มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พระมหาธีรราชเจ้าผู้ทรงธรรม




สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า พระบิดาแห่งลูกเสือไทย

ในวันที่ ๑ กรกฎาคม ของโลกถือได้ว่าเป็น วันลูกเสือโลก พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นผู้ก่อกำเนิดลูกเสือไทย ทรงเป็นผู้มีพระปรีชาสามารถในด้านอักษรศาสตร์เป็นเลิศ พระองค์ได้รับถวาย พระสมัญญาว่า สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า พระราชนิพนธ์ของพระองค์มีอยู่เป็นจำนวนมาก เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระราชนิพนธ์กวีต่าง ๆ นับว่าเป็นอาภรณ์ประดับชาติ พระองค์ได้ปลูกฝังคุณธรรมความดีงามในแนวทางของพระพุทธศาสนา รวมทั้งจิตสำนึกในความรักชาติ ความเสียสละเพื่อส่วนรวม โดยผ่านทางบทพระราชนิพนธ์ได้อย่างลึกซึ้งกินใจ นอกจากนั้นบรรดาบทพระราชนิพนธ์ของพระองค์ ยังมีความสมบูรณ์ งดงามทั้งด้านคำศัพท์ เสียง และเนื้อหาอรรถรส ทำให้สามารถจดจำถ้อยคำและเนื้อหาสาระในบทพระราชนิพนธ์เหล่านั้นได้โดยธรรมชาติ ไม่ต้องใช้ความพยายามแต่อย่างใด และจำได้ไม่รู้ลืม
ด้วยความที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู หัวทรงเป็นพุทธศาสนิกชนที่มีพระราชศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาและโปรดสดับพระธรรมเทศนาอยู่เป็นนิจ ทรงนำประโยชน์จากพระธรรมคำสอนมาพระราชทานแก่พสกนิกรด้วยวิธีการต่างๆ เช่น บทพระราชนิพนธ์ พระบรมราโชวาท และพระบรมราชานุศาสนีย์ เป็นต้น

ในที่นี้จะได้นำเสนอเนื้อเรื่องบางตอน ในบทพระราชนิพนธ์ของพระองค์ที่เกี่ยวข้องกับหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ที่ได้ยินได้ฟังกันมา อย่างแพร่หลาย แต่บางครั้งอาจไม่ทราบว่า ข้อความเหล่านั้นอยู่ในบทพระราชนิพนธ์เรื่องใด เมื่อได้ทราบแล้ว อาจจะใคร่ที่จะได้ทราบเรื่องโดยตลอด ซึ่งย่อมได้ประโยชน์เพิ่มขึ้นโดยแน่แท้
การแสดงพระบรมราชานุศาสนีย์ครั้งสำคัญ คือ เมื่อเสด็จไปประทับ ณ ค่ายหลวงหาดเจ้าสำราญ ใน พ.ศ. ๒๔๖๑เนื่องในวันวิสาขบูชาทรงแสดงพระบรมราชานุศาสนีย์แสดงคุณานุคุณแห่งพระรัตนตรัยบุพการีผู้ปกครอง และความรักชาติ แก่ ข้าราชการ ทหารและพลเรือนที่เฝ้าฯ อยู่ ในขณะนั้น

บทประพันธ์รำลึกพระรัตนไตร


พุทธานุภาพนำผล เกิดสรรพมงคลน้อยใหญ่
เทวาอารักษ์ทั่วไป ขอให้เป็นสุขสวัสดี
ธรรมานุภาพนำผล เกิดสรรพมงคลเฉลิมศรี
เทพช่วยรักษาปราณี ให้สุขสวัสดีทั่วกัน
สังฆานุภาพนำผล เกิดสรรพมงคลแม่นมั่น
เทพช่วยคุ้มครองป้องกัน สุขสวัสดิสันติ์ทั่วไป

โดย ธีรวัส (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [1 ก.ค. 2552 , 10:55:23 น.] ( IP = 58.8.34.34 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

บทประพันธ์มงคลสูตร


สิบสองฉนำเหล่า
นรอีกสุเทวา
รวมกันและตริหา
สิริมังคลาใด
เทวามนุษทวี
พหุภพประเทศใน
หมื่นจักระวาฬได้
ดำริห์สิ้นจิรังกาล
แล้วยังบ่รู้มง -
คะละสมมโนมาลย์
ด้วยกาละล่วงนาน
บ่มิได้ประสงค์สม
ได้เกิดซึ่งโกลา -
หะละยิ่งมโหดม
ก้องถึง ณ ชั้นพรหม
ธ สถิตสะเทือนไป
องค์โลกนาถเทศน์
วรมังคะลาใด
ยังปาปะปวงให้
ทุษะเสื่อมวินาศมล
ชนหลาย บ่ พึงนับ
ผิสดับสุมงคล
ใดแล้วและรอดพ้น
พหุทุกขะยายี
เราควรจะกล่าวมง
คะละอันประเสริฐที่
กอบด้วยคุณามี
วรอัตถะเฉิดเฉลา


องค์พระอานนท์ท่านเล่า
ว่าข้าพเจ้าได้ฟังมาแล้วดังนี้
สมัยหนึ่งพระผู้มี
พระภาคชินสีห์
ผู้โลกนาถจอมธรรม์
ประทับ ณ เชตะวัน วิหาระอัน
อนาถะบิณฑิกไซร์
จัดสร้างอย่างดีที่ใน
สาวัตถีให้เป็นที่สถิตสุขา
ครั้งนั้นแลเทวะดา
องค์หนึ่งมหา
นุภาพมหิทธิ์ฤทธี
ล่วงประถมยามราตรี
เธอเปล่งรัศมี
อันเรืองระยับจับเนตร์
แสงกายเธอปลั่งยังเขต
สวนแห่งเจ้าเชต
สว่างกระจ่างทั่วไป
องค์พระภควันนั้นไซร์
ประทับแห่งใด
ก็เข้าไปถึงที่นั้น
ครั้นเข้าใกล้แล้วจึงพลัน
ถวายอภิวันท์
แด่องค์สมเด็จทศพล
แล้วยืนที่ควรดำกล
เสงี่ยมเจียมตน
แสดงเคารพนบศีร์
เมื่อเทวดายินดี
สมควร ณ ที่
ข้างหนึ่งดังกล่าวแล้วนั้น
จึงได้ทูลถามภควัน
ด้วยถ้อยประพันธ์
เป็นพระคาถาบรรจง
เทพอีกมนุษหวัง
คติโสตถิจำนง
โปรดเทศะนามง
คะละเอกอุดมดี
ฝ่ายองค์พระชินศรี
ตรัสตอบวาที


ด้วยพระคาถาไพจิตร์
หนึ่งคือ บ่ คบพาล
เพราะจะพาประพฤติผิด
หนึ่งคบกะบัณฑิต
เพราะจะพาประสพผล
หนึ่งกราบและบูชา
อภิปูชนีย์ชน
ข้อนี้แหละมงคล
อดิเรกอุดมดี
ความอยู่ประเทศซึ่ง
เหมาะและควรจะสุขี
อีกบุญญะการที่
ณ อดีตะมาดล
อีกหมั่นประพฤติชอบ
ณ สภาวะแห่งตน
ข้อนี้แหละมงคล
อดิเรกอุดมดี
ความได้สดับมาก
และกำหนดสุวาที
อีกศิลปะศาสตร์มี
จะประกอบมนุญการ
อีกหนึ่งวินัยอัน
นรเรียนและเชี่ยวชาญ
อีกคำเพราะบรรสาน
ฤติแห่งประชาชน
ทั้งสี่ประการล้วน
จะประสิทธิ์มนุญผล
ข้อนี้แหละมงคล
อดิเรกอุดมดี
บำรุงบิดามา
ตุระด้วยหทัยปรีย์
หากลูกและเมียมี
ก็ถนอมประหนึ่งตน
การงานกระทำไป
บ่ มิยุ่งและสับสน
ข้อนี้แหละมงคล
อดิเรกอุดมดี
ให้ทาน ณ กาลควร
และประพฤติ์สุธรรมศรี
อีกสงเคราะห์ญาติที่
ปฏิบัติบำเรอตน
กอบกรรมะอันไร้
ทุษะกลั้วและมัวมล
ข้อนี้แหละมงคล
อดิเรกอุดมดี
ความงดประพฤติ์บาป
อกุศล บ่ ให้มี
สำรวมวรินทรีย์
และสุรา บ่ เมามล
ความไม่ประมาทใน
พหุธรรมะโกศล
ข้อนี้แหละมงคล
อดิเรกอุดมดี
เคารพ ณ ผู้ควร
จะประณตและนอบศีร์
อีกหนึ่งมิได้มี
จะกระด้างและจองหอง
ยินดี ณ ของตน
บ่ มิโลภทยานปอง
อีกรู้คุณาของ
นรผู้ประคองตน
ฟังธรรมะโดยกา
ละเจริญคุณานนท์
ข้อนี้แหละมงคล
อดิเรกอุดมดี
มีจิตตะอดทน
และสถิต ณ ขันตี
อีกหนึ่ง บ่ พึงมี
ฤดิดื้อทนงหาญ
หนึ่งเห็นคณาเลิด
สมณาวราจารย์
กล่าวธรรมะโดยกาล
วรกิจจะโกศล
ทั้งสี่ประการล้วน
จะประสิทธิ์มนุญผล
ข้อนี้แหละมงคล
อดิเรกอุดมดี
เพียรเผากิเลศล้าง
มละโทษะยายี
อีกหนึ่งประพฤติดี
ดุจะพรหมพิสุทธิสรรพ์
เห็นแจ้ง ณ สี่องค์
พระอะริยะสัจอัน
อาจนำมนุษผัน
ติระข้ามทเลวน
อีกทำพระนิพพา
นะประจักษะแก่ชน
ข้อนี้แหละมงคล
อดิเรกอุดมดี
จิตใครมิได้ต้อง
วรโลกะธรรมศรี
แล้วย่อม บ่ พึงมี
จะประหวั่น ฤา กังวล
ไร้โศกธุลีสูญ
และสบาย บ่ มัวมล
ข้อนี้แหละมงคล
อดิเรกอุดมดี
เทวามนุษทำ
วรมงคะลานี้
เป็นผู้ประเสริฐที่
บ่ มิแพ้ทุกแห่งหน
ย่อมถึงสวัสดี
สิริทุกประการดล
ข้อนี้แหละมงคล
อดิเรกอุดมดี

โดย ธีรวัส บำเพ็ญบุญบารมี (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [1 ก.ค. 2552 , 11:09:39 น.] ( IP = 58.8.40.178 : : )


  สลักธรรม 2

ทศพิธราชธรรม


ราชานะเรศะวะระทรง
ทศะพิธมหาธรรม์
ถึงแม้จะมีพละประจัน
ก็ประลาศประลัยลาน
ทานัม์ (ทานํ)
หนึ่งท้าวประกอบมะนะสะเอื้อ
อนุเคราะหะอวยทาน
เพื่อชนนิกรสุขะสะราญ
ฤติเพื่อบ่ยากจน
ศีลัม์ (สีลํ)
หนึ่งคือประพฤติศุภะสำรวม
จิตะมุ่งมะนูญผล
ทรงศีละสังวระวิมล
ธุระมุ่งเสวยสวรรค์
ปะริต์ยาคัม์ (ปริจ์จาคํ)
หนึ่งเอื้ออำรุงสมณพรหมณ์
และประดิษฐหิตานันท์
โรงเรียนสะพานและคฤหะอัน
ชนใช้จะพึงประสงค์
อาช์ชะวัม์ (อาช์ชวํ)
หนึ่งมีกะมลวิมละใส
หฤทัยธซื่อตรง
เป็นนิตย์นิรันดะระธำรง
สุจริต ณ ไตรทวาร
มาร์ทวัม์ (มัท์ทวํ)
หนึ่งคือหะทัย บ่ มิกระด้าง
บ่ มิพึงจะรุนราญ
บ่ ถือพระองค์สมะสะมาน
มนะน้อยนิยมชม
ตปัม์ (ตปํ)
หนึ่งเผากิเลสะอกุศล
มละกลั้ว ณ อารมณ์
ด้วยการบำเพ็ญพิระอุดม
วรศาสะโนบาย
อโก์รธัม์ (อโกธํ)
หนึ่งแม้จะมีมะนุษปอง
ประติปักษะมุ่งร้าย
เมตตาธิธรรมะวิธิหมาย
ชะนะด้วยอะเวรา
อวิหํสนัม์ (อวิหีสํ)
หนึ่งท้าว บ่ ปองมะนะจะเบียฬ
นรพึ่งพระเดชา
ป้องปกพะศกนิกรนา
คะระแม้นปิโยรส
ก์ษาน์ติม์ (ขัน์ติ)
หนึ่งแม้นจะมีธุระรำคาญ
หฤทัยก็ออมอด
ยามควรก็ทรงกรุณะงด
คุรุทัณฑะอาญา
อวิโรธนัม์ (อวิโรธนํ)
หนึ่งคงธำรงนิติประวัติ
วรยุกติธรรมา
ทรงงำพิภพดิลกกะผา
ศุกะแม้นมะนูเดิม
ขุนใดดำรงสุทศธรรม
มะกุศลก็ส่งเสริม
บุญญาธิการะก็จะเพิ่ม
พะหุพร บ่ วายวัน



อันว่าความกรุณาปรานี
จะมีใครบังคับก็หาไม่
หลั่งมาเองเหมือนฝนอันชื่นใจ
จากฟากฟ้าสุราลัยสู่แดนดิน :
เป็นสิ่งดีสองชั้น ; พลันปลื้มใจ
แห่งผู้ให้และผู้รับสมถวิล :
เป็นกำลังเลิศพลังอื่นทั้งสิ้น :
เจ้าแผ่นดินผู้ทรงพระกรุณา ,
ประดุจทรงวราภรณ์สุนทรสวัสดิ์
เรืองจรัสยิ่งมงกุฎสุดสง่า ;
พระแสงทรงดำรงซึ่งอาชญา
เหนือประชาพสกนิกร ,
ประดับพระวรเดชวิเศษฤทธิ์
ที่สถิตอานุภาพสโมสร ;
แต่การุณยธรรมสุนทร
งามงอนกว่าพระแสงอันแรงฤทธิ์
เสถียรในหฤทัยพระราชา ,
เป็นคุณของเทวาผู้มหิทธิ์ ;
และราชาเทียมเทพอมฤต
ยามบพิตรเผยแผ่พระกรุณา
ฉะนั้นยิว , แม้อ้างยุติธรรม
จงกำหนดจดจำไว้ด้วยว่า
ในกระแสแห่งยุติธรรมา
ยากจะหาความเกษมเปรมใจ :

โดย ธีรวัส บำเพ็ญบุญบารมี (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [1 ก.ค. 2552 , 11:15:32 น.] ( IP = 58.8.34.34 : : )


  สลักธรรม 3




โดย น้องกิ๊ฟ [1 ก.ค. 2552 , 11:23:53 น.] ( IP = 125.27.172.168 : : )


  สลักธรรม 4

บทประพันธ์ ตามใจท่าน



อ้าลมหนาวพัดอ้าวไม่ร้ายสู้
ความชั่วอกตัญญูของคนได้
ถึงพัดต้องกายเย็นไม่เป็นไร
เพราะมิได้เคยเห็นเป็นเพื่อนกัน
โอ้เจ้าพุ่มพฤกษาสง่าศรี
ในโลกนี้สหายไม่มีที่จริงใจ
..........


ทั้งโลกเปรียบเหมือนโรงละครใหญ่,
ชายหญิงไซร้เปรียบตัวลครนั่น :
ต่างมียามเข้าออกอยู่เหมือนกัน :
คนหนึ่งนั้นย่อมเล่นตัวนานา ,
คือแบ่งเป็นเจ็ดปางอย่างนี้ไซร้ .
หนึ่งลูกอ่อนนอนไห้อยู่จ้า ๆ
ในวงเขนพี่เลี้ยงกล่อมเกลี้ยงมา .
จนกว่าจะสามารถอาจเลี้ยงตน .
สองคือเด็กนักเรียนแรกเขียนอ่าน
ถือย่ามผ่านไปพลางทางพร่ำบ่น ,
หน้าแฉล่มแจ่มปานพระสุริยน ,
ไปโรงเรียนชอบกลราวหอยคลาน .
สามคือหนุ่มรักสมรเฝ้าถอนใจ
ราวเตาไฟที่เพลิงเร้าเริงผลาญ ,
แต่งเพลงยาวชมขนงเจ้านงคราญ .
สี่ทหาร , เสียงดังตึงตึงไป ,
และหนวดเคราคล้ายเสือ , เหลือจะรัก
เกียรติศักดิ์ , มักวิวาทปราดเข้าใส่
ถลันหาเกียรติยศแม้ที่ใน
ปากปืนใหญ่ไม่พรั่นหวั่นวิญญา .
ห้าลูกขุนผู้ใหญ่ไก่เต็มพุง
จนท้องตุงตัวอ้วนท้วนหนักหนา ,
ตาขมึง , หนวดเคราเข้าตำรา
ชำนาญในกติกาประเพณี .
ตกลงมาถึงปางคำรบหก .
เป็นตลกซูบแท้แก่เต็มที่ ,
ใส่แว่นตาคาดกระเป๋าเทราฤดี
ถุงตีนที่เคยใช้แต่เยาว์วัย
ก็หย่อนย่นร่นหลวมสวมเขาเหี่ยว ,
เสียงเคยห้าวกลับเรียวลงไปได้
ราวเสียงเด็ก , ยามสนทนาไป
เสียงนั้นไซร้แห้งแหบหอบหืดครัน ,
ปางสุดท้าย , นี้หมายจบประวัติ ,
อันเห็นชัดเป็นเด็กอีกแม่นมั่น ,
มีแต่หลงลืมไป , อีกไร้ฟัน
ไร้ตา , ไร้รสสรรพ์ , ไร้ทั่วไป


ด้วยอำนาจแข็งแรงแห่งตบะ
และสัมนาคารวะต่อผู้ใหญ่
อีกพระองค์กรุณาแก่ข้าไท
คงไม่มีสิ่งใดกีดทางจร
อันผู้ใดใฝ่ธรรมเป็นเนืองนิตย์
และรู้จักข่มจิตไม่ย่อหย่อน
ปฏิบัติพรั่งพร้อมดังครูสอน
คงไม่ต้องอนาทรและร้อนใจ
ปราชญ์สรรเสริญว่าธรรมเป็นล้ำเลิศ
สุดประเสริฐกว่าทรัพย์ทั้งน้อยใหญ่
ธรรมคุ้มผู้ประพฤติเป็นธรรมไซร้
คงต้องได้ผลงามตามตำรา


ทรงสอนให้รู้จักชีวิตไม่หลงระเริงในชีวิต
สอนให้รู้จักการใช้ธรรมเพราะทรงแจ้งว่าธรรมนี้คุ้มผู้ประพฤติเป็นธรรม

โดย ธีรวัส บำเพ็ญบุญบารมี (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [1 ก.ค. 2552 , 11:24:15 น.] ( IP = 58.8.34.34 : : )


  สลักธรรม 5

นอกจากนี้ยังมีบทประพันธ์ที่ใช้หลักธรรมเพื่อให้พสกนิกรชาวไทยได้รู้จักธรรมอีกพอจะสกัดมาให้ศึกษากันดังนี้

อนึ่งใกล้พระองค์ผู้ทรงคุณ
เป็นจอมบุญแท้จริงทุกสิ่งสรรพ์
การคบผู้ซื่อตรงทรงคุณธรรม์
ย่อมมีผลอนันต์อันเลิศดี
เสวนากับผู้ประพฤติธรรม
คือคบมิตรเลิศล้ำและเป็นศรี
หม่อมฉันชอบคบธรรมจารี
จึงสู้ลีลาตามเสด็จมา


กรณีคนดีมีศิลธรรม
อันควรทำต่อสัตว์ทั่วทั้งหลาย
คือมิได้ประทุษและปองร้าย
ทั้งด้วยกายวาจาอีกทั้งใจ
ควรเมตตาปรานีเป็นที่สุด
แก่มนุษย์และสัตว์ทั้งน้อยใหญ่
แม้ศัตรูผู้มาขออาศัย
ก็ยอมยกโทษให้ด้วยปรานี


เสวนากับบัณฑิตเป็นกิจชอบ
ประกอบด้วยกุศลสโมสร
อันธรรมจารีศรีสุนทร
นรากรได้พึ่งจึงเย็นใจ


ความรักเหมือนโรคา
บันดาลตาให้มืดมน ,
ไม่ยินและไม่ยล
อุปะสัคคะใด ๆ
ความรักเหมือนโคถึก
กำลังคึกผิขังไว้
ก็โลดจากคอกไป
บ ยอมอยู่ ณ ที่ขัง ;
ถึงหากจะผูกไว้
ก็ดึงไปด้วยกำลัง ,
ยิ่งห้ามก็ยิ่งคลั่ง
บ หวลคิดถึงเจ็บกาย .


ปากเป็นเอกเลขเป็นโทโบราณว่า
หนังสือเป็นตรีมีปัญญาไม่เสียหลาย
ถึงรู้มากไม่มีปากลำบากตาย
มีอุบายพูดไม่เป็นเห็นป่วยการ
ถึงเป็นครูรู้วิชาปัญญามาก
ไม่รู้จักใช้ปากให้จัดจ้าน
เหมือนเต่าฝังนั่งซื่อฮื้อรำคาญ
วิชาชาญมากเปล่าไม่เข้าที
ใครช่างพูดพลิกแพลงเหมือนแรงมาก
คนนิยมลมปากมากเจียวพี่
ถึงรู้น้อยถ้อยคำให้ขำดี
คงเป็นที่สมคเนที่เฉโก



เช้าเย็นเคยเห็นหน้ากัน
แจ่มจันทร์ชื่นจิตของบิดา
เมื่อแก่เฒ่าหมายเจ้าช่วยรับใช้
เมื่อยามไข้หมายเจ้าเฝ้ารักษา
เมื่อยามถึงวันตายวายชีวา
หวังลูกช่วยปิดตาเมื่อสิ้นใจ
..........


ผู้ใดมีอำนาจวาสนา
ธรรมดาหาอะไรก็หาได้
กำหมัดคือยุติธรรมจงจำไว้
ใครหมัดใหญ่ได้เปรียบเรียบเทียวเกลอ
ใครหมัดย่อมต้องถ่อมกายายอบ
ต้องคอยหมอบคอยกราบราบเทียวเหนอ
คอยระแวงแขยงอยู่ละเออ
มิได้กล้าเผยอขึ้นตึงตัง
มีอำนาจวาสนาวาจาสิทธิ์
พูดสิ่งไรไม่ผิดเพราะฤทธิ์ขลัง
ถึงพูดผิดกำหมัดซัดลงปัง
กลายเป็นพูดถูกจังไปทังเพ
กำหมัดเล็กลูกเด็กเถียงได้
จะส่งเสียงเถียงไปไม่ไหวเหว
ต้องขอยืมหมัดโตไว้โบ๊เบ๊
เด่นโอ้เอ้วางปึ่งให้ถึงดี


เป็นผู้หญิงแท้จริงแสนลำบาก
เป็นผู้ชายยิ่งยากกว่าหลายเท่า
หญิงต้องเจียมกายามาแต่เยาว์
ชายต้องเฝ้าวิงวอนให้หล่อนรัก
หญิงถึงรักต้องแสร้งแกล้งทำเฉย
หวังให้ชายอยากเชยยิ่งขึ้นหนัก
ต่างคนต่างซัดกันน่าขันนัก
ที่แท้ต่างสมัครจะรักกัน
วิสัยหญิงต้องอาย , ยั่วชายชิด
หญิงย่อมดัดจริต , จิตชายสั่น
ถ้าแม้นรักจริงแล้วไม่แคล้วกัน
เสน่ห์พันผูกสนิทชิดชมเอย
..........



ธรรมะแลอะธรรม มะทั้งสองสิ่งนี้ไซร้
อันผลจะพึงให้ บ่ มิมีเสมอกัน
อะธรรมย่อมนำสู่ นิราบายเป็นแม่นมั่น
ธรรมะจะนำพลัน ให้ถึงสุคตินา
เสพธรรมะส่งให้ ถึงเจริญทุกทิวา
แม้เสพอะธรรมพา ให้พินาศแลฉิบหาย


อันคำเราทำนาย ชนทั้งหลายจงจดจำ
จงมุ่งถนอมธรรม เกิดจะได้เจริญสุข
ถึงแม้อะธรรมข่ม ขี่อารมณ์ให้มีทุกข์
ลงท้ายเมื่อหมดยุค ก็จะได้เกษมสานต์
คือธรรมะผ่องใส จึงจะได้สุขสราญ
ถือธรรมะเที่ยงนาน ก็จะได้ไปสู่สวรรค์

โดย ธีรวัส บำเพ็ญบุญบารมี (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [1 ก.ค. 2552 , 11:34:04 น.] ( IP = 58.8.40.178 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org