| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ร่มธรรม (๕)
![]()
ยากจน และพอใจ
โดย อาจารย์วศิน อิทรสระ
ตอนที่ผ่านมา
สามปีผ่านไป.......สามปีแห่งความเพลิดเพลินด้วยการศึกษา โชติมันต์รู้สึกชุ่มชื่น มีความสุข และรู้สึกว่าตนมีค่าขึ้น เพราะมีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นในตน เหมือนเรือนแหวนที่มีเพชรเป็นเครื่องประดับ ผิวพรรณ น้ำเสียง และกิริยาท่าทางของเขาเปลี่ยนไป เปลี่ยนจากลักษณะแห่งเด็กชนบทมาเป็นเด็กหนุ่มแห่งนครหลวง
สิ่งแวดล้อม เป็นเสมือนเบ้าหลอมอัธยาศัยใจคอ ความโน้มเอียงและ ฯลฯ ต่างๆ ของเด็ก การที่เด็กจะเป็นอย่างไรนั้นเบ้ามีความสำคัญอยู่เป็นอันมาก แม้จะไม่ทั้งหมดก็ตาม
ความอดทน ไหวพริบ และความเฉียบแหลมที่มีอยู่ในตัวของโชติมันต์นั้น บัดนี้ ได้เจริญงอกงามอย่างมาก เสมือนพืชพันธุ์ดีได้รับปุ๋ยและแสงแดดพอเหมาะแก่ความต้องการ
ใจของเขาจึงเต็มตื้นไปด้วยความรักในความรู้ มีความกระหายไม่มีที่สิ้นสุด ความรู้สึกนั้นโพลงอยู่เสมอ
เวลาสามปีในสันติธรรมาลัย นานพอที่จะให้เขารู้จักเพื่อนที่ดีหรือไม่ดี และเขาเลือกคบหาแต่เพื่อนที่มีอัธยาศัยดี มีนิสัยเข้ากันได้
ในจำนวนเพื่อนๆ เหล่านั้นมีอยู่คนหนึ่งซึ่งรักกันมาก เขาชื่อรามินทร์ เป็นบุตรพราหมณ์มหาศาลแห่งนาทิกคาม ไม่ห่างไกลจากกรุงราชคฤห์นัก
รามินทร์มีพี่น้องด้วยกันเพียง ๒ คน คือเขาและน้องสาวเนื่องจากเกิดในตระกูลที่มั่งคั่งจึงไม่เคยพบกับความลำบากยากเข็ญทั้งสองมีนิสัยร่าเริง ซื่อตรง รามินทร์ผู้พี่นั้นเป็นชายร่างงามแต่ไม่สู้จะเชื่อมั่นในตัวเองนัก ส่วนผู้เป็นน้องคือ รามิตา มีนิสัยค่อนข้างไว้ตัว แต่เธอก็มีความงามอยู่ไม่น้อย สมแล้วที่เธอจะไว้ตัว แต่ก็เป็นคนใจกว้าง
เมื่อกล่าวโดยสรุป ๒ พี่น้องก็เป็นคนน่าคบ
โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [14 ก.ค. 2552 , 11:09:47 น.] ( IP = 125.27.170.142 : : )
สลักธรรม 1วันหนึ่งเวลาเย็น โชติมันต์ และรามินทร์เดินทอดน่องสนทนากันไปในบริเวณสันติธรรมาลัยอันร่มรื่น ยิ่งตกเย็นยิ่งร่มรื่น มีไม้ดอกบานสะพรั่งน่าชื่นใจ เขามาหยุดยืนใต้ต้นไทรใหญ่ต้นหนึ่งซึ่งมีรากย้อยระย้าลงมา ลูกสีดำของมันกำลังสุกอยู่ทั่วทุกกิ่ง มีนกจำนวนสิบเกาะอยู่ตามกิ่งต่างๆ นั้น
โชติมันต์ชี้ให้รามินทร์ดูนกเหล่านั้นแล้วกล่าวว่า รามินทร์! เธอเคยสังเกตไหม เมื่อไทรต้นนี้ไม่มีลูก เราไม่เห็นนกมากอย่างนี้
มันจะมาทำไมของมันให้เหนื่อยแรง รามินทร์ว่า นกมันต้องไปหาต้นไม้ที่มีลูก ถ้ามันไปเกาะต้นไม้ที่ไม่มีลูกก็ต้องมีร่มเงาที่มันพออาศัยได้ อย่าว่าแต่นกเลย คนก็เหมือนกันแหละ ไม่มีอะไรเป็นประโยชน์แก่เขาใครจะไปมาหาสู่
จริงหรือรามินทร์ โชติมันต์ถามอย่างประหลาดใจ
ก็จริงน่ะซิ
ถ้าอย่างนั้น คนจนก็คงไม่มีใครอยากคบ ไม่อยากไปมาหาสู่?
เธอไม่เห็นหรือว่า ความจริงมันเป็นอย่างนั้น ถ้าจะมีการคบหาสมาคมบ้างก็วนเวียนอยู่ในหมู่คนยากจนด้วยกัน
โชติมันต์คิด เขาคิดถึงตัวเอง ญาติพี่น้อง และคนในหมู่บ้านของเขาซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนยากจน
คนจนมีความไม่ดีอะไรหรือ รามินทร์ คนทั้งหลายจึงไม่อยากคบ
ไม่ใช่คนจนมีความไม่ดีอะไรหรอก ความจริงคนยากจน ส่วนมากเป็นคนดี แต่ความจนซิ ไม่ดี ความยากจนทำให้ไม่สะดวกทำอะไรไม่คล่อง คนจึงไม่ชอบความจน เมื่อเขาไม่ชอบความจน ความจนไปอยู่ในคนไหนเข้า คนทั้งหลายก็ไม่อยากคบคนนั้นไปด้วย เข้าใจหรือยัง
โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [14 ก.ค. 2552 , 11:10:30 น.] ( IP = 125.27.170.142 : : )
สลักธรรม 2ทำไมจึงไม่อยากคบ? โชติมันต์ถามต่ออีก
เขากลัวว่าคนยากจน จะไปรบกวนพึ่งพาอาศัยเขา ก่อความรำคาญให้เขา
ถ้าคนยากจนไม่พึ่งพาอาศัยเขา ไม่ก่อความรำคาญให้เขาล่ะ?
เขาไม่อยากคบอยู่ดี
ทำไม?
เพราะเขาพึ่งพาอาศัยอะไรไม่ได้
คนมั่งมียังหวังพึ่งคนอื่นอยู่เหมือนกันหรือ?
หวังพึ่งกันทั้งนั้นแหละโชติมันต์ เว้นแต่จะเป็นทางใดเท่านั้น อย่างน้อยก็ต้องผลัดกันพึ่ง ถ้าเรามีแต่พึ่งเขาข้างเดียวใครเขาจะคบ
คนที่เสียสละโดยไม่หวังผลตอบแทนเลย ไม่มีบ้างหรือรามินทร์?
มีเหมือนกัน แต่หายากมาก โดยเฉพาะคนที่จะเสียสละอะไร ให้คนยากจนโดยไม่หวังผลอย่างใดอย่างหนึ่งตอบแทนนั้นยิ่งหาได้น้อยลงไปทุกวัน
ฉันก็เป็นคนยากจนเหมือนกันนะ รามินทร์ เธอคบฉัน ไม่กลัวฉันจะรบกวนพึ่งพิงหรือ?
รามินทร์สะดุ้งเล็กน้อย ลูกไทร และใบร่วงพรูลงมาเพราะลมแรงพัดมาวูบหนึ่ง เสียงนกเจี๊ยบจ๊าบอยู่เบื้องบน
โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [14 ก.ค. 2552 , 11:11:00 น.] ( IP = 125.27.170.142 : : )
สลักธรรม 3ฉันไม่ได้หมายถึงเธอ โชติมันต์
ฉันรู้ว่าเธอไม่ได้หมายถึงฉัน แต่ฉันบอกเธอว่าฉันก็เป็นคนจนเหมือนกัน เธอไม่รังเกียจที่จะคบหรือ?
ฉันทราบอยู่ก่อนแล้วว่าเธอมิใช่คนร่ำรวยแต่ฉันยังคบ คบกันมา ๓ ปีแล้ว เธอยังไม่เชื่อฉันอีกหรือ คนมั่งมีอาจรังเกียจที่จะคบคนจน แต่เธอยกเว้นฉันเสียสักคนไม่ได้หรือ ความเป็นคนดีของเธอทำให้ฉันพอใจมากกว่าความร่ำรวยที่อยู่กับคนเลว
ทั้งสองนิ่งไปขณะหนึ่ง นกยูงใหญ่ ๒ ตัว เดินผ่านหน้าของเขาไป พระพายยังคงรำเพยแผ่ว ทินกรมีแสงอ่อนลง
คนจนน่าจะมีอยู่ ๒ พวก โชติมันต์กล่าว พวกหนึ่งคือคนที่ไม่มีอะไร อีกพวกหนึ่งคือคนที่มีพร้อมทุกอย่างแต่ไม่รู้จักพอ
น่าคิด รามินทร์เสริม
พูดถึงความเดือดร้อน ก็น่าจะเดือดร้อนพอๆ กัน โชติมันต์พูดต่อ เพราะคนที่ไม่มีต้องการจะมี และคนที่มีแล้วไม่รู้จักพอต้องการจะมีอีก และมีอีกก็มีความทุกข์เท่ากัน เพราะมีความต้องการเหมือนกัน คนมั่งมีจะไม่มีความสุขใจยิ่งไปกว่าคนยากจน ถ้าความต้องการของเขาไม่มีที่สิ้นสุด
เธอเชื่ออย่างนั้นหรือ? รามินทร์ถาม
โชติมันต์ตอบว่า คุณแม่เคยสอนว่า พระพุทธเจ้าตรัสว่า ความพอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่เป็นทรัพย์อันประเสริฐ
เธอเชื่อหรือว่า คำสอนอย่างนั้นจะเป็นหลักที่ดีพอสำหรับดำเนินชีวิต?
ทีแรกฉันไม่แน่ใจเหมือนกัน โชติมันต์ตอบ แต่ต่อมาฉันเชื่อ เชื่อตอนที่มาอยู่ที่สันติธรรมาลัยนี่เอง
โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [14 ก.ค. 2552 , 11:11:25 น.] ( IP = 125.27.170.142 : : )
สลักธรรม 4ขอเหตุผลหน่อยเถอะ
ฉันรักสันติธรรมาลัย โชติมันต์พูด ฉันพอใจสันติธรรมาลัย ที่ฉันมีอยู่ ฉันจึงรู้สึกมีความสุข ความรู้สึกว่ามีความสุขนั้นเป็นทรัพย์อันประเสริฐของมนุษย์ มนุษย์พยายามวิ่งเต้นต่างๆ ก็เพื่อไปให้ถึงจุดหมายคือ รู้สึกว่ามีความสุข เมื่อรู้สึกว่ามีความสุขแล้วก็ไม่ต้องการอะไรอีก ถ้าคนสองคนนั่งดื่มเหล้าอยู่ด้วยกัน มีจุดประสงค์อย่างเดียวกันคือเพื่อให้เมา คนหนึ่งดื่มเพียง ๒ แก้วเมา เหล้าเพียง ๒ แก้ว นั้นทำให้เขาบรรลุจุดประสงค์ได้ เขาพอใจเพียงเท่านั้น อีกคนหนึ่งกว่าจะบรรลุจุดประสงค์ได้ต้องดื่มถึง ๑๐ แก้ว คนที่ดื่ม ๑๐ แก้วจะต้องใช้เหล้ามากกว่า เสียทรัพย์มากกว่า แต่เมื่อบรรลุจุดประสงค์แล้ว สองคนได้รับความพอใจเท่ากัน
อะไรคือข้อแตกต่างกัน? รามินทร์ถาม
ระยะเวลาและปริมาณ โชติมันต์ตอบ การก้าวไปสู่ความสุขก็เช่นกัน คนที่มีความพอใจได้เร็ว ย่อมถึงจุดความสุขก่อน และมีปริมาณเครื่องประกอบแต่น้อย ส่วนผู้พอใจช้าก็เหน็ดเหนื่อยมาก ถ้าไปถึงไหนๆ แล้วก็ไม่รู้จักพอใจ ความพยายามนั้นก็เหนื่อยเปล่า เพราะไม่ก่อให้เกิดความสุขใจแต่ประการใด
นิ่งกันไปครู่หนึ่ง ใบไทรร่วงลงมาอีก
เมื่อเธออยู่สองต่อสองกับสุลักขณา เธอมีความสุขมิใช่หรือ? โชติมันต์ถาม
มีความสุขมากทีเดียว เมื่อมีเธออยู่ใกล้ฉันรู้สึกว่ามีทุกสิ่งทุกอย่างในโลก ฉันไม่ต้องการอะไรอีก รามินทร์ตอบมีแววแห่งความชื่นสุข
เพราะอะไร?
เพราะฉันรักหล่อน พอใจหล่อน
เธอเห็นหรือยังว่า ความพอใจในสิ่งที่เธอมีอยู่นั้นให้ความสุขแก่เธออย่างไร ฉันคิดว่าคนที่เขาแต่งงานแล้วมีความสุขก็เพราะเขาพอใจในคู่ครองของเขา พอใจในครอบครัวของเขา ถ้าไม่พอใจอะไรจะเกิดขึ้น?
ข้อนี้ฉันเห็นด้วย แต่ยังสงสัยบางเรื่อง เช่นเรามีเงินอยู่เท่านี้ สมมติว่า ๑๐ กหาปณะ จะให้เราพอใจเพียงเท่านี้ไม่ต้องแสวงหาอีกหรือ? คนยากจนถ้าพอใจอยู่ในความยากจนแล้ว จะไม่ยากจนไปตลอดชีวิตหรือ? เธอช่วยอธิบายฉันหน่อยเถอะ เพื่อนรัก รามินทร์กล่าวโดย เทพธรรม...นำมาฝาก [14 ก.ค. 2552 , 11:11:45 น.] ( IP = 125.27.170.142 : : )
สลักธรรม 5ในการดำเนินชีวิต เพื่อนเราจะใช้หลักเพียงข้อเดียวเท่านั้นหรือ ไม่เหลียวดูถึงหลักข้ออื่นๆ อีกเลยหรือ? โชติมันต์ตอบ ในการปลูกบ้านเรายังต้องใช้เสาหลายเสา หมอรักษาไข้ ยังต้องใช้ยาหลายขนานเพื่อแก้โรคที่มีหลายชนิดก็ทำไมเล่าในการดำเนินชีวิตเราจะต้องใช้หลักเพียงหลักเดียว ในเมื่อท่านนักปราชญ์ได้วางแนวแนะหลักธรรมไว้ให้เรามากมายเพื่อเลือกใช้ให้เหมาะแก่กาละและบุคคลตลอดถึงเหตุการณ์
คำสอนเรื่องความเพียรพยายาม เรื่องการสร้างเนื้อสร้างตัวท่านก็สอนไว้มาก ท่านไม่เคยมีคำสอนให้เราเกียจคร้าน เกี่ยวกับการแก้ความขัดสนจนทรัพย์ ท่านมิได้แนะนำให้เราพอใจในความยากจนไปตลอดชีวิต ถึงเวลาอย่างนั้นเราก็เอาหลักธรรมอันเหมาะสมมาใช้ แม้แต่แม่ครัวก็ยังมีเครื่องมือหลายอย่างในการประกอบอาหาร ใช่หรือไม่?
ใช่ทุกอย่าง รามินทร์ตอบ ที่เธอพูดมาถูกทุกอย่างคราวนี้ ฉันสมมติ สมมติว่าใครสักคนหนึ่งพอใจในความจนของเขา ความพอใจนั้น
๑. จะถูกต้องตามหลักการดำเนินชีวิตทางศาสนาพุทธหรือไม่ เพราะก่อนจะมาถึงเรื่องนี้เธออ้างเอาพระดำรัสของพระพุทธเจ้ามาเป็นแนว
๒. จะทำให้ผู้พอใจมีความสุขหรือไม่? ฉันถามเท่านี้ก่อน
ขอตอบข้อ ๒ ก่อน, เมื่อเขามีความพอใจ เขาย่อมมีความสุขแน่นอน แต่ทางพระพุทธศาสนาจะตำหนิบุคคลผู้พอใจในความยากจนหรือไม่ ฉันไม่ทราบ ยังรู้ไม่ถึง เดี๋ยวเราไปจากที่นี่แล้วไปถามท่านอาจารย์กันดีไหม?
ดีเหมือนกัน รามินทร์รับ ฉันชักสนใจเรื่องอย่างนี้ขึ้นมาบ้างแล้วรู้สึกสนุกดี
เขาสนทนาเรื่องอื่นๆ กันอีกเล็กน้อยแล้วพากันไปหาอาจารย์สุธรรมเทวะ ท่านกำลังนั่งดูตำราอยู่ เมื่อทำความเคารพแล้วโชติมันต์ได้เล่าเรื่องที่สนทนากับรามินทร์ให้ท่านทราบ ที่มานี้ก็ด้วยต้องการขอความรู้จากท่านอาจารย์ในเรื่องที่ยังตอบไม่ได้
โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [14 ก.ค. 2552 , 11:12:06 น.] ( IP = 125.27.170.142 : : )
สลักธรรม 6ท่านอาจารย์สุธรรมเทวะเผยยิ้มน้อยๆ แสดงว่าชอบใจในปัญหาของหนุ่มทั้งสองผู้เป็นศิษย์ตน แล้วกล่าวว่า
ปัญหานี้ต้องแยกออกจากปัญหาเรื่องสันโดษ คือไม่ใช่ปัญหาเดียวกัน พระพุทธองค์ทรงสอนเรื่องสันโดษด้วยความมุ่งหมายมิให้โลภสมบัติของคนอื่น แต่มิได้ห้ามแสวงหาเพื่อความมั่งคั่งแห่งตน แปลว่าทรงสนับสนุนให้แสวงหาทรัพย์เพื่อให้ตั้งตนได้ดีในทางโลก แต่ขอให้ใช้สัมมาวายามะ คือความพยายามชอบไม่เบียดเบียนผู้อื่น ฉกฉวยเอาประโยชน์ใส่ตนโดยทำลายผู้อื่นให้เดือดร้อน พระพุทธองค์ทรงตำหนิความเกียจคร้าน เช่นตรัสว่า
- คฤหัสถ์เกียจคร้านทำการงานไม่ดี (อลโส คีหี กามโภคี น สาธุ)
- พระราชาไม่ทรงใคร่ครวญก่อนแล้วทรงประกอบราชกรณียกิจไม่ดี (ราชา น สาธุ อนิสมฺมการี)
- บรรพชิต ไม่สำรวมไม่ดี (อสญฺญโต ปพฺพชิโต น สาธุ)
- บัณฑิตมักโกรธไม่ดี (โย ปณฺทิโต โกธโณ ตํ น สาธุ)
บางแห่งทรงแสดงความเกียจคร้านในฐานเป็นอบายมุขคือ ปากทางแห่งความเสื่อม รวมความว่า ความเกียจคร้านนั้นไม่ทรงสรรเสริญเลย ความพอใจในความยากจนทรัพย์สินนั้น, สำหรับคฤหัสถ์นั้น จึงไม่ถูกต้องตามหลักธรรมของพระพุทธเจ้า
บางแห่ง ทรงแสดงว่าผู้ไม่บรรลุความสำเร็จในการหาทรัพย์และล้มเหลวในทางศีลธรรม ชื่อว่าตาบอดทั้งสองข้าง ผู้ประสบผลสำเร็จในทางทรัพย์ตั้งตนได้ทางโลก แต่ล้มเหลวทางคดีธรรม คือไม่รู้จักบาปบุญคุณโทษ ไม่รู้จักเว้นบาป บำเพ็ญบุญ ชื่อว่าเป็นผู้มีดวงตาข้างเดียว ส่วนผู้ตั้งตนได้ทั้งทางทรัพย์สิน และทางศีลธรรมนั้น ชื่อว่า เป็นผู้มีดวงตาดีทั้งสองข้าง
เธอทั้งสองจะเห็นว่า พระบรมศาสดาไม่ทรงสรรเสริญความเกียจคร้านเลย ที่มีคนบางพวกเข้าใจว่า คำสอนบางหลักของพระพุทธศาสนาเป็นการสนับสนุนให้คนเกียจคร้านงอมืองอเท้านั้น เป็นการกล่าวตู่พระบรมศาสดาที่น่าหวาดเสียว
แต่สำหรับบรรพชิตนั้นไม่ทรงส่งเสริมให้มีทรัพย์สมบัติมาก เพราะโดยหลักการ บรรพชิตได้สละกองโภคะต่างๆ มาแล้ว ไฉนจึงต้องมาสะสมอีก ไม่เป็นการเพิ่มพูนคุณธรรม ทรงห้ามแม้เรื่องการเก็บเงินทองไว้เอง
โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [14 ก.ค. 2552 , 11:12:27 น.] ( IP = 125.27.170.142 : : )
สลักธรรม 7ในฝ่ายฆราวาส หรือคฤหัสถ์ การมีเงินทอง หรือทรัพย์ไว้จับจ่ายใช้สอยนั้น เป็นความสุข ๒ ประการในสี่ประการ เพราะเงินทองเป็นทาสที่ดี แต่ถ้าปล่อยให้มันเป็นนาย มันก็เป็นนายที่โหดร้ายมาก หมายความว่าเมื่อใดเรามีเงินไว้จับจ่ายใช้สอย มันก็ใช้ได้ทุกอย่างสมใจ สนองความต้องการของเราสารพัด นี่เรียกว่าเป็นบ่าวที่ดี
แต่เมื่อใดขาดแคลนเงินทองขึ้นมา และเรามีความจำเป็นต้องใช้ เมื่อนั้นเงินก็กลับเป็นนายเราและเราจะเดือดร้อนที่สุด เพราะมันเป็นนายที่ทารุณ ยิ่งไปกู้หนี้ยืมสินเขามาเลี้ยงชีพจะยิ่งเห็นมันเป็นสิ่งน่ากลัว
คนที่ไว้ใจบ่าวชนิดนี้เกินไป คือเมื่อมีใช้มันมากเกินไป อีกหน่อยบ่าวชนิดนี้จะทรยศ มันจะกลับมากดหัวเราบีบน้ำตาเรา เพราะฉะนั้นท่านจึงสอนไม่ให้ประมาทให้รู้จักจับจ่ายใช้สอย ถนอมเอาใจบ่าวชนิดนี้ไว้บ้าง เดินตามหลัก สายกลาง ของพระผู้มีพระภาคเป็นปลอดภัยที่สุด
ย้อนกลับมาพูดเรื่องความพอใจในความจนใหม่ จริงอยู่บุคคลไม่ควรพอใจในความจน แต่ไม่ควรแสวงหาทรัพย์จนไม่รู้จักพอมีเท่าไรๆ ก็ไม่พอ วันหนึ่งๆ เหน็ดเหนื่อยอยู่แต่เรื่องหาเงินทองจนไม่มีเวลาพักผ่อน มีเท่าไรๆ ก็ยังรู้สึกว่าจนอยู่ อย่างนี้ตายเปล่า ไม่ได้รับความสุขในชีวิต ควรมีเวลาสำหรับทำความดีอย่างอื่นบ้าง สำหรับคนที่มีพอควรแล้ว จะมีความสุขในชีวิตได้มากกว่า
ความจริงพูดอีกอย่างหนึ่ง ความมีความจนนั้นขึ้นอยู่กับการเปรียบเทียบ เมื่อนำตนไปเทียบกับคนที่จนกว่า เราก็เป็นคนรวย แต่เมื่อนำไปเทียบกับคนที่รวยกว่า เราก็เป็นคนจน เอาแน่อะไรไม่ได้ อวดอ้างก็ไม่ควร
ความดีที่ยิ่งใหญ่กว่า ซึ่งคนเราสามารถจะอวดอ้างได้นั้น คือการรู้จักทำชีวิตให้เหมาะสมกับฐานะ และรสนิยมของตน แม้ในสายตาของคนบางพวก หรือคนทั่วไปจะมองเห็นว่า เราด้อย แต่ถ้าเราสามารถปรับชีวิตให้เหมาะสมแก่ฐานะและรสนิยมของเราเองได้แล้ว เราก็มีความสุข
คนที่จะทำได้อย่างนี้ ต้องค้นตัวเองให้พบเสียก่อนว่า ตนต้องการอะไร และไม่ต้องการอะไร มีจุดมุ่งหมายสูงสุดของชีวิตอยู่ที่อะไร หากว่าได้พบแล้ว ก็ต้องพยายามดำเนินชีวิตตามเส้นทางที่จะนำไปสู่จุดมุ่งหมายได้ เมื่อได้ดำเนินชีวิตตามเส้นทางที่จะนำไปสู่จุดมุ่งหมายได้ เมื่อได้ดำเนินชีวิตตามทางนั้นแล้ว ตรงตามรสนิยมและเหมาะสมกับฐานะของตนแล้ว ก็ถือว่าเป็นโชคดี และเป็นความดีอันยิ่งใหญ่ในการดำเนินชีวิต
คนส่วนมากกว่าจะค้นตัวเองพบ ก็เสียเวลาไปถึงครึ่งชีวิต บางคนอาจไม่พบเลยจนตายไปเลย
ขอให้เธอทั้งสองตั้งจุดมุ่งหมายของชีวิตไว้ให้แน่นอนแล้วพยายามดำเนินไปตามเส้นทางที่จะให้บรรลุจุดุม่งหมายนั้น วิธีการอาจเปลี่ยนได้ แต่จุดมุ่งหมายหรือหลักการอย่าเปลี่ยนบ่อยๆ ไม่เปลี่ยนเลยได้เป็นดีที่สุด เมื่อถึงจุดนั้น เราจะได้พบกับตัวเองที่เราพอใจ
โปรดติดตามตอนต่อไป
![]()
โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [14 ก.ค. 2552 , 11:12:53 น.] ( IP = 125.27.170.142 : : )
สลักธรรม 8มาอ่านวันนี้ได้ความคิดอีกมากมาย ในการใช้ชีวิตที่กำลังมีอยู่ แม้แต่ทรัพย์ของตน ว่าจะทำอย่างไรจึงจะเรียกว่าสุขเพราะมีนั่นเอง
โดยเฉพาะการมีทรัพย์ และสามารถใช้ทรัพย์นั้นสร้างสุขให้ตนเองได้อย่างถูกต้องอย่างไร
แต่อย่างไรก็ตาม จะขอไม่มีชีวิตเช่นนั้นแน่ๆนะครับ คือจนเพราะไม่พอครับผมโดย ทับตะวัน [14 ก.ค. 2552 , 19:27:40 น.] ( IP = 58.9.136.210 : : )
สลักธรรม 9
ชอบคำสอนตอนท้ายที่ว่า.... ให้ตั้งจุดมุ่งหมายของชีวิตไว้ให้แน่นอนแล้วพยายามดำเนินไปตามเส้นทางที่จะให้บรรลุจุดุม่งหมายนั้น วิธีการอาจเปลี่ยนได้ แต่จุดมุ่งหมายหรือหลักการอย่าเปลี่ยนบ่อยๆ
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เทพธรรมมากค่ะที่นำร่มธรรมมาให้อ่าน เพื่อสอนใจตนเป็นประจำ
อนุโมทนาค่ะ
โดย พี่ดา [27 ก.ค. 2552 , 18:53:40 น.] ( IP = 124.121.179.36 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |