| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
วรุณชาดก
สลักธรรม 1ในกลุ่มภิกษุเหล่านั้นมีภิกษุรูปหนึ่งโดยชื่อเรียกกันว่า กุฏุมพิกปุตตติสสเถระ เป็นผู้เกียจคร้าน มีความเพียรทราม ติดรสอาหาร ได้คิดว่า เราไม่สามารถอยู่ในป่า ไม่อาจจะยังอัตภาพให้เป็นไปด้วยการเที่ยวภิกษาจาร การไปป่าไม่เกิดประโยชน์อะไรแก่เราเลย เราจักกลับ ภิกษุนั้นได้ทอดทิ้งความเพียรเดินกลับมาเสีย
ฝ่ายภิกษุรูปอื่นก็พากันจาริกไปในแคว้นโกศลจนไปถึงหมู่บ้านชายแดนตำบลหนึ่ง ก็เข้าอาศัยหมู่บ้านนั้นจำพรรษาอยู่ที่ชายป่าแห่งหนึ่ง เป็นผู้ไม่ประมาทเพียรพยายามอยู่ตลอด ระยะกาลภายในไตรมาสถือเอาห้องวิปัสสนา ยังปฐพีให้บรรลือลั่น บรรลุพระอรหัตต์แล้ว
พอออกพรรษาปวารณาแล้วปรึกษากันว่า จักกราบทูลคุณที่ตนได้บรรลุแล้วแด่พระศาสดา จึงพากันออกจากปัจจันตคาม ถึงพระเชตวันมหาวิหารโดยลำดับ เก็บบาตรและจีวรเรียบร้อยแล้ว ก็เข้าพบอาจารย์และพระอุปัชฌาย์ ปรารถนาจะเฝ้าพระตถาคตเจ้า จึงพากันไปยังสำนักของพระศาสดา ถวายบังคมแล้วนั่งเฝ้าอยู่
พระศาสดาได้ทรงกระทำปฏิสันถารด้วยพระดำรัสอันไพเราะกับภิกษุเหล่านั้น ภิกษุเหล่านั้นได้รับปฏิสันถารแล้วจึงกราบทูลคุณที่ตนได้แล้วแด่พระตถาคต พระศาสดาทรงสรรเสริญภิกษุเหล่านั้น
พระกุฏุมพิกปุตตติสสเถระเห็นพระศาสดาตรัสสรรเสริญคุณของภิกษุเหล่านั้นแล้ว ก็ประสงค์จะบำเพ็ญสมณธรรมบ้าง
ฝ่ายภิกษุทั้งหลายได้กราบทูลลาพระศาสดาว่า "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พวกข้าพระองค์จักไปอยู่ที่ชายป่าแห่งนั้น" พระศาสดาก็ทรงอนุญาต
โดย ศาลาธรรม [2 ก.ค. 2552 , 08:43:12 น.] ( IP = 125.27.172.203 : : )
สลักธรรม 2ครั้งนั้นพระกุฏุมพิกปุตตติสสเถระได้บำเพ็ญเพียรจัดในระหว่างเวลารัตติกาล บำเพ็ญสมณธรรมโดยรีบเร่งเกินไป พอถึงเวลาระยะมัชฌิมยาม ทั้ง ๆ ที่ยืนพิงแผ่นกระดานสำหรับพัก ได้หลับไปและกลิ้งตกลงมาทำให้กระดูกขาของท่านแตก เกิดเวทนามากมาย
พวกภิกษุเหล่านั้นจึงต้องเข้าช่วยเหลือปรนบัติดูแลจนทำให้การเดินทางก็ชะงักไป
พระศาสดาทรงเห็นภิกษุเหล่านั้นแล้วจึงตรัสถามว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พวกเธอบอกลาเมื่อวานว่า จักพากันไปในวันพรุ่งนี้ มิใช่หรือ ?"
ภิกษุเหล่านั้นกราบทูลว่า "เป็นเช่นนั้นพระเจ้าข้า แต่ว่าท่านติสสเถระบุตรกุฏุมพี สหายของข้าพระองค์ทั้งหลาย กระทำสมณธรรมอย่างรีบเร่งในเวลามิใช่กาล ถูกความง่วงครอบงำ กลิ้งตกลงไป กระดูกขาแตก ด้วยเหตุนี้พวกข้าพระองค์จึงจำต้องงดการเดินทาง"
พระศาสดาตรัสว่า " ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มิใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้น ที่ภิกษุนี้รีบเร่งกระทำความเพียรในเวลามิใช่กาล เพราะความที่ตนเป็นผู้ มีความเพียรย่อหย่อน จึงกระทำอันตรายการเดินทางของพวกเธอ แม้ในครั้งก่อน ภิกษุนี้ก็ได้ทำอันตรายการเดินทางของพวกเธอมาแล้วเหมือนกัน"
เมื่อภิกษุเหล่านั้นกราบทูลอาราธนา จึงทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาเล่าว่าโดย ศาลาธรรม [2 ก.ค. 2552 , 08:43:30 น.] ( IP = 125.27.172.203 : : )
สลักธรรม 3ในอดีตกาล พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นอาจารย์ทิศาปาโมกข์ ให้มาณพ ๕๐๐ คน เล่าเรียนศิลปะอยู่ในเมืองตักกสิลา แคว้นคันธาระ
อยู่มาวันหนึ่งมาณพเหล่านั้นพากันไปป่าเพื่อหาฟืนแล้วรวบรวมฟืนไว้ ในพวกมาณพเหล่านั้นมีมาณพผู้เกียจคร้านอยู่คนหนึ่ง เห็นต้นกุ่มใหญ่สำคัญว่าต้นไม้นี้เป็นต้นไม้แห้ง คิดว่า นอนเสียชั่วครู่หนึ่งก่อนก็ได้ ทีหลังค่อยขึ้นต้นหักฟืนทิ้งลงหอบเอาไป จึงปูลาดผ้าห่มลงนอนกรนหลับสนิท
ส่วนมาณพอื่น ๆ ก็พากันผูกฟืนเป็นมัด ๆ แล้วแบกไป ขณะที่เดินผ่านมาทางนี้ก็เอาเท้ากระทืบมาณพผู้เกียจคร้านนั้นที่ข้างหลังเพื่อปลุกให้ตื่น แล้วพากันไป
มาณพผู้เกียจคร้านลุกขึ้นขยี้ตาจนหายง่วงแล้วก็ปีนขึ้นต้นกุ่ม จับกิ่งเหนี่ยวมาตรงหน้าตน พอหักแล้วปลายไม้ก็ดีดเอานัยน์ตาของตนแตกไป จึงเอามือข้างหนึ่งปิดตาไว้ ส่วนอีกข้างหนึ่งหักฟืนสด ๆ ลงจากต้น มัดเป็นมัดแบกไปโดยเร็ว และยังเอาไปทิ้งทับบนฟืนที่พวกมาณพเหล่านั้นกองกันไว้แล้วอีกด้วย
ในวันนั้น ตระกูลหนึ่งจากหมู่บ้านในชนบทมานิมนต์พราหมณ์ผู้เป็นอาจารย์ว่า "พรุ่งนี้ พวกกระผมจักกระทำการสวดมนต์"
พราหมณ์อาจารย์จึงกล่าวกับพวกมาณพว่า "พ่อทั้งหลาย พรุ่งนี้ต้องไปยังหมู่บ้านในตำบลหนึ่ง แต่ถ้าพวกเธอไม่ได้กินอาหารกันก่อนก็คงจะไปไม่ถึง ต้องให้เขาต้มข้าวแต่เช้าตรู่ กินข้าวแล้วจึงค่อยไปที่นั่น"
พวกมาณพเหล่านั้นจึงปลุกทาสีให้ลุกขึ้นต้มข้าวต้มแต่เช้าตรู่แล้วสั่งว่า "เจ้าจงรีบต้มข้าวต้มให้แก่พวกเราโดยเร็ว"
ทาสีนั้นได้ไปหอบฟืนแต่ก็หอบเอาฟืนไม้กุ่มสดไปใช้ แม้จะใช้ปากเป่าลมบ่อย ๆ ก็ไม่อาจให้ไฟลุกได้ จนกระทั่งดวงอาทิตย์ขึ้นและพวกมาณพเห็นว่าสายแล้วก็คิดว่า พวกเราไปไม่ทันแล้ว จึงพากันไปหาพราหมณ์อาจารย์
โดย ศาลาธรรม [2 ก.ค. 2552 , 08:44:11 น.] ( IP = 125.27.172.203 : : )
สลักธรรม 4ท่านอาจารย์ถามว่า "พ่อเอ๋ย พวกเจ้าไม่ได้ไปกันดอกหรือ ? "
พวกมาณพตอบว่า "ครับ ท่านอาจารย์ พวกกระผมไม่ได้ไป"
อาจารย์ถามว่า "เพราะเหตุไร ?"
พวกมาณพตอบว่า "เพราะมาณพเกียจคร้านผู้นั้นได้ไปป่าเพื่อหาฟืนกับพวกผม ไปนอนหลับเสียที่โคนกุ่ม พอตื่นมาทีหลังจึงรีบขึ้นหักฟืนจนไม้ลัดเอาตาแตก แล้วก็หอบเอาไม้สด ๆ มาโยนไว้ข้างบนฟืนที่พวกผมหามา คนต้มข้าวก็ขนเอาฟืนสด ๆ นั้นไปด้วยสำคัญว่าเป็นฟืนแห้ง จนดวงอาทิตย์ขึ้นสูง ก็ไม่อาจก่อไฟให้ลุกได้ ด้วยเหตุนี้จึงเป็นอุปสรรคต่อการเดินทาง"
พระโพธิสัตว์ผู้เป็นพราหมณ์อาจารย์ฟังสิ่งที่มาณพกระทำผิดพลาดแล้วกล่าวว่า "ความเสื่อมเสียเช่นนี้ย่อมมีได้ เพราะอาศัยกรรมของพวกอันธพาล"
พระบรมศาสดาตรัสว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มิใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้น ที่ภิกษุนี้กระทำอันตรายต่อการเดินทางของพวกเธอ แม้ในครั้งก่อนก็ได้กระทำแล้วเหมือนกัน"
ทรงประชุมชาดกว่า มาณพผู้ถึงแก่นัยน์ตาแตกในครั้งนั้น ได้มาเป็นภิกษุผู้กระดูกขาแตกในบัดนี้ มาณพที่เหลือมาเป็นพุทธบริษัท ส่วนพราหมณ ์ผู้อาจารย์ได้มาเป็นเราตถาคต ฉะนี้แล
จบ วรุณชาดก
![]()
โดย ศาลาธรรม [2 ก.ค. 2552 , 08:44:34 น.] ( IP = 125.27.172.203 : : )
สลักธรรม 5ขอบพระคุณ และ อนุโมทนาค่ะ
โดย พี่ดา [2 ก.ค. 2552 , 10:05:42 น.] ( IP = 124.121.173.100 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |