มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ไขข้อข้องใจ (๑๓)




ไขข้อข้องใจ
โดย พระธรรมกิตติวงศ์


ตอนที่ผ่านมา

ถาม เวลามีงานศพ โดยมากมักจะแจกการ์ดกำหนดงาน และในการ์ดจะบอกว่าเวลาเท่านั้นมีเทศน์แจง ๓ ธรรมาสน์ เทศน์แจงคือเทศน์อย่างไร ทำไมต้องมี ๓ ธรรมาสน์ด้วย และทำไมต้องกำหนดเฉพาะในงานศพเท่านั้น งานอื่นๆ ไม่เห็นมีเทศน์แจงกัน

ตอบ ความจริงการเทศน์ที่เรียกว่า “เทศน์แจง” นี่เป็นเรื่องเก่าที่รู้กันทั่วไปในหมู่คนเก่า แต่คนรุ่นใหม่ได้ยินชื่อแล้วมักไม่เข้าใจเพราะไม่เคยฟัง หรือฟังกันพอเป็นพิธี คือฟังมั่งไม่ฟังมั่ง ฟังพอให้หมดเวลาไปเท่านั้น ความรู้ความเข้าใจจึงไม่เกิด เมื่อไม่เกิดความรู้ก็ไม่อยากฟังต่อไปเลยก็มี

เทศน์แจง มีชื่อเรียกอีกหลายอย่าง เช่น เทศน์ปฐมสังคีติกถา บ้าง เทศน์สังคายนา บ้าง ซึ่งหมายถึงการเทศน์ประวัติศาสตร์ศาสนาพุทธตอนที่พระสงฆ์ร่วมกันรวบรวมคำสอนของพระพุทธเจ้าไว้เป็นหมวดเป็นชุดกันหลังจากพระพุทธเจ้าปรินิพพานใหม่ๆ อันเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อของศาสนา คืออย่างนี้

หลังจากพระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว พระสงฆ์หมู่หนึ่งจำนวน ๕๐๐ รูป มีพระมหากัสสปะเป็นประธาน พากันห่วงใยพระศาสนาว่าคำสอนของพระพุทธเจ้ายังกระจัดกระจายกันอยู่ คือยังไม่เข้าชุดกันเป็นหมวดหมู่ ควรจะจัดเรื่องแบบเดียวกันไว้เป็นหมวดเดียวกัน จึงได้ช่วยกันแจงคือแยกแยะคำสอนให้กระจายออก แล้วจัดรวมกันใหม่เป็นพวกๆ

เรื่องแบบเดียวกันไว้พวกเดียวกัน เช่น เรื่องที่เป็นระเบียบเป็นข้อห้าม เป็นกฎหมายของพระก็รวมไว้พวกหนึ่ง เรียกว่า “พระวินัย” ธรรมที่ทรงแสดงเป็นเรื่องราวยกเรื่องเป็นหลักฐานอ้างอิงก็แยกไว้พวกหนึ่ง เรียกว่า “พระสูตร” เป็นต้น

เมื่อแยกรวมเป็นพวกใหญ่ๆ แล้วได้ ๓ พวกหรือ ๓ หมวด ซึ่งเราเรียกกันในปัจจุบันว่า “พระไตรปิฎก” นั่นเอง

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [1 ก.ค. 2552 , 08:35:58 น.] ( IP = 58.9.145.61 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

วิธีทำในครั้งนั้นคล้ายๆ กับการ “สัมมนา” กันนั่นเอง คือพระ ๕๐๐ รูป มาประชุมร่วมกันทำ ซึ่งพระทั้งหมดนี้ล้วนเป็นพระอรหันต์ มีความรู้แตกฉานในคำสอนของพระพุทธเจ้า และเคยได้ยินได้ฟังคำสอนมาจากพระพุทธเจ้าทั้งนั้น โดยตั้งเป็นกองงานรวม ๓ กองด้วยกัน คือ

ฝ่ายถามมีพระพระมหากัสสปะเป็นหัวหน้า ฝ่ายวินัยมีพระอุบาลีเป็นหัวหน้า ฝ่ายพระสูตร และพระอภิธรรมมีพระอานนท์เป็นหัวหน้า เมื่อฝ่ายถามซักถามเรื่องอะไรมาหัวหน้าฝ่ายตอบก็ตอบ ตอบแล้วไม่ถูกต้องอย่างไร พระที่เข้าร่วมกัประชุมซึ่งเรียกว่า “พระสังคีติการก”

บางองค์อาจจะทักท้วงว่าไม่ถูก หัวหน้าฝ่ายตอบก็ตอบใหม่ เมื่อเห็นว่าถูกดีแล้วพระสังคีติการกทั้งหมดก็พากันสวดคือท่องจดจำกันไว้โดยว่าพร้อมๆ กัน การสวดหรือว่าพร้อมๆ กันนี้แหละเรียกว่า “สังคายนา”

ท่านทำอย่างนี้จนจบพระไตรปิฎก กินเวลา ๗ เดือนเศษ
นี่เป็นประวัติย่อของเทศน์แจงหรือการสังคายนาครั้งแรกในโลก

คราวนี้หันมาเช้าประเด็นปัญหาเสียที ที่ว่าทำไมเทศน์แจงต้องมี ๓ ธรรมาสน์ด้วยนั้น ก็คือท่านกำหนดหน้าที่เรื่องราวให้สอดคล้องกับการแจงครั้งแรก โดยให้เป็นฝ่ายถามธรรมาสน์หนึ่ง ฝ่ายพระวินัยธรรมาสน์หนึ่ง และฝ่ายพระสูตรพระอภิธรรมธรรมาสน์หนึ่งจึงเป็น ๓ ธรรมาสน์

แต่จะเทศน์แจงธรรมาสน์เดียวรูปเดียวก็ไม่ผิดอันใด นอกจากไม่ต้องด้วยประเพณีนิยมทำมาแต่โบราณเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันก็ไม่ค่อยถือคือไม่ค่อยมีแจง ๓ ธรรมาสน์กันเท่าไรแล้ว

ที่นิยมเทศน์แจงเฉพาะในงานศพเท่านั้น ก็เพราะเป็นประเพณีนิยมประการหนึ่ง โดยมากำหนดว่าเทศน์แจงครั้งแรกก็เพราะ ปรารภการปรินิพพานของพระพุทธเจ้าคือปรารภเรื่องตายเป็นเหตุ

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [1 ก.ค. 2552 , 08:40:25 น.] ( IP = 58.9.145.61 : : )


  สลักธรรม 2

ส่วนเหตุผลอย่างอื่นเท่าที่เคยได้ยินได้ฟังมานั้นก็คือว่า ทางเจ้าภาพงานต้องการทำบุญใหญ่เพื่อให้ได้กุศลใหญ่อุทิศไปให้ผู้ตายเพราะทำเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว คราวนี้ทำอย่างไรจึงจะให้ใหญ่โตได้ ก็ต้องมีเทศน์แจง เพราะเทศน์แจงมีพิเศษกว่าเทศน์อื่นๆ คือมีพระเทศน์ ๓ รูป นิมนต์พระแจงอีก

พระแจงนี้สมมติว่าเป็นพระสังคีติการกผู้ร่วมทำสังคายนาด้วย นิยมนิมนต์จำนวนมากๆ เช่น เท่าอายุผู้ตาย เท่าอายุพระพุทธเจ้าคือ ๘๐ รูป หรือนิมนต์ ๕๐๐ รูป เท่าพระแจงในสมัยโน้นเลย ถ้านิมนต์จำนวนนี้มักจะพูดกันว่า “เทศน์แจง ๕๐๐”

เมื่อนิมนต์พระมากรูป ก็ต้องถวายเครื่องจตุปัจจัยไทยธรรมมากเมื่อได้ถวายมากก็ถือว่าได้บุญมาก

อนึ่ง การเทศน์แจงเท่ากับว่าได้ช่วยกันจรรโลงคำสอนในพระพุทธศาสนาไว้ เพราะพระท่านจะเทศน์ทั้งพระไตรปิฎก แม้จะเทศปิฎกละเล็กละน้อยก็ถือว่าได้เทศน์ครบ ๓ ปิฎก และผู้ฟังก็ได้ฟังทั้ง ๓ ปิฎก ทั้งเท่ากับว่าให้พระท่านได้สอบทานความรู้ความเข้าใจและความทรงจำพระธรรมวินัยด้วย ถือว่าเป็นการสังคายนาเล็กๆ ครั้งหนึ่ง

ด้วยเหตุผลนี้จึงนิยมเทศน์แจงในงานศพกัน และอาจจะมีเหตุผลอื่นๆ ที่แยบคายกว่านี้ ซึ่งผู้สนใจอาจติดตามฟังได้จากพระที่ท่านเทศน์แจงในงานนั้นๆ

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [1 ก.ค. 2552 , 08:43:41 น.] ( IP = 58.9.145.61 : : )


  สลักธรรม 3


สงสัยว่าจะเป็นคนรุ่นใหม่มากๆ เพราะเพิ่งทราบความเป็นมาของการเทศน์แจงก็ต่อเมื่อได้มาอ่านคำถาม-คำตอบนี้

กราบอนุโมทนาและขอบพระคุณมากค่ะที่นำมาให้อ่าน

โดย น้องกิ๊ฟ [1 ก.ค. 2552 , 10:28:39 น.] ( IP = 125.27.172.168 : : )


  สลักธรรม 4


ไม่ได้เป็นคนรุ่นใหม่ แต่ก็ไม่รู้จักเหมือนกันค่ะ...การเทศน์แจง...

กราบขอบพระคุณมากค่ะพี่เณรที่นำไขข้อข้องใจมาให้ได้ไขข้อข้องใจกันจริงๆ ...อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [1 ก.ค. 2552 , 10:58:02 น.] ( IP = 124.121.178.47 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org