มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ฮาร์ดดิสก์แห่งหัวใจ









ฮาร์ดดิสก์แห่งหัวใจ

ดูแลให้ดี และใส่ดีให้เป็น



องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระทรงเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น และผู้เบิกบาน ทรงสั่งสอนพระธรรมเพื่อให้สัตว์ทั้งหลายพ้นจากวัฎฎะภัย การตรัสรู้ของพระองค์ได้รื้อสัตว์ขนสัตว์ออกจากวัฎฎะภัยไปมากแล้ว คงเหลือแต่พวกเราเท่านั้น ที่ต่างก็รู้บ้างไม่รู้บ้าง หรือรู้แล้วแต่ยังไม่ได้ทำ

พวกเราจึงต้องมีการถูกกระตุ้นเตือน..การทำความดีให้ผลดี การกระทำความชั่วให้ผลชั่ว และผลทั้งดีทั้งชั่วนั้นนั้น ส่งให้เราได้รับตอนปฏิสนธิ และหลังปฏิสนธิคือปวัตติกาล และไม่ว่าจะเกิดเป็นใคร วรรณ ะใด เชื้อชาติใด สรุปลงได้ว่าขันธ์นั้นเป็นทุกข์ ทุกข์เสมอด้วยขันธ์นั้นไม่มี เราจึงต้องมีเวลาสะสมบารมีธรรม มีปัญญาบารมีเป็นต้น มีทานบารมีเป็นที่สุด จึงจะทำให้หลุดรอดและพ้นจากภัยต่าง ๆ โดยเฉพาะภัยในวัฎฎะสงสารได้

พระธรรมคำสั่งสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้ามี ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ ซึ่งนับว่ามากมายเหลือเกิน ชั่วชีวิตเราชีวิตนี้ก็คงเรียนไม่หมด เพราะพระพุทธพจน์นั้นกว้างขวาง ลุ่มลึก สุขุมคัมภีรภาพ

อย่างคำว่า เมตตาธรรมค้ำจุนโลกเป็นอย่างไร? บางครั้งเราอาจเคยได้ยินว่าความเมตตามีอานิสงส์ ๑๑ ประการ เช่น หลับเป็นสุข ตื่นเป็นสุข การที่เราทราบเช่นนี้ก็เป็นสิ่งที่ชี้ให้เห็นว่า เมื่อเรามีโอกาสศึกษาเล่าเรียน มีโอกาสฟังธรรม ก็จะทำให้เราสร้างความสุขแก่ตนเองได้

ในการดูแลชีวิตของเราจึงต้องเลือกหมวดธรรมให้เหมาะกับจริตของเราด้วย อย่างเช่นเราต้องการทำให้เราหลับเป็นสุข ตื่นเป็นสุข ไม่นอนร้อน และไม่ตื่นทุกข์ เพราะทุกวันนี้เรานอนร้อน.. ไม่รู้ว่าขโมยจะขึ้นบ้านหรือเปล่า ? ไม่รู้พรุ่งนี้ ชีวิตจะเป็นอย่างไร? ไม่รู้น้ำมันจะขึ้นไหม? นอนไปแผ่นดินจะไหวไหม? ข่าวสารพัดที่เข้ามาทำให้เรานอนร้อน และพอตื่นขึ้นมาก็เป็นทุกข์อีกแล้ว mujเราต้องระวัง ต้องแก้ไขปัญหาสารพัดอย่าง

ขณะนี้ราคาน้ำมันขึ้น เศรษฐกิจตก ไม่มีเสถียรภาพที่จะมั่นใจได้เลยว่า สิ่งที่เรามีอยู่นั้นจะปลอดภัยไหม? บางคนมีเงินอยู่มากก็ไม่รู้ว่าอยู่ดี ๆ มันจะลดค่าลงเหลือครึ่งหนึ่งเลยหรือเปล่า ? จึงนอนก็ร้อน ตื่นก็ทุกข์

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก [24 มิ.ย. 2552 , 15:44:14 น.] ( IP = 125.27.175.39 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1



นอกจากนี้ เราก็ไม่รู้เลยว่า เราทำอะไรมาบ้าง ? ผู้ที่เรียนธรรมะมาบ้างแล้วก็จะทราบว่า ชวนะดวงที่ ๒ ถึง ดวงที่ ๖ ให้ผลตั้งแต่ชาติที่ ๓ ไปจนอโหสิกรรม และปฐมชวนะนั้นไม่เป็นอกุศลก็เป็นกุศล

เราก็ลองมาเทียบเคียงกับชีวิตของเราว่าเราสันทัดอะไร? ถ้าเราสันทัดโกรธง่าย ปฐมชวนะที่เก่า ๆ ของเราก็โทสะชวนะมาก ถ้าเราโลภง่าย ปฐมชวนะในอดีตชาติเก่า ๆ ของเราก็โลภะชวนะ ที่มีมากมาย แต่ไม่ว่าจะมีชวนะชนิดไหนมากบรรดาสัตว์ในโลกนี้ทั้ง ๓๑ ภูมิ ต่างจุติแล้วปฏิสนธิทันทีปฐมชวนะที่เรียกชื่อว่า ภวะนิกันติกะโลภะชวนะ คือความยินดีติดใจในภพ กันทั้งนั้นเลย โดยมีคติกรรมนำไปในขณะมรณาสันนกาลและมรณาสันนวิถี แม้สัตว์นรกก็มีความยินดีติดใจในภพ เพราะว่าจิตนี้เป็นไปด้วยความพร่องแห่งกิเลสวัฎ เมื่อมีกิเลสวัฎแล้ว วิบากวัฏย่อมมี

เมื่อศึกษาแล้วเราก็จะทราบได้ว่า นอกจากการเรียนเป็นปริจเฉทแล้วแม้กระทั่งในบทสวดมนต์ต่างๆ ก็สามารถขยายความได้ ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ถ้าหากเราเข้าใจพระบาลีอย่างสว่างกระจ่างใจจริง ๆ แต่ไม่ว่าจะเป็นพระผู้ทรงพระไตรปิฎกขนาดไหนต่างก็ต้องตายทั้งนั้น เพราะไม่มีอะไรเก่งเกินกรรม กรรมเป็นสิ่งที่น่ากลัว และการจะพ้นกรรมได้ก็ต้องปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน

สมัยนี้ เราจะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีมีมากขึ้น ๆ จนเราตามไม่ทันเลย ตอนนี้โทรศัพท์เป็นระบบ Touch ที่หน้าจอ แล้วก็ยังมีรุ่นที่ใช้ซิมการ์ดได้ถึงสองอันในเครื่องเดียวกัน ต่อไปก็คงมีการพัฒนาให้พูดถึงกันได้เลยโดยไม่ต้องแตะสัมผัสหน้าจอ หรือแค่กระพริบตาซ้ายก็โทรออก กระพริบตาขวาก็วางสาย

แล้วเราก็จะเห็นได้ว่า ตอนนี้คอมพิวเตอร์เข้ามามีบทบาททุกหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นรัฐวิสาหกิจ ราชการ ห้างร้าน บริษัท ต้องใช้ระบบคอมพิวเตอร์ทั้งสิ้น ซึ่งเมื่อย้อนไปในสมัยที่หลวงพ่อแสวงท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านเองก็ต่อต้านมากกับการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ แม้กระทั่งตัวผู้พูดเองตอนแรกๆ ก็ต่อต้านเช่นกัน เพราะทำไม่เป็น ( แต่ตอนนี้ทำเป็นแล้ว และทำงานทางอภิธรรมออนไลน์เองเกือบทั้งหมดด้วย) ซึ่งหลวงพ่อก็ท่านบอกว่าไม่ดี .. แต่พวกเรากลับเห็นว่ามันดี แต่พอมาดูจริง ๆ แล้วมันไม่ดีจริง ๆ เลย

เพราะเมื่อก่อนนี้เวลามีเรื่องราวอะไรก็สื่อสารกันไม่สะดวก ถึงจะใช้โทรเลขได้แต่ก็นานเชียวกว่าจะเคาะส่งและรับข้อความ ต่อมาก็มีการสื่อสารเป็นจดหมาย แล้วก็พัฒนามาเป็นโทรศัพท์บ้านแบบหมุนก่อนจนมาเป็นโทรศัพท์มือถือ และทุกวันนี้ก็มีอีเมล์ (E- mail) แล้วยังสามารถคุยกันตรงนั้นได้เลยด้วย เอ็ม.เอส.เอ็น. ต่อมาก็มีการพัฒนาให้เสียบไมรโครโฟนคุยกันผ่าน เอ็ม เอส เอ็น ได้ ปัจจุบันนี้ก็ยังมีการติดกล้องให้มองเห็นกันได้อีก เรียกว่าแชทกันกลางห้องนอนให้เห็นไส้เห็นพุงกันไปเลย

ก็จะเห็นได้ว่าปัจจุบันนี้ทุกอย่างนั้นรวดเร็วเหลือเกิน มีความลับที่ไหน มีของไม่ดีที่ไหนก็กระจายได้ทั่วกันไปหมดด้วยการสื่อสารของโลกที่ไร้พรหมแดน หากมองดีในด้านเดียวก็จะคิดว่าติดต่อสื่อสารง่าย แต่ถ้ามองอีกด้านว่า พอมีเรื่องไม่ดีปุ๊บมันก็ไร้พรมแดนจริง ๆ

โดย น้องกิ๊ฟ [24 มิ.ย. 2552 , 15:45:01 น.] ( IP = 125.27.175.39 : : )


  สลักธรรม 2



แต่ไม่ว่าจะมีการพัฒนาให้ดีเลิศเก่งอย่างไรก็ไม่เก่งเกินกรรม เราจะเห็นได้ว่า ซี พี ยู ของเครื่องคอมพิวเตอร์นี้มีความจำกัดสามารถเก็บข้อมูลได้จำนวนหนึ่งเท่านั้น หากมีข้อมูลเกินปริมาณที่เก็บจะได้มันก็จะแฮงค์ แม้จะมีการพัฒนารุ่นใหม่ ๆ มีโปรแกรมใหม่อยู่เรื่อย ๆ ก็ยังโดนไวรัสทำลาย

สมัยนี้ใช้ฮาร์ดดิสก์หรือดิสเกตเพียงแผ่นเดียวก็เก็บพระไตรปิฎกได้หมด จากพระไตรปิฎกเมื่อก่อนมี ๑ ตู้ ปัจจุบันนี้มี ๑ แผ่น แต่หนึ่งแผ่นนี้มีอายุของมัน ย่อมมีเสื่อมได้ถ้ามีรอยขูดขีด และเดี๋ยวนี้เขาก็มีดิสก์เก็บข้อมูลต่างหากซึ่งมีความจุเก็บได้เท่ากับฮาร์ดดิสก์ของคอมพิวเตอร์ตัวหนึ่ง แต่ก็มียังการแฮงค์ถ้าโดนไวรัส

ไม่ว่าจะมีอะไรที่ทันสมัยอย่างไรก็แล้วแต่ อีก ๑๐ ปีข้างหน้า หรือ ๑๐๐ ปีข้างหน้า โลกอาจจะพัฒนาถึงขนาดสร้างอุปกรณ์ติดตัวแล้วทำให้เราเป็นเหมือนเครื่องไอพ่นก็ได้ อีกหน่อยถ้าอยากไปอเมริกา ก็ไปซื้อเครื่องมือมาสวมไว้ที่ก้น แล้วอาจจะมีไอพ่นบินไปเองก็ได้ ....เรื่องแบบนี้ใครจะไปรู้ เพราะเมื่อหลายสิบปีก่อนเราก็ไม่รู้ว่าจะมีเครื่องคอมพิวเตอร์เหมือนกัน

แต่ไม่ว่าจะมีอะไรทันสมัยสิ่งเหล่านั้นก็มีจุดเสื่อม มีอายุการใช้งาน แต่ "ฮาร์ดดิสก์แห่งหัวใจ" ที่เราได้มาคนละเครื่องให้ใช้ทั้งชาติเลยนั้น ไม่มีปัญหาข้อมูลรวน และเก็บทั้งบุญทั้งบาปไว้อย่างแนบแน่นได้ทุกอย่าง และก็พร้อมโอนถ่ายข้อมูล ให้กับผู้เป็นเจ้าของไปในชาติต่อๆ ไป

หนึ่งชาติที่เราต้องใช้ฮาร์ดดิสก์ แห่งหัวใจนี้ เมมโมรี่ของเราไม่มีกำหนดปริมาณความจุ ไม่มีหน่วยวัดว่ากี่กิกกะไบท์ และบริษัทที่จัดสร้างก็คือบริษัทธรรมชาติ ยี่ห้อกรรม และมีการป้องกันไวรัสอย่างสมบูรณ์ จนไวรัสเจาะเข้ามาไม่ได้ ไม่มีอาการแฮงค์ ไม่ว่าใครจะมาถามว่าเราชื่ออะไร เราก็ตอบได้ถูก ถาม ๑๐๐ ครั้งก็ตอบได้ทั้ง ๑๐๐ ครั้ง ถ้าเราถามกูเกิ้ล กูเกิ้ลก็จะตอบให้เราได้ทีละเรื่องเท่านั้น

ฉะนั้น เราจึงต้องดูแลฮาร์ดดิสก์แห่งหัวใจของเราให้ดี และใส่ดีให้เป็นด้วยการบรรจุข้อมูลที่ดีเข้าไป

โดย น้องกิ๊ฟ [24 มิ.ย. 2552 , 15:46:00 น.] ( IP = 125.27.175.39 : : )


  สลักธรรม 3



พระพุทธเจ้าทรงสอนให้ดูแลชีวิตจิตใจด้วย ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ พระองค์อุบัติขึ้นมาเพื่อรื้อสัตว์ขนสัตว์ ใครล่ะเป็นสัตว์? "เราคือ สัตว์โลกผู้เวียนว่ายตายเกิด" และถ้าเข้าใจหัวใจของพระพุทธศาสนาแล้ว ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์นั้นมีคำสั่งของพระพุทธองค์มีอยู่ ๓ คือ

๑ เพียรทำความชั่วให้หมดไป ... ชั่วที่กาย อกุศลกายกรรม อย่าทำ ... ชั่วที่วาจา อกุศลวจีกรรม อย่าทำ ... ชั่วที่ใจ อกุศลมโนกรรม อย่าทำ

๒. ให้ทำความดีให้ถึงพร้อม .....ถึงพร้อมด้วยกุศลกายกรรม กุศลวจีกรรม และกุศลมโนกรรม

๓. เพียรชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ ให้หมดจดจากเครื่องเศร้าหมอง

นี่คือวิธีการดูแลฮาร์ดดิสก์แห่งหัวใจ ให้บริสุทธิ์หมดจดจากกิเลส จากเครื่องเศร้าหมอง และเราก็จะต้องรู้ว่า กิเลสเครื่องเศร้าหมองมีอะไรบ้าง จากที่เราได้เรียนมาเราได้รู้จักกลุ่มของอกุศลเจตสิกคือ โมจตุกะ ๔ โลติกะ ๓ โทจตุกะ ๔ ถีทุกะ ๒ และวิจิกิจฉา ๑ เจตสิกเหล่านี้เมื่อเข้าปรุงแต่งจิตแล้วก็ทำให้เกิดอกุศลจิต แต่ถ้าเมื่อใดที่โสภณเจตสิกเข้าปรุงแต่งก็จะทำให้เกิดกุศลจิต เราจึงต้องดูจิตใจของเราให้ดีและใส่ดีให้เป็น

การที่ท่านมาศึกษาที่นี่และไปปฏิบัติธรรมที่อ้อมน้อย..นั่นคือการดูแลให้ดี และ ใส่ดีกันเป็นบ้างแล้ว แต่ความดียังไม่เต็มเท่านั้นเอง จึงอย่าเพิ่งไปหยุดใส่

เพราะเราใช้ฮาร์ดดิสก์นี้มานานแล้ว ซึ่งแต่ก่อนนั้นเราไม่ค่อยได้ใส่ดีชนิดนี้กันเอาไว้ ตอนนี้ก็ขอให้คิดว่า เรากำลังนับถอยหลังไปสู่ความตายที่เหลือเวลาอีกไม่กี่ปีแล้ว และเราจะไม่เพิ่มจะไม่บรรจุข้อมูลดีๆ ลง ไปอีกหรือ? หรือจะอยู่อย่างเก่า ๆ

โดย น้องกิ๊ฟ [24 มิ.ย. 2552 , 15:46:24 น.] ( IP = 125.27.175.39 : : )


  สลักธรรม 4




ทุกวันนี้ที่เราอยู่บ้านหลวงพ่อเสือท่านบอกว่า ขณะที่อยู่บ้านนั้นชีวิตเราถูกกิเลสเผา แต่เมื่อเราเข้าปฏิบัติเราเข้าไปเผากิเลส เผาความเห็นผิดว่าเป็นตัวเรา เป็นของของเรา แท้ที่จริงคือรูปกับนาม แต่แม้ว่าเราจะไปเข้าติดต่อกัน ๔ อาทิตย์แล้ว กิเลสก็ยังตามเข้าไปเผาให้อยากกลับบ้านได้เลย เพราะคิดว่า “เสียเวลาจัง กลับบ้านไปปฏิบัติที่บ้านก็ได้” ก็จะเห็นได้ว่าข้อมูลเก่าของเรานี้ มันเป็นข้อมูลที่เลวร้าย มันพร้อมจะแสดงบทอุบาทว์ต่อชีวิต

เมื่อพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นมานั้นวรรณะ ๔ กำลังเฟื่องฟู แต่พระองค์บอกว่า ชาติกำเนิดหรือตระกูลไม่สำคัญ สำคัญอยู่ที่ว่าเรากำลังทำกรรมอะไรอยู่ และในสมัยนั้นก็มีระบบความคิดความเห็นที่แบ่งแยกแล้วมี ๖๒ ประเภท เรียกว่า ทิฏฐิ ๖๒

มีอยู่ครั้งหนึ่งพระพุทธองค์ไปนั่งบำเพ็ญพรต มีบาตรใบหนึ่ง ไปนั่งไปบำเพ็ญพรต มีคหบดีคนหนึ่งก็จูงวัวเป็นขบวนผ่านมา เขาหันไปมองเห็นพระพุทธเจ้าแต่เขาไม่รู้ว่าเป็นพระพุทธเจ้า เขาก็คิดว่าคนอะไรจนถึงขนาดนี้ เนื้อตัวไม่มีสมบัติอะไรเลยยกเว้นกะลา(บาตร)เพียงใบเดียวเท่านั้นที่เป็นสมบัติ

เมื่อคหบดีนั้นเข้าไปใกล้ พระพุทธเจ้าก็ตรัสถามว่าท่านยืนดูอะไร คหบดีก็ตอบกลับมาว่า มายืนดูว่า ทำไมท่านถึงจนได้ขนาดนี้ เรามีวัวควายมากมาย และก็ยังอยากได้เพิ่มอีกมากๆ พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า เราไม่จน แม้จะมีบาตรเพียงหนึ่งใบ และเชือกเพียงเส้นเดียว แต่ตถาคตหมดความอยากแล้ว เราจึงเป็นผู้ไม่จน

การดูแลชีวิตของเราจึงไม่ควรประมาทต้องรู้จักความพอดี และคำว่าพอเพียง เพราะชีวิตของเราเหลือน้อยแล้ว เราอาจจะเจอวันนี้แล้วพรุ่งนี้ก็จากกันไปไม่มีอะไรแน่ เราควรมาเติมสุขให้กับชีวิตเรา คือ เติมสิ่งที่ดี ๆ ดูแลชีวิตให้ดี และใส่ดีให้เป็นลงในฮาร์ดดิสก์แห่งหัวใจของเราด้วยการ ๑. เราต้องหัดปิด ๒. เราต้องหัดปล่อย ๓. เราต้องหัดเพิ่ม ๔. เราต้องพอ

โดย น้องกิ๊ฟ [24 มิ.ย. 2552 , 15:46:49 น.] ( IP = 125.27.175.39 : : )


  สลักธรรม 5




๑. เราต้องหัดปิด ..ทุกวันนี้เราเปิดอะไรอยู่ล่ะ? เปิดทวารอยู่ และสุขทุกข์ของเราก็มาทางทวาร ได้แก่ รูปารมณ์ สัททารมณ์ คันธารมณ์ รสารมณ์ โผฏฐัพพารมณ์ และธัมมารมณ์ พระพุทธองค์สอนให้เราหัดปิดทวารเสียบ้าง

ทางตา....อะไรที่ไม่ดีก็ปิดตาเสียบ้าง อย่าเที่ยวได้ไปแอบดูใคร ไม่รู้ไม่เห็นเป็นดีที่สุด ถ้าจำเป็นจะต้องเห็น ก็ให้เห็นเฉย ๆ อย่าพูด ถ้าจำเป็นต้องพูดพูดให้น้อยที่สุด ผิดจะน้อยที่สุด แต่ไม่พูดเลยก็ไม่ผิดเลย

ทางหู...ก็หัดปิดเสียบ้าง อะไรที่ฟังไม่รื่นหูก็ปิดบ้าง แต่เรามักจะเป็นกันคือถึงเราไม่ชอบก็แต่อยากฟัง เช่น เขาว่าฉันว่าอย่างไร? ทางทวารอื่นๆ ก็เช่นกันที่ต้องหัดปิดเสียบ้าง โดยเฉพาะทวารใจปิดยากที่สุด

สิ่งที่จะทำให้ทวารใจของเราปิดลงได้ ท่านบอกต้องอาศัยสติ ระลึกผิดชอบชั่วดี สติเหมือนพี่เลี้ยง จิตเหมือนกับเด็กที่ซนมาก ๆ มีความดิ้นรน กวัดแก่ง รักษายาก และห้ามยาก เพราะฉะนั้นพี่เลี้ยงต้องระวัง ต้องดูแลเสมอ ๆ มิฉะนั้น เด็กจะไปจับ บางที ก็คลานไปโน่นไปนี่ เพราะฉะนั้นจึงต้องมีสติเสมอๆ การปิดทวารเสียบ้าง จึงเป็นการดูแลให้ดี ใส่ดีให้เป็น เป็นการเพิ่มสุขให้กับชีวิต ได้อย่างที่เราคาดไม่ถึงทีเดียว

๒. เราต้องหัดปล่อย .. ปล่อยวางเสียบ้าง การงานอะไรเรามอบให้คนอื่นเสียบ้าง ตอนนี้เราแก่แล้ว อะไรที่มันเกินแรงก็ปล่อยให้ผู้อื่นทำบ้าง เราดูแลห่าง ๆ ไม่ใช่ปล่อยปละละเลย อย่างทุกวันนี้ ถ้าให้ออกมาสอนก็สอนไม่ไหวแล้ว จึงให้อาจารย์เล็ก และอาจารย์ดา ผู้มีประสิทธิภาพ และมีคุณภาพมาทำหน้าที่แทน แต่ก็ดูอยู่ห่าง ๆ ดีก็อุดหนุน ไม่ดีไม่ค้ำจุนด้วย สำหรับเรื่องที่บ้านเราก็เหมือนกัน เราอย่าคิดว่า เราทำเองดีกว่า นี่คือการยึดไว้ไม่ปล่อย เมื่อเราไม่ปล่อยเราจึงทุกข์

ฉะนั้นเมื่อปิดแล้วเราจึงหัดปล่อยเสียบ้าง ไม่ใช่เอาหูไปนา เอาตาไปไร่ กิจการการงานของเราก็เช่นเดียวกัน บอกให้วางมือบ้าง แล้วเราให้นโยบายให้แบบแผนเขา แล้วเป็นที่ปรึกษาที่ดีกับเขา เราก็จะเติมสุขให้กับชีวิตได้

โดย น้องกิ๊ฟ [24 มิ.ย. 2552 , 15:47:29 น.] ( IP = 125.27.175.39 : : )


  สลักธรรม 6




๓. เราต้องหัดเพิ่ม ... เพิ่มความดีคือบุญกุศล เราเคยดีอาทิตย์ละวันคือมาเรียนพระอภิธรรม แต่พอถึงเวลาสี่โมงเย็น แผ่เมตตาเสร็จแล้วก็ปิดหนังสือ แล้วไม่เคยกลับไปทวนเลย ไม่เคยรู้ว่า โสมนสฺสสหคตํ ทิฏฺฐิคตสมฺปยุตฺตํ อสงฺขาริกฺกํ จิตที่เกิดพร้อมด้วยความยินดีประกอบไปด้วยความเห็นผิด มันเกิดขึ้นกับเราต้องไหน? เราต้องเติมดีไม่ใช่เรารู้ดี ทุกวันนี้เรามีคุณภาพแบบรู้ดี

ยกตัวอย่าง จักขุวิญญาณ ๒ เป็นวิบากอกุศล ๑ วิบากกุศล ๑ ถ้าเรารู้ดี เราต้องรู้เราต้องรู้ให้จริงว่า ว่าตรงนี้เกิดจากวิบากอกุศล แล้วเราก็ต้องเท่าทัน... วิบากอกุศลเป็นผลของอกุศล วิบากกุศลเป็นผลของกุศล เป็นเพียงผลที่มาจากเหตุ แต่ทำไมเราไปรับมันมาเป็นเจ้าของล่ะ ? ทำไมเราไม่วางใจล่ะ?

ฉะนั้นต้องเติมดี เอาไปคิด เอาไปนึก ทำสุตามยปัญญาให้เป็นจินตามยปัญญา โดยการเพิ่มกุศลผลบุญ เพราะบุญเก่าของเรากำลังหมดไปเรื่อย ๆ สภาพที่แก่นี่แหละเป็นสภาพที่บุญเสื่อม เราเกิดมาด้วยบุญ ใช่ไหม? แล้วพอจะต้องตาย หมดบุญใช่ไหม? เราจึงต้องเพิ่ม

๔. เราต้องพอ ... ทำทุกอย่างให้มีความพอประมาณ อย่างเรื่องของพระพุทธเจ้าที่เล่าไปแล้วว่าท่านบอกว่าท่านไม่จน เพราะว่าท่านพอ รู้จักพอแล้วจึงดี ไม่ใช่หาดีแล้วจึงพอ

ฉะนั้น ปิด ปล่อย เพิ่ม พอ ก็จะมีแก่ชีวิตของเรา ก็เป็นการเติมสุข ทุกวันนี้เรารู้ดี รู้เยอะแยะเลย แต่รู้ไม่จริง ถ้ารู้จริงแล้วเราต้องนิ่งได้ เพราะนี่คือวิบากอกุศล นี่คือ วิบากกุศล เป็นผลให้เกิดความสุข ความทุกข์ ซึ่งมาจากกรรมในอดีต ฉะนั้น รู้ดีจึงนิ่งได้ รู้ถูกต้องนิ่งเป็น แต่ทุกวันนี้รู้เห็นแค่ตอบได้ เราจึงต้องทำ เพราะเราเรียนกันมามากแล้ว

โดย น้องกิ๊ฟ [24 มิ.ย. 2552 , 15:48:18 น.] ( IP = 125.27.175.39 : : )


  สลักธรรม 7




สมมติจะตั้งคำถามทุกคนว่า เรากรรมมีเท่าไร? บางคนก็ตอบว่า มี ๒ บ้าง คือบุญกับบาป มีกรรม ๒๐ บ้าง มี อกุศล ๑๒ มหากุศล ๘ มีกรรม ๓ บ้างคือ กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม สิ่งเหล่านี้ก็คือคำตอบที่มาจาก ฮาร์ดดิสก์แห่งหัวใจของแต่ละคน แต่คำตอบที่ถูกนั้น เรามีกรรม ๖ คือ

กัมมัสสะโกมหิ เราเป็นผู้มีกรรมเป็นของ ๆ ตน

กัมมะทายาโท เราเป็นผู้รับผลของกรรม

กัมมะโยนิ เราเป็นผู้มีกรรมเป็นกำเนิด

กัมมะพันธุ เราเป็นผู้มีกรรมเป็นเผ่าพันธ์

กัมมะปะฏิสะระโณ เราเป็นผู้มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย

กัมมัง กะริสสามิ กัละยาณัง วา ปาปะกัง วา ตัสสะ ทายาโท ภิวิสสามิ เราทำกรรมอันใดไว้ ดีหรือชั่วจักเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น

คำถามนี้ไม่ใช่การมาจับผิดแต่จะมาบอกว่า คำสอนของพุทธเจ้านั้นอย่าคิดว่าเรารู้หมดแล้ว เพราะมีมากเหลือเกิน เราจะต้องเรียนให้เข้าใจ จริง ๆ ซึ่งโดยสรุปแล้วก็เป็นเรื่องของบุญ-บาปของ ”เรา” แต่ส่วนมากแล้วเราจะมองไปที่ ”เขา” เขาทำอกุศลจังเลย หรือหนูคนนี้ทำบาปจัง คนนี้ดีนะทำบุญ แต่พระพุทธเจ้าสอนให้มองตน มองกรรม ๖ ของตนให้มากแล้วเรื่องยุ่งยากจะหมดไป

อย่าลืมว่า ซี พี ยู ที่ไหนก็แล้วแต่ จะเป็นยี่ห้ออะไรก็แล้วแต่ ฮาร์ดดิสก์ต่าง ๆ ย่อมพังย่อม แฮงค์ได้ โดนไวรัสทำลายได้ แต่ฮาร์ดดิสก์แห่งหัวใจของเรานี่แหละ ที่จะเก็บข้อมูลได้ดีที่สุด และก็ควรจะเลือกเก้บแต่ข้อมูลที่ดีๆ เอาไว้ และเราต้องทำด้วยตนเองเพราะไม่มีใครช่วยเราได้

ชาติกำเนิดไม่สำคัญ สำคัญที่ว่า เราทำอะไรอยู่ หากยอมรับว่า แต่ละคนต่างมีกรรมเป็นของตน ไม่มีใครทำอะไรแทนใครได้ เมื่อหลับตาลงแล้วก็จะเห็นว่ามาคนเดียว ส่วนบริวารของชีวิตทั้งหลายเป็นเพียงผลของบาปของบุญที่หลั่งเข้ามา และที่มาให้เพราะว่าสุก (วิบาก)

โดย น้องกิ๊ฟ [24 มิ.ย. 2552 , 15:49:09 น.] ( IP = 125.27.175.39 : : )


  สลักธรรม 8



ความรู้จากการเรียนก็คือ การบอกได้

แต่เรียนได้ รู้ได้ และทำได้ก็คือ รู้เท่าทันวิบากกุศลหรือวิบากอกุศล

เรามีกรรมเป็นของของตน.. หยิบยกหยิบยื่นให้ใครไม่ได้ เลย เราต้องเป็นผู้รับกรรมนั้น รับชวนะดวงที่ ๒ ถึง ชวนะดวงที่ ๖ ไปจนกว่าจะเป็นพระอรหันต์แล้วตายไป

เราเป็นผู้เกิดมาแต่กรรม.. ชาตินี้เราได้กุศลนำเกิด ชาติหน้าเราจะยืนยันไหม? ว่าจะได้กุศลนำเกิด.. ไม่แน่

เรามีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ .. ดูได้เลยอุปนิสัย ความเคยชิน ความสันทัดของเรา ที่มันเกิดเผ่าพันธุ์เรา คนใกล้เรา ที่จะต้องคุ้นจะต้องคบ มันมีเป็นเผ่าพันธุ์ ฉะนั้น เมื่อมันไม่ดีมา สร้างดีใหม่ได้ ท่านบอกว่าจะดูคนนี้ว่าเป็นอย่างไรให้ดูเพื่อนที่เขาคบ เขาคบคนแบบไหน นั่นแหละอุปนิสัยเขา คบคนพาลพาลพาไปหาผิด คบบัณฑิตบัณฑิตพาไปหาผล เพราะฉะนั้นอย่าพยายาม ยึดอยู่กับหมู่ มาตรงนี้เราต้องปรับระดับแล้ว ทุกคนต่างมีความรู้และความน่ารักกันทั้งนั้น เราก็เปลี่ยนกลุ่มคุยกันบ้าง เปลี่ยนที่ทานอาหารกันบ้าง ลองแยกจากกันบ้าง ลองกระจายความรู้ให้แก่กันบ้าง กระจายอุปนิสัยเข้าหากันบ้าง เพื่อความสามัคคี รักกันเหมือนพี่ ดีกันเหมือนน้อง ประคองกัน ไปเพื่อมรรคผล

เรามีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย .. ที่พึ่งอื่นไม่มีนะ บ้านเขามีให้หลับไม่ใช่มีให้พึ่ง เห็นไหมเวลาพายุมาบ้านยังพังมาทับตายเลย เห็นไหม? พึ่งไม่ได้

และเราทำกรรมใดไว้ย่อมต้องได้รับผลของกรรมนั้น จึงอย่าไปมองกรรมอื่นมากกว่ากรรมทั้ง ๖ นี้

แล้วในพรรษานี้ก็จะมาชวนพวกท่านทำดาวกระดาษเพื่อถวายหลวงพ่อเสือกัน เพราะพวกเรายังไม่ได้เป็นดาวจริง พออาทิตย์หนึ่งก็เอามารวมใส่โหล เราคงจะได้ดาวกระดาษเยอะแยะ แล้วเราก็จะแบ่งเป็นโหล ๆ ไปเยี่ยมทหารผ่านศึกพร้อมด้วยสตางค์ เพื่อไปบอกกับพวกเขาว่า พวกเราพับด้วยหัวใจ พวกคุณเป็นดาวของเราที่ป้องกันให้เรามีรั้วของชาติ งานพับดาวนี้คงจะทำให้ท่านเกิดกุศลได้มาก และก็เป็นการบรรจุสิ่งที่ดีลงในฮาร์ดดิสก์แห่งหัวใจอีกด้วย

ขอกุศลเจตนาความตั้งใจนี้และความปรารถนาดี จงส่งกระแสจิตให้ทุก ๆ ท่าน เป็นดาวที่ปั้นได้ เป็นดาวที่พับได้สวย พับกายพับใจ พับไว้ในตักของหลวงพ่อเสือได้ทั่วหน้ากัน และก็ขอให้มี ที่ไปคือมรรคผลนิพพานทุกท่านเทอญ


โดย น้องกิ๊ฟ [24 มิ.ย. 2552 , 15:49:47 น.] ( IP = 125.27.175.39 : : )


  สลักธรรม 9

ขอบคุณน้อองกิ้ฟมากๆนะครับ ที่ถ่ายทอดคาถาแห่งความสุขมาให้ได้อ่านกัน เพื่อจะได้หาทางบรรจุข้อมูลที่งดงามลงบนฮาทดิสแห่งหัวใจไว้มากๆ และอย่างถูกต้องด้วย

พี่เณรเองก็กำลังใช้ช่วงเวลาหนึ่งของวัน พับดาวกระดาษ และเริ่มจะปราณีตขึ้นเรื่อยๆ ดาวดูสวยและมีมุมทั้ง ๕ อย่างสวย ทำให้คิดไปว่า ถ้าเราหมั่นทำความดี ด้วยความศรัทธาแล้ว ความดีที่เกิดขึ้นต่อเนื่องจะดูสวยงามขึ้นปราณีตขึ้นได้จริงๆ

เหมือนดาวกระดาษ ที่..จากสิบเป็นร้อย เป็นพัน เก็บอย่างสวยงาม อาจพอทำใหห้เธอได้ยิ้มได้....ใช่ถ้าเราทำได้หลวงพ่อท่านคงยิ้มรอรับเราอยู่ที่ปลายฟ้าเลยนะครับ

โดย พี่เณร [25 มิ.ย. 2552 , 07:11:53 น.] ( IP = 58.9.146.172 : : )


  สลักธรรม 10


ถึงเวลาแล้วที่เราควรจะอัพเกรด "ฮาร์ดดิสก์แห่งหัวใจ" ด้วยการเติมสิ่งดีๆ เข้าไปด้วยกรรมวิธีง่ายๆ ที่ท่านอาจารย์บอก เพียง ....ปิด-ปล่อย-เพิ่ม-พอ...
>
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์มากค่ะ ที่พร่ำเตือนศิษย์ และให้แต่สิ่งที่ดีๆ เพื่อไปปรับปรุง "ฮาร์ดดิสก์แห่งหัวใจ" ที่เดิมมีแต่สิ่งแปลกปลอมและเน่าเหม็นค่ะ

ขอบพระคุณน้องกิ๊ฟมากค่ะ ที่เพียรถ่ายทอดสิ่งดีๆจากท่านอาจารย์มาให้เพื่อนร่วมเกิดแก่เจ็บตาย ได้รับทราบเป็นประจำ....อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [26 มิ.ย. 2552 , 10:44:52 น.] ( IP = 124.121.177.43 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org