มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ร่มธรรม (๓)




จากบ้าน
โดย อาจารย์วศิน อิทรสระ


ตอนที่ผ่านมา

เย็นวันนั้น หลังจากรับประทานอาหารแล้วครอบครัวกุรุพินทาและชาครอยู่กันพร้อมหน้า กัญจนาและกวินีร่าเริงแจ่มใส แต่โชติมันต์มีท่าทางเงียบขรึม กุรุพินทาอยู่ในท่าครึ่งนั่งครึ่งนอน มีหมอนพิงติดกับฝาเรือน

“กุรุพินทา! โชติมันต์ เขาอยากไปเรียน” ชาครพูดขึ้น

“ไปเรียน!” กุรุพินทาทวนคำ “ไปเรียนที่ไหนลูก?”

“ลูกอยากเรียน แต่ยังไม่ทราบจะไปเรียนที่ไหนอยากขอความเห็นจากแม่” โชติมันต์ตอบ

“ไปราชคฤห์ซิลูก” กุรุพินทาตอบเหมือนนึกอยู่ในใจเป็นเวลานานแล้วคอยจังหวะแต่ที่จะพูดออกมาเท่านั้น

“ทำไมแม่จึงไม่แนะนำให้ไปตักกศิลาซึ่งเขานิยมไปเรียนกันมาก?”

“ลูกไปราชคฤห์แล้วลูกจะรู้เอง ต่อไปภายหน้าเมื่อลูกเรียนสำเร็จแล้วจะไปตักกศิลาภายหลังก็ได้ แล้วลูกจะได้เปรียบเทียบกันว่า ราชคฤห์กับตักกศิลา ไหนจะเป็นประโยชน์แก่ลูกมากกว่ากัน ลูกจะเรียนรัฐศาสตร์มิใช่หรือ?”

ชาคร และโชติมันต์งง “ทำไมคุณแม่ทราบว่าลูกตั้งใจจะเรียนวิชาการปกครอง คุณพ่อบอกแล้วหรือ?”

“ยังไม่ได้บอกเขาเลยสักคำเดียว” ชาครรีบปฏิเสธ

“ไม่ต้องบอกดอกลูก” กุรุพินทาพูด “แม่เลี้ยงดูลูกมาตั้งแต่พอคลอดจากครรภ์ ไม่ได้เลี้ยงเพียงให้ลูกเติบโตทางเนื้อหนังอย่างเดียว แม่เห็นลูกไม่เพียงแต่ร่างกายเท่านั้น แม้จิตใจอุปนิสัย และอัธยาศัยของลูกแม่ก็เห็น หากมีโอกาสได้เรียน ลูกจะต้องเรียนวิชาการปกครอง แม่อยากได้ยินคำนี้ออกจากปากของลูกมานานแล้วนับเป็นแรมปี ลูกอาจสงสัยว่าทำไมแม่จึงไม่พูดให้ลูกไปเรียน เราเป็นคนยากจนลูก หากลูกไม่สมัครใจ ไปลำบาก ลูกจะท้อถอยและลงโทษแม่ แต่หากลูกสมัครใจเอง แม่เชื่อว่าจะลำบากเพียงใดลูกก็จะอดทนสู้

“ดีแล้วแหละลูก” กุรุพินทาพูดต่อไป “แม่สนับสนุนและดีใจด้วยที่ลูกมีความคิดอย่างนี้ ครอบครัวที่ยากจนอย่างเรา และคนวรรณะอย่างเรา มีทางเดียวที่จะไต่เต้าขึ้นสู่ฐานะสูงได้ คือการศึกษาและการทำงานในตำแหน่งหน้าที่อันชาวโลกเขายอมรับกันว่า “มีเกียรติ” ตำแหน่งอย่างนั้นจะมีได้ก็โดยการศึกษาให้สูงไว้

“สำหรับกัญจนาและกวินีนั้นไม่เป็นไร เป็นผู้หญิง หากมีบุญวาสนาได้สามีที่ดีก็จะมีความสุขไปเอง”

โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [10 ก.ค. 2552 , 07:16:43 น.] ( IP = 58.9.140.24 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

สองสาวเหลียวมองตากันแล้วยิ้มน้อยๆ เป็นเชิงรับทราบความเห็นของแม่

“ทุนการศึกษาล่ะ กุรุพินทา?” ชาครพูดขึ้น

“ไม่เป็นไรหรอก เรามีทุนเพียงเดินทางเท่านั้นพอแล้ว เมื่อถึงราชคฤห์แล้วแจ้งความจำนงกับอาจารย์ว่า ขอทำงานให้อาจารย์ไปด้วยเรียนไปด้วยเท่านั้นก็พอ เขาไม่เรียกค่าเล่าเรียนสำหรับนักเรียนประเภทนี้”

กำหนดว่าอีก ๗ วันข้างหน้าจะออกเดินทางไปสู่ราชคฤห์นครหลวงแห่งแคว้นมคธ โชติมันต์นั้นรักการศึกษา รักความก้าวหน้า แต่พอจะจากบ้านเกิดเมืองนอนเข้าจริงก็ให้มีความอาลัย-อาลัยพ่อแม่และพี่น้อง อาลัยทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยอยู่อาศัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งความอาลัยที่มีต่อรังสิมานั้นเริ่มจะแสดงฤทธิ์ให้เขาประจักษ์ตั้งแต่วาระแรกที่ตัดสินใจ

เขายังหนุ่มและเด็กเดินไป มีแต่ความใฝ่ฝันทะเยอทะยานอยากได้นั่น อยากเป็นนี่ แต่เขาไม่เคยรู้เลยว่า การจะได้อะไรมาสักอย่างหนึ่งนั้น จะต้องสูญเสียอะไรไปสักอย่างหนึ่ง แม้จะเป็นการชั่วคราวก็ตาม เขาจะเริ่มรู้สึกก็ในครั้งนี้ เขาต้องเลือก ต้องตัดสินใจ ระหว่างความรักกับความรู้ เขาเริ่มเข้าใจถึงความอาลัยในดวงจิตว่ามีลักษณาการอย่างไร มีความเศร้าซึมและวาบหวิวปานใด แม้เพียงระลึกถึงว่าจะต้องจากเท่านั้น

คืนนั้นเขานอนระลึกถึงดวงตาที่คม ขนคิ้วดก แก้มเป็นพวง มีสีเรื่อด้วยเลือดฝาดของรังสิมา-ธิดานายช่างแก้ว ร่างของเธอนั้นระหง คองามริมฝีปากบางและแดงสด ทั่วสรรพางค์ของรังสิมาเป็นความงามสำหรับเขา-เขามองเธอไม่รู้จักเบื่อ คืนนั้นโชติมันต์นอนกระสับกระส่ายและฝันยุ่งไปทั้งคืน

รุ่งขึ้นเมื่อทำธุระบางอย่างแล้ว เขาจึงลามารดาบิดาไปบ้านนายช่างแก้ว กุรุพินทาเข้าใจดีจึงอนุญาตและให้ลูกชายได้หยุดงานในเช้านั้น

เมื่อเขาไปถึงบ้านนายช่างแก้วนั้น รังสิมากำลังให้อาหารไก่อยู่หน้าบ้านเห็นโชติมันต์มาแต่เช้าก็ดีใจและแปลกใจระคนกัน เพราะโดยปกติโชติมันต์จะไม่มาเยี่ยมเธอเช้าอย่างนี้ นายช่างแก้วและภรรยากำลังนั่งเจียระไนแก้วอยู่ที่ชานเรือน

รังสิมาเดินมาทักทายโชติมันต์ มือยังถือข้าวเปลือกอยู่ เธอทักทายเขาด้วยดวงตา และดวงตานั่นเองที่ทำให้โชติมันต์ไม่อาจพูดถึงธุระที่ตั้งใจมาพูดได้ จึงเขวพูดเรื่องอื่นๆ ไปก่อน เมื่อเสร็จจากการให้อาหารไก่แล้ว ทั้งสองจึงชวนกันมานั่งที่ใต้ร่มไม้หน้าบ้าน จริงอยู่ว่าโดยฐานะทางทรัยพ์สินแล้ว รังสิมามีฐานะดีกว่าโชติมันต์ แต่เธอก็มิได้รังเกียจที่จะคบเขา เพราะอะไร? เพราะโชติมันต์ เป็นคนรักศักดิ์ศรี มีความเสียสละ เป็นตัวของตัวเอง มีความคิดริเริ่ม คุณสมบัติเหล่านี้มีอยู่ในชายใด หญิงย่อมไม่รังเกียจที่จะคบชายนั้น ไม่ว่าจะคบในฐานะเพื่อนหรือฐานะคนรัก เวลานั้นรังสิมาอายุ ๑๖ ปี ๖ เดือน อ่อนว่าโชติมันต์ ๖ เดือนเท่านั้น

โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [10 ก.ค. 2552 , 07:21:55 น.] ( IP = 58.9.140.24 : : )


  สลักธรรม 2

โชติมันต์มองเหม่อไปเบื้องหน้า ดวงตาจับนิ่งอยู่ที่ต้นไม้ต้นหนึ่งนาน-นานจนรังสิมาฉงน อดถามมิได้

“กำลังคิดอะไรหรือคะ?”

“คิดถึงชีวิตของพี่เอง” ตอบโดยมิได้ละสายตาจากต้นไม้ต้นนั้น

“มีอะไรหรือคะ?” หญิงสาวถาม เป็นห่วง

“น้องคิดว่า ชีวิตคน ควรจะปล่อยให้เหตุการณ์บันดาล หรือเราควรจะบันดาลชีวิตของเราเอง?”

“เราควรบันดาลเองซิคะ” รังสิมาตอบ “แต่ถ้าเหลือวิสัยก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเหตุการณ์ค่ะ น้องว่าอย่างนี้ จะถูกหรือผิดไม่ทราบ”

“น่าจะถูกมากกว่าผิด” โชติมันต์ตอบ

“พี่มีอะไรหรือคะ? ไม่เคยเห็นพี่เป็นอย่างนี้เลย”

“ถ้าพี่จะจากน้องไปชั่วคราว น้องจะมีความเห็นอย่างไร?”

“จากไปไหนคะ?”

“พี่จะไปราชคฤห์ แคว้นมคธ”

“ไปทำไมคะ?”

“ไปเรียน”

“ไปเรียน” รังสิมาอุทานเบาๆ เธอได้ยินโชติมันต์ปรารภอยู่เสมอเรื่องอยากไปเรียน แต่มิได้นึกว่าจะจริงจังเธอรู้นิสัยของโชติมันต์ ลงว่าปักใจอะไร และพูดออกไปแล้วเขาจะต้องทำการนั้นจนสำเร็จ นี่คือนิสัยผู้ชายที่เธอยกย่อง เธอเห็นดีเหมือนกันในการที่เขาจะไปเรียน แต่เธอเล่า เธอรู้สึกว้าเหว่ขึ้นมาทันที เพียงแต่นึกถึงว่าเขาจะจากไป และในการไปอยู่ที่ใหม่ของเขานั้น ไม่มีเธอเป็นเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียง

“พี่คลายความรักน้องแล้วกระมัง จึงอยากไปอยู่เสียให้ห่าง?” รังสิมาพูดขึ้น

“มิได้เลย เพราะพี่รักน้องมากต่างหาก” โชติมันต์ตอบ “พี่ต้องการนำน้องไปสู่ความรุ่งโรจน์ข้างหน้า”

“แต่น้องต้องการความรักจากพี่ แล้วอยู่ใกล้พี่ น้องไม่ต้องการความรุ่งโรจน์อะไร เท่านี้ก็พอแล้ว, สิ่งที่น้องต้องการคือความรักและได้อยู่ใกล้คนที่ตนรัก”

“ความรุ่งโรจน์ และความรัก” มีน้อยเหลือเกินที่จะให้ความรุ่งโรจน์เคียงคู่ไปกับความรัก ผู้ชายกับผู้หญิงมักมีความต้องการที่ตรงกันข้าม หรือกลับกันเสีย คือผู้ชายถือเอาความรักเป็นบันไดก้าวไปสู่ความรุ่งโรจน์ ส่วนหญิงถือเอาความรุ่งโรจน์เป็นสะพานทอดไปหาความรัก

ดังนั้น พวกผู้ชายเมื่อมีความรัก จึงมักคิดถึงความรุ่งโรจน์มั่งคั่ง มีหน้ามีตาในสังคม เพื่อนำคนที่ตนรักไปสู่แสงสีอันนั้นด้วยเขาถือเอาความรักเป็นเครื่องมือแห่งความพยายาม เมื่อไม่ได้รักหรือไม่มีที่รัก จิตใจของเขามักดิ้นรนกวัดแกว่ง ระหกระเหินไปทั่วทุกทิศ เสมือนปักษาไร้พฤกษ์ที่เกาะกุม

แต่สตรีทั้งหลายมักเป็นอีกอย่างหนึ่ง คือ หากเธอจะแสวงหาความรุ่งโรจน์ก็เพื่อความรัก อาศัยความสวย ความมีหน้ามีตา เกียรติเป็นสะพานทอดไปสู่เส้นทางรัก ถือเอาความรุ่งโรจน์เป็นเครื่องมือแห่งความรัก เมื่อได้ความรักมาแล้วก็หยุดกันเพียงแค่นั้น โดยทั่วๆ ไปสตรีจึงเหมาะที่จะเป็นผู้ตามมากว่าเป็นผู้นำ

โชติมันต์ก็ตอบว่า “รังสิมา ที่รัก, พี่เองก็ต้องการความรักจากน้อง ต้องการอยู่ใกล้น้อง พี่เชื่อว่าความต้องการอันนี้พี่มีมากกว่าน้องเสียอีก แต่พี่คิดว่า เราไม่ควรหมกอยู่เพียงเท่านี้ เราควรหาทางทำตัวให้ดีขึ้น สูงส่งขึ้น เพื่อเราเองทั้งสองคนเพื่อลูกของเราในอนาคต เพื่อวงศ์สกุล เพื่อหมู่บ้าน ตำบล ตลอดถึงเพื่อประเทศของเรา น้องไม่คิดอย่างที่พี่คิดบ้างหรือ?”

“อย่าไปคิดถึงเรื่องประเทศชาติอะไรเลย” รังสิมาพูด “พี่คนเดียวทำอะไรไม่ได้ดอก หาความสุขไปตามประสาของเราดีกว่า”

โชติมันต์มิได้ตอบสาวคนรัก แต่เขาคิด - - - มีคนชอบพูดเสมอทำนองที่รังสิมาพูดนี้ แต่เขาเชื่อว่า แม้ตัวคนเดียวเขาก็จะทำประโยชน์แก่สังคมและแก่ประเทศได้ หลักพันหลักแสนก็ต้องเริ่มไป จากหลัก ๑ ไม่มีหนึ่งเสียแล้ว สิบร้อย พัน หมื่น แสน จะมีได้อย่างไร เมื่อเริ่มเขาอาจเริ่มเพียงคนเดียวหรือสองคน แต่เมื่อมีคนอื่นเห็นดีเห็นงามย่อมเอาตามอย่าง นั่นคือหลักสิบและหลักร้อยซึ่งตามหลัก ๑ มา

เมื่อโชติมันต์ลากลับบ้านแล้ว รังสิมาจึงได้บอกข่าวนั้นแก่มารดาบิดา

“ก็ดีนี่ลูก” นายช่างแก้วพูด “ผู้ชายไม่มีความรู้ไม่สง่างาม เหมือนนกยาง อยู่กลางหงส์ มันจ๋องไม่สง่าภาคภูมิ เด็กบ้านเราที่มีความคิดก้าวหน้าเหมือนโชติมันต์น่ะมีน้อย เด็กคนนี้ต่อไปจะมีอนาคตไกลทีเดียว ลูกรักเขาก็เก็บเนื้อเก็บตัวคอยเขา อายุของลูกก็ยังน้อยไม่เสียหายอะไรเลย”

รังสิมารู้สึกสบายใจขึ้น เพราะคำพูดของพ่อ

โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [10 ก.ค. 2552 , 07:31:22 น.] ( IP = 58.9.140.24 : : )


  สลักธรรม 3

วันรุ่งขึ้นจะเป็นวันเดินทางของโชติมันต์ คืนนั้นครอบครัวของกุรุพินทาอยู่กันพร้อมหน้า กัญจนาและกวินีแสดงความอาลัยต่อโชติมันต์มากตามประสาพี่น้องซึ่งเป็นหญิง

กุรุพินทาได้สั่งสอนบุตรชายว่า “โชติมันต์ ลูกรัก! ครอบครัวของเรา เว้นพ่อของลูกเสีย แล้วมีลูกผู้เดียวที่เป็นชาย ขอให้ลูกเป็นดวงจันทร์ของครอบครัวต่อไป แม่หมายความว่า คนดีมีประโยชน์แม้เพียงคนเดียวก็ช่วยให้สกุลสว่างได้เหมือนดวงจันทร์ แม้เพียงดวงเดียวให้แสงสว่างแก่โลกได้มากกว่าดวงดาวจำนวนร้อย

เมื่อลูกช่วยตัวเองได้แล้วก็จงตั้งใจช่วยผู้อื่นที่ยังช่วยตัวเองไม่ได้ เด็กเกิดใหม่หากผู้อื่นไม่เลี้ยงก็จะเติบโตขึ้นไม่ได้ คนชรา คนเจ็บป่วย หากคนอื่นทอดทิ้งไม่เอาใจใส่ก็จะลำบากและตายเร็ว ลูกมีความคิดสูง และกว้างใหญ่ เพื่อให้ความคิดนั้นสัมฤทธิ์ผลในอนาคต ลูกจะต้องพยายามช่วยตัวเองให้ได้ก่อน แล้วเผื่อแผ่การช่วยเหลือนั้นให้ผู้อื่นอีกด้วย คนที่เห็นแก่ตัวไม่เคยมีความสุขจริง

“ลูกจะต้องตั้งใจเรียนและตั้งใจบำเพ็ญประโยชน์ ชีวิตที่ไม่มีประโยชน์นั้น เป็นเสมือนความตายที่มาถึงก่อนเวลาตายจริง ประโยชน์ของชีวิตอยู่ที่การหมั่นประกอบคุณงามความดี ผู้ใดประกอบคุณงามความดีไว้มาก ชีวิตของผู้นั้นก็มีประโยชน์มาก

“อีกประการหนึ่ง ในการจากบ้านไปอยู่บ้านไกลเมืองไกลนั้น ลูกต้องสังเกตว่าในถิ่นนั้นเขานิยมปฏิบัติกันอย่างไรเขารังเกียจการกระทำอย่างไร แล้วเว้นสิ่งที่เขารังเกียจเสีย อย่าแสดงอาการดูหมิ่นเหยียดหยามสิ่งซึ่งประชาชนในถิ่นนั้นเคารพบูชา ไม่ว่าทางกาย หรือทางวาจา หากเราไม่เคารพตามเขาก็ให้เฉยเสีย ก็คงรักษาตนให้พ้นภัยได้ การดูหมิ่นเหยียดหยามปูชนียวัตถุ หรือปูชนียบุคคลของเขา ย่อมทำให้เขารู้สึกว่า เราดูหมิ่นภูมิปัญญาของเขา ทำให้เขาโกรธแค้นและชิงชังเราไม่เป็นประโยชน์อะไรแก่เราเลย

“ผู้เป็นอาจารย์ให้ความรู้แก่เรานั้น จงเคารพยำเกรงให้หนักไว้ ศิษย์ที่ไม่เคารพอาจารย์นั้น ยากที่จะประสบความสำเร็จในวิชาการ ความเคารพต่ออาจารย์เป็นสิริมงคลแก่ตนและเป็นทางส่งเสริมให้สำเร็จการศึกษาโดยเร็ว อาจารย์อาจมีข้อบกพร่องบ้างซึ่งเป็นธรรมดาของสามัญชน ก็อย่าได้เก็บมาเป็นเครื่องลดหย่อนความเคารพในตัวท่าน

“อยู่ในสำนักอาจารย์ พึงถนอมน้ำใจเพื่อนฝูง อย่าพูดจาก้าวร้าวยกตนข่มผู้อื่น เมื่อเพื่อนรักย่อมเป็นเหมือนมีเกราะป้องกันตัวจงเป็นคนซื่อสัตย์ต่อมิตร ผู้ไม่ประทุษร้ายมิตร ย่อมได้รับการยกย่องเชิดชูในที่ทุกสถาน”

“พึงเคารพผู้ใหญ่ ยำเกรงเพื่อนฝูง และเมตตาอารีต่อผู้น้อย ผู้ใหญ่เปรียบเสมือนหลังคาบ้านช่วยคุ้มหัว เพื่อนฝูงเหมือนฝาผนัง ประตูหน้าต่างบ้าน ช่วยป้องกันอันตราย ผู้น้อยกว่าเหมือนพื้นบ้านช่วยเป็นฐานรองรับ หากคนทั้ง ๓ พวกรัก ก็เหมือนได้อยู่บ้านที่มีหลังคา ฝาผนังประตูหน้าต่างและพื้น เรียบร้อย ย่อมให้ความสุขความร่มเย็นแก่เราผู้อาศัย”

โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [10 ก.ค. 2552 , 07:37:45 น.] ( IP = 58.9.140.24 : : )


  สลักธรรม 4

วันรุ่งขึ้นเมื่อได้เวลาโชติมันต์ก็ออกเดินทางโดยขบวนเกวียนพ่อค้าซึ่งเดินทางจากสาวัตถีสู่สาเกต และราชคฤห์ ครอบครัวของโชติมันต์และรังสิมา ได้มาส่งจนกระทั่งขบวนเกวียนเคลื่อนไป ทุกคนได้มองกันด้วยสายตาที่เปี่ยมด้วยความรักความหวังดี และมีความหวังว่าจะได้พบกันอีก

น้ำตาของรังสิมาที่หลั่งออกเพราะความอาลัยนั้นได้เป็นเสมือนน้ำกรดหยดลงสู่ดวงใจของโชติมันต์ ก่อความทุกข์ทรมานแก่เขาอย่างสุดจะพรรณนาได้

หากใจไม่แข็งไม่เด็ดเดี่ยวจริงแล้วคงมิอาจจากไปได้” “ความต้องพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รักเป็นความทุกข์” นั้น เป็นพระดำรัสของพระบรมศาสดาที่ไม่มีใครอาจเถียงได้

แลแล้วความว้าเหว่ เปล่าเปลี่ยว เดียวดายก็คืบคลานเข้ามาสู่หัวใจของโชติมันต์ มันเป็นความว้าเหว่ที่เขาไม่เคยได้รู้จักมันเลยในชีวิต มีหลายครั้งที่เขาอยากจะกระโดดลงจากเกวียนกลับไปสู่อ้อมกอดของมารดาบิดา สู่รัศมีแห่งดวงตาของรังสิมาที่รัก และสู่ร่มเงาแห่งภราดรภาพของกัญจนา กวินี แต่เขาจะกระทำอย่างนั้นได้อย่างไร ในเมื่อทุกอย่างในการจากครั้งนี้เป็นไปตามเจตน์จำนงของเขา

ในที่สุดขบวนเกวียนก็ผ่านหมู่บ้านสัมมาคามไปจนสุดสายตา

ส่วนรังสิมา กลับมาบ้านแล้วก็ไม่เป็นอันทำสิ่งใด ใบหน้าและท่าทางของโชติมันต์ที่แสดงออกก่อนจากนั้นได้เป็นภาพประทับใจของเธอสุดจะกล่าวได้ มันดื่มด่ำล้ำลึกลงไปในหัวใจทำให้จิตใจของเธอปั่นป่วน สับสน ระลึกถึงแต่เขาเพียงผู้เดียว

ตามความรู้สึกของรังสิมา, โชติมันต์เป็นชายในอุดมทรรศนะของเธอ เขาเป็นผู้เดียวที่เธอเห็นว่าดีที่สุด เก่งที่สุด มีความสามารถที่สุด

ความจริง ความรู้สึกดังกล่าวนี้เป็นธรรมดาของสตรีทั่วไป มีชายคนเดียวเท่านั้นที่ผู้หญิงรู้จัก นั่นคือ ชายที่เธอรัก เธอจะเป็นห่วงเป็นใยอย่างยิ่งเมื่อทราบว่าเขารับประทานอาหารผิดเวลาไปเพียงเล็กน้อย ส่วนชายอื่นๆ จะมีกินหรือไม่ ไม่สำคัญ สตรีที่เกิดมาสำหรับปรนนิบัติโลก ให้ความสำราญบานใจเล็กๆ น้อย ๆ แต่เสมอๆ แก่โลก แต่จะมีสตรีสักกี่คนในโลกนี้ที่โชคดีผ่านพ้นความเดือดร้อน เรื่องความระหองระแหงในครอบครัวไปได้ รังสิมาเล่าจะเป็นอย่างไรอนาคตเท่านั้นบอกได้”

โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [10 ก.ค. 2552 , 07:42:29 น.] ( IP = 58.9.140.24 : : )


  สลักธรรม 5

เมื่อถึงกรุงราชคฤห์แล้ว โชติมันต์ได้ถามหาบ้านของท่านราเมศร์ ปรากฏว่าหาไม่ยาก เพราะท่านราเมศร์เป็นพ่อค้าใหญ่ที่ใครๆ ก็รู้จัก โชติมันต์ได้นำจดหมายของมารดาให้ เมื่อเจ้าของบ้านทราบว่าโชติมันต์เป็นบุตรของใครแล้ว ก็ต้อนรับด้วยความยินดี จัดที่พักผ่อนหลับนอนให้

บ้านท่านราเมศร์เป็นบ้านใหญ่และมีคนมากเจ้าของบ้านมีลูกหลายคนและมีแขกไปมาเสมอไม่ขาด ราเมศร์เป็นคนร่างสูงใหญ่ มีสง่า พูดเสียงดัง เปิดเผย และใจคอกว้างขวาง เวลานั้นอายุประมาณ ๕๐ ปี เป็นคนใจดีและคบง่าย

เมื่อรับประทานอาหารเย็นเสร็จแล้ว ราเมศร์ก็ชวนโชติมันต์ไปนั่งคุยที่เฉลียง รับลมเย็นและกลิ่นดอกไม้หอมจากสวนหลังเรือน

“ทำไมจึงมาเรียนที่ราชคฤห์?” ตอนหนึ่งท่านราเมศร์ถามขึ้น

“ไม่ทราบเหมือนกันครับ คุณแม่ให้มาก็มา” โชติมันต์ตอบ

“เรียนอะไร?”

“วิชาการปกครอง” โชติมันต์ตอบ

“อ้อ, เรียนวิชานี้ ที่ราชคฤห์ดี แม่ของหลานแนะมาถูก”

“ผมยังไม่เข้าใจครับ ลุง” โชติมันต์พูด”

“การเรียนวิชาการปกครอง ต้องได้เห็นสิ่งแวดล้อมประกอบด้วย และดูเหมือนจะสำคัญกว่าบทเรียนเสียอีก

ราชคฤห์เป็นมหาอาณาจักรมีอำนาจเกรียงไกร มีระบอบการปกครองดี เมื่อหลานมาอยู่ในราชคฤห์แม้มิได้เรียนรัฐศาสตร์ โดยตรงก็ได้ความรู้โดยอ้อมอยู่แล้ว อาจด้วยเหตุนี้เองที่แม่ของหลานตกลงใจให้หลานมาเรียนที่นี่และอาจมีเหตุผลอื่นๆ อีก”

“เหตุผลอะไรไม่ทราบครับ?”

“หลานจะเรียนในสำนักไหน?” ราเมศร์ไม่ตอบตรงกลับถามเรื่องอื่น

“ดูเหมือนคุณแม่ต้องการให้เรียนในสำนัก สันติธรรมาลัย ของท่าน ---”

“สุธรรมเทวะ” ราเมศร์ต่อให้

“ใช่ครับ”

โปรดติดตามตอนต่อไป




โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [10 ก.ค. 2552 , 07:48:47 น.] ( IP = 58.9.140.24 : : )


  สลักธรรม 6

โดย น้องกิ๊ฟ [10 ก.ค. 2552 , 10:48:15 น.] ( IP = 125.27.177.93 : : )


  สลักธรรม 7


มาตามอ่านร่มธรรมแห่งจิตใจค่ะ

กราบขอบพระคุณ และ อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [27 ก.ค. 2552 , 18:43:06 น.] ( IP = 124.121.179.36 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org