มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


สัตว์โลกนี้ครเป็นผู้สร้าง





มารได้มาตั้งปัญหาถาม พุทธสาวิกา วชิราภิกษุณีว่า
"สัตว์นี้ใครเป็นผู้สร้าง ผู้สร้างสัตว์อยู่ที่ไหน
สัตว์บังเกิดขึ้นในที่ไหน และสัตว์ดับไปในที่ไหน"

พระเถรีได้ตอบแก่มารว่า "ดูก่อนมาร เพราะเหตุใดหนอความเห็นของท่านจึงหวลกลับว่าสัตว์ แท้จริงในกองสังขารเหล่านี้ มิได้ชื่อว่าสัตว์เลย"
"นี่แนะ มาร...ส่วนประกอบทั้งหลายเข้ารถย่อมมีฉันใด เมื่อขันธ์ทั้งหลายมาประชุมกันอยู่ การสมมุติว่าสัตว์ย่อมมีฉันนั้น"
พระเถรีได้ตอบแก่มารต่อไปว่า
ทุกฺขเมว พิ สมฺโภติ ทุกฺขํ ติฏฺฐติ เวติ จ
นาฌฺฌตฺร ทุกฺขาสมฺโภติ นาฌฺฌตฺร ทุกฺขานิรูชฺฌติ
(สุ.สํ. สคาถวรรค ๑๕/๑๑๙)

"ความจริงทุกข์เท่านั้นย่อมเกิดขึ้น ทุกข์เท่านั้นที่ตั้งอยู่ ทุกข์เท่านั้นที่ดับไป นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรเกิด นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรดับ"
มารได้ฟังเช่นนั้น ก็เกิดความอายหายวับไปทันทีตามนัยดังที่กล่าวมานี้ มีอรรถาธิบายว่า มารที่มีความเห็นผิดไปว่า สัตว์นี้ ใครเป็นผู้สร้างผู้สร้างสัตว์อยู่ที่ไหน สัตว์เกิดที่ไหน และสัตว์ดับไปในที่ไหนนั้น เป็นความเห็นที่เกิดมาจากอำนาจของอุปาทานเป็นส่วนมาก เพราะเหตุที่ความยึดมั่นในขันธ์ ๕ มีอยู่ ความสำคัญผิดในขันธ์ ๕ ว่าเป็นสัตว์ เป็นบุคคล ตัวตน เราเขาจึงมี เมื่อความเห็นผิดในสัตว์มีอยู่ จึงเป็นเหตุให้เกิดความเห็นผิดต่อไปอีกว่า ใครเล่าเป็นผู้สร้างสัตว์ขึ้น และผู้สร้างสัตว์นั้นสถิต ณ แดนใด ใคร่ทราบศาสดาผู้เห็นผิด จึงลิขิตคำสอนขึ้นว่า สัตว์นี้พระพรหมเป็นผู้สร้าง หรือพระเจ้าเป็นผู้สร้าง ที่สถิตของพระพรหมและพระเจ้านั้น อยู่ ณ ทิศเบื้องบน สัตว์ผู้ยากไร้อนาถา ทอดทิ้งการสวดอ้อนวอนสวามิภักดิ์ต่อพระพรหมและพระเจ้า ย่อมไม่มีโอกาสได้เข้าเฝ้า และจะกลายเป็นผู้กำพร้าในที่สุดเพื่อต้องการละ "สมัญญา" ประจำโลกว่า สัตว์ และ บุคคล เสีย เพื่อการก้าวล่วงความหลงว่าเป็นสัตว์เพื่อขจัดเมฆหมอกแห่งอวิชชา ที่ปิดบังดวงปัญญาให้หมดไปจากจิต จะขอสาธกหยิบยกเอาคำอุปมาเปรียบเทียบให้เข้าใจ เพราะวิญญูชนทั้งหลายย่อมทราบความนั้นชัดด้วยคำอุปมาเหมือนอย่างว่า เพราะอาศัยทัพพสัมภาระต่างๆ อาทิเช่นเพราะอาศัยเพลา อาศัยล้อ อาศัยตัวถังและอื่นๆ มาคุมกันเข้า แล้วเราก็บัญญัติกันว่ารถ ฉันใด เพราะอาศัย กระดูก อาศัยเอ็น อาศัยเนื้ออาศัยหนัง อาศัยโกฏฐาส ทั้งหมดมาประชุมกัน อาศัยเวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ มาประชุมกันเข้า การสมมุติว่าเป็นสัตว์ ก็เกิดขึ้นฉันนั้นแท้ที่จริงแล้วคำว่ารถหามีไม่ คือเมื่อมาพิจารณาแยกเอาทัพพสัมภาระเหล่านั้นออกไปแล้วก็จักไม่พบคำว่า "รถ" เลย ฉันใดก็ดี บัณฑิตทั้งหลายได้พิจารณาแยกแยะ อัตภาพอันได้สมัญญาว่า กระดูกเอ็น เนื้อ หนัง โกฏฐาส เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณออกไปแล้วก็จะไม่พบคำว่า สัตว์ ว่าบุคคล ตัวตน เราเขา ฉันนั้น

โดย ธีรวัส (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [1 ก.ค. 2552 , 09:16:27 น.] ( IP = 58.8.34.34 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



โดยปรมัตถธรรมแล้ว หามีสัตว์มีบุคคล ตัวตน เราเขาไม่ มีแต่รูปนามเท่านั้น แต่เพราะความโง่เขลา เบาปัญญา จึงไม่เข้าใจในสภาวธรรมเหล่านั้น เมื่อไม่เข้าใจจึงเกิดความเห็นที่ผิด เมื่อมีความเห็นผิด ก็เกิดความยึดถือที่ผิด เช่นความเห็นว่าสัตว์มีอยู่ ผู้ที่มีความเห็นผิดคล้อยตามในความเห็นนั้น ย่อมตกไปในฝ่าย "สัสสตทิฏฐิ"คือเห็นว่า สรรพสิ่งทั้งมวล เที่ยงแท้ ยั่งยืน ความเห็นว่าสัตว์ไม่มี ผู้ที่มีความเห็นคล้อยตามความเห็นเช่นนั้น ย่อมตกไปในฝ่าย "อุจเฉททิฏฐิ" คือ เห็นว่าสรรพสิ่งทั้งมวลย่อมขาดสูญความเห็นทั้งสองนี้ เป็นความเห็นที่สุดโต่ง ไม่เป็นมัชฌิมา ในทางพระพุทธศาสนา พระองค์มิได้สอนเช่นนั้นผู้มีความเห็นว่าเที่ยง ย่อมเป็นไปด้วยความเฉื่อยชา ผู้มีความเห็นว่าขาดสูญ ย่อมเป็นไปด้วยความฟุ้งซ่าน
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อเทวดาและมนุษย์ถูกความเห็นทั้งสองนี้กลุ้มรุมแล้วพวกหนึ่ง ย่อมท้อถอย เฉื่อยชา พวกหนึ่งย่อมดิ้นรนฟุ้งซ่านก็ความท้อถอยเฉื่อยชา เป็นไฉนเล่า ภิกษุทั้งหลาย เทวดาและมนุษย์ ที่มีความมุ่งหมาย ยินดีในภพอันไม่มีความสลายเหล่านั้น เมื่อได้ฟังธรรมอันเราแสดงเพื่อความดับภพ สัตว์เหล่านั้นย่อมไม่สนใจ ไม่เลื่อมใส ไม่ตั้งมั่น ไม่น้อมใจเชื่อภิกษุทั้งหลาย สัตว์ย่อมท้อถอยเฉื่อยชาดังนี้
ภิกษุทั้งลาย เทวดาและมนุษย์ ที่มีความเกลียดชังในภพภูมิต่างๆ ยินดีในความขาดสูญ เมื่อได้ฟัง ธรรมอันเราแสดง ถึงความมีอยู่แห่งภพภูมิต่างๆ เธอย่อมฟุ้งซ่าน พล่านไปในอารมณ์ต่างๆ ดุจคนวิกลจริตฉะนั้น
ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ ย่อมเห็นขันธ์ปัญจกชึ่งมีจริง โดยความเป็นขันธ์ปัญจกที่มีจริงครั้นเห็นขันธ์ปัญจกอันเป็นของจริงดังนี้แล้ว เธอย่อมปฏิบัติเพื่อความหน่าย หมายจาก เพื่อความเหินห่าง เพื่อดับขันธ์ปัญจกอันเป็นของจริงเหล่านั้นเสีย
ภิกษุทั้งหลาย ผู้มีปัญญาจักษุ ย่อมเห็นอย่างนี้"

แท้ที่จริงในโลกนี้มีแต่รูปนามเท่านั้น หามีสัตว์บุคคล ตัวตน เราเขาไม่ รูปนามเหล่านั้น ย่อมว่างเปล่าจากสัตว์ จากบุคคล ตัวตน เราเขา ซึ่งถูกสร้างขึ้นดุจเครื่องยนต์โดยนายช่างคือตัณหา และเป็นที่ตั้งแห่งทุกข์ เพราะมีความระส่ำระสายอยู่เป็นนิตย์
ด้วยเหตุดังอภิปราายมานี้ จึงหามีสัตว์เกิด หรือใครๆ เกิดไม่ หามีสัตว์เป็นอยู่หรือใครๆ เป็นอยู่ไม่หามีสัตว์ดับหรือใครๆ ดับไปไม่ มีแต่ขันธ์ ๕ เท่านั้น ที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไปก็การเกิดขึ้นแห่งขันธ์นั้น เป็นสุขหรือเป็นทุกข์เล่า ท่านสาธุชน
พระพุทธองค์ตรัสว่า "ชาติปิทุกฺขา" แปลว่า ความเกิดเป็นทุกข์ ท่านหมายถึงการอุบัติขึ้นของขันธ์๕ นั่นเองเป็นตัวทุกข์ ขันธ์ ๕ ที่กำลังเป็นไปอยู่ ก็คือทุกข์นั่นเอง ที่เป็นไปอยู่ ขันธ์ ๕ ที่แตกดับไปก็คือทุกข์นั่นเองที่แตกดับไป ท่านจึงกล่าวว่า นอกจากทุกข์หามีอะไรเกิด นอกจากทุกข์หามีอะไรตั้งอยู่ นอกจากทุกข์หามีอะไรดับไปไม่
ใครเล่าเป็นผู้ยังให้ทุกข์เกิด ท่านกล่าวว่าตัณหานั่นเองเป็นแดนเกิดแห่งทุกข์ เมื่อดับเหตุคือตัณหาเสียได้ ทุกข์ย่อมดับ โดยอาศัยมัคคปฏิปทา ที่พระบรมศาสดาได้วางไว้ผู้เห็นอยู่อย่างนี้ ชื่อว่า "ยถาภูตญาณทัสสนะ" คือ เห็นด้วยปัญญาตามความเป็นจริงดังนี้

โดย ธีรวัส บำเพ็ญบุญบารมี (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [1 ก.ค. 2552 , 09:18:18 น.] ( IP = 58.8.34.34 : : )


  สลักธรรม 2

โดย น้องกิ๊ฟ [1 ก.ค. 2552 , 11:09:20 น.] ( IP = 125.27.172.168 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org