| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ไขข้อข้องใจ (๑๔)
ไขข้อข้องใจ
โดย พระธรรมกิตติวงศ์
ตอนที่ผ่านมา
ถามที่พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า อย่าคบคนพาลนั้น มิเท่ากับว่าทอดทิ้งคนพาลหรือ เพราะคนพาลทั้งหลายเมื่อไม่มีใครคบเขาจะหายพาลได้อย่างไร บ้านเมืองคงจะเต็มไปด้วยคนพาล เพราะเขาถูกทอดทิ้ง ไม่ได้รับการเอาใจใส่จากคนดีเสียแล้ว
ตอบข้อนี้เป็นปัญหาเส้นผมบังภูเขา คือคล้ายกับว่าที่ทรงสอนไม่ให้คบคนพาลนั้น เท่ากับให้ทอดทิ้งคนพาล อย่าไปตอแยด้วย แต่ความจริงแล้วคำสอนข้อนี้มีข้อที่ต้องทำความเข้าใจหลายตอน
ตอนแรก ต้องเข้าใจความหมายของคำว่า คบ ก่อน คำๆ นี้ในภาษาไทยเราออกจะแคบไปหน่อย คือหมายถึงเข้าพวกกันหรือหมายถึงเพียงการไปไหนมาไหนด้วยกันเท่านั้น
ส่วนคำเดิมที่เราแปลออกมาว่า คบ นั้นได้แก่คำว่า เสวนา ท่านแจกลูกอธิบายไว้ว่าหมายถึง ๓ ลักษณะ คือ
- ภชนา... การคบหาสมาคมกัน รู้จักกัน
- สหายตา...การไปไหนมาไหนด้วยกัน เป็นเพื่อนกัน อยู่ด้วยกัน
- สมฺปวงฺกตา ...การเข้าเป็นพวกเดียวกัน เอาไงเอากัน ไปไหนไปกัน
เสวนา ของพระมิใช่เพียงแค่คบตามภาษาที่เราเข้าใจกันเท่านั้นยังหมายถึงการอยู่ร่วมกันแบบสามีกับภริยา แบบบิดามารดากับบุตร แบบนายจ้าง เป็นต้นด้วยโดย พี่เณร....นำมาฝาก [16 ก.ค. 2552 , 17:49:52 น.] ( IP = 61.90.72.29 : : )
สลักธรรม 1คราวนี้วกเข้ามาถึงปัญหาที่พระพุทธองค์ทรงห้ามคบคนพาลก็เพราะถ้าคบคนพาลจะเป็นอัปมงคลคือมีแต่ทางเสีย ไม่มีทางได้ มิใช่หมายถึงให้ทอดทิ้งคนพาลเสียเลย แต่ให้ เข้าใกล้ คนพาลได้ ขออย่าไปคบเท่านั้น
เข้าใกล้ กับ คบ ไม่เหมือนกัน
เข้าใกล้ หมายเพียงเข้าไปมาหาสู่ เดินไปหา ไปนั่งใกล้เท่านั้น เช่นทำงานด้วยกัน เรียนด้วยกัน แต่นี้ไม่เสียหายอะไรมากหรอก
ส่วน คบ หมายถึง การไปมาหาสู่ประจำจนเป็นพวกเดียวกันดังความหมายข้างต้น จนกระทั่งถ่ายทอดนิสัยและพฤติกรรมของคนพาลที่ตนคบมาเลย อย่างนี้เสียแน่
ดังนั้น เมื่อเรารู้ว่าใครเป็นพาล หากมีจิเมตตาสงสารต้องการให้เขาหายพาล ก็อย่าทอดทิ้งเขาเลย จงเข้าไปใกล้เข้าไว้ พยายามพูดคุยโน้มน้าวจิตใจของเขา พยายามถ่ายทอดความดีของเราไปให้เขา แต่อย่าถ่ายทอดของเขามาสู่เราเท่านั้น แค่นี้ไม่ชื่อว่าคบคนพาลดังกล่าวมา และก็หาโทษมิได้ด้วย
การเข้าใกล้คนพาลนั้น ไม่ต้องระวังคนพาลหรอก ระวังตัวเองจะไปถ่ายทอดอะไรๆ จากตนพาลมาเท่านั้น ขอให้คิดถึงหมอหรือพยาบาลที่รักษาคนไข้ที่เป็นโรคติดต่อร้ายแรงก็แล้วกัน พวกเขารักษาคนไข้ใกล้ชิดคนไข้ แต่จะไม่ยอมให้โรคของคนไข้มาติดตัวได้ คือพยายามป้องกันตัวเองอยู่เสมอในขณะที่รักษาคนไข้นั้นอยู่
การที่เราเข้าไปหาคนพาลเพื่อแนะนำ เพื่ออบรมสั่งสอน หรือเพื่อให้เลิกเป็นพาลนั้น มิใช่ว่าเราจะพลอยเป็นคนพาลไปด้วย เหมือนกับพระพุทธเจ้าเสด็จไปสอนโจรองคุลีมาลจะทรงเป็นโจรไปด้วยก็หาไม่
ฉะนั้น สาธุชนคนดีทั้งหลายจงหวังความอนุเคราะห์เป็นที่ตั้ง มีเมตตาจิตเป็นกำลังช่วยคนพาลเถิด เข้าใกล้คนพาลกันเถิด แต่อย่าคบคนพาลเลย ให้คนพาลเอาอย่างเถิด อย่าเอาอย่างคนพาลเลย แล้วโลกนี้จะสันติสุขแค่ไหน ไม่ต้องบรรยายกระมัง
![]()
โดย พี่เณร....นำมาฝาก [16 ก.ค. 2552 , 17:56:42 น.] ( IP = 61.90.72.29 : : )
สลักธรรม 2กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะ โดย เซิ่น [17 ก.ค. 2552 , 20:14:09 น.] ( IP = 58.8.46.243 : : )
สลักธรรม 3
กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะ
โดย พี่ดา [24 ก.ค. 2552 , 16:56:43 น.] ( IP = 124.121.179.191 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |