| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
บุปผรัตตชาดก
สลักธรรม 1ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในพระนครพาราณสี พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นอากาสัฏฐเทวดา ครั้งนั้นในพระนครพาราณสี มีมหรสพกลางคืนวันเพ็ญ กลางเดือน ๑๒ ผู้คนพากันตกแต่งบ้านเมืองสวยงามราวกับเทพนคร
คนทั้งปวงมุ่งแต่จะเล่นมหรสพ แต่มีคนเข็ญใจผู้หนึ่ง มีผ้าเนื้อแน่นอยู่คู่เดียวเท่านั้น เขาจึงนำมาซักให้สะอาด แต่พอฟาดลงกับพื้นผ้าก็เลยขาดเป็นริ้วเป็นรอยนับร้อยนับพัน
ภรรยาจึงพูดกับเขาว่า "นาย ฉันอยากจะนุ่งผ้าย้อมดอกคำสักผืนหนึ่ง ห่มผืนหนึ่ง แล้วกอดคอท่านเที่ยวตลอดงานประจำราตรีเดือนกัตติกะนี้"
เขากล่าวว่า "นางผู้เจริญ เราเข็ญใจจะมีผ้าย้อมดอกคำได้ที่ไหน เธอจงนุ่งผ้าขาวเที่ยวเล่นเถิด"
ภรรยากล่าวว่า "เมื่อไม่ได้ผ้าย้อมดอกคำ ฉันจักไม่เล่นกีฬาในงานมหรสพละ เธอพาหญิงอื่นเล่นกีฬาเถิด"
เขากล่าวว่า "นางผู้เจริญ ใยจึงคาดคั้นฉันนักเล่า เราจักได้ผ้าย้อมดอกคำมาจากไหน ?"
นางกล่าวว่า "เมื่อความปรารถนาของลูกผู้ชายมีอยู่ มีหรือจะชื่อว่าไม่สำเร็จ ดอกคำในไร่ดอกคำของพระราชามีมากมิใช่หรือ ?"
เขากล่าวว่า "นางผู้เจริญ ที่นั่นมีการป้องกันแข็งแรงเช่นเดียวกับโบกขรณีที่รากษสคุ้มครอง เราไม่อาจเข้าไปใกล้ได้ดอก เธออย่าชอบใจมันเลย จงยินดีตามที่ได้มาเท่านั้นเถิด"
นางกล่าวว่า "นาย เมื่อความมืดในยามรัตติกาลมีอยู่ ขึ้นชื่อว่าสถานที่ที่ลูกผู้ชายจะไปไม่ได้ไม่มีเลย"
โดย ศาลาธรรม [26 มิ.ย. 2552 , 09:31:24 น.] ( IP = 125.27.171.239 : : )
สลักธรรม 2ในขณะนั้นได้มีอากาสัฏฐเทวดา...เทวดาผู้เที่ยวไปในอากาศผู้หนึ่งผ่านมาและเห็นภัยในอนาคตของเขา จึงช่วยห้ามเขาไว้ แต่เมื่อนางพูดเซ้าซี้อยู่บ่อย ๆ อย่างนี้ เขาก็เชื่อถือถ้อยคำของนางด้วยอำนาจกิเลส ปลอบนางว่า "นิ่งเสียเถิด นางผู้เจริญ อย่าคิดมากไปเลย"
ครั้นถึงเวลากลางคืน ก็เสี่ยงชีวิตออกจากพระนครไปสู่ไร่ดอกดำของหลวง ปีนรั้วเข้าไปในไร่ พวกคนเฝ้าไร่ได้ยินเสียงปีนรั้ว ต่างร้องว่า ขโมย ขโมย แล้วล้อมจับได้ จึงช่วยกันด่า รุมกันซ้อม แล้วมัดไว้ ครั้นสว่างแล้วก็พาตัวไปมอบให้พระราชา พระราชารับสั่งว่า "ไปเถิดพวกเจ้าจงเอามันไปเสียบเสียที่หลาว"
คนเหล่านั้น มัดเขาไพล่หลัง พาออกจากเมือง โดยมีคนตีกลองประกาศโทษประหารตามไปด้วย แล้วเอาไปเสียบที่หลาว เขาเสวยเวทนาแสนสาหัส ฝูงกาพากันไปเกาะที่ศีรษะ จิกนัยน์ตาด้วยจะงอยปากอันคมเหมือนปลายคีม
แต่เขาไม่ได้ใส่ใจทุกข์แม้จะสาหัสเพียงนั้น คิดถึงแต่หญิงนั้นถ่ายเดียว รำพึงว่า "เราพลาดโอกาสจากงานประจำราตรีในเดือนกัตติกะ กับนางผู้นุ่งผ้าย้อมด้วยดอกคำ" แล้วใช้แขนทั้งคู่โอบกอดรอบคอตนเองทำเป็นคลอเคลียกันอยู่
เขาเอาแต่พร่ำเพ้อ บ่นถึงมาตุคามนั้น อยู่อย่างนี้เท่านั้น จนตายไปเกิดในนรก
พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้วทรงประชุมชาดกว่า คู่สามีภรรยาในครั้งนั้น ได้มาเป็นคู่สามีภรรยาในครั้งนี้ ส่วนอากาสัฏฐเทวดา ผู้ยืนประกาศทำเหตุนั้นให้ประจักษ์ ได้มาเป็นเราตถาคต ฉะนี้แล.
จบ ปุปผรัตตชาดก
![]()
โดย ศาลาธรรม [26 มิ.ย. 2552 , 09:31:58 น.] ( IP = 125.27.171.239 : : )
สลักธรรม 3ขอบพระคุณ และ อนุโมทนาค่ะ
โดย พี่ดา [26 มิ.ย. 2552 , 11:12:08 น.] ( IP = 124.121.177.43 : : )
สลักธรรม 4ขอบพระคุณมากครับ
สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทามิ
![]()
โดย พี่เณร [26 มิ.ย. 2552 , 11:41:50 น.] ( IP = 58.9.146.217 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |