
พระราชาทรงเลื่อมใสในอิริยาบถของท่าน รับสั่งให้นิมนต์มาให้นั่งเหนืออาสนะอันมีค่ามาก ทรงอังคาสด้วยขาทนียโภชานียาหารอันประณีต ท่านกระทำอนุโมทนาแล้ว ทรงอาราธนาให้พำนักในพระราชอุทยาน พระดาบสก็พำนักอยู่ในพระราชอุทยาน ๑๖ ปี
อยู่มาวันหนึ่ง พระราชาเสด็จไปปราบปรามผู้ร้ายตามชายแดน ได้ตรัสสั่งพระมเหสีพระนามว่า มุทุลักขณา ว่า "เธอจงอย่าประมาท จงปรนนิบัติพระผู้เป็นเจ้า(คือพระดาบส)ด้วย"
เมื่อพระราชาเสด็จออกจากวังไปแล้ว พระโพธิสัตว์ก็เดินเข้าไปยังพระราชวังตามเวลาที่ตนพอใจ อยู่มาวันหนึ่ง พระนางมุทุลักขณาทรงเตรียมอาหารสำหรับพระโพธิสัตว์เสร็จทรงดำริว่า "วันนี้ พระคุณเจ้า คงจะมาช้า" จึงทรงสรงสนานด้วยพระสุคันโธทก ตกแต่งพระองค์ด้วยเครื่องอลังการทั้งปวง ให้ลาดพระยี่ภู่น้อย ณ พื้นท้องพระโรง ประทับเอนพระกายรอพระโพธิสัตว์
ฝ่ายพระโพธิสัตว์เมื่อกำหนดเวลาของตนแล้วก็ออกจากฌานเหาะไปสู่พระราชนิเวศน์ทันที พระนางมุทุลักขณาทรงสดับเสียงผ้าเปลือกไม้ที่พระโพธิสัตว์ครองอยู่จึงรับสั่งว่า "พระผู้เป็นเจ้ามาแล้ว" จากนั้นก็รีบเสด็จลุกขึ้น
เมื่อพระนางรีบเสด็จลุกขึ้น ผ้าที่ทรงเป็นผ้าเนื้อเกลี้ยงก็หลุดลง เป็นเวลาเดียวกับที่พระดาบสเหาะเข้าทางช่องหน้าต่างพอดี เมื่อพระดาบสแลเห็นรูปารมณ์อันเป็นวิสภาคของพระเทวี ก็ขาดความสำรวมอินทรีย์ตะลึงดูด้วยอำนาจความงาม ..กิเลสที่อยู่ภายในของท่านก็กำเริบเป็นเหมือนต้นไม้มียางที่ถูกมีดกรีด ทันใดนั้นเอง ..ฌานของท่านก็เสื่อม เป็นเหมือนกาปีกหักเสียแล้ว
พระโพธิสัตว์ยืนตะลึงรับอาหารแล้วก็หาบริโภคไม่ กลับเสียวสะท้านไปเพราะกิเลสทั้งหลาย เดินลงจากปราสาทไปยังพระราชอุทยาน เข้าสู่บรรณศาลาของตนแล้ววางอาหารไว้ใต้ที่นอนอันเป็นกระดาน อำนาจแห่งวิสภาคารมณ์ที่ติดตาตรึงใจ ทำให้มีไฟกิเลสมาแผดเผาจนซูบเซียวเพราะขาดอาหาร นอนซมบนกระดานอยู่ถึง ๗ วัน
โดย ศาลาธรรม [18 มิ.ย. 2552 , 12:33:46 น.] ( IP = 125.27.175.130 : : )
สลักธรรม 3ในวันที่ ๗ พระราชาทรงปราบปรามผู้ร้ายตามชายแดนสำเร็จจึงเสด็จกลับมา ทรงประทักษิณพระนครแล้วแต่ก็ยังไม่เสด็จไปพระราชนิเวศน์ทีเดียว ทรงพระดำริว่า " เราจะพบพระผู้เป็นเจ้าก่อน"
เมื่อสด็จไปถึงพระราชอุทยาน ทอดพระเนตรเห็นพระดาบสนอนอยู่จึงทรงดำริว่า ชะรอยพระดาบสคงจะเกิดความไม่สำราญสักอย่างหนึ่งเป็นแน่
ทรงรับสั่งให้ทำความสะอาดบรรณศาลา พลางทรงนวดเฟ้นเท้าทั้งสองแล้วรับสั่งถามพระดาบสว่า "พระผู้เป็นเจ้าไม่สบายไปหรือ ?"
พระดาบสถวายพระพรว่า "มหาบพิตร ความไม่สำราญอย่างอื่นไม่มีแก่อาตมาภาพ แต่เพราะอำนาจกิเลสมาทำให้อาตมาภาพมีจิตกำหนัดเสียแล้ว"
พระราชารับสั่งถามว่า "พระคุณเจ้าข้า จิตของพระคุณเจ้า ปฏิพัทธ์ในนางคนไหน ?"
พระดาบสถวายพระพรว่า "จิตของอาตมาภาพปฏิพัทธ์ในพระนางมุทุลักขณา"
พระราชารับสั่งว่า "ดีแล้วพระคุณเจ้าข้า ข้าพเจ้ายินดีถวายพระนางมุทุลักขณาแด่พระคุณเจ้า "
จากนั้นทรงพาพระดาบสเข้าพระราชนิเวศน์ ให้พระเทวีประดับพระองค์ด้วยเครื่องต้น เครื่องทรง งามสรรพ และได้พระราชทานแก่พระดาบส
แต่ก่อนที่จะพระราชทานนั้นได้ทรงพระราชทานสัญญาลับแด่พระนางมุทุลักขณาว่า "เธอต้องพยายามป้องกันพระผู้เป็นเจ้าด้วยกำลังของตน"
พระนางรับสนองพระราชโองการว่า "เพคะ กระหม่อมฉัน จักรักษาตนให้พ้นมือพระคุณเจ้า"
โดย ศาลาธรรม [18 มิ.ย. 2552 , 12:34:09 น.] ( IP = 125.27.175.130 : : )
สลักธรรม 4พระดาบสได้พาพระเทวีลงจากพระราชนิเวศน์ แต่ในขณะที่จะออกพ้นประตูใหญ่พระนางตรัสกับพระดาบสว่า "ท่านเจ้าคะ เราควรจะได้เรือน ท่านจงไปกราบทูลขอพระราชทานเรือนสักหลังหนึ่งเถิด"
พระดาบสก็ไปกราบทูลขอพระราชทานเรือน พระราชาพระราชทานเรือนร้างให้หลังหนึ่งซึ่งเป็นเรือนที่มนุษย์ใช้เป็นวัจจกุฏิ(ส้วม) เมื่อพระดาบสพาพระเทวีไปที่เรือนนั้น พระนางก็ไม่ทรงประสงค์จะเข้าไป
พระดาบสทูลถามว่า "เหตุไร จึงไม่เสด็จเข้าไป ?"
พระนางรับสั่งว่า "เพราะเรือนสกปรก"
พระดาบสทูลถามว่า "บัดนี้เราควรจะทำอย่างไร ?"
พระนางรับสั่งว่า "ต้องทำความสะอาดเรือนนั้น ท่านจงไปยังพระราชสำนักแล้วเอาจอบมา เอาตะกร้ามา"
เมื่อดาบสนำสิ่งของมาแล้วพระนางก็ให้โกยสิ่งสกปรกและขยะเอาไปทิ้ง จากนั้นก็ให้ไปขนเอาโคมัยมาฉาบไว้ เมื่อฉาบทาแสร็จแล้วก็ตรัสว่า "ท่านต้องไปขนเตียงมา ขนตั่งมา"
พระนางให้พระดาบสขนสิ่งของมาทีละอย่าง มิหนำซ้ำยังแกล้งใช้ให้ตักน้ำด้วย พระดาบสก็เอาหม้อไปตักน้ำมาจนเต็มตุ่ม เตรียมน้ำสำหรับอาบ จากนั้นก็ไปปูที่นอน
ในเวลานั้น พระนางเทวีทรงจับพระดาบสผู้กำลังนั่งร่วมกันบนที่นอนที่สีข้าง ฉุดให้ก้มลงมาตรงหน้า พลางตรัสว่า "ท่านไม่รู้ตัวว่า เป็นสมณะหรือเป็นพราหมณ์เลยหรือเจ้าคะ ?"
พระดาบสกลับได้สติในเวลานั้นเอง แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา ท่านไม่รู้ตัวเอาเสียเลย ขึ้นชื่อว่ากิเลสทั้งหลาย กระทำความไม่รู้ตัวได้ถึงอย่างนี้ พระดาบสกลับได้สติคิดว่า ตัณหานี้เมื่อเจริญขึ้น จักไม่ให้เรายกศีรษะขึ้นได้จากอบายทั้ง ๔ เราควรถวายคืนพระนางเทวีนี้แด่พระราชา แล้วกลับเข้าสู่ป่าหิมวันต์ในวันนี้ทีเดียว
เมื่อพิจารณาดังนี้แล้วก็พาพระนางเทวีเข้าเฝ้าพระราชาถวายพระพรว่า "ขอถวายพระพร อาตมาภาพไม่มีความต้องการพระเทวีของมหาบพิตร เพราะอาศัยพระนางผู้เดียว ตัณหาจึงเจริญแก่อาตมาภาพทุกอย่างเลย"โดย ศาลาธรรม [18 มิ.ย. 2552 , 12:34:35 น.] ( IP = 125.27.175.130 : : )
สลักธรรม 5" ครั้งก่อนที่ยังไม่ได้ประสบพระนางมุทุลักขณา ..ความปรารถนามีอย่างเดียว
ครั้นได้พบพระนางผู้มีพระเนตรแวววาวเข้าแล้ว .. ความปรารถนาช่วยให้ความปรารถนาเกิดได้ต่าง ๆ"
เมื่อกล่าวจบแล้วทันใดนั้นเอง พระดาบสก็ทำฌานที่เสื่อมไปให้เกิดขึ้น นั่งในอากาศแสดงธรรมถวายโอวาทแด่พระราชา แล้วกลับไปสู่ป่าหิมพานต์ทางอากาศทันที และไม่กลับมาสู่สถานที่ที่ชื่อว่าเป็นถิ่นของมนุษย์อีกเลย มุ่งแต่เจริญพรหมวิหารไม่เสื่อมจากฌาน แล้วไปบังเกิดในพรหมโลก
พระบรมศาสดาแสดงพระธรรมเทศนานี้แล้วก็ทรงประกาศสัจธรรม เมื่อจบสัจจะภิกษุนั้นประดิษฐานในพระอรหัตผล พระศาสดาทรงประชุมชาดกว่า
พระราชาในครั้งนั้น ได้มาเป็น พระอานนท์ในครั้งนี้
พระนางมุทุลักขณา ได้มาเป็น ภิกษุณีอุบลวัณณา
ส่วนฤๅษี ได้มาเป็น เราตถาคต ฉะนี้แล
จบ มุทุลักขณาชาดก
![]()
โดย ศาลาธรรม [18 มิ.ย. 2552 , 12:34:59 น.] ( IP = 125.27.175.130 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |