| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
เมถุนสูตร
สลักธรรม 1ดูกรพราหมณ์ อีกประการหนึ่ง สมณะหรือพราหมณ์บางคนในโลกนี้ ปฏิญาณตนว่าเป็นพรหมจารีโดยชอบ ไม่ร่วมความเป็นคู่ๆ กับมาตุคาม และไม่ยินดีการขัดสี ลูบไล้ ให้อาบน้ำ และการนวดฟั้นของมาตุคาม แต่ยังกระซิกกระซี้ เล่นหัว สัพยอกกับมาตุคาม พอใจ ชอบใจ ถึงความปลื้มใจด้วยการเสสรวลนั้น แม้ข้อนี้ก็ชื่อว่าขาด ทะลุ ด่าง พร้อย แห่งพรหมจรรย์ ฯลฯ
ดูกรพราหมณ์ อีกประการหนึ่ง สมณะหรือพราหมณ์บางคนในโลกนี้ ปฏิญาณตนว่าเป็นพรหมจารีโดยชอบ ไม่ร่วมความเป็นคู่ๆ กับมาตุคาม และไม่กระซิกกระซี้ เล่นหัว สัพยอกกับมาตุคาม แต่เพ่งดู จ้องดูจักษุแห่งมาตุคามด้วยจักษุของตน พอใจ ชอบใจ ถึงความปลื้มใจด้วยการเล็งแลนั้น แม้ข้อนี้ก็ชื่อว่าขาด ทะลุ ด่าง พร้อย แห่งพรหมจรรย์ ฯลฯ
ดูกรพราหมณ์ อีกประการหนึ่ง สมณะหรือพราหมณ์บางคนในโลกนี้ ปฏิญาณตนว่าเป็นพรหมจารีโดยชอบ ไม่ร่วมความเป็นคู่ๆ กับมาตุคาม ไม่กระซิกกระซี้ เล่นหัว สัพยอกกับมาตุคามและไม่เพ่งดู จ้องดูจักษุแห่งมาตุคามด้วยจักษุของตน แต่ได้ฟังเสียงมาตุคามหัวเราะอยู่ก็ดี ขับร้องอยู่ก็ดี ร้องไห้อยู่ก็ดี ข้างนอกฝาก็ดี ข้างนอกกำแพงก็ดี พอใจ ชอบใจ ถึงความปลื้มใจด้วยเสียงนั้นแม้ข้อนี้ก็ชื่อว่าขาด ทะลุ ด่าง พร้อย แห่งพรหมจรรย์ ฯลฯ
ดูกรพราหมณ์ อีกประการหนึ่ง สมณะหรือพราหมณ์บางคนในโลกนี้ ปฏิญาณตนว่าเป็นพรหมจารีโดยชอบ ไม่ร่วมความเป็นคู่ๆ กับมาตุคาม ไม่กระซิกกระซี้ เล่นหัว สัพยอกกับมาตุคาม ไม่เพ่งดู จ้องดูจักษุแห่งมาตุคามด้วยจักษุของตน และไม่ได้ฟังเสียงแห่งมาตุคามหัวเราะอยู่ก็ดี พูดอยู่ก็ดี ขับร้องอยู่ก็ดี ร้องไห้อยู่ก็ดี ข้างนอกฝาก็ดี ข้างนอกกำแพงก็ดี แต่ตามนึกถึงการ หัวเราะ พูดเล่นหัว กับมาตุคามในกาลก่อน พอใจ ชอบใจ ถึงความปลื้มใจด้วยอาการนั้น แม้ข้อนี้ก็ชื่อว่าขาด ทะลุ ด่าง พร้อย แห่งพรหมจรรย์ ฯลฯ
ดูกรพราหมณ์ อีกประการหนึ่ง สมณะหรือพราหมณ์บางคนในโลกนี้ ปฏิญาณตนว่าเป็นพรหมจารีโดยชอบ ไม่ร่วมความเป็นคู่ๆ กับมาตุคาม ไม่กระซิกกระซี้ เล่นหัว สัพยอกกับมาตุคาม ไม่เพ่งดู จ้องดูจักษุแห่งมาตุคามด้วยจักษุของตน ไม่ได้ฟังเสียงแห่งมาตุคามหัวเราะอยู่ก็ดี พูดอยู่ก็ดี ขับร้องอยู่ก็ดี ร้องไห้อยู่ก็ดี ข้างนอกฝาก็ดี ข้างนอกกำแพงก็ดี และไม่ได้ตามนึกถึงการหัวเราะ การพูด การเล่นหัวกับมาตุคามในกาลก่อน แต่ได้เห็นคฤหบดีก็ดี บุตรแห่งคฤหบดีก็ดี ผู้เอิบอิ่มพรั่งพร้อมด้วยกามคุณ ๕ บำเรอตนอยู่ พอใจ ชอบใจ ถึงความปลื้มใจด้วยการบำเรอนั้น แม้ข้อนี้ก็ชื่อว่าขาด ทะลุ ด่าง พร้อย แห่งพรหมจรรย์ ฯลฯ
ดูกรพราหมณ์ อีกประการหนึ่ง สมณะหรือพราหมณ์บางคนในโลกนี้ ปฏิญาณตนว่าเป็นพรหมจารีโดยชอบ ไม่ร่วมความเป็นคู่ๆ กับมาตุคาม ไม่กระซิกกระซี้ เล่นหัว สัพยอกกับมาตุคาม ไม่เพ่งดู จ้องดูจักษุมาตุคามด้วยจักษุของตนเอง ไม่ได้ฟังเสียงแห่งมาตุคามหัวเราะอยู่ก็ดี พูดอยู่ก็ดี ขับร้องอยู่ก็ดี ร้องไห้อยู่ก็ดี ข้างนอกฝาก็ดี ข้างนอกกำแพงก็ดี ไม่ได้ตามนึกถึงการหัวเราะ การพูด การเล่นหัวกับมาตุคามในกาลก่อน และไม่ได้เห็นคฤหบดีก็ดี บุตรแห่งคฤหบดีก็ดีผู้เอิบอิ่มพรั่งพร้อมด้วยกามคุณ ๕ บำเรอตนอยู่ แต่ประพฤติพรหมจรรย์ ตั้งปรารถนาเพื่อเป็นเทพเจ้าหรือเทพองค์ใดองค์หนึ่งว่า เราจักได้เป็นเทพเจ้าหรือเทพองค์ใดองค์หนึ่ง ด้วยศีล พรต ตบะ หรือพรหมจรรย์นี้ พอใจ ชอบใจ ถึงความปลื้มใจ ด้วยความปรารถนานั้น แม้ข้อนี้ก็ชื่อว่าขาด ทะลุ ด่าง พร้อยแห่งพรหมจรรย์
ดูกรพราหมณ์ ผู้นี้เรากล่าวว่า ประพฤติพรหมจรรย์ไม่บริสุทธิ์ ประกอบด้วยเมถุนสังโยค ไม่พ้นไปจากชาติ ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาส เรากล่าวว่า ไม่หลุดพ้นไปจากกองทุกข์ได้ ฯ
โดย ศาลาธรรม [24 มิ.ย. 2552 , 10:04:58 น.] ( IP = 125.27.172.160 : : )
สลักธรรม 2
ดูกรพราหมณ์ เรายังพิจารณาเห็นเมถุนสังโยค ๗ ประการนี้ อย่างใดอย่างหนึ่งว่า ยังละไม่ได้ในตน เพียงใด เราก็ยังไม่ปฏิญาณว่า เป็นผู้ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณในโลก พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก ในหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดาและมนุษย์ เพียงนั้น
แต่เมื่อใด เราไม่พิจารณาเห็นเมถุนสังโยค ๗ ประการนี้ อย่างใดอย่างหนึ่งว่า ยังละไม่ได้ในตนเมื่อนั้น เราจึงปฏิญาณว่า เป็นผู้ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณในโลก พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก ในหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดาและมนุษย์ ก็ญาณทัสสนะเกิดขึ้นแก่เราว่า วิมุติของเราไม่กำเริบ ชาตินี้มีในที่สุด บัดนี้ภพใหม่ไม่มีอีก ฯ
ชานุสโสณีพราหมณ์ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า "ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก ขอท่านพระโคดมผู้เจริญ โปรดทรงจำข้าพระองค์ว่า เป็นอุบาสกผู้ถึงสรณะตลอดชีวิต ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฯ"
จบ เมถุนสูตร
![]()
โดย ศาลาธรรม [24 มิ.ย. 2552 , 10:05:26 น.] ( IP = 125.27.172.160 : : )
สลักธรรม 3
สาธุ สาธุ สาธุ อ่านแล้วเห็นความละเอียดอ่อน และความประณีตในธรรมข้อประพฤติและปฏิบัติเพื่อความบริสุทธิ์จริงๆเลยครับ
ต้องอาศัยตบะ เดชะ พลวะ ปัจจัย และสติที่แรงกล้า ปัญญาที่คมกริบจริงๆเลยนะครับ
ขอบพระคุณมากครับกับความรู้ที่นำมาฝากให้อ่านนะครับโดย พี่เณร [24 มิ.ย. 2552 , 11:40:59 น.] ( IP = 58.9.147.95 : : )
สลักธรรม 4ดีครับ ศาลาธรรม เห็นด้วยนะกับ เมถุนสูตร แต่ถ้าท่านมีจิตใจที่บริสุทธ์ แม้ว่าท่านจะนวดหรือว่า ถูกนวด พระพุทธองค์ก็ทรงอนุญาติไว้ในเรื่องนี้ แต่ก็ต้องเป็นการกระทำของผู้ที่เข้าใจในวิธีกำหนดใจ และพระวินัยอย่างลึกซึ่ง พระพุทธพจน์ มีว่า ในเพราะการนวดเฟ้น บาลีบอกว่า ปริกมฺม ไม่เป็นอาบัติโดยประการทั้งปวง ก็ต้องแสดงว่ารอดพ้นจากเมถุนสูตรนี้นะ ไปโดยปริยาย
สมมุติ บัญญัติ กฏเกณฑ์ ก็เหมือนกับกฏหมาย ที่มีข้อยกเว้น ข้อเติม ข้อเพิ่ม ขออนุญาติ ไว้ในตัวของธรรมะ กับ พระวินัยฯโดย chin [24 มิ.ย. 2552 , 12:04:54 น.] ( IP = 124.121.190.147 : : )
สลักธรรม 5
เรียน คุณ chin
ในเมถุนสูตรนี้เป็นการแสดงถึงผู้ปฏิญาณตนว่าเป็นพรหมจารี แม้จะไม่มีการร่วมเมถุนสังวาส แต่ก็ยังมีความยินดีในเมถุนสังโยค ..ซึ่งเป็นการกล่าวถึงบุคคลที่เป็นเป้าหมายอย่างชัดเจนแล้ว
ส่วนสมณะหรือพราหมณ์ใดที่ไม่มีความยินดีในเมถุนสังโยคนี้แล้วก็ย่อมอยู่นอกเหนือกลุ่มเป้าหมายนี้ไปโดยปริยาย เพราะเป็นผู้มีพรหมจรรย์ที่ไม่ขาด ทะลุ ด่าง พร้อย ดุจดังเช่นคราวที่พระพุทธองค์ทรงเสด็จไปโปรดพระนางพิมพา แม้จะมีการสัมผัสจากพระนางแล้วพระองค์ก็มิได้มีความยินดีในกายสัมผัสนั้น
การกล่าวถึง ปริกกมฺมของคุณ chin ในโอกาสนี้จึงไม่แน่ใจว่าจะช่วยส่งเสริมเรื่องราวในพระสูตรหรือไม่ อย่างไร?
แต่โดยส่วนตัวนั้น เห็นว่า การอ้างถ้อยคำเพื่อนำเสนอข้อยกเว้นในเรื่องใดๆ ก็ตาม ควรจะนำที่มาหรือเรื่องที่อ้างทั้งหมดมาแสดง ด้วยเพื่อให้ผู้อ่านได้รับประโยชน์ในการพิจารณาอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น และมีความเข้าใจพระธรรมได้ลึกซึ้งขึ้น เพราะข้อยกเว้นที่พระพุทธองค์ทรงแสดงไว้ย่อมจะมีเหตุผลที่ชัดเจนและไม่เป็นไปเพื่ออนุญาตให้กิเลสของผู้ใดกำเริบ
หากสรุปเพียงว่า "ต้องเป็นการกระทำของผู้ที่เข้าใจในวิธีกำหนดใจ" การกล่าวไว้สั้นๆ นี้ก็เกรงว่าจะเหมือนกับการนำเสนอเหตุการณ์ส่วนน้อยมาบดบังความสำคัญส่วนใหญ่..ทำให้กลายเป็นการเน้นข้อยกเว้นมากกว่าข้อควรปฏิบัติที่มุ่งการขัดเกลาจิตใจให้อยู่ในพรหมจรรย์
ทั้งจะกลายเป็นการเปิดช่องให้ผู้มีกิเลสหนาไม่ละอายบาป ฉวยโอกาสกับช่องทางนั้นได้เพราะคิดว่าตนเองมีวิธีการกำหนดใจที่ถูกต้องแล้ว ซึ่งไม่ต่างกับผู้ที่รู้กฎหมายมากก็ย่อมทราบข้อยกเว้นและช่องโหว่มาก หากผู้นั้นมีใจทุจริตก็จะกระทำผิดได้อย่างรอดพ้นเงื้อมมือของกฎหมาย
และในข้อเท็จจริงนั้นก็มีกฎหมายหลายฉบับที่มีข้อบกพร่องและมีข้อยกเว้นข้างๆ คูๆ ที่พิสูจน์กันได้เสมอ แต่พระธรรมย่อมประเสริฐกว่าอย่างหาประมาณมิได้เพราะมีความยุติธรรมและเที่ยงตรงต่อเจตนาอันเป็นสภาพธรรมที่จริงแท้อย่างที่สุด
ดังนั้น หากจะกรุณาแล้วขอได้ขยายความของคำว่า "การกำหนดใจ" ให้กระจ่างชัด หรือหากมีเรื่องมาประกอบไว้ในโอกาสนี้ด้วยก็จะขอบพระคุณยิ่ง ทั้งจะเป็นการส่งเสริมพระเมตตาธิคุณให้ชัดแจ้งยิ่งขึ้น และธำรงความถูกต้องของพระธรรมไว้อย่างที่พุทธศาสนิกชนจะพึงมี
ขอขอบพระคุณและอนุโมทนาที่มาร่วมแสดงความคิดเห็น
โดย ศาลาธรรม [24 มิ.ย. 2552 , 13:54:34 น.] ( IP = 125.27.173.18 : : )
สลักธรรม 6ขอเฉลย การกำหนด ก็คือว่า การตั้งใจไว้ก่อนว่า เรามีอะไรเป็นที่ตั้ง ที่จะให้เกิดบุญกุศล ไม่ใช่ให้เกิดความปรารถนาในฝ่ายต่ำ ตั้งไว้แล้ว จิตใจเราถ้าตั้งไว้ดีแล้ว สุคติก็เป็นอันหวังได้ สมพระบาลี ว่า จิตฺเต อสงฺกิลิฏฺเฐ สุคติ ปาฏิกงฺขา แปลว่า ถ้าใจตั้งไว้ในทางที่เป็นกุศล ไม่เศร้าหมองแล้ว สุคติก็เป็นอันหวังได้ แล้วเรื่องเมถุนสูตรนี่นะ ก็เป็นการแสดงการที่ ผู้ประพฤติธรรม มีจิตเศร้าหมองไปในทางที่เป็นอกุศลจิต เกี่ยวกับเรื่อง รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ต่างๆๆ แล้วไม่ยินดีในการที่จะกำหนดภาวนา ปล่อยใจให้ไหลไปเรื่องเมถุนธรรมต่างๆๆทั้ง 7 ประการ ตามที่กล่าวแล้ว และเป็นเรื่องยากที่จะระวังได้ในเมถุน 7 ประการ แต่ให้ระวังสิ่งง่ายๆๆก็คือระวังจิตของเราไว้ไม่ให้ตกไปในอารมณ์แห่งความดีงามและการได้มีส่วนช่วยเหลือผู้อื่นในสังคม ในโลก ให้เกิดพลัง แรงใจก็เป็นการกำหนดจิตแล้ว สาธุ
โดย chin [24 มิ.ย. 2552 , 19:34:55 น.] ( IP = 124.121.186.207 : : )
สลักธรรม 7เข้ามาอ่านการแสดงความเห็นนะครับ และคำชี้แจงของคุณศาลาธรรมในเป้าหมายของสูตรนี้ที่นำมาลง เพื่อให้เห็นชัดถึงพรหมจรรย์ที่รักษาได้ยาก แต่ถ้าเป็นไปด้วยดีแล้ว ก็หลุดพ้นจากบ่วงกรรมเลวร้ายได้จริงๆนะครับ
แต่เมื่ออ่านของคุณ chin แล้วก็นึกไม่ออกเหมือนกันนะครับว่า การกำหนดใจไว้ล่วงหน้านั้นจะช่วยได้จริงหรือ เพราะสภาพธรรมทั้งหลายของปุถุชนนั้นมีอนุสัยเดิมที่น่ากลัวหนุนหลังอยู่เสมอ และถ้ายังเป็นเพียงปุถุชน จิต ๔๕ ดวงที่ขึ้นมาทำหน้าที่นั้น จะเห็นชัดว่ามี อกุศล ๑๒ พร้อมวิ่งแซงโค้งมาแถวหน้าเสมอเลย โดยเฉพาะโลภะนั่นเอง
ดังนั้นการกำหนดดั่งที่เฉลยไว้นั้น ยากส์นะครับ เราต้องระมัดระวัง หรือเรียกว่าอยู่ให้ห่างไฟราคะเหล่านั้นถึงจะถูกต้อง ไม่เช่นนั้นอาจตบะแตกได้ นี่คือความเห็นของพี่เณรนะครับ
และเรื่องของการกำหนดนั้น พี่เณรได้ศึกษาเล่าเรียนมาก็ได้รับการสั่งสอนให้กำหนดวิบากที่เข้ามาทางทวารทั้ง ๖ ไม่ใช่กำหนดเดินเข้าไปหาอารมณ์ ๖นะครับ เพราะการเข้าไปหาเป็นการไม่พึงสังวรระวังนั่นเองนะครับ ขอแสดงความเห็นร่วมไว้นะครับผมโดย พี่เณร [25 มิ.ย. 2552 , 09:54:06 น.] ( IP = 58.9.146.172 : : )
สลักธรรม 8
กราบขอบพระคุณพี่เณรที่มาเสริมความไว้อย่างตรงใจและให้มุมมองที่กว้างขวาง และขอบพระคุณคุณ chin ที่มาให้คำอธิบาย "การกำหนดใจ" ที่คงจะประมวลสรุปจากความรู้ส่วนตัว แม้จะยังไม่ได้ทราบเรื่อง ปริกกมฺม ด้านพระวินัยก็ตาม
เรื่องของการฝึกจิตมีความคิดเป็นส่วนตัวว่า น่าจะไม่ใช่สิ่งที่ระวังง่าย... (ผนฺทนํ จปลํ จิตฺตํ ทุรกฺขํ ทุนฺนิวารยํ ) เพราะถ้าหากระวังได้แล้วก็จะไม่ไหลไปในอารมณ์ที่มากระทบทั้งดีและชั่วเลย ไม่ว่าจะเป็นเมถุนธรรมหรือไม่ก็ตาม
และขอเพิ่มเติมที่มาของเรื่องนี้จากอรรถกถาเมถุนสูตรดังนี้
http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=23&i=47
ชานุสโสณีพรหมณ์ได้มีความคิดว่า พราหมณ์ทั้งหลายเรียนเวทในลัทธิของพราหมณ์ ประพฤติพรหมจรรย์สิ้น ๔๘ พรรษา ส่วนพระสมณะโคดมเคยอยู่ครองเรือนได้อภิรมย์กับนางสนม ๓ หมู่ในปราสาททั้ง ๓ บัดนี้ พระสมณะโคดมเจ้าตรัสอย่างไรหนอ
เมื่อบริโภคอาหารเช้าแล้วได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถามว่า "ท่านพระโคดมผู้เจริญปฏิญาณการอยู่ประพฤติพรหมจรรย์อย่างนี้ว่า เราเป็นผู้ประพฤติพรหมจรรย์"
ลำดับนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อทรงบันลือสีหนาทว่า แม้เพียงวิตกก็ไม่เกิดขึ้นปรารภสุขในราชสมบัติหรือความเพียบพร้อมด้วยนักฟ้อนในปราสาททั้งหลาย เพราะพระองค์ทรงประพฤติความเพียรตลอด ๖ พรรษา ในเวลาที่ยังทรงมีกิเลส เหมือนคนจับงูเห่าด้วยมนต์ และเหมือนเอาเท้าเหยียบคอศัตรูฉะนั้น
อธิบายเมถุนสูตร ในศีลนิเทศ วิสุทธิมรรค
เรื่องพระอุทายี
โดย ศาลาธรรม [25 มิ.ย. 2552 , 10:16:37 น.] ( IP = 125.27.172.12 : : )
สลักธรรม 9แวะมาดูอีกครั้ง และได้ไปอ่านที่คุณศาลาธรรมนำมาลงและลิ้งค์ให้นั้นอย่างละเอียด ๒ รอบเลยครับ น่าศึกษาหาความรูมากๆเลย เพื่อเป็นเครื่องป้องกันความเห็นผิดคิดผิดได้เป็นอย่างดีเลยครับ
ขอบพระคุณมากเลยครับผม
![]()
โดย พี่เณร [25 มิ.ย. 2552 , 18:06:10 น.] ( IP = 58.9.147.203 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |