มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


รู้จักตนเอง




รู้จักตนเอง



"รู้จักตนเอง"

การรู้ตนเอง หมายถึงอะไร? จะตอบได้อย่างง่ายๆคือการ "รู้" ถึงตัวตนของเรา และเข้าใจทุกสิ่งที่ตัวเราเป็น รวมไปถึงการควบคุมตัวเราอย่างมีประสิทธิภาพ

"แต่เราก็รู้ตัวเองอยู่แล้วนี่ " หลายคนอาจคิดเช่นนี้ ฉะนั้นลองพิจารณาคำถามเหล่านี้กัน

- ท่านสามารถอธิบายสาเหตุแห่งพฤติกรรมในตัวท่านได้หมดไหม?

- ท่านสามารถอธิบายสาเหตุแห่งอารมณ์ในตัวท่านได้หมดไหม?

- ท่านสามารถอธิบายสาเหตุแห่งความคิดอ่าน ทัศนคติ และแนวทางการมองโลกในตัวท่านได้หมดไหม?

- ท่านสามารถอธิบายหลักคุณธรรมจริยธรรมที่ท่านมีได้หมดไหม?

. นี่เป็นเพียงคำถามพื้นๆ ที่จะตรวจดูว่าท่านรู้จักตนเองมากน้อยแค่ไหน และหลายๆคนก็ไม่สามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้หมด

การเข้าถึง และรู้จักตัวตนของตนเอง มีอยู่ด้วยกันสองทางใหญ่ๆ คือทางรูปธรรม คือทางกาย สัมผัส และอีกทางหนึ่งคือทางนามธรรม คือทางจิต วิญญาณ ความรู้สึก

.ทางรูปธรรมเราสามารถเข้าถึงได้ง่าย เพราะจับต้องได้เป็นชิ้นอัน เรารู้ว่าเราหน้าตาเป็นเช่นไร เมื่อเรามองดูรูปภาพเราสามารถระบุได้ว่านี่เป็นรูปของเรา เมื่อได้ยินเสียงสามารถระบุได้ว่าเป็นเสียงเรา เมื่อสัมผัสสามารถระบุได้ว่านี่เป็นกายเรา เพราะมนุษย์รับรู้รูปกายได้รวดเร็ว และนั่นเป็นการรู้จักตัวเองขั้นพื้นฐานที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว (ตั้งแต่จำความได้ก็สามารถระบุความเป็นตัวเราได้แล้ว)

ทว่ายังมีอีกทางที่เข้าถึงได้ไม่ครบถ้วนนัก นั่นคือนามธรรม ดั่งที่นักจิตวิทยาท่านหนึ่งเคยพูดไว้ว่า จิตใจคนเราเปรียบเสมือนภูเขาน้ำแข็งที่ลอยน้ำอยู่ เราเห็นแต่เพียงส่วนที่โผล่พ้นน้ำ มันอาจดูมหึมา แต่มันก็เป็นเพียงส่วนน้อยเมื่อเทียบกับส่วนที่จมอยู่ใต้ผิวน้ำ และส่วนนั้นก็ไม่ง่ายนักที่เราจะทำความเข้าใจ (แต่ก็ไม่ยากเกินไปที่จะดำลงไปสำรวจมัน)

ทุกความคิดอ่าน อากัปกริยา ทัศนคติ อารมณ์ที่เกิดในจิตใจเรา ล้วนแล้วแต่เป็นนามธรรมอันเข้าถึงได้ด้วยการตระหนักระลึกรู้ โดยประสาทสัมผัสทางกายไม่อาจช่วยได้ เราไม่สามารถเข้าถึงอารมณ์หนึ่งๆได้ด้วยการสัมผัส แต่การสัมผัสสามารถก่อให้เกิดอารมณ์หนึ่งๆได้ (เช่นการลูบผ้ากำมะหยี่อาจให้ความรู้สึกสบาย เกิดอารมณ์ในแง่บวก) ฉะนั้นจึงต้องเตือนตนเสมอว่า ความสอดคล้องระหว่างกาย(รูปธรรม) และจิต(นามธรรม) เป็นสิ่งที่เกิดอย่างสอดคล้องกัน แต่ไม่ใช่วิธีการเข้าถึง (เพราะมีหลายคนที่หลงอยู่ในวังวนนี้ และคิดว่าการรับรู้ทางประสาทสัมผัสจะนำไปสู่ความเข้าถึงตัวตนทางจิตวิญญาณ)

หนทางเดียวที่เราจะเข้าถึงนามธรรมในตัวตนเราได้คือต้องอาศัยนามธรรมในตัวตนเราเอง (อ่านแล้วก็ชวนงงนัก) เพราะจิตใจมนุษย์ไม่ใช่สิ่งที่เรียบง่าย แต่มันมีหลายมิติ ซับซ้อน กว้างขวางไร้ขอบเขต และเข้าถึงได้ยาก ฉะนั้นการที่เราจะ "ออกสำรวจ" ตัวเราเอง ก็ต้องใช้ทรัพยากรภายใน คือจิตใจเราเอง

โดย เทพธรรม [14 ก.ค. 2552 , 18:43:45 น.] ( IP = 58.9.136.210 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

และรูปแบบของจิตใจก็มีความละเอียด-หยาบ มากน้อยกับไป โดยสามารถแบ่งออกเป็นสามกลุ่มง่ายๆ ตามความละเอียดคือ อารมณ์ เหตุผล และความเหมาะสม

อารมณ์คือกลุ่มนามธรรมในจิตใจที่มีความละเอียดน้อยที่สุด กระทั่งอารมณ์ที่มีความละเอียดอ่อนมากที่สุดก็ยังหยาบกว่าเหตุผล แต่อารมณ์กลับมีอิทธิพลกับมนุษย์มากกว่าสิ่งอื่นใดทั้งปวง เปรียบง่ายๆให้อารมณ์เป็น หิน เมื่อหินกระทบกายเรา เราสามารถรู้สึกถึงมันได้อย่างรวดเร็ว (ยิ่งมันมาเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้สึกรุนแรงเท่านั้น เหมือนหินที่ถูกขว้าง ยิ่งแรงก็ยิ่งเจ็บ) และอารมณ์เองก็เป็นตัวการที่ทำให้เกิดเรื่องราวต่างๆมากมายนักทั้งดี-ร้าย เพราะอารมณ์นั่นเองที่เป็นตัวขับดันให้กายเรา "กระทำ" การใดๆลงไปในโลกแห่งรูปธรรม

การเข้าถึงอารมณ์อันเกิดแก่ตัวเราจึงเป็นจุดเริ่มต้นแรกสุดในการจะเข้าถึงตัวตนของเราเอง แล้วจะอาศัยอะไรล่ะ?..........ก็เหตุผลน่ะสิ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างเกิดแต่เหตุกับผล อารมณ์ก็เช่นกัน ทุกๆอารมณ์ที่เกิดมาในจิตใจย่อมต้องมีเหตุอันจูงใจให้เกิดขึ้น เรารักใคร ก็เพราะเขาดีกับเรา เพราะถูกจริตเรา เราเกลียดใครเพราะเขาร้ายกับเรา เพราะเขาไม่ถูกจริตเรา ทุกอารมณ์มีเหตุอันก่อให้เกิดเสมอ ฉะนั้นการไตร่ตรองด้วยเหตุและผลในบ่อเกิดแห่งอารมณ์นั้นจึงเป็นการเข้าถึงตัวตนในชั้นแรก

การเข้าถึงทุกอารมณ์ในตัวเราจึงเป็นหลักพื้นฐานที่สุด ที่จะสามารถตอบทุกคำถามอันเกิดแก่จิตใจเราได้ และผู้ที่สามารถตอบ สามารถหาเหตุอันเกิดแก่อารมณ์ได้ครบถ้วน ก็คือผู้ที่เข้าถึงตนเองในขั้นแรกสุด

ทว่าการหาเหตุแห่งอารมณ์ได้ก็เป็นเพียงการรู้ถึงที่มาเท่านั้น เป็นเพียงการรู้จักตนเองโดยปราศจากการควบคุม เป็นเพียงการระลึกรู้ถ่ายเดียว เช่น เราโกรธ เรารู้ว่าโกรธเพราะอะไร ก็เพียงเท่านี้ แต่ความโกรธขึ้งนั้นก็ยังดำรงอยู่ เพราะเหตุและผลไม่สามารถ "แก้ไข" อะไรได้ มันทำได้แต่เพียง "ตอบปัญหา" และ หาเหตุให้เราเท่านั้น

ฉะนั้นการรู้จักอารมณ์ของตนเอง ก็เป็นเพียงการรู้จักตนเองอย่างผิวเผินเช่น เพราะเมื่อเรารู้แล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลง หรือควบคุมมันได้ นั่นเรียกว่าเราเข้าถึงตัวเองได้ละหรือ? ต่างอะไรกับการที่เรารู้จักก้อนหินสักก้อน หรือตั๊กแตนสักตัว เราไม่สามารถควบคุมอะไรมันได้ ก็เหมือนกับการปล่อยให้รูปธรรมคือกาย กระทำการใดๆตามแต่นามธรรมที่หยาบที่สุดคืออารมณ์ สั่งการ โดยที่เรารับรู้แต่เพียงสาเหตุอันก่อให้เกิดอารมณ์เท่านั้น ...แล้วเราจะควบคุมมันได้อย่างไร? ...ก็อาศัยนามธรรมที่ละเอียดที่สุด คือความเหมาะสมนั่นอย่างไรเล่า

ความเหมาะสม กาละเทศะ มารยาท จริยธรรม คุณธรรม ศีลธรรม มนุษยธรรม สุดแล้วแต่จะเรียกเช่นไรก็มีความหมายเดียวกันทั้งสิ้น คือรูปแบบจิตใจที่มีความละเอียดอ่อนมากที่สุด และเป็นสิ่งที่มนุษย์ต้องเข้าถึงมากที่สุด เพราะสิ่งนี่เองที่จะเป็นตัวคัดกรองและควบคุมอารมณ์ โดยอาศัยข้อมูลจากเหตุผลที่เรามี

.เปรียบง่ายๆคือ หากเราเกิดอารมณ์อยากทานกล้วยแขกสักถุงทั้งๆที่เจ็บคอ อารมณ์อยากจะถูกหาที่มาโดยเหตุและผล อาจจะเป็นว่าเพื่อนที่นั่งข้างๆพูดถึงร้านกล้วยแขกอร่อย หรืออาจจะเดินผ่านร้านกล้วยแขกและได้กลิ่นน้ำมันทอดอันแสนหอม นั่นคือเหตุผลสามารถหาคำตอบถึงที่มาของอารมณ์ "อยาก" นั้นได้แล้ว และสุดท้ายก็เป็นหน้าที่ของความเหมาะสมที่จะคัดกรองว่าอารมณ์นั้นๆที่เกิดขึ้นเหมาะสมหรือไม่ กรณีนี้ตอบได้ว่าไม่ เพราะทั้งๆที่เจ็บคอแต่ยังทานกล้วยแขกเข้าไปสักถุงก็คงไม่เป็นการดีแน่ (อาจจะไอค่อกแค่กจนเกิดอารมณ์อยากทานยาแก้ไอเพิ่มขึ้นอีกก็เป็นได้) ฉะนั้นแล้วผลสรุปออกมาว่าอารมณ์อยากกล้วยแขกในครั้งนี้ก็เป็นอันตกไป ไม่สามารถทำให้สัมฤทธิ์ผลได้

ทุกอารมณ์อันเกิดแก่ตัวเราก็ใช้ระบบนี้ด้วยกันทั้งนั้น หากแต่ยากง่ายต่างกันไป ฉะนั้นการจะเข้าถึงตนเองก็จะต้องรู้จักทั้งสามประการนั้นอย่างถี่ถ้วน

โดย เทพธรรม [14 ก.ค. 2552 , 18:54:58 น.] ( IP = 58.9.136.210 : : )


  สลักธรรม 2

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์มากค่ะ
สำหรับข้อธรรมที่มีคุณค่าต่อชีวิต

การเข้าใจและรู้จักอารมณ์ตนเอง ดูจะยังผิวเผินแม้ว่าจะพยายามหาเหตุและผลมาอธิบายแล้ว ดูจะยังวนๆเวียนกับอารมณ์เหล่านั้นบ่อยๆ

ในที่สุดก็ต้องหันมายอมรับในเรื่องของ วิบาก และอารมณ์ มาอธิบาย ทำให้ผ่อนคลายจากจิตใจที่เศร้าหมองไปได้




โดย น้องอุ๊ [14 ก.ค. 2552 , 19:57:41 น.] ( IP = 125.24.67.80 : : )


  สลักธรรม 3

โดย น้องกิ๊ฟ [15 ก.ค. 2552 , 11:23:13 น.] ( IP = 125.27.173.167 : : )


  สลักธรรม 4

กราบขอบพระคุณ และ อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [24 ก.ค. 2552 , 17:32:49 น.] ( IP = 124.121.179.191 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org