มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


การจำชาติก่อนได้





ที่มาของภาพ : http://www.dnp.go.th/DnpTrue51/ContestTech.htm

การจำชาติก่อนได้
โดย รังสีธรรม ธรรมโฆษ


ตอนที่ผ่านมา

การจำเรื่องราวต่างๆ ได้ เหตุผลสำคัญที่ยืนยันว่า คนเราตายแล้วเกิดก็คือ การจำชาติก่อนได้ แต่คนส่วนมากก็ชอบถามเสมอว่า ถ้าเราเคยเกิดมาก่อน ทำไมเราจึงจำชาติก่อนโดยที่เราไม่รู้เลยว่าได้ทำมาจริงหรือไม่? ข้อขัดแย้งเช่นนี้เอปิกคิวรัสเคยคัดค้านลัทธิไพแทกคอรัสมากแล้ว โดยให้เหตุผลว่า เมื่อวิญญาณจำอดีตไม่ได้ ก็ไม่แน่ว่าจะมีตัวเราคนเดียวกันเกิดสืบสายมาตลอด อาจจะมีหลายคนก็เมื่อคนหนึ่งในอดีตทำไว้ ไฉนอีกคนหนึ่งจะต้องมารับเคราะห์ แม้รับเคราะห์ไม่น่าจะถือเป็นการลงโทษที่จะทำให้คนฉลาดขึ้นได้

เมื่อคนจำอดีตไม่ได้ วิญญาณก็ไม่มีทางจะพิจารณาผลเทียบกับเหตุได้ การเกิดใหม่ก็ไร้ความหมาย กระบวนการวิวัฒนาการก็ไร้ประโยชน์และทารุณ ปัญหาทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับปัญหาข้อเดียวว่า ความจำมีอยู่หรือไม่ ถ้ามีเรื่องตายแล้วเกิดก็เป็นความจริง ถ้าไม่มีก็ไม่จริง

ก่อนตอบปัญหานี้ ต้องเข้าใจเสียก่อนว่า ความทรงจำแม้ในชีวิตนี้ เกิดมีขึ้นได้ในลักษณะใด? ถ้าเราเข้าใจกลไกความทรงจำในชาตินี้ได้ เราก็อาจสืบสาวไปยังชาติก่อนได้ แล้วก็จะได้พิสูจน์กันว่าตายเกิด หรือตายสูญกันแน่

ถ้าพิจารณาให้ดีจะเห็นว่า ความจำเกี่ยวกับอดีตของเราในชาตินี้ไม่ตรงกับที่เราเข้าใจทีเดียว ประการแรกก็คือว่า ใน ๒ – ๓ ปีแรกแห่งชีวิตของเรา เราจำอะไรไม่ได้เลย แต่เราก็เชื่อว่าในตอนนั้นเราก็คงมีความรู้สึกนึกคิดและไม่ตายอย่างแน่นอน เพราะเวลานี้เราก็ยังไม่ตาย นี้หมายความว่าเราจะจำได้หรือไม่ได้ก็ตามเราก็มีอยู่ประการที่ ๒ เราจะสังเกตเห็นได้ว่า เราจำบางอย่างได้อย่างคร่าวๆ ขาดรายละเอียดนี้ไม่เฉพาะปีแรกๆ แห่งชีวิต แม้เหตุการณ์เมื่อปีกลายเมื่อเดือนก่อน หรือแม้เมื่อวานนี้ เราก็จำรายละเอียดไม่ได้

แม้ในตอนสุดท้ายของวันนี้ ก็มีคนน้อยคนที่จำได้อย่างแม่นยำว่าในวันนี้ตนได้ทำอะไรบ้าง ยิ่งเป็นคำพูดและความคิดด้วยแล้ว ก็เกือบจำไม่ได้เลย นี้แสดงว่ามันสมองช่วยให้เขาลืมรายละเอียดปลีกย่อยอันมากมายนั้นเสีย นี้อาจเป็นหน้าที่อันสำคัญอันหนึ่งของสมอง

การกระทำ คำพูด ความคิดที่เราทำพูดคิดไปแล้วนั้นมีอะไรเหลืออยู่ ? สาระสำคัญย่อๆ ของสิ่งเหล่านั้นเท่านั้นเหลืออยู่ เพราะสาระสำคัญเหล่านี้เอง เราจึงรู้ว่า เราผ่านรายละเอียดมาแล้ว จะยกตัวอย่าง “สาระสำคัญ” ให้เห็นดังต่อไปนี้

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [6 ก.ค. 2552 , 09:45:29 น.] ( IP = 61.90.65.185 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

เวลาเราอ่านหนังสือ เราต้องดูตัวอักษรเป็นจำนวนพันจำนวนหมื่น เราต้องเคยเรียนและจดจำไวยากรณ์ การประสมคำ ความหมายของคำและลักษณะอื่นๆ อีกร้อยแปดของภาษานั้นๆ มาแล้ว แต่พออ่านจบ สิ่งที่เหลืออยู่กับเราก็คือความหมายของข้อความนั้นๆ รายละเอียดต่างๆ ดังกล่าวเราลืมหมดสิ้น

เวลานี้เราระวังเป็นพิเศษ ไม่แหย่นิ้วมือลงไปในหม้อน้ำที่กำลังเดือด นี้ไม่ใช่เพราะเราเคยถูกน้ำร้อนลวกเอาเมื่อวานนี้ แต่เพราะครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีมาแล้วจนสมองเองก็จำไม่ได้ เราเคยถูกน้ำร้อนลวกมาแล้ว เราลืมเหตุการณ์นั้นสนิท แต่เรารู้ว่า เราต้องได้ผ่านเหตุการณ์เช่นนั้นมาแล้ว เราจึงมีความระมัดระวัง

ท่าทีระมัดระวังนี้เอง คือสาระสำคัญของประสบการณ์ในอดีต เราแต่ละคนมีท่าทีเช่นนี้เป็นจำนวนร้อยๆ ทีเดียว สำหรับควบคุมการกระทำ และแม้แต่คำพูดของเรา

เวลานี้เราไม่อยากมีความผิดเพราะพูดเท็จ เพราะรู้สึกว่ามันขัดกับเกียรติยศและสัญชาตญาณของเรา แต่เมื่อยังเด็กเราเคยโกหกและถูกลงโทษนับครั้งไม่ถ้วน เพราะโกหกอย่างซื่อๆ ตามประสาเด็ก จนกระทั่งเราได้บทเรียนว่าการโกหกไม่ดี รายละเอียดที่เราโกหกและถูกลงโทษลบเลือนไปจากความทรงจำแล้ว แต่ท่าทีแห่งอุปนิสัยเหลืออยู่ เราแต่ละคนต่างมีท่าทีแบบสัญชาตญาณเช่นนี้คนละมากๆ ดีบ้างชั่วบ้าง

เหล่านี้คือตัวอย่างของสิ่งธรรมดา ที่เกิดขึ้นทุกวันในชีวิตของเรา เราต้องประสบกับรายละเอียดของเหตุการณ์ นับไม่ถ้วน แต่เราก็สกัดเอาแต่แก่นของมัน ซึ่งมีคุณค่าอย่างสูงแก่เรา รายละเอียดต่างๆ ไม่จำเป็นเพราะจะเป็นภาระหนักที่จะจดจำ และไม่มีประโยชน์อะไรต่อชีวิตประจำวัน

บัดนี้ขอให้เรามาพิจารณาดูว่า เรามีแก่นความจำอะไรบ้างไหมที่แสดงว่าเราเคยเกิดในโลกนี้มาแล้ว? เราควรหยิบเอาลักษณะของเด็กๆ มาพิจารณาดูเพราะจิตใจแบบเด็กๆ ยังไม่มีประสบการณ์ใหญ่มาก เหมาะที่จะศึกษาร่องรอยของประสบการณ์เก่าๆ บางทีเราอาจจะได้สังเกตเห็นร่องรอยของประสบการณ์ชาติก่อนอยู่แล้ว แต่มิได้เอาใจใส่ศึกษาสังเกต เพราะไม่เคยคิดเรื่องตายเกิดมาก่อน ขอให้พิจารณาร่องรอยของความจำเก่าในรูปต่างๆ ดังต่อไปนี้

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [6 ก.ค. 2552 , 09:46:04 น.] ( IP = 61.90.65.185 : : )


  สลักธรรม 2

สมรรถนะโดยกำเนิดของเด็ก

เด็กๆ ย่อมมีคุณภาพจิตต่างๆ กัน แม้เด็กครอบครัวเดียวกันหรือในกรณีของฝาแฝด บางทีก็แตกต่างกันเอามากๆ ทั้งๆ ที่สภาพก่อนเกิดเหมือนกันทุกอย่าง เช่นเด็กคนหนึ่งอาจหันไปสนใจทางศิลปะ โดยสัญชาตญาณ อยากจะเล่นขลุกอยู่กับดินสอสี และกระดาษเป็นเวลาหลายๆ ชั่วโมง อีกคนหนึ่งชอบสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ พอโตขึ้นก็อยากเที่ยวดูทุกแห่งที่มีการสร้างหรือประดิษฐ์ คนที่สามกลับสนใจในการค้าขาย จนบางทีก็ทอดทิ้งการเรียนไปตั้งร้านค้าเล็กๆ ของตนเอง คนที่สี่กลับเป็นนักใฝ่ฝัน สนใจกับหนังสือ โดยไม่คำนึงกับโลกภายนอก

ความแตกต่างเหล่านี้ มักจะทำให้นักนิยมพันธุกรรมงงเสมอ เพราะท่าทีของเด็กไม่เหมือนของมารดาบิดา หรือแม้บรรพบุรุษชั้นสูงๆ ขึ้นไปเลย ยิ่งกว่านั้นท่าทีเหล่านี้มักจะแสดงออกในตอนต้นของชีวิต และในสิ่งแวดล้อมที่เป็นข้าศึกเสียด้วย

มีทางเป็นไปได้แน่นอนว่า คุณภาพโดยกำเนิดเหล่านี้ แสดงให้เห็นสายงานเดิม ที่วิญญาณของเด็กเคยชินมาในชาติก่อน และเป็นแก่นความทรงจำของเด็กนั่นเอง ตัวอย่างเช่น ถ้าวิญญาณเคยสนใจในดนตรีมาก่อน และเคยเป็นนักดนตรีมาแล้วหลายชาติ เมื่อเขาเกิดใหม่ในชาตินี้ เขาจะเรียนรู้ดนตรีได้อย่างรวดเร็ว และวิญญาณของนักดนตรีจะต้องถูกชักนำให้ไปเกิดในครอบครัวนักดนตรี เผื่อว่าจะได้รับการศึกษาที่ตนชอบ และจะได้มีร่างกายและระบบประสาทอันเหมาะสมกับความเป็นนักดนตรี

ตรงกันข้าม ถ้าเขาไม่เคยสนใจในดนตรีมาก่อนในชาติก่อนๆ แม้จะถูกบังคับให้เรียนดนตรีก็ไม่มีทางสำเร็จ ฉะนั้นความสามารถโดยกำเนิดของเรา จึงส่องให้เห็นความสนใจและงานในอดีตชาติของเรา

ฉะนั้นความรู้ที่เราได้รับย่อมไม่สูญหาย แม้เป็นความรู้ความสามารถทางกายก็ไม่สูญ เช่นเด็กที่รู้จักใช้เครื่องมือโดยสัญชาตญาณ ทันทีทันใดที่มีคนหยิบใส่มือก็แสดงว่าเคยเป็นช่างฝีมือเยี่ยมมาก่อน เด็กที่เพื่อนๆ ยกให้เป็นผู้นำหมู่ และนำหมู่สู้รบอย่างอาจหาญในการเล่นทำสงครามกัน ย่อมเป็นนักรบผู้เก่งกล้ากลับมาเกิด

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [6 ก.ค. 2552 , 09:46:27 น.] ( IP = 61.90.65.185 : : )


  สลักธรรม 3

สัญชาตญาณการเป็นแม่

สัญชาตญาณนี้พบเสมอในเด็กหญิง และแม้ในเด็กผู้ชาย เด็กๆ ที่กำลังเล่นกับตุ๊กตาย่อมกำลังรำลึกถึงอดีต เมื่อเขาเป็นแม่กกกอดลูกจริงๆ สัญชาตญาณทุกอย่างย่อมสามารถอธิบายได้ด้วยหลักการตายแล้วเกิด เช่นการที่ลูกไก่ที่เพิ่งฟักรู้จักวิ่งหาที่หลบซ่อนเมื่อเงานกเหยี่ยวปรากฏขึ้นที่แผ่นดิน ก็เป็นแก่นความจำที่ได้จากประสบการณ์ในชาติก่อนๆ ของมัน

ความสามารถจะรู้ความจริง

ถ้าเราให้คน ๒ คนพบกับความจริงใหม่ๆ อย่างหนึ่ง คนหนึ่งจะเข้าใจทันที อีกคนหนึ่งอาจจะไม่เข้าใจเลย แม้จะได้รับการศึกษาและมีสติปัญญาทัดเทียมกันก็ตาม แต่ถ้าเราเอาความจริงใหม่อีกอันหนึ่งเสนอแก่คนทั้ง ๒ นั้นอีก คราวนี้จะเกิดผลตรงกันข้าม คือคนแรกไม่เข้าใจ คนที่สองกลับเข้าใจทันที นี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า คนที่เข้าใจทันทีเพราะคุ้นเคยกับความจริงอันนั้นมาก่อนแล้ว คนที่ไม่เข้าใจเพราะไม่คุ้นเคยมาก่อน

ความสามารถสร้างหลักทั่วไปได้ แม้จากประสบการณ์ครั้งเดียว คนบางคนประสบการณ์ครั้งเดียว ก็ตั้งกฎสากลเป็นหลักอธิบายปรากฏการณ์ต่างๆ แบบเดียวกันขึ้นมาได้ ประสบการณ์ครั้งเดียวนั้น สำหรับคนอื่นๆ อาจไม่ให้ความรู้ ความคิดอะไรเลย แต่สำหรับบางคนดูเหมือนว่ามันได้เรียกร้องให้เกิดความเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น? ทำไมสตรีบางคนซึ่งไม่มีประสบการณ์ด้านเสียแห่งชีวิตเลย จึงสามารถสอนลูกๆ ในเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี ? นี้ก็เพราะสาระสำคัญหรือแก่นประสบการณ์ในชาติก่อนนั่นเอง

ความสามารถในการเข้าใจประสบการณ์ที่ไม่รู้มาก่อน มีนักเขียนและนักพูดบางคนสามารถเข้าใจประสบการณ์ที่ตนไม่เคยผ่านมาก่อน ตัวอย่างที่เด่นชัดก็คือ นายวิลเลียม ชาร์ป ซึ่งแม้จะเป็นผู้ชายเต็มตัว ก็สามารถเขียนเรื่องแบบผู้หญิงได้ดีเหมือนผู้หญิง โดยใช้นามปากกาว่า พีโอนา แมกคลอยด์

หรืออย่างผู้เขียนบทละครเชกสเปียร์ สามารถถ่ายทอดความรู้สึกของแมกเบธ อารมณ์ของแฮมเล็ท ความทุกข์ระทมของกษัตริย์เลียร์เป็นต้น ได้อย่างดีเลิศ อาจเป็นได้ว่านักเขียนเหล่านี้ เคยประสบกับอารมณ์เช่นนั้นมาแล้วในอดีตชาติ จึงถ่ายทอดได้ดีเช่นนั้น

แรงกระตุ้นในใจยิ่งใหญ่กว่าความสามารถ บางครั้งคนจะเกิดแรงกระตุ้นใจอย่างรุนแรง เกินความสามารถ เขาพยายามจะทำอะไรให้สำเร็จเท่ากับพลังแรงกระตุ้น แต่ก็พลาดหวังอย่างน่าสงสาร จิตใจของเขาสูงส่งกว่าอำนาจสมอง และความปรารถนาใฝ่ฝันเกินความสามารถ ถ้าพันธุกรรมเป็นตัวประกอบสำคัญอันเดียว ใจก็เป็นผลของมันสมอง ไม่น่าจะเกินมันสมอง

เรื่องนี้อธิบายได้ว่า แรงกระตุ้นอันยิ่งใหญ่นั้น เนื่องมาจากผลสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในอดีตชาติ แต่ในชาตินี้แสดงตัวออกไม่ได้ เจ้าตัวปล่อยให้โอกาสงามๆ ที่จะพัฒนาผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ ความสามารถที่เรามีอยู่เราจะต้องใช้อยู่เสมอๆ ถ้าไม่ใช้จะค่อยๆ หายไป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [6 ก.ค. 2552 , 09:46:45 น.] ( IP = 61.90.65.185 : : )


  สลักธรรม 4

จิตใจของเด็กแสดงให้เห็นอดีตของเขา เด็กมีการเปลี่ยนแปลงทางจิตอย่างน่าศึกษา เมื่อเด็กๆ บางทีเขาก็ทารุณ โหดร้าย เห็นแก่ตัว โตขึ้นมาเป็นเด็กวัยรุ่นจะเกิดความป่าเถื่อน ชอบต่อสู้ และทำอะไรแผลงๆ ต่อมาเป็นหนุ่มจิตใจจะค่อยๆ รู้ผิดชอบชั่วดีขึ้น

เด็กบางคนโตในทางจิตใจเร็ว บางคนก็โตช้า เด็กบางคนอายุ ๑๐ ปีก็เป็นผู้ใหญ่ บางคนอายุ ๔๐ ยังดูเป็นเด็กๆ ในกรณีเด็กๆ ที่เป็นผู้ใหญ่เร็วก็หมายความว่า เขากลับคืนสู่แบบชีวิตเก่า ในชาติก่อนของเขาได้เร็วขึ้นนั่นเอง หาได้เกี่ยวด้วยโครงสร้างของเซลล์แต่อย่างใดไม่

อุปนิสัยชั่วและดีโดยสันดานของเด็กเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่น่าสังเกต เด็กบางคนแม้จะมีพ่อแม่ดี ได้รับการศึกษาอบรม ก็ยังเป็นคนมีนิสัยชั่วจนได้ บางคนพ่อแม่เลวร้าย เกิดมาท่ามกลางสิ่งร้ายต่างๆ แต่ก็ยังแสดงอุปนิสัยอันดีเลิศออกมาให้เห็น นี้แสดงว่าเด็กแสดงแก่นความจำเก่าๆ ออกมาเพราะได้รับการกระตุ้นเตือนในเมื่อวิญญาณตื่นตัวขึ้น

เด็กอัจฉริยะ ร่องรอยแห่งความทรงจำอดีตที่เห็นได้ชัดที่สุดก็คือเด็กอัจฉริยะ ซึ่งแสดงความเด่นออกมาโดยจะอธิบายด้วยหลักพันธุกรรมไม่ได้เลย ครอบครัวที่เด็กอัจฉริยะเกิดขึ้นมา มักจะเป็นครอบครัวธรรมดาสามัญ แม้สืบดูบรรพบุรุษ ก็ไม่มีอะไรแปลก โดยหลักตายแล้วเกิด ลักษณะอัจฉริยะเกิดขึ้นเมื่อวิญญาณที่มีประสบการณ์อย่างกว้างขวางในด้านใดด้านหนึ่ง เช่น คณิตศาสตร์ ดนตรี ภาพเขียน เป็นต้น ถูกนำมาเกิดใหม่ ในรูปร่างกายที่มีความไวเป็นพิเศษนั่นเอง

หญิงที่มีลักษณะชายและชายที่มีลักษณะหญิง มีหญิงมากมายที่มีลักษณะเป็นชายอย่างสมบูรณ์ ในด้านความคิด ท่าทีต่อชีวิต และการแต่งตัว ส่วนชายบางคนกลับเป็นคนเจ้าอารมณ์ ประสาทไว และมีลักษณะเป็นหญิงทุกประการ หลักตายแล้วเกิดอธิบายปรากฏการณ์เรื่องนี้ไว้ว่า ชายอาจเกิดเป็นหญิง และหญิงอาจเป็นชายได้เพื่อหาประสบการณ์ในเพศต่างๆ เมื่อเกิดเป็นเพศหนึ่งหลายๆ ชาติติดกัน ก็มีการเปลี่ยนเพศเสียบ้าง แต่เนื่องจากอุปนิสัยของเพศเดิมยังไม่หมดจึงแสดงออกมา แม้จะเปลี่ยนเพศแล้วก็ตาม

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [6 ก.ค. 2552 , 09:47:05 น.] ( IP = 61.90.65.185 : : )


  สลักธรรม 5

ความหวาดกลัวที่อธิบายไม่ได้

เมื่อเร็วๆ มานี้ ได้มีนักจิตวิทยาเป็นอันมากหันมาสนใจศึกษาความกลัวและการคิดฝันแปลกๆ ซึ่งเกิดขึ้นในระดับชั้นใต้สำนึกและมีอิทธิพลเหนือกำลังใจของคน มีบางคนอธิบายว่า ความหวาดกลัวนั้นเป็นผลหรืออิทธิพล ซึ่งมารดาถ่ายทอดให้บุตรตั้งแต่อยู่ในครรภ์โดยไม่รู้ตัว บางคนก็กล่าวว่าความหวาดกลัวเหล่านี้ เป็นความหวาดกลัวที่ได้รับตั้งแต่ยังเด็ก แต่เลือนหายไปอยู่ในจิตใต้สำนึก

ตามทรรศนะเรื่องตายแล้วเกิด ความกลัวเหล่านี้คือความทรงจำที่เหลืออยู่เพียงครั้งเดียวเกี่ยวกับเหตุการณ์อันน่าหวาดกลัวบางอย่างที่ได้ประสบมาในชาติก่อน เช่นคนกลัวน้ำ ก็เพราะเคยจมน้ำตายมาก่อน คนกลัวไฟ ก็เพราะเคยถูกไฟเผาตายมาก่อนเป็นต้น

มิตรภาพที่เกิดโดยปัจจุบันทันด่วน

ตัวอย่างเช่น คน ๒ คนพบกันเป็นครั้งแรก เพียงแต่ได้จับมือหรือเห็นหน้าเท่านั้น ก็เกิดความรู้สึกชอบพอรักใคร่ขึ้นมา ทันทีโดยไม่มีเหตุผล นี้ไม่ใช่เพราะอารมณ์ต้องกันดังที่บางคนอ้าง เพราะในบางกรณีคนทั้ง ๒ มีอุปนิสัยจิตใจต่างกันมาก ตามหลักการตายแล้วเกิด คนทั้งสองเคยเป็นเพื่อนรักเพื่อนใคร่กันมาแล้วในอดีตชาติ คนที่รักกันย่อมถูกชักนำให้พบกันจนได้ และมิตรภาพของเขาจะเจริญมั่นคงขึ้น ไม่มีวันเสื่อมคลาย

ความรู้สึกว่าตนเคยรู้จักที่นั้นๆ มาก่อน นี่เป็นปรากฏการณ์ซึ่งเกิดขึ้นกับคนแทบทุกคน เช่น คนคนหนึ่งเข้าไปในเมืองใหม่แห่งหนึ่ง ที่ตนไม่เคยมาก่อนเลย พอเดินไปตามถนนสายหนึ่ง ก็รู้สึกว่า สิ่งแวดล้อมเป็นที่คุ้นเคยแก่ตนอย่างประหลาด จนบางครั้งก็เกือบจะทายได้ทีเดียวว่า จะพบอะไรบ้าง ถ้าเลี้ยวซ้ายหรือขวาที่หัวมุมถนน บางคนเมื่อเดินทางไปถึงประเทศ หรือถิ่นฐานใหม่ๆ จะเกิดความรู้สึกคล้ายๆ กลับมาบ้าน หลังจากได้จากไปนาน นี้ไม่ใช่เพราะได้อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับประเทศนั้นๆ มาก่อน เพราะมีหลายรายที่ไม่เคยอ่านเลย แต่มีความรู้สึกอย่างรุนแรงนี้ก็คือ ความจำเก่าเกี่ยวกับประเทศถิ่นฐานที่ตนเคยอยู่มาก่อนนั่นเอง

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [6 ก.ค. 2552 , 09:47:25 น.] ( IP = 61.90.65.185 : : )


  สลักธรรม 6

การระลึกชาติได้อย่างถี่ถ้วน ถ้าการเกิดใหม่เป็นกระบวนการศึกษาทางจริยธรรมจริง ความทรงจำเก่าก็จะต้องอยู่ในจิตใจของคนอย่างละเอียดถี่ถ้วน อยู่ ณ ส่วนใดของจิตใจ? นี้เป็นปัญหาสำคัญ

เมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง นักจิตวิทยาได้ค้นพบเกี่ยวกับการระลึกถึงความจำเก่าที่ลืมแล้วขึ้นมาได้ เมื่อคนหนึ่งถูกสะกดจิตหรืออยู่ในภาวะครึ่งหลับครึ่งตื่น ความทรงจำเก่าๆ อย่างละเอียดจะถูกรื้อฟื้นขึ้นมาได้ รายหนึ่งสุภาพสตรีสาวคนหนึ่ง สามารถจำได้ว่า หล่อนอยู่ที่ไหน แต่งตัวอย่างไร กินอะไร พูดอะไรกับใคร ในบ่ายวันหนึ่ง เมื่อ ๑๒ ปีมาแล้ว พอตื่นขึ้นเธอก็จำอะไรไม่ได้เลย

การทดลองดังกล่าวพิสูจน์ให้เห็นว่า ความจำเกี่ยวกับเหตุการณ์อย่างละเอียดของเรา ไม่ได้หายไปไหน แต่ยังคงอยู่ในจิตใจของเรานี้เอง

ถ้าความทรงจำ เกี่ยวกับเหตุการณ์ในอดีตในชาตินี้ ยังสามารถรื้อฟื้นขึ้นมาได้เช่นนี้ จะมีทางเป็นไปได้ไหม ที่จะรื้อฟื้นความจำในชาติก่อนๆ ขึ้นมาได้? นั่นเอง เดอ โรซาแห่งปารีส เห็นว่าเป็นไปได้ เพราะเขาได้ทำการทดลองสะกดจิตของหญิงคนหนึ่ง ให้สามารถระลึกชาติได้ถึง ๔ ชาติ ทั้งๆ ที่ในระหว่างชาติหนึ่งๆ เขาต้องไปอยู่ในโลกแห่งวิญญาณเป็นเวลานาน แต่นายพันเอกโรซาไม่กล้าบังคับให้เธอระลึกถอยหลังมากไปกว่านั้น เพราะจะเป็นการเคร่งเครียดต่อเธอเกินไป

บางทีความจำในชาติก่อนอาจจะเกิดขึ้นมาเอง แต่ก็เป็นความจำที่เลือนราง และกระท่อนกระแท่น จนไม่สามารถจะนำมาเป็นหลักฐานได้ เช่น บางทีภาพสถานที่อันแน่นอน ภาพเลือนในชาติก่อน สาเหตุที่คนตายเป็นต้น เราจำไม่ได้แน่จะมีประโยชน์อะไร

เด็กๆ มักจะจำเหตุการณ์ในอดีตบางส่วนได้ดีกว่าผู้ใหญ่ เพราะมันสมองของเด็กไวต่อสิ่งประทับใจกว่าผู้ใหญ่ แต่พ่อแม่ส่วนมากไม่มีความรู้เกี่ยวกับการเกิดใหม่เลย เมื่อลูกบอกอะไรแปลกๆ ก็มักจะดุด่าหรือลงโทษ จนเด็กต้องเงียบไม่กล้าพูด ถ้าเราเอาใจใส่ “ความฝันแปลกๆ” ของเด็กมากกว่านี้ เราอาจจะได้เรียนรู้สิ่งที่มีคุณค่ามากกว่านี้ก็ได้ เมื่อเด็กอายุได้ ๖ – ๗ ขวบ ความจำเก่าก็มักจะเลือนหายไป อาจจะเป็นเพราะสมองเด็กมีอารมณ์ภายนอกอื่นๆ มากเกินไปนั่นเอง

บางทีคนก็เกิดใหม่ทันที แทนที่จะไปอยู่ในเมืองผีนานๆ เมื่อเป็นเช่นนี้กายชั้นต่างๆ ของเขาก็ยังไม่ดับสูญ เขาจึงสามารถระลึกชาติได้อย่างละเอียดลออดีแต่เนื่องจากความตายของรูปกายเป็นสิ่งทารุณ คนจึงพอใจที่จะไปพักผ่อนในโลกแห่งวิญญาณนานๆ มากกว่า ที่จะมาเกิดในกายมนุษย์แล้วต้องตายติดต่อกัน ๒ – ๓ ชาติ

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เกิดสงครามเป็นต้นมา นักค้นคว้าได้สังเกตเห็นว่า ทหารที่ยินดีพลีชีพเพื่อชาติในสงคราม ได้กลับมาเกิดใหม่อีกมาก การที่เขาเกิดใหม่ได้ทันที ก็เพราะผลแห่งการเสียสละของเขา เราอาจหวังได้ว่า ทหารที่เกิดใหม่เหล่านี้ จะเป็นกำลังสำคัญในการสร้างสรรค์ชาติภายหลังสงคราม

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [6 ก.ค. 2552 , 09:47:43 น.] ( IP = 61.90.65.185 : : )


  สลักธรรม 7

ทำไมเราจึงจำรายละเอียดของเหตุการณ์ในอดีตไม่ได้? ก็เพราะว่ามันสมองก็ดี อารมณ์กายก็ดี ธรรมกายก็ดี ซึ่งเราใช้อยู่เวลานี้ ยังไม่มีในชาติก่อน เพิ่งเกิดมีในชาตินี้ และรับอารมณ์ในชาตินี้ รายละเอียดต่างๆ นั้นอยู่ในวิญญาณชั้นลึกมาก และจะระลึกรายละเอียดเหล่านั้นได้ก็ต่อเมื่อเราฝึกจิตจนสามารถทำให้จิตสำนึกและจิตใต้สำนึกเป็นอันเดียวกัน

การที่เราระลึกชาติไม่ได้ ก็มีประโยชน์เหมือนกัน การที่คนส่วนมากระลึกชาติไม่ได้ ก็แสดงอยู่ในตัวว่า มันเป็นการดีที่จะต้องลืมรายละเอียดเหตุการณ์ต่างๆ ในอดีต เพราะเหตุการณ์บางอย่างแทนที่จะเป็นประโยชน์ กลับจะเป็นโทษ

ตัวอย่างเช่นในอดีต เราอาจจะประกอบกรรมดีกรรมชั่วไว้มากมาย และความชั่วเหล่านั้นแหละได้ช่วยสอนให้เราค่อยๆ รู้จักผิดชอบชั่วดี จนเรามีจิตใจสูงอยู่ทุกวันนี้ ถ้าเราจำความชั่วเหล่านั้นได้หมด เราจะต้องเกิดความไม่สบายใจตลอดเวลา ยิ่งในระยะที่ยังเป็นเด็กรุ่นๆ ด้วยแล้ว เขาอาจจะเสียผู้เสียคนไปเลยก็ได้ ฉะนั้น จึงไม่มีอะไรดีไปกว่าลืมเสียให้หมด เหลือไว้แต่ผลอันเป็นบทเรียน คือความรู้สึกผิดชอบชั่วดีคอยเตือนใจเรา

การพิสูจน์เรื่องชาติก่อน ถ้าคนสามารถฝึกจิตตามหลักสมาธิจนได้ฌานพิเศษบางอย่าง แล้วเขาก็จะสามารถพิสูจน์สอบสวนชีวิตในอดีตของตน และของคนอื่นได้อย่างสบาย มีคนที่ฝึกจิตจนประสบผลสำเร็จชั้นนี้มากมาย สำหรับเขา การเกิดใหม่ไม่ใช่ทฤษฏีแปลกประหลาดอะไร แต่เป็นความจริงที่แน่นอน


โดย พี่เณร...นำมาฝาก [6 ก.ค. 2552 , 09:48:03 น.] ( IP = 61.90.65.185 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org