| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
มังคลชาดก
สลักธรรม 1มาณพจึงรีบไปบอกแก่พราหมณ์ผู้บิดาว่า "คุณพ่อครับ คู่ผ้าสาฎกที่ผมเอาไปทิ้งที่ป่าช้าผีดิบนั้น พระสมณโคดมตรัสว่า ควรแก่เรา ทั้ง ๆ ที่ผมห้ามปราม ก็ทรงถือเอาแล้วเสด็จไปสู่พระเวฬุวัน"
พราหมณ์ผู้บิดาว่า "ถึงพระสมณโคดมทรงใช้สอยมัน ก็ต้องย่อยยับ แม้พระวิหารก็จะพินาศ แล้วเมื่อนั้นพวกเราจะถูกครหาเนื่องด้วยผ้าคู่นี้ เราจึงต้องถวายผ้าสาฎกอื่น ๆ ให้มากผืนแด่พระสมณโคดม เพื่อให้พระองค์ทรงทิ้งผ้านั้นเสีย"
เขาจึงให้คนถือผ้าสาฎกหลายผืนแล้วไปสู่พระวิหารเวฬุวันกับบุตร เมื่อถวายบังคมพระศาสดาแล้วก็ยืนอยู่ ณ ส่วนข้างหนึ่ง กราบทูลว่า "ข้าแต่พระสมณโคดม ได้ยินว่าพระองค์ทรงถือเอาผ้าสาฎกคู่หนึ่งในป่าช้าผีดิบ จริงหรือพระเจ้าข้า ?"
พระศาสดาตรัสว่า "จริง "
พราหมณ์กราบทูลว่า "ข้าแต่พระสมณโคดม ผ้าสาฎกคู่นั้นเป็นอวมงคล เมื่อพระองค์ทรงใช้สอยมันจะต้องย่อยยับ ถึงพระวิหารทั้งสิ้นก็จักต้องทำลาย ถ้าผ้านุ่ง ผ้าห่มของพระองค์มีไม่พอ พระองค์โปรดรับผ้าสาฎกเหล่านี้ไว้ ทิ้งคู่ผ้าสาฎกนั้นเสียเถิด"
พระศาสดาตรัสกับเขาว่า "พราหมณ์ พวกเรามีนามว่าบรรพชิต ผ้าเก่า ๆ ที่เขาทิ้ง หรือตกอยู่ในที่เช่นนั้น คือที่ป่าช้าผีดิบ ที่ท้องถนน ที่กองขยะ ที่ท่าอาบน้ำ ที่หนทางหลวง ย่อมควรแก่พวกเรา ส่วนท่านเองมิใช่แต่จะเพิ่งเป็นคนมีลัทธิอย่างนี้ในบัดนี้ เท่านั้น แม้ในครั้งก่อน ก็เคยมีลัทธิอย่างนี้เหมือนกัน"
ครั้นเมื่อเขากราบทูลอาราธนาแล้วจึงทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาเล่าว่า..
โดย ศาลาธรรม [15 ก.ค. 2552 , 10:47:13 น.] ( IP = 125.27.173.167 : : )
สลักธรรม 2ในอดีตกาล พระเจ้ามคธราชผู้ทรงธรรมเสวยราชสมบัติในพระนครราชคฤห์ แคว้นมคธ ครั้งนั้นพระโพธิสัตว์เกิดในสกุลอุทิจจพราหมณ์ สกุลหนึ่ง เมื่อเจริญวัยแล้วก็บวชเป็นฤๅษี ยังอภิญญาและสมาบัติให้เกิดแล้วก็ไปพำนักอยู่ในป่าหิมพานต์
ในกาลครั้งหนึ่ง ท่านได้ออกจากป่าหิมพานต์มาถึงพระราชอุทยานพระนครราชคฤห์แล้วพำนักอยู่ที่นั้น พอวันที่สองก็เข้าสู่พระนครเพื่อภิกขาจาร เมื่อพระราชาทอดพระเนตรเห็นท่านแล้วจึงรับสั่งให้นิมนต์มาอาราธนาให้นั่งในปราสาท ให้ฉันโภชนาหาร แล้วทรงอาราธนาพระฤๅษีให้อยู่ในพระอุทยานตลอดไป พระโพธิสัตว์จึงได้ฉันโภชนาหารในพระราชนิเวศน์ และพักอยู่ในพระราชอุทยาน
กาลครั้งนั้นในพระนครราชคฤห์มีพราหมณ์ชื่อว่า ทุสสลักขณพราหมณ์ คือ พราหมณ์ผู้รู้ลักษณะผ้า และเรื่องราวที่เกิดขึ้นในครั้งนั้นก็เป็นเช่นเดียวกับที่หนูกัดผ้าในครั้งนี้ เพียงแต่ต่างกันตรงที่ว่า..
เมื่อมาณพไปถึงป่าช้า และพระโพธิสัตว์ไปนั่งอยู่ที่ประตูป่าช้าคอยอยู่ก่อนแล้ว ก็เก็บเอาคู่ผ้าที่เขาทิ้งแล้วกลับไปอุทยาน มาณพจึงไปบอกแก่บิดา
บิดาคิดว่า ดาบสผู้ใกล้ชิดราชสกุลจะพึงฉิบหาย จึงไปสำนักพระโพธิสัตว์ กล่าวว่า "ข้าแต่พระดาบส ท่านจงทิ้งผ้าสาฎกที่ท่านถือเอาแล้วเสียเถิด จงอย่าฉิบหายเสียเลย "โดย ศาลาธรรม [15 ก.ค. 2552 , 10:47:41 น.] ( IP = 125.27.173.167 : : )
สลักธรรม 3พระดาบสแสดงธรรมแก่พราหมณ์ว่า "ผ้าเก่า ๆที่เขาทิ้งไว้ในป่าช้า ควรแก่พวกเรา พวกเรามิใช่พวกถือ มงคลตื่นข่าว ขึ้นชื่อว่าการถือมงคลตื่นข่าวนี้ พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า และพระโพธิสัตว์ทั้งหลาย ไม่สรรเสริญเลย เหตุนั้น บัณฑิตต้องไม่เป็นคนถือมงคลตื่นข่าว"
เมื่อพราหมณ์ฟังธรรมแล้วก็ทำลายทิฏฐิถือเอาพระโพธิสัตว์เป็นสรณะ
พระบรมศาสดาทรงนำเรื่องอดีตนี้มาแล้วทรงแสดงธรรมแก่พราหมณ์ ตรัสพระคาถาความว่า
"ผู้ใดไม่ถือมงคลตื่นข่าว ไม่ถืออุกกาบาต ไม่ถือความฝัน ไม่ถือลักษณะดีหรือชั่ว ผู้นั้นชื่อว่า ล่วงพ้นโทษแห่งการถือมงคลตื่นข่าว ครอบงำกิเลสเครื่องประกอบสัตว์ไว้ในภพที่เป็นคูกั้น ย่อมไม่กลับมาเกิดอีก"
พระบรมศาสดาทรงแสดงธรรมแก่พราหมณ์ด้วยด้วยประการฉะนี้ แล้วทรงประกาศสัจธรรม เมื่อจบสัจจะ พราหมณ์กับบุตร ดำรงอยู่ในโสดาปัตติผล พระศาสดาทรงประชุมชาดกว่า บิดาและบุตรในครั้งนั้น ได้มาเป็นบิดาและบุตรคู่นี้แหละ ส่วนดาบสได้มาเป็นเราตถาคต ฉะนี้แล.
จบ มังคลชาดก
![]()
โดย ศาลาธรรม [15 ก.ค. 2552 , 10:48:01 น.] ( IP = 125.27.173.167 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |