มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


วรุณชาดก







วรุณชาดก ว่าด้วยการทำไม่ถูกขั้นตอน



ในวันหนึ่ง กุลบุตรชาวเมืองสาวัตถีผู้เป็นสหายกันประมาณ ๓๐ คน ได้ถือของหอม ดอกไม้และผ้าเป็นต้น ไปรอฟังพระธรรมเทศนาของพระศาสดาที่พระวิหารเชตวัน

พอถึงเวลาเย็น พระศาสดาเสด็จออกจากพระคันธกุฎีอันอบแล้วด้วยกลิ่นหอม เสด็จดำเนินไปสู่ธรรมสภา ประทับนั่งเหนือพุทธอาสน์แล้ว กุลบุตรพวกนี้จึงพากันไปสู่ธรรมสภา พร้อมด้วยบริวาร บูชาพระศาสดาด้วยของหอมและดอกไม้ ถวายบังคมแทบบาทยุคล แล้วนั่งฟังพระธรรมอยู่ ณ ส่วน ข้างหนึ่ง

พวกเขาพากันปริวิตกว่า เราทั้งหลายต้องบวช ถึงจะรู้ทั่วถึงธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงแล้วได้กว้างขวาง

ดังนั้น เมื่อพระตถาคตเสด็จออกจากธรรมสภาแล้วพวกกุลบุตรเหล่านั้น จึงพากันเข้าไปเฝ้าถวายบังคมทูลขอบรรพชา พระศาสดาทรงประทานบรรพชาแก่พวกเขา

พวกเขากระทำให้อาจารย์และอุปัชฌาย์โปรดปรานแล้ว ได้อุปสมบทอยู่ในสำนักของอาจารย์และอุปัชฌาย์ ๕ พรรษา ท่องมาติกาทั้ง ๒ คล่องแคล่ว รู้สิ่งที่เป็นกัปปิยะ และอกัปปิยะ เรียนอนุโมทนา ๓ เย็นย้อมจีวรแล้วกราบลาอาจารย์และอุปัชฌาย์ว่า พวกกระผมจักบำเพ็ญสมณธรรม

แล้วพากันเข้าเฝ้าพระศาสดา ถวายบังคมแล้ว นั่ง ณ ที่สมควรส่วนข้างหนึ่ง กราบทูลวิงวอนว่า "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พวกข้าพระองค์เอือมระอาในภพทั้งหลาย กลัวแต่ความ เกิด ความแก่ ความเจ็บ และความตาย ขอพระองค์จงตรัสบอกพระกรรมฐาน เพื่อปลดเปลื้องตนจากสังสารทุกข์แก่ข้าพระองค์ทั้งหลายเหล่านั้นเถิด พระเจ้าข้า"

พระศาสดาทรงทราบสัปปายะจึงตรัสบอกพระกรรมฐานข้อหนึ่งในกรรมฐาน ๓๘ ประการ แก่ภิกษุเหล่านั้น ภิกษุเหล่านั้นเรียนพระกรรมฐานในสำนักของพระศาสดาแล้ว ถวายบังคมพระศาสดา กระทำประทักษิณ ไปสู่บริเวณ อำลาอาจารย์และพระอุปัชฌาย์ ถือเอาบาตรและ จีวรออกจากวิหารไปด้วยตั้งใจว่า พวกเราจักบำเพ็ญสมณธรรม

โดย ศาลาธรรม [2 ก.ค. 2552 , 08:42:49 น.] ( IP = 125.27.172.203 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ในกลุ่มภิกษุเหล่านั้นมีภิกษุรูปหนึ่งโดยชื่อเรียกกันว่า กุฏุมพิกปุตตติสสเถระ เป็นผู้เกียจคร้าน มีความเพียรทราม ติดรสอาหาร ได้คิดว่า เราไม่สามารถอยู่ในป่า ไม่อาจจะยังอัตภาพให้เป็นไปด้วยการเที่ยวภิกษาจาร การไปป่าไม่เกิดประโยชน์อะไรแก่เราเลย เราจักกลับ ภิกษุนั้นได้ทอดทิ้งความเพียรเดินกลับมาเสีย

ฝ่ายภิกษุรูปอื่นก็พากันจาริกไปในแคว้นโกศลจนไปถึงหมู่บ้านชายแดนตำบลหนึ่ง ก็เข้าอาศัยหมู่บ้านนั้นจำพรรษาอยู่ที่ชายป่าแห่งหนึ่ง เป็นผู้ไม่ประมาทเพียรพยายามอยู่ตลอด ระยะกาลภายในไตรมาสถือเอาห้องวิปัสสนา ยังปฐพีให้บรรลือลั่น บรรลุพระอรหัตต์แล้ว

พอออกพรรษาปวารณาแล้วปรึกษากันว่า จักกราบทูลคุณที่ตนได้บรรลุแล้วแด่พระศาสดา จึงพากันออกจากปัจจันตคาม ถึงพระเชตวันมหาวิหารโดยลำดับ เก็บบาตรและจีวรเรียบร้อยแล้ว ก็เข้าพบอาจารย์และพระอุปัชฌาย์ ปรารถนาจะเฝ้าพระตถาคตเจ้า จึงพากันไปยังสำนักของพระศาสดา ถวายบังคมแล้วนั่งเฝ้าอยู่

พระศาสดาได้ทรงกระทำปฏิสันถารด้วยพระดำรัสอันไพเราะกับภิกษุเหล่านั้น ภิกษุเหล่านั้นได้รับปฏิสันถารแล้วจึงกราบทูลคุณที่ตนได้แล้วแด่พระตถาคต พระศาสดาทรงสรรเสริญภิกษุเหล่านั้น

พระกุฏุมพิกปุตตติสสเถระเห็นพระศาสดาตรัสสรรเสริญคุณของภิกษุเหล่านั้นแล้ว ก็ประสงค์จะบำเพ็ญสมณธรรมบ้าง

ฝ่ายภิกษุทั้งหลายได้กราบทูลลาพระศาสดาว่า "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พวกข้าพระองค์จักไปอยู่ที่ชายป่าแห่งนั้น" พระศาสดาก็ทรงอนุญาต

โดย ศาลาธรรม [2 ก.ค. 2552 , 08:43:12 น.] ( IP = 125.27.172.203 : : )


  สลักธรรม 2

ครั้งนั้นพระกุฏุมพิกปุตตติสสเถระได้บำเพ็ญเพียรจัดในระหว่างเวลารัตติกาล บำเพ็ญสมณธรรมโดยรีบเร่งเกินไป พอถึงเวลาระยะมัชฌิมยาม ทั้ง ๆ ที่ยืนพิงแผ่นกระดานสำหรับพัก ได้หลับไปและกลิ้งตกลงมาทำให้กระดูกขาของท่านแตก เกิดเวทนามากมาย

พวกภิกษุเหล่านั้นจึงต้องเข้าช่วยเหลือปรนบัติดูแลจนทำให้การเดินทางก็ชะงักไป

พระศาสดาทรงเห็นภิกษุเหล่านั้นแล้วจึงตรัสถามว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พวกเธอบอกลาเมื่อวานว่า จักพากันไปในวันพรุ่งนี้ มิใช่หรือ ?"

ภิกษุเหล่านั้นกราบทูลว่า "เป็นเช่นนั้นพระเจ้าข้า แต่ว่าท่านติสสเถระบุตรกุฏุมพี สหายของข้าพระองค์ทั้งหลาย กระทำสมณธรรมอย่างรีบเร่งในเวลามิใช่กาล ถูกความง่วงครอบงำ กลิ้งตกลงไป กระดูกขาแตก ด้วยเหตุนี้พวกข้าพระองค์จึงจำต้องงดการเดินทาง"

พระศาสดาตรัสว่า " ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มิใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้น ที่ภิกษุนี้รีบเร่งกระทำความเพียรในเวลามิใช่กาล เพราะความที่ตนเป็นผู้ มีความเพียรย่อหย่อน จึงกระทำอันตรายการเดินทางของพวกเธอ แม้ในครั้งก่อน ภิกษุนี้ก็ได้ทำอันตรายการเดินทางของพวกเธอมาแล้วเหมือนกัน"

เมื่อภิกษุเหล่านั้นกราบทูลอาราธนา จึงทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาเล่าว่า

โดย ศาลาธรรม [2 ก.ค. 2552 , 08:43:30 น.] ( IP = 125.27.172.203 : : )


  สลักธรรม 3

ในอดีตกาล พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นอาจารย์ทิศาปาโมกข์ ให้มาณพ ๕๐๐ คน เล่าเรียนศิลปะอยู่ในเมืองตักกสิลา แคว้นคันธาระ

อยู่มาวันหนึ่งมาณพเหล่านั้นพากันไปป่าเพื่อหาฟืนแล้วรวบรวมฟืนไว้ ในพวกมาณพเหล่านั้นมีมาณพผู้เกียจคร้านอยู่คนหนึ่ง เห็นต้นกุ่มใหญ่สำคัญว่าต้นไม้นี้เป็นต้นไม้แห้ง คิดว่า นอนเสียชั่วครู่หนึ่งก่อนก็ได้ ทีหลังค่อยขึ้นต้นหักฟืนทิ้งลงหอบเอาไป จึงปูลาดผ้าห่มลงนอนกรนหลับสนิท

ส่วนมาณพอื่น ๆ ก็พากันผูกฟืนเป็นมัด ๆ แล้วแบกไป ขณะที่เดินผ่านมาทางนี้ก็เอาเท้ากระทืบมาณพผู้เกียจคร้านนั้นที่ข้างหลังเพื่อปลุกให้ตื่น แล้วพากันไป

มาณพผู้เกียจคร้านลุกขึ้นขยี้ตาจนหายง่วงแล้วก็ปีนขึ้นต้นกุ่ม จับกิ่งเหนี่ยวมาตรงหน้าตน พอหักแล้วปลายไม้ก็ดีดเอานัยน์ตาของตนแตกไป จึงเอามือข้างหนึ่งปิดตาไว้ ส่วนอีกข้างหนึ่งหักฟืนสด ๆ ลงจากต้น มัดเป็นมัดแบกไปโดยเร็ว และยังเอาไปทิ้งทับบนฟืนที่พวกมาณพเหล่านั้นกองกันไว้แล้วอีกด้วย

ในวันนั้น ตระกูลหนึ่งจากหมู่บ้านในชนบทมานิมนต์พราหมณ์ผู้เป็นอาจารย์ว่า "พรุ่งนี้ พวกกระผมจักกระทำการสวดมนต์"

พราหมณ์อาจารย์จึงกล่าวกับพวกมาณพว่า "พ่อทั้งหลาย พรุ่งนี้ต้องไปยังหมู่บ้านในตำบลหนึ่ง แต่ถ้าพวกเธอไม่ได้กินอาหารกันก่อนก็คงจะไปไม่ถึง ต้องให้เขาต้มข้าวแต่เช้าตรู่ กินข้าวแล้วจึงค่อยไปที่นั่น"

พวกมาณพเหล่านั้นจึงปลุกทาสีให้ลุกขึ้นต้มข้าวต้มแต่เช้าตรู่แล้วสั่งว่า "เจ้าจงรีบต้มข้าวต้มให้แก่พวกเราโดยเร็ว"

ทาสีนั้นได้ไปหอบฟืนแต่ก็หอบเอาฟืนไม้กุ่มสดไปใช้ แม้จะใช้ปากเป่าลมบ่อย ๆ ก็ไม่อาจให้ไฟลุกได้ จนกระทั่งดวงอาทิตย์ขึ้นและพวกมาณพเห็นว่าสายแล้วก็คิดว่า พวกเราไปไม่ทันแล้ว จึงพากันไปหาพราหมณ์อาจารย์

โดย ศาลาธรรม [2 ก.ค. 2552 , 08:44:11 น.] ( IP = 125.27.172.203 : : )


  สลักธรรม 4

ท่านอาจารย์ถามว่า "พ่อเอ๋ย พวกเจ้าไม่ได้ไปกันดอกหรือ ? "

พวกมาณพตอบว่า "ครับ ท่านอาจารย์ พวกกระผมไม่ได้ไป"

อาจารย์ถามว่า "เพราะเหตุไร ?"

พวกมาณพตอบว่า "เพราะมาณพเกียจคร้านผู้นั้นได้ไปป่าเพื่อหาฟืนกับพวกผม ไปนอนหลับเสียที่โคนกุ่ม พอตื่นมาทีหลังจึงรีบขึ้นหักฟืนจนไม้ลัดเอาตาแตก แล้วก็หอบเอาไม้สด ๆ มาโยนไว้ข้างบนฟืนที่พวกผมหามา คนต้มข้าวก็ขนเอาฟืนสด ๆ นั้นไปด้วยสำคัญว่าเป็นฟืนแห้ง จนดวงอาทิตย์ขึ้นสูง ก็ไม่อาจก่อไฟให้ลุกได้ ด้วยเหตุนี้จึงเป็นอุปสรรคต่อการเดินทาง"

พระโพธิสัตว์ผู้เป็นพราหมณ์อาจารย์ฟังสิ่งที่มาณพกระทำผิดพลาดแล้วกล่าวว่า "ความเสื่อมเสียเช่นนี้ย่อมมีได้ เพราะอาศัยกรรมของพวกอันธพาล"

พระบรมศาสดาตรัสว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มิใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้น ที่ภิกษุนี้กระทำอันตรายต่อการเดินทางของพวกเธอ แม้ในครั้งก่อนก็ได้กระทำแล้วเหมือนกัน"

ทรงประชุมชาดกว่า มาณพผู้ถึงแก่นัยน์ตาแตกในครั้งนั้น ได้มาเป็นภิกษุผู้กระดูกขาแตกในบัดนี้ มาณพที่เหลือมาเป็นพุทธบริษัท ส่วนพราหมณ ์ผู้อาจารย์ได้มาเป็นเราตถาคต ฉะนี้แล


จบ วรุณชาดก


โดย ศาลาธรรม [2 ก.ค. 2552 , 08:44:34 น.] ( IP = 125.27.172.203 : : )


  สลักธรรม 5

ขอบพระคุณ และ อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [2 ก.ค. 2552 , 10:05:42 น.] ( IP = 124.121.173.100 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org