| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ปุจฉา..กับน้องๆ
สลักธรรม 1บุญกิริยาวัตถุ คือ ความดีที่ควรกระทำ มี 10 ประการ คือ
1. ทาน (การให้สิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ผู้รับ)
2. ศีล (การรักษา กาย วาจา มิให้เป็นไปในทางทุจริต)
3. ภาวนา (การเจริญสมถภาวนาและวิปัสสนาภาวนา)
4. อปจายนะ (การเคารพอ่อนน้อม)
5. เวยยาวัจจะ (การช่วยเหลือกิจการงานที่ชอบ)
6. ปัตติทานะ (การอุทิศส่วนกุศล)
7. ปัตตานุโมทนา (การน้อมรับส่วนบุญที่เขาอุทิศให้)
8.ธรรมสวนะ (การฟังธรรม)
9. ธรรมเทศนา (การแสดงธรรม)
10. ทิฏฐุชุกรรม (การทำความเห็นให้ถูกต้องตามความเป็นจริง)
ในบุญกิริยาวัตถุ ๑๐ ทิฏฐุชุกรรม มีความสำคัญมากที่สุด เพราะบุญที่ได้กระทำ ตั้งแต่ข้อ 1 ถึง 9 นั้น ถ้าขาดทิฏฐุชุกรรมร่วมประกอบด้วยแล้ว ผลของกุศลย่อมไม่สมบูรณ์ เป็นทวิเหตุกุศล แต่ถ้ามีทิฏฐุชุกรรมร่วมประกอบด้วยแล้ว ผลของกุศลย่อมสมบูรณ์ เป็นติเหตุกุศลโดย เซิ่น [13 ก.ค. 2552 , 10:05:44 น.] ( IP = 58.9.149.22 : : )
สลักธรรม 2สิ่งที่จะใช้ในการพิจารณาว่า การทำกุศลแต่ละครั้งนั้น มีทิฏฐุชุกรรมประกอบหรือไม่ ให้พิจารณาจาก ทสวัตถุสัมมาทิฏฐิ 10
1. เห็นว่าการทำบุญนั้น ได้รับผลดีมีประโยชน์
2.เห็นว่าการบูชาต่างๆ เช่น บูชาพระรัตนตรัย ได้รับผลดีมีประโยชน์
3. เห็นว่าการเชื้อเชิญ บวงสรวง ได้รับผลดีมีประโยชน์
4.เห็นว่าการทำดีและการทำชั่ว ย่อมได้รับผลทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. เห็นว่าภพนี้มีอยู่ คือ ผู้ที่จะมาเกิดในภพ (โลก) นี้มีอยู่
6. เห็นว่าภพหน้ามีอยู่ คือ ผู้ที่จะไปเกิดในอนาคตมี
7. เห็นว่าการทำดีทำชั่วต่อมารดา ย่อมมีผล
8. เห็นว่าการทำดีทำชั่วต่อบิดา ย่อมมีผล
9. เห็นว่าสัตว์ที่เกิดเติบโตขึ้นทันทีมี เช่น เปรต เทวดา พรหม
10. เห็นว่าสมณพราหมณ์ผู้ปฏิบัติชอบ รู้แจ้งทั้งโลกนี้และโลกหน้าด้วยตนเอง แล้วประกาศให้ผู้อื่นรู้ได้นั้นมีอยู่โดย เซิ่น [13 ก.ค. 2552 , 10:07:37 น.] ( IP = 58.9.149.22 : : )
สลักธรรม 3กามาวจรกุศล หรือ มหากุศล เป็นการทำกุศลต่างๆ เช่น การทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ที่ยังเกี่ยวข้องกับ รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส
ผลของมหากุศล (มหาวิบาก) จะให้ผล 2 อย่าง คือ
1. อเหตุกกุศลวิบากจิต 8 ถ้าส่งผลในปฏิสนธิกาล
จะทำให้เกิดเป็นมนุษย์หรือเทวดาชั้นจาตุมหาราชิกา ที่มีความบกพร่องทางร่างกายหรือจิตใจ
ถ้าส่งผลในปวัตติกาล ทำให้ มีการเห็น ได้ยิน ได้กลิ่น รู้รส สัมผัส ที่ดีๆ
2. มหาวิบากจิต 8 ทำให้ไปเกิดในกามสุคติภูมิ 7 คือ เป็นมนุษย์ และเทวดา
รูปาวจรกุศล จะเกิดขึ้นได้เมื่อมีการเจริญสมถกรรมฐาน จนอารมณ์ (บัญญัติอารมณ์) นั้นแนบแน่น จนถึงขั้นอัปปนาสมาธิ และสามารถข่มนิวรณธรรมทั้ง 5 ได้ทั้งหมด ผลของรูปาวจรจิต (รูปาวจรวิบาก) จะทำให้ไปเกิดเป็นรูปพรหม
![]()
![]()
![]()
โดย เซิ่น [13 ก.ค. 2552 , 10:10:17 น.] ( IP = 58.9.149.22 : : )
สลักธรรม 4
มาตอบช้าไป
น้องเซิ่นคนเก่งตอบหมดแล้วครับ
น้องจุกแถมรูปให้ ๑ รูปก็แล้วกันนะคะพี่เณรโดย น้องจุก [13 ก.ค. 2552 , 10:12:54 น.] ( IP = 58.9.149.22 : : )
สลักธรรม 5
กามาวจรกุศลนั้นแตกต่างจากรูปาวจรกุศลอย่างไร
กามาวาจรกุศล หรือมหากุศล ๘
พูดถึงเรื่องทวารที่เกิด: กามาวาจรกุศล หรือมหากุศล สามารถเกิดได้ ๓ ทางคือ
- ทางกายทวาร เป็นกายกรรม
- ทางวจีทวาร เป็นวจีกรรม
- ทางมโนทวาร เป้นมโนกรรม
จึงเกิดขึ้นได้ทั้งทางปัญจทวารวิถีและมโนทวารวิถี
พูดถึงเรื่องของชวนะ : มหากุศลจัดเป็นกามชวนะ ในสภาวะปกติ เกิดติดต่อกัน ๗ ขณะ (ช ช ช ช ช ช ช)
พูดถึงเรื่องของการส่งผล:
- มหากุศล ส่งผลได้ไม่จำกัดภพเลย ขึ้นอยู่กับกำลังอำนาจของกุศลนั้นๆ และมิอาจทราบได้เลยว่า กุศลที่กระทำนั้นจะส่งผลเมื่อไร
....โดย ชวนะดวงที่หนึ่ง ส่งผลได้ในปัจจุบันภพ
....ชวนะดวงที่เจ็ด ส่งผลในภพชาติหน้า
....ชวนะดวงที่สองถึงหก ส่งผลได้ได้ในภพที่สามเป็นต้นไป จนกว่าจะสำเร็จเป็นพระอรหันต์และถึงซึ่งปรินิพพาน
- มหากุศลส่งผลให้ได้ทั้งอเหตุกวิบาก และสเหตุกวิบาก โดยส่งผลเป็นอเหตุกกุศลวิบากจิต ๘ ดวง (จักขุวิญญาณ๑ โสตวิญญาณ๑ ฆานวิญญาณ๑ ชิวหาวิญญาณ๑ กายวิญญาณ๑ สัมปฏิจฉนจิต๑ อุเบกขาสันตีรณจิต ๑ โสมนัสสันตีรณจิต ๑) และมหาวิบากจิต ๘ ดวงโดย พี่ดา [13 ก.ค. 2552 , 12:13:14 น.] ( IP = 124.121.172.44 : : )
สลักธรรม 6
- ส่งผลได้ทั้งในปฏิสนธิกาลและปวัตติกาล
ในปฏิสนธิกาล; ให้ได้ปฏิสนธิจิต ๙ ดวง คือ อุเบกขาสันตีรณกุศลวิบากจิต ๑ ให้ปฏิสนธิในจาตุมหาราชิกาภูมิ และมนุษย์ภูมิ เป็นเทวดาและมนุษย์ที่มีความบกพร่อง
และมหาวิบาก ๘ ให้ปฏิสนธิในกามสุคติภูมิ ๗ เป็นมนุษย์ และเทวดา
ในปวัตติกาล: ให้ผลเป็นวิบาก ๑๖ ดวง คืออเหตุกกุศลวิบากจิต ๘ ดวง และมหาวิบากจิต ๘ ดวง ให้ได้เห็น (จักขุวิญญาณ-ทัสสนกิจ) ได้ยิน (โสตวิญญาณ-สวนกิจ) รู้กลิ่น (ฆานวิญญาณ-ฆายนกิจ) รู้รส (ชิวหาวิญญาณ-สายนกิจ) รู้สัมผัส (กายวิญญาณ-ผุสนกิจ) รับอารมณ์ที่ดีต่อจากทวิปัญจวิญญาณ (สัมปฏิจฉนจิต-สัมปฏิจฉนกิจ) และรับอารมณ์ต่อจากชวนะ (โสมนัส และอุเบกขาสันตัรณจิต ๒ และมหาวิบากจิต ๘ -ตทาลัมพณกิจ) ซึ่งล้วนเป็นอารมณ์ที่ดีๆ นอกจากนี้ปฏิสนธิจิต ๙ ดวง ยังทำหน้าที่ภวังค์ และจุติ ในภพนั้นๆด้วย
ซึ่งดูได้จากปัญจทวารวิถี
ตี น ท ป วิ สํ ณ โว ช ช ช ช ช ช ช ต ต ภ ภ ภโดย พี่ดา [13 ก.ค. 2552 , 12:15:53 น.] ( IP = 124.121.172.44 : : )
สลักธรรม 7
รูปาวจรกุศลจิต ๕
>
พูดถึงเรื่องทวารที่เกิด:รูปาวจรกุศลจิต ๕เกิดได้เฉพาะทางมโนทวาร เป็นโนกรรมเท่านั้น
พูดถึงเรื่องของชวนะ :รูปาวจรกุศล เป็นอัปนาชวนะ เกิดได้ไม่จำกัดขณะ (ฌ ฌ ฌ ฯลฯ ฌ ฌ ฌ)
พูดถึงเรื่องของการส่งผล:
- รูปาวจรกุศลจิต ส่งผลในภพหน้าทันที ให้ผลเป็นรูปาวจรวิบาก ปฏิสนธิในรูปภูมิ ตามแต่อำนาจของฌานที่ได้ เป็นพรหมบุคคลโดย พี่ดา [13 ก.ค. 2552 , 12:17:26 น.] ( IP = 124.121.172.44 : : )
สลักธรรม 8
มีอีกอย่างหนึ่งคือ ผู้ที่ได้ปัญจมฌาน และทำสัญญาวิราคะภาวนา คือไม่ปรารถนาที่จะได้สัญญา เมื่อจุติแล้ว อำนาจของสัญญาวิราคะภาวนานี่แหละจะให้ปฏิสนธิด้วยชีวิตนวกกลาปในอสัญญสัตตภูมิ เป็นอสัญญสัตตพรหม (มีแต่รูป ไม่มีนาม) นะคะโดย พี่ดา [13 ก.ค. 2552 , 12:24:50 น.] ( IP = 124.121.172.44 : : )
สลักธรรม 9คงต้องอนุโมทนากับทุกๆคำตอบของทุกๆท่านค่ะ
แต่ยังไงคงต้องหามุมมองที่แตกต่างกันบ้างนะคะ
การที่พิจารณาว่าบุญกิริยาวัตถุ 10 นั้นอะไรสำคัญที่สุด
คงไม่ปฏิเสธว่าความเห็นถูกถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด
แต่การที่ก้าวไปถึงตรงนั้นได้คงต้องอาศัยในเหตุแห่งทานเป็นเครื่องนำทางมาก่อน
เพราะอานิสงค์แห่งทานทำให้มีโอกาสและมีความพร้อมที่จะใช้ชีวิตในทางบุญได้สะดวก
ครั้งเมื่อมีโอกาสเช่นนี้แล้วก็มีโอกาสฟังธรรมเพื่อสร้างสัมมาทิฏฐิได้ง่ายขึ้น
ดังนั้นขึ้นอยู่กับว่าบุคคลจะพิจารณาความสำคัญในขั้นตอนไหนก่อน
สำหรับกามาวจรกุศล และรูปาวจรกุศลแตกต่างโดยประเภทของการรับอารมณ์
ในกามาวจรกุศลนั้นรับอารมร์ที่หลากหลาย
ทั้งกามอารมณ์ มหัคคตอารมณ์ บัญญัติอารมณ์ รวมทั้งโลกุตตรอารมณ์ (ในกลุ่มกามาวจรกุศลที่เป็นญานสัมปยุตต) แต่การรับอารมณ์ใดนั้นไม่แน่นอน
แต่ในรูปาวจรกุศลนั้น กล่าวโดยรวมนั้นรับอารมณ์ทางใจที่แน่นอน คือรับบัญญัติอารมณ์ และมหัคคตอารมณ์ และขั้นตอนการรับอารมณ์เหล่านี้ได้จะต้องมีสมาธิที่แนบแน่นเป็นบาทฐาน
สำหรับผลของกุศลแต่ละชนิดนั้น ก็แตกต่างกันดังที่น้องเซิ่นและพี่ดาได้กล่าวไว้ แต่ยังไงมองดูไปถึงผลแล้วก็ล้วนก็น่ามหัศจรรย์ แต่หากมองถึงจะเป็นเหตุแห่งการต้องเกิดอีกก็น่าสงสารชีวิต
โดย น้องอุ๊ [13 ก.ค. 2552 , 21:18:05 น.] ( IP = 125.24.29.98 : : )
สลักธรรม 10
สวัสดีค่ะน้องอุ๊...น้องคงพิมพ์เกินไปหน่อยนะคะ ตรงที่บอกว่า..... แต่ในรูปาวจรกุศลนั้น กล่าวโดยรวมนั้นรับอารมณ์ทางใจที่แน่นอน คือรับบัญญัติอารมณ์ และมหัคคตอารมณ์
เพราะ รูปาวจรกุศลรับได้แต่เฉพาะบัญญัติอารมณ์ค่ะโดย พี่ดา [20 ก.ค. 2552 , 16:49:38 น.] ( IP = 124.121.171.124 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |