| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ร่มธรรม (๔)
สันติธรรมาลัย
โดย อาจารย์วศิน อิทรสระ
ตอนที่ผ่านมา
อันว่า สันติธรรมาลัยของท่าน สุธรรมเทวะนั้นเป็นสำนักศึกษาที่มีชื่อเสียงเป็นที่นิยมของคนทั่วไปในนครราชคฤห์และใกล้เคียง โดยเฉพาะท่านสุธรรมเทวะ อาจารย์ใหญ่นั้นมีคนนับถือมาก เพราะท่านมีความรู้ดีและมีความประพฤติดี ประกอบด้วยการเอาใจใส่ต่อการศึกษาของศิษย์และความเป็นอยู่ของเขา เป็นผู้ไม่ถือตนจนเกินงาม และไม่ปล่อยตัวจนน่าดูหมิ่น เมื่อเป็นดังนี้จึงเป็นที่รักเป็นที่นิยมยกย่องของประชาชนและหมู่ศิษย์
สันติธรรมาลัยนั้นเล่า ก็มีความรื่นรมย์ด้วยพันธุ์ไม้หลายหลากทั้งไม้ดอก ไม้ผล เป็นต้นว่า จำปี จำปา กระดังงา นมแมว ยี่โถ ส่วนไม้ผลเช่น มะม่วง มะปราง ขนุน โพธิ์ ไทร และหว้า
เบื้องบนที่กิ่งและคาคบไม้จะเห็นลิงและนกมากมาย อาศัยอยู่อย่างมีความสุข ปราศจากการระแวง เพราะไม่เคยได้รับการเบียดเบียนจากมนุษย์คนใดในบริเวณนั้น บางทีมันจะลงมาเล่นกับเด็กหนุ่มนักศึกษาอย่างกันเอง ไม่เหมือนสัตว์บางแห่งเพียงแต่พอเห็นคนก็วิ่งหนี ทั้งนี้เพราะเคยเห็นมนุษย์ทำร้ายพวกมัน จึงเกิดการไม่ไว้ใจ
ในหมู่มนุษย์ด้วยกันก็ทำนองนี้ ในที่ใดมีการเบียดเบียนกันคอยหาโอกาสแสวงหาประโยชน์ตนฝ่ายเดียว ไม่เหลียวถึงความทุกข์ของผู้อื่น ใครมีกำลังมาก มีอำนาจมาก ก็ใช้อำนาจนั้นเป็นธรรมอย่างนี้ คนทั้งหลายก็จะอยู่ด้วยความระแวง เห็นคนมีอำนาจเข้าก็อยากจะหนี แทนที่จะแสดงความสนิทสนมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ส่วนผู้มีเมตตากรุณา แม้มีอำนาจก็ใช้เมตตากรุณานั้นเป็นอำนาจยึดเหนี่ยวจิตใจของคนทั้งหลายให้อ่อนน้อมเพราะรักและศรัทธา
โชติมันต์ได้เข้าศึกษาในสำนักสันติธรรมาลัยนี้ เขาพอใจอย่างยิ่งเมื่อก้าวเข้าสู่สำนักเป็นวันแรก ยิ่งได้เห็นอาจารย์สุธรรมเทวะ ใจของเขายิ่งเบิกบาน แจ่มใส เพราะดูลักษณะท่านงามสง่า คำพูดของท่านเต็มไปด้วยประโยชน์น่านำมาปฏิบัติ
โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [13 ก.ค. 2552 , 07:50:13 น.] ( IP = 58.8.48.67 : : )
สลักธรรม 1ตอนหนึ่งท่านได้ให้โอวาทโชติมันต์ว่า
๑. ควรตั้งใจว่า จะต้องแสวงหาความรู้อยู่เสมอ มีชีวิตอยู่เท่าใดก็แสวงหาจนหมดชีวิต หยุดไม่ได้ หยุดเมื่อไรก็ถอยหลังเมื่อนั้น ที่ว่าถอยหลัง ก็เพราะไม่ได้ก้าวไปในจังหวะที่ควรก้าว ถ้ามีคน ๒ คน ก้าวออกมาจากที่แห่งหนึ่งพร้อมๆ กัน เมื่อก้าวมาได้ ๕ ก้าวอีกคนหนึ่งหยุด แต่อีกคนหนึ่งก้าวต่อไปอีก ๕ ก้าว รวมเป็น ๑๐ ก้าว คนหยุดชื่อว่าล้าหลังไป ๕ ก้าว ฉันใด ในการศึกษาเล่าเรียนก็ฉันนั้น
คำว่าศึกษาเล่าเรียนมิได้หมายความเพียงศึกษาตามหลักสูตรเพื่อสอบอย่างเดียว แต่หมายถึงการค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมให้ตนอยู่เสมอ อาจไม่สอบ หรือไม่เรียนตามหลักสูตรก็ได้ กล่าวอีกนัยหนึ่ง จะทำอย่างไรก็ได้ให้มีความรู้เพิ่มเติมขึ้นทุกวันๆ และให้มีความรู้เก่ามั่นคงยิ่งขึ้น คนที่ความรู้เก่าไม่มั่นคง มีแต่ลืมไป หมดไป แม้จะเรียนความรู้ใหม่เพิ่มเติมก็ได้ประโยชน์น้อย ไม่เท่าไรก็คงจะลืมไปอีก จึงเป็นแต่เพียง คนผ่านความรู้ ไม่ใช่ คนมีความรู้ ท่านเปรียบเหมือนการตักน้ำใส่ตุ่มรั่ว ตักเท่าไรก็ไม่รู้จักเต็ม เหนื่อยแรงเปล่า หรือเปรียบเหมือนการตีเมืองได้แล้ว มิได้ยึดครองตีได้แล้วปล่อยๆ ไป รังแต่จะเสียประโยชน์และอันตราย
คนที่เรียนผ่านชั้นไปสูง แต่จำอะไรไม่ได้ เมื่อถูกถามย่อมเก้อเขิน บางทีต้องใช้มานะแห่งความเป็นผู้เรียนสูงของตนข่มผู้อื่นจึงพูดจาเลื่อนเปื้อนไป หาหลักฐานอะไรไม่ได้ สะเปะสะปะ ยิ่งหากได้รับยศใหญ่เข้าอีกก็จะยิ่งมีความทะนงตนมากขึ้น ดันทุรังเรื่อยไปผิดก็ไม่ยอมรับ เพราะเกรงเสียเกียรติภูมิที่เรียนมาสูง พร้อมๆ กันนั้นก็เอายศศักดิ์ข่มผู้อื่นเสียอีกด้วย ทำนอง ฉันไม่ดีจริง ฉันจะเป็น...ละหรือ?
เพราะฉะนั้น เพื่อความปลอดภัยในเรื่องนี้ นักศึกษาต้องหมั่นแสวงหาความรู้เพิ่มเติมอย่าหยุดอยู่กับที่ ต้องหมั่นทบทวนรักษาศิลปะวิทยาที่ได้แล้ว ต้องหมั่นตริตรองปัญหาที่สุขุมลุ่มลึกในวิชาที่ตนศึกษาให้มีความรู้สึกตนว่ามีความรู้สมศักดิ์ศรีแห่งชั้นที่ตนได้มาโดย เทพธรรม...นำมาฝาก [13 ก.ค. 2552 , 07:51:20 น.] ( IP = 58.8.48.67 : : )
สลักธรรม 2๒. ควรแสดงความสามารถตามโอกาสที่มาถึงเข้า คนที่ภูมิใจว่ามีความรู้แล้วไม่แสดงความสามารถ ความรู้นั้นจะมีประโยชน์อย่างไร เสมือนอาหารที่อมไว้มิได้เคี้ยวกลืนเข้าไปให้เป็นประโยชน์แก่ร่างกาย การแสดงความสามารถนั้น ย่อมเป็นประโยชน์ทั้งแก่ผู้แสดงเองและแก่ผู้อื่นมากมาย วิชาความรู้ทั้งหลายแพร่ไปได้เพราะผู้แสดงความสามารถ หากมีใครบอกว่าผู้นั้นผู้นี้มีความรู้ดีทางนั้นทางนี้ แต่ถ้าเรายังไม่เห็นความสามารถก็อย่าเพิ่งเชื่อ ให้ตระหนักนัก
เกี่ยวกับความรู้และความสามารถนี้ มีข้อพึงสังเกตว่า
๑. บางคนมีความสามารถไม่สมความรู้
๒. บางคนมีความสามารถสมควรแก่ความรู้
๓. บางคนมีความสามารถเหนือความรู้
บุคคลประเภทที่หนึ่งนั้น ขาดการฝึกฝนอบรม โดยเฉพาะขาดการฝึกตนเอง ส่วนบุคคลประเภทที่สอง ฝึกฝนอบรมตนเองอยู่เสมอ ได้สำนักช่วยฝึกด้วย บุคคลประเภทที่สาม ได้รับการฝึกฝนอบรมดีมาก มีความตั้งใจจริง มีความรอบคอบ ช่างสังเกต เป็นคนมีสมรรถภาพสูง
เพราะฉะนั้น เมื่อมีความรู้ทางด้านใดแล้ว พึงฝึกฝนให้เป็นคนมีความสามารถในด้านนั้นอีกด้วย ผู้ไร้สามารถจะเป็นอะไรก็สักแต่ว่าเป็น หาได้มีความหมายจริงจังตามที่เป็นนั้นไม่
ผู้สามารถย่อมได้รับการต้อนรับ ยกย่องในที่ทุกแห่งจะคบหาสมาคมกับใคร หรือเข้าสู่สมาคมใดก็เป็นผู้อาจหาญร่าเริงไม่สะทกสะท้าน
ผู้สามารถย่อมได้รับเกียรติให้เป็นหัวหน้าหมู่ หัวหน้าคณะเพื่อนำหมู่ไปสู่ทิศทางที่ชุมนุมชนประสงค์โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [13 ก.ค. 2552 , 07:51:52 น.] ( IP = 58.8.48.67 : : )
สลักธรรม 3๓. พึงเป็นผู้มีความโอบอ้อมอารี เผื่อแผ่ลาภผลหรือทรัพย์สินของตนแก่ญาติมิตรและคนเข็ญใจ
คนโอบอ้อมอารีนั้นมีลักษณะเดียวกันกับผู้มีกรุณาคือทนไม่ได้ต่อความทุกข์ความเดือดร้อนของผู้อื่น มีทางใดพอช่วยเหลือใครได้ก็ช่วย, ไม่ดูดาย
มารดาบิดาและผู้มีอุปการคุณนั้นเป็นบุคคลที่ผู้มีใจกรุณาต้องช่วยเหลือดูแลเป็นเบื้องต้น มีการใดที่ท่านขอร้องความช่วยเหลือ เราต้องช่วยจนสุดความสามารถ โดยธรรมดามารดาบิดาและผู้มีอุปการคุณ เกรงใจผู้น้อยมากอยู่แล้ว ไม่จำเป็นจริงๆ ท่านย่อมไม่รบกวน และยิ่งเห็นว่าต้องทำให้เราลำบากด้วยแล้ว ท่านจะไม่ทำเลย
มิตรสหาย ผู้คุ้นเคย เราก็ต้องมีจิตใจโอบอ้อมอารีต่อเขา คนเหล่านี้เปรียบเสมือนอาภรณ์ประดับกาย ผู้มีมิตรมาก มีสหายย่อมดูสง่างาม เป็นที่ตั้งแห่งความนิยม พระราชาที่เสด็จพระองค์เดียว ปราศจากข้าราชบริพารย่อมดูไม่สง่างามฉันใด บุคคลที่ปราศจากมิตรสหายก็ฉันนั้น เมื่อได้มิตรสหายที่ดีแล้ว พึงถนอมน้ำใจมิตรด้วยการไม่ดูหมิ่น การบำเพ็ญประโยชน์ให้ ช่วยเหลือในสิ่งและโอกาสที่ควรช่วย การทำดีต่อผู้อื่นนั้น ระยะที่ทำไม่ได้ยาวนานอะไรนัก แต่ผลที่ทำเราย่อมประทับใจทั้งแก่เราเอง และแก่ผู้อื่นไปตลอดชีวิต อย่างนี้ความดีจะไม่เป็นสิ่งน่าทำอีกหรือ?
ผู้น้อยกว่าเรา เป็นบุคคลที่เราควรสงเคราะห์ด้วยทรัพย์สินให้เขาเห็นว่าเราก็มีน้ำใจทุกข์ร้อนแทนเขาอยู่เหมือนกัน มิได้เฉยเมยไม่เอาธุระแต่ประการใด ธรรมดาผู้น้อยเมื่อได้รับความเอื้อเฟื้อจากผู้ใหญ่สักครั้งสองครั้งก็จำไปได้นาน เขาถือเป็นเกียรติ เป็นเรื่องภาคภูมิใจที่ผู้ใหญ่กรุณาเอื้อเฟื้อเขา ความเสียสละของผู้ใหญ่ที่มีต่อผู้น้อยนั้นไม่เคยไร้ผล
นอกจากนี้ยังมีคนเข็ญใจ ไร้ทรัพย์ ไร้ที่พึ่ง บากหน้ามาขอความช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ ก็ช่วยเหลือไป เพื่อความสบายใจของเราเอง แม้บางครั้ง อาจสงเคราะห์ถูกเอาคนที่มีเจตนาหลอกลวงบ้าง ก็ไม่เป็นไร เขาจะชั่วจะดีอย่างไร แต่ความดีก็เป็นของเรา หากเราได้สงเคราะห์ถูกคนขัดสนจริงๆ กำลังตกทุกข์ได้ยากจริงๆ เราะจะปลื้มใจสักปานใด คนที่กำลังขัดสนเมื่อได้รับการสงเคราะห์เอื้อเฟื้อ ย่อมจะมีปราโมชไม่สิ้นสุด เสมือนผู้ทรมานด้วยโรคมานานปี หมอคนใดบำบัดให้หายได้ ย่อมระลึกถึงคุณของหมอนั้นไปตลอดชีวิต แม้จะต้องเสียค่ายาอย่างแพงไปแล้วก็ตาม
อนึ่ง สมณะ พรหมณาจารย์ทั้งหลาย เป็นผู้เกื้อกูลประโยชน์แก่โลก เป็นผู้มีกาย วาจา และใจสะอาด ควรแก่การเคารพสักการะท่านเป็นผู้เสียสละสิ่งที่คนทั่วไปสละได้โดยยาก เพื่อบำเพ็ญคุณงามความดีให้บริบูรณ์ที่สุดเท่าที่กำลังความสามารถจะทำได้ ศาสนิกจึงควรอุปถัมภ์บำรุงท่านด้วยปัจจัย ๔ ตามกำลังสามารถแห่งตน เพื่อให้ท่านดำรงอยู่และเชิดชูความดีต่อไป หากสมณะ พราหมณาจารย์หมดไปจากโลกเมื่อใด ความดีทั้งหลายก็จะหมดไปจากโลกเมื่อนั้นโดย เทพธรรม...นำมาฝาก [13 ก.ค. 2552 , 07:52:22 น.] ( IP = 58.8.48.67 : : )
สลักธรรม 4๔. พึงตั้งตนอยู่ในสุจริตธรรม ถือมั่นในสุจริต เชื่อว่าในที่สุดสุจริตธรรมย่อมจะคุ้มครองตนได้ แม้จะประสบทุกข์ ประสบชะตากรรมของชีวิตบ้างในขณะประพฤติสุจริตอยู่นั้น ก็ให้ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต ที่ต้องมีขึ้นๆ ลงๆ บ้าง ความสุขและความทุกข์นั้นเป็นเวรรักษาการณ์ที่ผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาในชีวิตอยู่ตลอดเวลา ในระหว่างธรรมและอธรรมนั้น ในที่สุดธรรม ย่อมชนะเสมอ ใครประพฤติทุจริตแล้วเจริญรุ่งเรืองก็เชิญเถิด ยาพิษคือผลของความชั่ว ออกฤทธิ์เมื่อใด เมื่อนั้นแหละจะได้รู้ชัดด้วยตนเองว่า อะไรคือเหตุแห่งความสุข อะไรคือเหตุแห่งความทุกข์
๕. พึงแสวงหาทรัพย์โดยสุจริต ความร่ำรวยย่อมมีได้ทั้งโดยทุจริตและสุจริต เมื่อเป็นดังนี้ เราเลือกเอาร่ำรวยโดยทางสุจริตจะมิดีกว่าหรือ? คนที่กล่าวว่าคนไม่รู้จักคดโกงไม่รู้จักทุจริตไม่อาจรวยได้นั้น เป็นการกล่าวดูหมิ่นคนทั้งโลกไป เพราะมีคนอยู่เป็นอันมากที่ตั้งตนให้มั่งคั่งได้ด้วยความเพียรที่สุจริต ในจำนวนคนเหล่านั้น เราขอเป็นสมาชิกสักคนไม่ได้เทียวหรือ
อนึ่ง ความร่ำรวยด้วยทางทุจริตนั้น เริ่มต้นด้วยความเบียดเบียนผู้อื่น ท่ามกลางมีแต่ความกังวลหวาดเสียว ลงท้ายด้วยความเศร้าความทุกข์ เมื่อทุจริตคดโกงได้มาย่อมมีบริวารเพื่อนฝูงมาร่วมกินร่วมใช้ แต่เมื่อตกนรกต้องตกคนเดียว ไม่มีใครเขาไปด้วย
ความสุจริตในการแสวงหาทรัพย์ แม้จะลำบากบ้างในเบื้องต้นแต่เป็นสิ่งเย็นกายเย็นใจ มีความสุขเมื่อบริโภคใช้สอย ทรัพย์นั้นเราเพียงอาศัยใช้มันไปเพียงชาติเดียว ตายแล้วเอาไปไม่ได้ ทำไมจะต้องกอบโกยแสวงหามันมาเหมือนจะใช้สักพันชาติ น่าสงสารจริงๆโดย เทพธรรม...นำมาฝาก [13 ก.ค. 2552 , 07:52:56 น.] ( IP = 58.8.48.67 : : )
สลักธรรม 5๖. พึงเป็นผู้มีความกล้าหาญ มีความอดทน
- กล้าละความชั่ว
- กล้าทำความดี และ
- กล้าตัดสินใจ
สิ่งที่เป็นความชั่วเช่นอบายมุข มีเล่นการพนันเป็นต้นมักมีอิทธิพลยั่วยวนอยู่เสมอ เมื่อติดเข้าแล้วเลิกยาก คนที่จะเลิก ต้องมีจิตใจเข้มแข็งและมีความกล้าหาญ สิ่งที่ดีก็เช่นกันมักมีอุปสรรคเมื่อจะทำ จำต้องอาศัยความกล้าหาญในการลงมือทำ
ส่วนความกล้าตัดสินใจนั้นเป็นคุณสมบัติสำคัญของผู้ชาย คนไม่กล้าตัดสินใจเสี่ยงต่อชีวิตย่อมไม่อาจนำชีวิตไปสู่ความรุ่งโรจน์ได้มัวขลาดต่อการตัดสินใจอยู่ คนที่เขากล้าย่อมฉกฉวยเอาประโยชน์ต่างๆ ไปหมดสิ้น คนขลาดก็ได้แต่นั่งทอดถอน นอนระทมใจว่าตนไม่มีโอกาสเช่นคนอื่นเขา การตัดสินใจผิดก็ยังมีคุณค่าแก่ชีวิตกว่า การไม่รู้จักตัดสินใจเสียเลย เพราะถึงอย่างไรก็เป็นแนวทางในการตัดสินใจ ครั้งต่อไปไม่ให้ผิดอีก
ความอดทน โดยเฉพาะเกี่ยวกับการศึกษา ต้องรู้จักรอคอยจะให้รู้เจนจบในวันเดียว สองวัน เดือนเดียว สองเดือนนั้นยาก ความสุกงอมของความรู้ ย่อมเป็นทำนองเดียวกับการสุกของผลไม้ค่อยเป็นค่อยไป นักปราชญ์ทั้งหลาย ย่อมรู้สึกตัวทีหลังความเป็นปราชญ์ของตนเสมอ คนที่ไม่รู้จักอดทน ไม่รู้จักรอคอย มักล้มเหลวในการศึกษา ความสำเร็จผลตามที่หวังจะมีได้แก่ผู้รู้จักรอคอยเท่านั้น
บุคคลผู้ไม่รู้จักแสวงหาความรู้ ไม่มีจิตใจโอบอ้อมอารี ไม่ตั้งอยู่ในสุจริตธรรม ไม่รู้จักแสวงหาทรัพย์ในทางที่ชอบ และไม่มีความกล้าหาญอดทน โบราณท่านว่าเกิดมาเพียงเป็นมูตรคูถของมารดาหามีประโยชน์ประการไรไม่
โชติมันต์เอย! บุคคลแม้เกิดในตระกูลต่ำ แต่หากมีวิทยาคุณเลิศในตนแล้ว แม้คนตระกูลสูงก็ต้องเคารพนบไหว้ ต้องอ่อนน้อมต่อผู้มีความรู้ คนตระกูลต่ำมีทางยกตนให้สูงเทียมคนสกุลสูงได้ก็โดยวิทยาคุณ น้ำที่ใสสะอาดแม้จะอยู่ในบ่อลึก คนก็ตักขึ้นดื่มและอาบฉันใด บุคคลแม้เกิดในตระกูลต่ำ แต่มีวิชา มีความดีก็ฉันนั้น เพราะฉะนั้นจงใส่ใจในการศึกษาวิชาการเพื่อนำตนให้สูงขึ้น
ลมโชยมาเบาๆ หอบเอากลิ่นพิกุลมาด้วย กระทบฆานประสาทก่อให้เกิดโสมนัสอินทรีย์โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [13 ก.ค. 2552 , 07:53:18 น.] ( IP = 58.8.48.67 : : )
สลักธรรม 6เมื่อท่านสุธรรมเทวะพูดเป็นข้อคิดบางประการจบลงแล้ว โชติมันต์ก็ลุกขึ้นกราบอาจารย์ด้วยความเคารพและกล่าวว่า
ข้าแต่ท่านอาจารย์! กระผมจะขอจดจำโอวาทของท่านอาจารย์ครั้งนี้ไว้จนกว่าชีวิตจะหาไม่ และจะพยายามปฏิบัติให้ได้ตามที่ท่านอาจารย์สอนมา
ดีแล้ว โชติมันต์! ท่านสุธรรมเทวะอนุโมทนา คืนนี้ไปพักผ่อนเสียให้สบาย ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปจะได้เริ่มศึกษาวิชาการที่ประสงค์
เมื่อโชติมันต์ออกไปแล้ว ท่านสุธรรมเทวะยังนั่งปรารภกับตนเองอยู่ว่า ลักษณะของเด็กคนนี้จะเป็นใหญ่เป็นโตต่อไปภายหน้า ดวงตาพร้อมทั้งกรอบตานูนออกมาแสดงว่ามีความฉลาดแบบนักปราชญ์ มีความคิดรอบคอบสุขุม อะไรที่เข้าสู่ความจำแล้วมักไม่ลืม มีความสามารถในการแสดงความคิดเห็นของตนออกมาเป็นถ้อยคำ เขาสามารถเป็นปราชญ์และเป็นครูอาจารย์ที่ดีได้
สังเกตจากเบื้องหลัง เห็นความนูนตอนที่ศีรษะต่อกับคอจนเกือบไม่รู้ว่าศีรษะหมดลงตรงไหน และคอตั้งต้นที่ไหน แสดงถึงความเป็นคนเข้มแข็ง เด็ดเดี่ยว มีความตั้งใจจริง ข้อเสียก็คืออาจอยากได้ไม่มีที่สิ้นสุด แต่ความอยากนี้สามารถกำจัดได้ด้วยธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หากเขาได้ศึกษาพระธรรมอันว่าด้วยการกำจัดความอยากแล้ว ความอยากอันไม่มีที่สิ้นสุดนั้นก็จะเพลาลงเอง และจะได้ส่วนที่พอดีคือเป็นลักษณะแห่งความบากบั่นพยายามในทางที่ชอบ
อาจารย์สุธรรมเทวะคิดดังนี้จึงให้ความสนใจ สอนวิชาแก่โชติมันต์เป็นพิเศษโดย เทพธรรม...นำมาฝาก [13 ก.ค. 2552 , 07:53:53 น.] ( IP = 58.8.48.67 : : )
สลักธรรม 7ฝ่ายโชติมันต์ ศิษย์คนใหม่แห่งสำนักสันติธรรมาลัย เมื่อกลับมาสู่ห้องของตนแล้ว ก็จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย แล้วสวดมนต์ระลึกถึงพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ และพระสังฆคุณ ขอพระพุทธานุภาพได้คุ้มครองเขาให้ปราศจากโรคภัยและอุปสรรคในการศึกษา การตัดสินใจมาศึกษาของเขาครั้งนี้เพื่อมารดาบิดา และเพื่อทำประโยชน์แก่สังคมมนุษย์ ด้วยอำนาจแห่งกุศลจิตครั้งนี้ขอให้การศึกษาของเขาสำเร็จสมมโนปณิธาน
เมื่อสวดมนต์และอธิษฐานเสร็จแล้ว โชติมันต์ก็ล้มตัวลงนอน
ทันใดนั้น ภาพต่างๆ ทางบ้านก็ปรากฏขึ้น เขามองเห็นแม่กำลังนอนเจ็บ ดวงตาแห้งเพราะโรคทรมาน บิดากำลังเหน็ดเหนื่อยด้วยงานหนัก พี่สาวและน้องสาวกำลังมีความกังวลด้วยเรื่องต่างๆ มากมาย ทุกคนมีจิตใจระลึกถึงเขา
ภาพแห่งรังสิมาปรากฏแก่เขาอีก เขารู้สึกว่า เธอกำลังซบลงกับหมอนแล้วร้องไห้ ทอดถอนใจเพราะคิดถึงเขาสุดห้ามหัก
การจากมาของเขาจะเป็นบุญหรือเป็นบาปกันเล่า ในเมื่อได้ทำให้คนหลายคนมีความทุกข์ เพราะต้องพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รัก และความทุกข์นั้นก็ยอกย้อนมาถึงเขาเหมือนกัน เพราะตัวเขาเองก็มีความทุกข์ในเรื่องนี้อยู่ไม่น้อย
ภาพแห่งมารดาบิดา พี่สาวน้องสาว และรังสิมาหญิงอันเป็นที่รักได้เข้าสู่ห้วงหัวใจของเขา ความงามของรังสิมาได้กดทับหัวใจของเขาไว้อย่างมั่นคง แม้เขาจะจากมาแล้ว แต่ก็หาได้รอดพ้นจากการครอบงำแห่งความงามและความรักนั้นไม่
โปรดติดตามตอนต่อไป
![]()
โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [13 ก.ค. 2552 , 07:54:36 น.] ( IP = 58.8.48.67 : : )
สลักธรรม 8
มารับคำสอนจากสันติธรรมาลัยของท่านสุธรรมเทวะค่ะ
กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะโดย พี่ดา [13 ก.ค. 2552 , 11:19:08 น.] ( IP = 124.121.172.44 : : )
สลักธรรม 9![]()
โดย น้องกิ๊ฟ [13 ก.ค. 2552 , 16:38:05 น.] ( IP = 125.27.174.105 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |