มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


วินัยของพระภิกษุสงฆ์ ที่ประชาชนควรทราบ





วินัยของพระภิกษุสงฆ์ ที่ประชาชนควรทราบ

รวบรวมและเรียบเรียงโดย พระเทพวิสุทธิญาณ (อุบล นนฺทโก ป.ธ. ๙) วัดบวรนิเวศวิหาร

ที่มา : จาก เว็บไซด์ประตูสู่ธรรม



พุทธศาสนิกชนฝ่ายคฤหัสถ์ควรรู้จักพระวินัยบางข้อของพระภิกษุสงฆ์ไว้ด้วย เพราะว่าพระภิกษุสงฆ์มีหน้าที่อันสำคัญที่สุด คือรักษาตัวอย่าให้มีโทษทางพระวินัย จึงจะสมเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยของพระบรมศาสดา

และจะได้สมเป็นผู้ที่ตั้งอยู่ในฐานะเป็นนาบุญของชาวโลก ไม่บริโภคจตุปัจจัยของเขาให้เปลืองเปล่า เปรียบเหมือนอย่างพื้นนาอันปราศจากวัชพืช คือหญ้าที่เป็นโทษ ย่อมจะอำนวยให้ข้าวที่ชาวนาหว่านลงเจริญงอกงามมีผลเต็มเมล็ดเต็มรวง แต่หากว่านารกไปด้วยวัชพืช ข้าวที่หว่านลงก็มีผลไม่เต็มที่

ข้อนี้ฉันใด พระภิกษุหรือสามเณร ก็ฉันนั้นเหมือนกัน ถ้าศีลไม่ขาด ไม่มีโทษทางพระวินัย ก็เท่ากับนาที่ไม่รก พืชบุญที่หว่านลงก็ย่อมมีผลมาก มีกำไรมาก แต่ถ้าศีลขาดมากมีโทษทางพระวินัยมาก ก็เท่ากับที่นารก พืชบุญที่ชาวโลกหว่านลงก็มีผลน้อยมีกำไรน้อย

ด้วยเหตุนี้ พระภิกษุสามเณรผู้ตระหนักในหน้าที่ของตน จึงพยายามรักษาตัวมิให้เป็นนาที่รกด้วยวัชพืช

ก็ในการรักษาตัวนั้น พระภิกษุสามเณรบางรูปบางครั้งบางคราว ไม่สามารถจะให้บริสุทธิ์เท่าที่ควรได้ เพราะคฤหัสถ์หรือบุรุษ สตรีหรือทายกทายิกา ผู้ไม่รู้วินัยของพระ และมีธุระเกี่ยวข้องกับพระในวาระต่างๆ

เช่นในคราวทำบุญ แต่ทำไม่ถูกต้องพระวินัย ภิกษุเกรงใจคฤหัสถ์บางทีคฤหัสถ์เกรงใจภิกษุ จึงทำให้พระต้องอาบัติ คือต้องโทษทางพระวินัย อย่างนี้คฤหัสถ์ได้บุญก็จริง แต่ได้น้อยเพราะขณะเดียวกันนั้นพระได้บาปต้องโทษไม่บริสุทธิ์ เหมือนนาที่รกเสียแล้ว

อนึ่ง บางทีบางรูปไม่รู้วินัยของตนเองดีพอ หรือบางรูปรู้วินัยดีแล้ว แต่ไม่เอื้อเฟื้อในวินัยก็ย่อมเกี่ยวข้องกับคฤหัสถ์ในทางที่ผิดๆ และคฤหัสถ์ก็ไม่รู้วินัยของพระจึงพากันปฏิบัติผิดร่วมกันอย่างนี้ จึงรู้สึกว่าไม่ค่อยเหมาะกับพุทธศาสนิกชนเลย

ด้วยเหตุนี้ เพื่อที่จะให้คฤหัสถ์ บุรุษ-สตรีทั้งหลายช่วยกันรักษาภิกษุสงฆ์ให้บริสุทธิ์เป็นนาบุญอย่างดี จะได้เพิ่มปริมาณผลแห่งพืชบุญที่บริจาคหว่านลงไปให้มากยิ่งๆ ขึ้น จึงได้รวบรวมพระวินัยบางข้อที่คฤหัสถ์ทั้งบุรุษและสตรีควรทราบนำมาเรียบเรียงเป็นข้อๆ พอเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและปฏิบัติสำหรับคฤหัสถ์ ดังต่อไปนี้


โดย ณรังษี [25 มิ.ย. 2552 , 15:24:19 น.] ( IP = 125.27.172.12 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 11

สวัสดีคุณค่ะ chin


อีกไม่นานก็จะถึงกาลเข้าพรรษาแล้ว คงจะมีพระบวชใหม่จำนวนมาก และก็คงมีโยมจำนวนมากที่กระตือรือร้นในการทำบุญ เรื่องวินัยฯที่นำมาลงนี้ก็เพื่อประโยชน์ในการประกอบกุศลของฆราวาสอย่างไม่เบียดเบียนพระ ทั้งสิ่งที่ท่านผู้เขียนได้รวบรวมไว้ก็เป็นเรื่องทั่วไปที่อุบาสกอุบาสิกาอาจพลาดพลั้งไปทำให้พระท่านมัวหมองได้ หากได้ช่วยกันรักษาเนื้อนาบุญให้มีคุณภาพไว้ก็จะดีไม่น้อย

และแม้จะเป็นงานเขียนของพระสงฆ์ฝ่ายธรรมยุติก็ตาม ที่อาจเน้นเรื่องการจับต้องเงินไว้เป็นพิเศษ แต่ข้อเขียนเหล่านี้ก็สามารถปรับใช้ได้กับพุทธศาสนิกชนทั่วไป ชนิดที่ระวังไว้ก่อนดีกว่าประมาท..รู้ไว้ ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม

หากคุณ Chin ตั้งใจอ่านเพียงแค่ความนำก็จะทราบวัตถุประสงค์แล้ว ไม่จำเป็นต้องมาตีโพยตีพายอะไรแทนพระท่าน แต่สำหรับพระรูปใดที่สมัครใจจะเป็นอลัชชีประพฤตินอกรีตตามวินัยที่ตนแต่งตั้งเองและชอบใจ ก็เป็นบาปส่วนตัวของพระรูปนั้น

พระรูปใดที่เห็นว่าพระวินัยเป็นสิ่งที่ทำร้ายตนเอง ก็ไม่สมควรอยู่ในผ้าเหลืองให้มัวหมอง ควรสึกหาลาเพศออกไปเพื่อมิได้ชื่อว่าเป็นผู้ทำลายพระศาสนาด้วยมือของตนเอง

ส่วนข้อสงสัยประการอื่น ๆ คุณ Chin ควรไปกราบเรียนถามพระสงฆ์ผู้มีจริยาวัตรที่งามพระที่ประพฤติตามพระวินัยได้ดี หรือพระภิกษุผู้รวบรวมข้อมูลในเรื่องนี้คือ พระเทพวิสุทธิญาณ (อุบล นนฺทโก ป.ธ. ๙) วัดบวรนิเวศวิหาร ว่าท่านมีวัตถุประสงค์เช่นไร แล้วทำไม่ท่านจึงสื่อออกมาแบบไม่มีปฏิภาณ ทำให้บัวช้ำน้ำขุ่นได้ อย่างที่คุณ chin รู้สึกและกล่าวไว้

แต่สิ่งหนึ่งที่มั่นใจเสมอว่า พระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ที่เป็นระดับผู้บริหาร พวกท่านเหล่านั้นก็คงจะมีการปรับพระวินัยถอนสิกขาบทให้เหมาะสมกับสภาพการณ์ของโลกที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยอยู่แล้ว คุณ chin จึงไม่ต้องเป็นห่วงพระท่านในเรื่องเหล่านี้ให้มากความ

สำหรับเรื่องที่ท้วงติงมาเกี่ยวกับพระใหม่ที่คุณ chin กล่าวไว้ในย่อหน้าที่สองว่า "วินัยนะมีนิดเดียว มีข้อเดียวเท่านั้น คือ เธอจงรักษาใจตนเองไว้ให้ดี อย่าให้สติหลุด" สำหรับประเด็นนี้ขอนำชาดกที่คุณศาลาธรรมได้เคยลงไว้แล้วเหมือนกันและเท่าที่ค้นหาได้ก็คือเรื่อง กัญจนขันธชาดก มาร่วมเพิ่มเติมว่า

มีภิกษุรูปหนึ่งคิดว่า "ขึ้นชื่อว่าศีลนี้มีมากยิ่งนัก เราไม่อาจสมาทานประพฤติได้ทั้งหมด ฉะนั้นการบวชของคนที่ไม่อาจบำเพ็ญศีลให้บริบูรณ์ได้จะมีประโยชน์อะไร เราจักเป็นคฤหัสถ์แล้วทำบุญมีให้ทานเป็นต้น ฯ "

พระพุทธดำรัสว่า "ถ้าเช่นนั้น ตั้งแต่บัดนี้ เธอจงรักษาทวารทั้ง ๓ ไว้ คือกายทวาร วจีทวาร มโนทวาร อย่ากระทำกรรมชั่วด้วยกาย อย่ากระทำกรรมชั่วด้วยวาจา อย่ากระทำกรรมชั่วด้วยใจ ไปเถิด อย่าสึก เลย จงรักษาศีล ๓ ข้อ เหล่านี้เท่านั้นเถิด "

ขอบคุณมากนะคะที่เข้ามาอ่านและร่วมแสดงความคิดเห็น

และขอความกรุณาว่า ในโอกาสต่อไปหากคุณ chin จะนำภาพดอกไม้มาลงก็ขอให้มีขนาดเล็กลงกว่านี้ โดยควรจะเล็กกว่ากรอบกระทู้ปกติ เพื่อจะได้ไม่ทำให้หน้ากระทู้เสียรูปทรงไม่งดงาม

โดย ณรังษี [26 มิ.ย. 2552 , 10:23:17 น.] ( IP = 125.27.179.150 : : )


  สลักธรรม 12

เรียนคุณ ณ รังษี คุณนี่ตอบมีอารมณ์จังแล้วคุณไปเอาของท่านมาลงนะขออนุญาตท่านหรือยัง กฏหมายนะมีลิขสิทธิ์ นะ เอามาลงด้วยประสงค์อะไรดูที่เจตนาเราก่อนนะ ว่า ไม่ใช่นำมาลงเพื่อตั้งธงจับผิดท่าน ความจริงวินัยพระนะเขาห้ามสอนกับอนุปสัมบัน คือสอนกล่าวเรียนรู้ได้แค่ในวงศ์ของพระสงฆ์องค์เจ้า อย่างเวลาที่พระท่านสวดแสดงพระวินัยนะ หรือที่เรียกว่า ปาฏิโมกข์ท่านห้าม อนุปสัมบัน หมายถึง คนที่ไม่ใช่พระทั้งหมด ตั้งแต่สามเณร อุบาสก อุบาสิกา หมู หมา กา ไก่ เป็นต้นทั้งหมด ห้ามร่วมอยู่ในสังฆกรรมเพราะจะเป็นการเสียสังฆกรรมของพระ และจะทำให้เกิดโทษแก่ผู้ที่ฟังแล้วนำไปตั้งธงคอยโจทย์ พระ ต่างๆๆนาๆๆ อย่างนั้นก็ไม่ได้ อย่างนี้ก็ไม่ได้ แล้ว เราจะเห็นว่าคนไทยสมัยก่อนเขามีความละเอียดอ่อนมาก ถึงกับ กล่าวว่า ชั่วชั่งชี ดีชั่งสงฆ์ คือเขาจะให้อิสระกับความคิด ความเห็นของท่าน เรียกว่า เคารพแม้ในความคิดท่านนะ จบละ ซาโตริ ซาโยนาระ อิกคิวซัง อมิตาพุทธฯ

โดย dokrak [26 มิ.ย. 2552 , 14:06:22 น.] ( IP = 124.121.235.11 : : )


  สลักธรรม 13

สวัสดีค่ะคุณ dokrak

กรุณาดูที่มาที่ระบุไว้ข้างบนด้วยนะคะ

และจะอนุเคราะห์หน้าที่เชื่อมโยงให้ที่นี่ค่ะ ...มีเผยแพร่หลายแห่งเลย

http://www.dharma-gateway.com/dhamma/dhamma-vinai-01.htm

http://www.kanlayanatam.com/sara/sara119.htm

โดย ณรังษี [26 มิ.ย. 2552 , 20:17:58 น.] ( IP = 61.90.123.188 : : )


  สลักธรรม 14

อยากทราบเรื่องพระวินัยครับเกี่ยวกับข้อปาราชิกกับสังฆานิเสส

โดย monkey [24 ก.ย. 2552 , 19:58:17 น.] ( IP = 115.67.158.27 : : )


  สลักธรรม 15

สมมุติว่าพระดูหรืออ่านสือที่ยั่วยุอารมณ์แล้วอสุจิเคลื่อนเองโดยไม่ได้ทำจะเป็นสังฆานิเสสใหม

โดย monkey [24 ก.ย. 2552 , 20:07:09 น.] ( IP = 115.67.158.27 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org