| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ร่มธรรม (๘)
สาวกของพระพุทธเจ้า
โดย อาจารย์วศิน อิทรสระ
ตอนที่ผ่านมา
ชาวเกวียนซึ่งมีราเมศร์เป็นประมุข ได้หุงหาอาหารรับประทานกันอย่างอิ่มหนำสำราญ ใครต้องการพักผ่อนก็พัก ใครต้องการเดินชมต้นไม้ ดอกไม้ก็ไป
สุมิตตาและโชติมันต์ได้ชวนกันออกไปชมต้นไม้ดอกไม้ในบริเวณใกล้ที่พักนั้น เขาเดินชมพันธ์ไม้และสนทนากันอย่างเพลิดเพลิน โชติมันต์รู้สึกว่าจิตใจของเขาเริ่มมีความผูกพันกับสุมิตตาบ้างแล้ว เป็นความผูกพันที่คนหนุ่มจะพึงมีต่อหญิงสาว
เมื่อเดินอยู่เพียงสองต่อสองในป่า เขายิ่งรู้สึกว่า บรรยากาศแห่งป่านั้นได้ช่วยให้ความงามของสุมิตตาเด่นยิ่งขึ้น มีบางครั้งที่เขาจับนิ้วอันละไมของสุมิตตามาเกี่ยวไว้กับนิ้วของเขา และบางครั้งเขาก็ลูบไล้แขนของเธอเพียงเบา สุมิตตามิได้ห้ามปรามขัดขืน รู้สึกเธอจะมีความสุขจากสิ่งนี้ด้วยเหมือนกัน โชติมันต์ไม่กล้าก้าวหน้าไปมากกว่านี้
มีหลายครั้งที่เขายืนเผชิญหน้ากัน ดวงตาสบกัน ดวงใจเขาปรารถนา-ปรารถนา ดวงหน้าและริมฝีปากของเธอ ดวงหน้านั้นผุดผาด ดวงตาของเธอแจ่มใส ริมฝีปากบางงามเด็ดและสด แต่เขาไม่กล้าโน้มศีรษะลงไป เขาพร้อมแล้วหรือที่จะรับผิดชอบในกรรมที่เขาจะทำในเรื่องที่จะเกิดขึ้น ท่านราเมศร์ที่เขาเคารพนับถือจะรู้สึกอย่างไร ที่สำคัญคือใจของเขาเอง และเสียงแห่งมโนธรรมที่คอยตะโกนก้องอยู่ในใจของเขา รังสิมาที่เขาได้ผูกมัดตัวเองไว้ด้วยวาจา
ฉันจะไม่ยุ่งกับหญิงอื่น รังสิมัน เชื่อฉันเถอะ ฉันจะไม่รักใครยิ่งกว่าเธอ
บางทีเขายืนมองสุมิตตาแล้วถอนหายใจ แม้เธอจะยืนอยู่ชิดเขา มือต่อมือ ตาต่อตาจะสัมผัสกันอยู่ แต่เขารู้สึกเหมือนเธออยู่ไกลจนสุดเอื้อม
สุมิตตา เขาเรียกชื่อเธอหมือนคนละเมอ
คะ หญิงสาวขานรับเหมือนจะรู้ความหมายแห่งคำเรียกนั้น เธอช้อนสายตาขึ้นมองเขา เห็นโชติมันต์มองเหม่อไปเบื้องหน้า
ฉันควรจะพบสุมิตตาเร็วกว่านี้
มีอะไรช้าไปหรือคะ? หญิงสายถามอย่างสงสัยจริงๆ
ชายหนุ่มไม่ตอบทันที เอื้อมไปเก็บดอกไม้ดอกหนึ่งมาแซมผมให้สุมิตตาแล้วก้มลงสูดกลิ่นดอกไม้นั้นเบาๆ แต่สุมิตตารู้สึกว่ามันกระเทือนไปถึงหัวใจหล่อน ทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้น
สุมิตตา เธอเป็นผู้ที่ถูกใจฉันที่สุด ทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอทำ เธอพูดเป็นที่ชื่นชูใจของฉัน ฉันไม่แน่ใจว่าจะมีบุญได้มีโอกาสอยู่ใกล้ชิดเธอหรือไม่
อันนี้แล้วแต่เธอต่างหากล่ะ โชติมันต์, ฉันเป็นคนยืนอยู่กับที่แล้วเธอจะใกล้ชิดฉันตลอดไป หรือห่างฉันก็สุดแล้วแต่เธอจะก้าวเข้ามาหรือถอยห่างออกไป
ฉันอยากจะก้าวเข้าไปใกล้ชิดเธอที่สุด สุมิตตา ใจฉันอยากใกล้ชิดเธอ-ใกล้ชิดเธอจนเสมือนเป็นคนเดียวกัน แต่โอกาสและวาสนาของฉันคงได้ใกล้ชิดเธอเพียงเท่านี้-เท่านี้โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [17 ก.ค. 2552 , 07:57:38 น.] ( IP = 58.9.147.25 : : )
สลักธรรม 1เขาประคองเธอ โอบไหล่เพียงแผ่วเบา มือขวาจับอยู่ที่เอวของเธอ ฉันคงใกล้ชิดเธอมากกว่านี้ไม่ได้ ถ้าเธอรู้เบื้องหลังของฉัน เธอคงรังเกียจฉัน สุมิตตา ใจฉันห่างเธอไม่ได้เสียแล้ว กายฉันจะอยู่ที่ไหนอย่างไร แต่ใจฉันคงจะสยบอยู่กับเธอ
เธอมีพันธะหัวใจหรือ โชติมันต์ บอกฉันตามจริงได้ ฉันไม่โกรธเธอดอก
ฉันเข้าใจว่า หญิงหนึ่งคอยการกลับไปของฉันอยู่ที่บ้าน สัมมาคร ก่อนฉันมา ฉันได้สัญญากับหล่อนไว้ว่าฉันจะรักหล่อนและไม่รักใครยิ่งกว่าหล่อนเป็นอันขาด คำพูดฉะนี้ สุมิตตาเห็นว่าเป็นผู้มีพันธะหัวใจหรือไม่?
สุมิตตารู้สึกเสียใจ ความเสียใจนั้นแล่นขึ้นจับหัวใจ แล้วส่งกระแสออกทางใบหน้า แววตา และริมฝีปาก จึงว่า เมื่อเป็นดังนี้ ไฉนเธอจึงบอกกับฉันอีกว่าใจเธอห่างฉันไม่ได้ เมื่ออยู่ทางฝ่ายโน้นจะมิพูดอย่างนี้ด้วยหรือ
สุมิตตา อย่าเพิ่งโกรธฉัน ขอให้ฉันอธิบายให้เธอฟังก่อน เธอพูดเมื่อครู่นี่เองว่า ให้ฉันบอกเธอ เธอจะไม่โกรธฉัน เธอสัญญาสักครู่นี่เอง ลืมเสียแล้วหรือ
สุมิตตานึกถึงคำพูดของเธอขึ้นได้ จึงระงับความเสียใจและความโกรธไว้
สุมิตตา เธอไม่ชอบคนซื่อสัตย์หรือ?
ใครบ้างไม่ชอบคนซื่อสัตย์ หญิงสาวย้อน
ถ้าอย่างนั้น เธอลองฟังฉัน สมมติว่า ใครคนหนึ่งรักอยู่กับเธอสัญญาว่าจะรักเธอ แต่พอจากราชคฤห์ไปสาวัตถี ก็ลืมคำสัญญานั้นเสีย ประพฤติตนตามใจคะนองด้วยความหนุ่ม ฉะนี้ เธอเห็นว่าชายนั้นควรแก่การสรรเสริญอยู่หรือ
สุมิตตา! หากฉันจะหลอกลวงเธอว่า จิตใจฉันยังว่างเปล่ามาก่อน บัดนี้ได้บรรจุความรักในตัวเธอไว้เต็มหัวใจทุกห้องไม่มีช่องว่างสำหรับใครอีกเลย เธอก็ไม่มีทางจับฉันได้ว่ากล่าวมุสา แต่ฉันกลับบอกเธอตามตรงอย่างนี้ แม้ตามทรรศนะของชายอื่นจะเห็นว่าฉันโง่ไปบ้างที่ไม่รู้จักฉวยโอกาส ฉันก็ยอม เพราะเป็นความภูมิใจของฉัน คุณแม่สอนให้เป็นคนซื่อสัตย์ ท่านว่าความซื่อสัตย์คุ้มครองตนได้ เป็นเครื่องป้องกันภัย ไม่ต้องเสียเวลาตกแต่งเรื่องเท็จ การพูดความจริงง่ายกว่าความเท็จ
เขาหยุด หยั่งท่าทีของสุมิตตา
หญิงสาวพลอยนิ่งอึ้งไปด้วย เธอคิดไปก็เห็นจริงตามที่เขาพูด นิสัยประจำตัวของสุมิตตามีปกติเห็นอกเห็นใจคนอื่นอยู่แล้ว โดยเฉพาะหัวอกลูกผู้หญิงด้วยกัน เธอยิ่งมองเห็นความดีในตัวของโชติมันต์มากขึ้น
ลมพัดมาวูบหนึ่ง ดอกตะแบกสีม่วงอ่อนร่วงลงมา ไก่ฟ้าสีเขียวอ่อนโผจากกิ่งไม้จิกสู่ต้นไทรย้อย ซึ่งขึ้นอยู่ติดๆ กัน
ความรักเป็นเรื่องของหัวใจ ชายหนุ่มพูดต่อเมื่อเห็นสุมิตตายังนิ่งอยู่ เมื่อคนรักหนึ่งแล้ว มารักคนอื่นอีก หาใช่มันะจหมดไปไม่ มารดาบิดาที่มีบุตรหลายคน สามารถให้ความรักแก่บุตรได้เท่าๆ กัน ความรักของท่านก็มิได้หมดเปลืองไปแต่ประการไร ฉันคิดว่าฉันมีสิทธิ์ที่จะรักสุมิตตาได้ แต่ฉันไม่มีสิทธิ์มากกว่านั้น
หากรังสิมายังรักฉันอยู่ ยังครองตัวครองใจคอยฉันอยู่ทางโน้น ฉันก็รักเธอได้เพียงใจ ฉันจึงบอกเธอว่า ฉันควรจะมาพบเธอเร็วกว่านี้
สุมิตตา! ฟังฉันก่อน ฉันมีความสุขใจเมื่อได้อยู่ใกล้เธอ ฉันบอกไม่ถูกว่า ทำไมฉันจึงรู้สึกมีความสุข ฉันบอกได้คำเดียวว่า เธอถูกใจฉันเหลือเกินโดย เทพธรรม...นำมาฝาก [17 ก.ค. 2552 , 08:07:24 น.] ( IP = 58.9.147.25 : : )
สลักธรรม 2โชติมันต์! หญิงสาวเรียกชื่อเขา แต่ดวงตาของเธอพุ่งตรงไปเบื้องหน้า จับนิ่งอยู่ที่ต้นมุจจลินท์ พอแล้ว เธออย่าพูดมากกว่านี้ โชติมันต์! ฉันพูดอย่างเธอไม่ได้ แต่ฉันรู้ใจฉันดีว่า ใจฉันกำลังร่ำร้อง ใจฉันเริ่มจะได้รู้จักกับสิ่งที่หญิงสาวทั้งโลกพากันกลัว
คุณพ่อเคยเล่าให้ฉันฟังว่า ท่านเคยเดินทางไปในทะเลทราย บางทีเห็นเมืองทั้งเมืองอันสวยงาม บางทีเห็นป่าโปร่งอันเขียวสดน่ารื่นรมย์ บางทีเห็นลำน้ำอันใสสะอาด แต่สักครู่หนึ่งภาพนั้นก็หายวับไป
ท่านบอกว่าเป็นภาพหลอนในทะเลทราย แต่เมือง ป่า และลำธารนั้นมีอยู่จริง แต่อยู่ไกลเหลือเกิน การหักเหของบรรยากาศช่วยส่งภาพนั้นมาให้เราเห็นแล้วหายไป ข้อนี้อย่างไรตัวเธอเองก็เหมือนภาพในทะเลทรายสำหรับฉัน ฉันรู้สึกว่าเธอ อยู่ใกล้ฉัน แต่ความรู้สึกนั้นก็อยู่ได้เพียงชั่วครู่ แล้วฉันรู้สึกว่าเธออยู่เสียห่างไกล
โชติมันต์จับต้นแขนของสุมิตตาเบาๆ แล้วเลื่อนลงมากุมมือของหล่อนไว้ ประสานสายตาที่เคยแจ่มแววของเธอ ซึ่งบัดนี้กลับหม่นหมองไป
แล้วแต่บุญ แต่กรรมเถิด สุมิตตา เราสร้างกันมาอย่างไร ก็คงพบกันในฐานะอย่างนั้น อนาคตจะบอกเรื่องนี้เอง
เธอเชื่อเรื่องบุญ เรื่องกรรม เหมือนกันด้วย?
คุณแม่สอนฉันเสมอนะ สุมิตตา, ว่าคนเราย่อมเป็นไปตามกรรม ฉันเชื่อ ฉันเชื่อคุณแม่ ท่านเป็นคนมีเหตุผลเสมอ
ทั้งสองเดินเคียงคู่กันมายังที่พักใต้ร่มจิกใหญ่ ซึ่งท่านราเมศร์พักผ่อนอยู่ เขาเห็นท่าน
ราเมศร์กำลังสนทนาอยู่กับนักบวชสาวกของพระพุทธเจ้า เพศบรรพชิตทำนองนี้ โชติมันต์คุ้นตาดี เพราะเป็นบรรพชิตพวกเดียวกับที่กุรุพินทามารดาของเขาเลื่อมใสโดย เทพธรรม...นำมาฝาก [17 ก.ค. 2552 , 08:12:27 น.] ( IP = 58.9.147.25 : : )
สลักธรรม 3เมื่อราเมศร์เห็นทั้งสองเดินมาก็เรียกเข้ามาสนทนาด้วย พร้อมทั้งแนะนำว่า สตรีนั้นคือบุตรของตน ส่วนชายหนุ่มนั้นเป็นหลาน ภิกษุปูนมัชฌิมะ คะเนว่าอายุของท่านไม่เกิน ๔๐ และไม่ต่ำกว่า ๓๐ แสดงศีรษะวิญญัติเป็นเชิงรับทราบ
ราเมศร์กล่าวขึ้นว่า
พระคุณเจ้า! ข้าพเจ้าเชื่อว่าหลักธรรมคำสอนของพระบรมศาสดานั้น มีคุณค่ามาก มีประโยชน์แก่ชีวิตจริง จะมีอุบายไฉนให้ลูกหลานได้สนใจ ศึกษาธรรมนั้นเพื่อเป็นประโยชน์แก่ชีวิตของเขาเอง
ดูก่อนคหบดี! ภิกษุรูปนั้นตอบ เบื้องแรกมารดาบิดาพึงพูดให้ฟังเสมอๆ ถึงประวัติอันดีงามของพระบรมศาสดา พระพุทธจริยาอันประเสริฐ ธรรมดาเด็กย่อมจะมีใจนิยมบูชาคนเก่ง คนดี เมื่อเขาเลื่อมใสพระพุทธเจ้าแล้วก็ค่อยๆ พูดหลักศีลธรรมเบื้องต้นให้เขาฟังเสมอๆ ได้เห็นตัวอย่างใครประสบผลดีก็ชี้ให้เห็นว่า ที่เขาได้ดีอย่างนั้นเพราะเขาประพฤติตามธรรมข้อไหน หรือได้เห็นใครประสบผลร้าย ได้รับความทุกข์ เพราะทำเอาเอง ก็พยายามชี้ให้เด็กเห็นว่า ที่เขาเดือดร้อนอยู่อย่างนั้น เพราะเขาได้ประพฤติผิดธรรมข้อไหน
เมื่อบ่อยเข้าเด็กก็จะเห็นคล้อยตามไปทีละน้อย หากเขาเคารพรักมารดาบิดาอยู่ด้วยก็จะเป็นการง่ายขึ้น ที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ มารดาบิดา หรือผู้ใหญ่จะต้องทำตัวอย่างที่ดีให้เด็กเห็น ถ้าต้องการให้เด็กเอาตัวอย่างทางกตัญญูกตเวที ผู้ใหญ่จะต้องแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อปู่ ย่า ตา ยาย ของเด็ก
การที่เด็กได้เห็นนั้นเป็นข้อประทับใจไปตลอดชีวิต และเมื่อโตขึ้น เด็กจะทำกับมารดาบิดาเช่นที่มารดาบิดาของตนได้ทำกับปู่ย่า ตายายมาแล้ว หากต้องการให้เด็กเป็นคนขยัน พ่อแม่ต้องขยันเองด้วย เด็กจะได้เอาอย่างแล้วติดเป็นนิสัยต่อไป ถ้าผู้ใหญ่เอาแต่นอนเอาแต่เที่ยวเตร่เฮฮา การสอนให้เด็กขยันนั้นยาก เพราะการกระทำของผู้ใหญ่นั่นเองเป็นการสอนแกไปในตัวอยู่แล้ว
พระคุณเจ้า! หากมารดาบิดาสนใจในพระพุทธศาสนา เชื่อกรรมและผลของกรรม ตั้งตนอยู่ในทางที่ชอบ แต่ลูกหลานไม่เลื่อมใส ไม่ดำเนินตามจะมีวิธีการอย่างไร ให้เขาเลื่อมใสและดำเนินตาม?
หากเป็นดังนี้ มารดาบิดาพึงให้เขาสนใจด้วยอุบายคล้ายมารดาบิดาที่บุตรป่วย ปลอบให้กินยาแล้วบอกว่าจะให้เสื้อผ้าที่สวยงาม หรือให้ขนมอร่อยที่เขาพอใจ และผู้ใหญ่ต้องให้จริงๆ เด็กอาจแข็งใจรับประทานยา เพื่อหลังจากนั้นจะได้รับประทานขนม หรือได้เสื้อผ้าอันสวยงาม ข้อนี้ฉันใด
ในเรื่องการสนใจศาสนา หรือปฏิบัติธรรมก็เช่นกันบางทีผู้ใหญ่ก็จำเป็นต้องเอาของที่เขาต้องการมาล่อ ท่านอนาถปิณฑิกะมหาเศรษฐีก็เคยทำมาแล้ว
เรื่องเป็นอย่างไร-พระคุณเจ้า?
ภิกษุเล่าว่า-โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [17 ก.ค. 2552 , 08:19:20 น.] ( IP = 58.9.147.25 : : )
สลักธรรม 4อนาถปิณฑิกะ มหาเศรษฐีนั้น เป็นโสดาปันบุคคล แต่ลูกชายคนหนึ่งไม่เอาเรื่องทางศาสนาเลย ไม่ปรารถนาไปเฝ้าพระบรมศาสดา เมื่อพระศาสดาเสด็จมาเรือนตนก็ไม่ต้องการพบ ไม่ฟังธรรม ไม่ขวนขวายในบุญกุศล
เศรษฐีคิดว่า หากลูกชายยังทำตนอยู่อย่างนี้ ตายแล้วไม่พ้นนรกอย่างแน่นอน เป็นการไม่ควรอย่างยิ่งที่เราจะยอมให้บุตรไปนรกต่อหน้าต่อตา จึงหาอุบายให้บุตรไปฟังธรรม และรักษาอุโบสถ ท่านคิดว่า สัตว์ในโลกนี้ที่ไม่ต้องการทรัพย์นั้นหาได้ยาก
วันหนึ่งเรียกลูกชายมาแล้วกล่าวว่า ลูกรัก พรุ่งนี้ขอให้ลูกรักษาอุโบสถแล้วไปฟังธรรมที่เชตวัน หากลูกทำได้ดังนี้ พ่อจะให้ทรัพย์ ๑๐๐ กหาปณะ
ให้จริงๆ หรือพ่อ?
ให้จริงซิ ลูก เศรษฐียืนยัน
ลูกชายของท่านเศรษฐียอมตาม เพราะอยากได้ทรัพย์ เขายอมรักษาอุโบสถศีล ไปสู่วิหาร แต่ไม่ได้ฟังธรรม ไปเที่ยวตามสบาย รุ่งขึ้นก็กลับไปหาบิดา ทวงเงินค่าจ้าง
เศรษฐีดีใจ คิดว่าลูกชายรักษาอุโบสถและฟังธรรม จึงรีบจัดข้าวยาคูอย่างดีมาเลี้ยง แต่บุตรชายไม่ยอมบริโภค บอกพ่อว่า ถ้ายังไม่ได้ทรัพย์ค่าจ้างก็จะไม่บริโภคอาหาร เศรษฐีจึงเอาทรัพย์ออกมาให้ ๑๐๐ กหาปณะ เขารับกหาปณะแล้วจึงบริโภคอาหาร
ในวันรุ่งขึ้น ท่านเศรษฐีพูดว่า ลูกรัก หากลูกทำได้ดังนี้ คือ รักษาอุโบสถแล้วไปฟังธรรม เฉพาะพระพักตร์ของพระบรมศาสดา จำพระพุทธพจน์มาสักบทหนึ่งเท่านั้น พ่อจะให้ทรัพย์หนึ่งพันกหาปณะ ลูกจะทำได้ไหม?
ถึงพันเทียวหรือ-พ่อ?
พันหนึ่ง เศรษฐียืนยัน
บุตรชายตกลงรับจ้าง เขารับอุโบสถแล้วฟังธรรมเฉพาะพระพักตร์ พระผู้มีพระภาค ฟังไป ฟังไปก็ได้บรรลุโสดาปัตติผล เป็นโสดาบันบุคคล เมื่อกลับบ้าน อาการของเขาเป็นที่พอใจของเศรษฐียิ่งนัก
วันรุ่งขึ้น พระศาสดาและภิกษุบริวารเสด็จเข้าไปสู่นิเวศน์ของท่านอนาถปิณฑิกะ ท่านเศรษฐีได้ถวายยาคู และภัตต์ แล้วให้ลูกชายบริโภคยาคูและภัตต์ เขานั่งบริโภคอย่างสงบเสงี่ยม ไม่ทวงเรื่องเงินเลย ในใจก็คิดว่า วันนี้ขอบิดาอย่าได้ให้เงินต่อพระพักตร์ของพระศาสดาเลย พระผู้มีพระภาคจะพึงตำหนิได้ว่า เมื่อวานนี้เรารักษาอุโบสถและฟังธรรมเพียงเพื่อต้องการกหาปณะ
แต่พระผู้มีพระภาคทรงทราบเรื่องนี้ดี เมื่อพระศาสดาทรงทำภัตตกิจเสร็จแล้ว เศรษฐีจึงเอากหาปณะมีค่าพันหนึ่งมอบให้บุตร พร้อมด้วยกล่าวว่านี่คือค่าจ้างที่ลูกไปฟังธรรมเมื่อวานนี้
ลูกชายเศรษฐีนั้น เกิดความละอายต่อพระศาสดาจึงกล่าวว่า ไม่ละพ่อ
เอาเถอะลูก เศรษฐีคะยั้นคะยอ
แม้เศรษฐีจะอ้อนวอนปานใดก็ไม่ยอมรับ
ลำดับนั้นเศรษฐีถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้วทูลว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ! วันนี้ข้าพระองค์ชอบใจอาการของลูกชายเหลือเกิน ในวันก่อนๆ ข้าพระพุทธเจ้าให้ทรัพย์ ๑๐๐ กหาปณะ เพื่อรักษาอุโบสถและฟังธรรม เมื่อกลับมาแล้วหากยังไม่ได้รับเงินก็จะไม่ยอมบริโภคอาหาร แต่วันนี้ข้าพระองค์ให้ทรัพย์ถึง ๑๐๐๐ กหาปณะก็ไม่ยอมรับ อัศจรรย์จริงพระเจ้าข้า
พระบรมศาสดาตรัสว่าโดย เทพธรรม...นำมาฝาก [17 ก.ค. 2552 , 08:29:21 น.] ( IP = 58.9.147.25 : : )
สลักธรรม 5จริงที่เดียวเศรษฐี วันนี้ลูกชายของท่านจะไม่รับ ไม่ปรารถนาแม้ซึ่งจักรพรรดิสมบัติ หรือสมบัติในเทวโลกพรหมโลก เพราะเขาได้สมบัติที่มีค่ายิ่งกว่านั้นแล้ว คือโสดาปัตติผล
แลแล้ว พระศาสดาตรัสต่อไปว่า
โสดาปัตติผลประเสริฐกว่า ความเป็นเอกราชในแผ่นดิน กว่าการไปสวรรค์ และกว่าความเป็นใหญ่ในโลกทั้งปวง
นี่แหละคหบดี ภิกษุกล่าวต่อไป อนาถปิณฑิกะเศรษฐี ได้หาอุบายยอมสละทรัพย์ภายนอก เพื่อให้บุตรได้ธรรมสมบัติอันประเสริฐกว่า
บางทีหากขอร้องโดยดีไม่ได้ผล อาจใช้วิธีอันรุนแรงก็ได้เหมือนงัดปากกรอกยาขมให้เด็ก จุดประสงค์เพื่อหายโรค แม้แต่พระบรมศาสดาของเราเอง เมื่อเสวยพระชาติเป็น โชติปาลมานพ ยังเคยถูกเพื่อนจับมวยผมบังคับให้ไปเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่ากัสสปะ
เรื่องเป็นอย่างไร-พระคุณเจ้า? ราเมศร์ถาม
ภิกษุนั้นเล่าว่า พระผู้มีพระภาคตรัสว่า พระอานนท์ ณ รุกขมูลแห่งหนึ่ง ระหว่างการเดินทางไปโกศลชนบทว่า พื้นที่อันพระองค์ประทับนั่งอยู่นั้น เมื่อครั้งดึกดำบรรพ์เป็นนิคมชื่อเวภฬิคะ มั่งคั่งรุ่งเรืองมีคนมาก พระพุทธเจ้าพระนามกัสสปะเสด็จอุบัติขึ้นอารามของพระองค์อยู่ตรงนั้น ทรงแสดงธรรมสอนสาวกตรงนั้น
ณ นิคมนั่นเองมีช่างหม้อคนหนึ่งชื่อ ฆฏิการะ เป็นอุปฐากของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น เขามีสหายชื่อโชติปาละ
วันหนึ่งเขาชวนโชติปาละไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ด้วยว่าการเห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นบัณฑิตเห็นว่าเป็นการดี แต่โชติปาละปฏิเสธ อ้างว่าไม่มีประโยชน์อะไรในการเห็นสมณะหัวโล้น ฆฏิการะชวนถึง ๓ ครั้ง และได้รับการปฏิเสธถึง ๓ ครั้งเช่นกัน
ฆฏิการะจึงชวนเพื่อนไปอาบน้ำ เมื่ออาบน้ำเสร็จแล้วก็ชวนไปเฝ้าพระพุทธเจ้าอีก บอกว่าที่ประทับของพระพุทธเจ้าอยู่ไม่ไกลจากที่นั่น แต่โชติปาละคงยืนกรานปฏิเสธอย่างเดิม ฆฏิการะจึงหน่วงชายพกของเพื่อนดึงไป แต่โชติปาละดิ้นจนหลุด ไม่ยอมท่าเดียว
เมื่อไม่มีทางอื่นแล้วฆฏิการะจึงจับมวยผมของโชติปาละลากไป โชติปาละคิดว่า หนักหนาจริง อัศจรรย์จริง คงมีเหตุพิเศษเป็นแน่นแท้เขาเป็นเพียงช่างหม้อสกุลต่ำยังอาจเอื้อมจับเราที่มวยผม ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยแล้ว จึงกล่าวว่า
ฆฏิการะ! จะเอาเป็นเอาตายกันเชียวหรือ?
แน่นอน โชติปาละ ฉันจะต้องพาเธอไปจนได้ เพราะการเห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นยอดของการเห็น เป็นการดีจริงๆ
ถ้าเช่นนั้นจงปล่อยเถิด ฉันจะไปกับเธอ
ฆฏิการะแนะนำให้พระสัมมาสัมพุทธเจ้ารู้ว่า โชติปาละเป็นเพื่อนของเขาและขอให้ทรงแสดงธรรม เขานั่งฟังธรรมอยู่ได้เห็นจริง อาจหาญ ร่าเริง เพลิดเพลินปราโมชต่อภาษิตของพระพุทธเจ้า กระทำปทักษิณแล้วหลีกไปโดย เทพธรรม...นำมาฝาก [17 ก.ค. 2552 , 08:40:07 น.] ( IP = 58.9.147.25 : : )
สลักธรรม 6เมื่อออกจากที่เฝ้าแล้ว โชติปาละได้ถามเพื่อนว่า ฟังธรรมไพเราะจบใจฉะนี้, ไฉนจึงไม่ออกบวชเสีย เพื่อประโยชน์อย่างสูง
ไม่ได้ดอกโชติปาละ ฆฏิการะตอบ ฉันมีภาระต้องเลี้ยงมารดาบิดาที่ตาบอดทั้งสองข้าง
ถ้าอย่างนั้นฉันจะบวชเอง โชติปาละว่า
โชติปาละมานพได้บรรพชาอุปสมบทแล้ว, ราวกึ่งเดือนพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นก็เสด็จสู่พาราณสี
พระบรมศาสดาตรัสในที่สุดว่า อานนท์ ! เธออย่าคิดว่า คนอื่นต่างหาก คือโชติปาละมานพ ในสมัยโน้น อันที่แท้เรานี่เอง คือโชติปาละมานพ
ดูเถิดคหบดี! บุคคลเช่นพระบรมศาสดาในสมัยเป็นโชติปาละมานพ ยังต้องมีกัลยาณมิตรบังคับข่มขี่เพื่อให้ไปเฝ้าพระพุทธเจ้าถึงปานนี้ จะประสาอะไรเล่ากับคนอื่นที่จะไม่ต้องบังคับบ้างในการให้ทำความดี
อนึ่งการปลูกฝังนิสัยให้เป็นคนรักความดีนั้น สาวกของพระพุทธเจ้ากล่าวต่อไป จะต้องค่อยทำค่อยไป ไม่ใจร้อน สิ่งที่ต้องการความประณีตก็ต้องใช้เวลานานหน่อย ขอยกตัวอย่างเรื่องการทำล้อรถ เมื่อพระศาสดาเสวยพระชาติเป็นช่างทำรถ ความว่า
เมื่อพระศาสดาประทับอยู่ ณ อิสิปตนมฤคทายะใกล้เมืองพาราณสี ตรัสเล่าให้ภิกษุทั้งหลายฟังว่า สมัยหนึ่งพระราชาพระนามว่า ปเจตนะเรียกช่างทำรถมาตรัสว่า อีก ๖ เดือนข้างหน้าจักเกิดสงคราม จะทำสงคราม ขอให้ช่างทำล้อรถคู่หนึ่ง ช่างทำอยู่ ๕ เดือน ๒๔ วันได้ล้อรถเพียง ล้อเดียว พระราชารับสั่งว่า เหลืออีก ๖ วัน จะทำล้ออีกข้างหนึ่งทันหรือไม่ ช่างทำรถทูลว่า ทำได้ เขาทำอยู่ ๖ วัน เสร็จเหมือนกัน
พระราชารับสั่งว่า ไฉนล้อรถข้างหนึ่งทำอยู่ถึง ๖ เดือน หย่อน ๖ วัน ส่วนอีกข้างหนึ่งทำสำเร็จได้ใน ๖ วัน ทรงพิจารณารถแล้วก็ไม่เห็นความแตกต่างกันตรงไหนโดย เทพธรรม...นำมาฝาก [17 ก.ค. 2552 , 08:46:13 น.] ( IP = 58.9.147.25 : : )
สลักธรรม 7ช่างทำรถทูลว่า ขอพระองค์ทอดพระเนตรความแตกต่างเถิดพระเจ้าข้า
ว่าแล้วช่างทำรถก็หมุนล้อข้างที่ทำ ๖ วันให้กลิ้งไป มันกลิ้งไปพอสุดแรงหมุน ก็ตะแคงล้มลงดินแล้วเขาก็หมุนล้อที่ทำ ๖ เดือนหย่อน ๖ วัน มันกลิ้งไปสุดกำลังหมุนแล้วตั้งตรงอยู่ได้เองเหมือนติดอยู่กับเพลา
ช่างทำรถทูลชี้แจงพระราชาถึงเรื่องที่ล้อทั้งสองผิดกันแม้จะดูเหมือนกันว่า
ล้อข้างที่ทำ ๖ วัน กงของมันประกอบด้วยเนื้อไม้ที่คด ที่มีโทษเจือด้วยเนื้อไม้ที่ผุและกะพี้ ถึงกำและดุมของมันก็เช่นกัน ส่วนล้อที่ทำ ๖ เดือนหย่อน ๖ วัน (๕ เดือน ๒๔ วัน) กงของมันไม่มีเนื้อคดไม่มีโทษ เป็นไม้ที่หมดเนื้อผุและกะพี้ มันกลิ้งไปสุดกำลังหมุนแล้วจึงตั้งอยู่ได้เองเหมือนติดอยู่กับเพลา
พระบรมศาสดาทรงนำเรื่องนี้มาเล่าภิกษุทั้งหลาย แล้วตรัสต่อไปว่า ภิกษุทั้งหลาย! เธอทั้งหลายอย่าคิดว่า ช่างทำรถในครั้งนั้นเป็นคนอื่น อันที่แท้คือเรานี่เอง ในกาลนั้นเราเป็นผู้ฉลาดในการคดหรือไม่คดของเนื้อไม้
แต่บัดนี้ เราเป็นอรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้า ฉลาดต่อความคดทางกายวาจาใจต่อโทษทางกายวาจาใจ----- ภิกษุทั้งหลาย! ความคดและโทษทางกายวาจาใจอันผู้ใดยังละไม่ได้ ผู้นั้นย่อมหล่นไปจากธรรมวินัยของเราเหมือนล้อรถที่ทำ ๖ วัน
ส่วนผู้ละได้ ย่อมตั้งมั่นอยู่ในธรรมวินัยของเราเหมือนล้อรถที่ทำ ๖ เดือน หย่อน ๖ วัน เพราะฉะนั้นเธอทั้งหลายพึงสำเหนียกว่า จักเป็นผู้ละความคดทางกาย วาจา และใจ
ดูก่อนคหบดี! สาวกของพระพุทธเจ้ากล่าวต่อไป พระบรมศาสดาของเรา ทรงตำหนิความคดและสรรเสริญความตรงอยู่ฉะนี้ ศาสนิกผู้เคารพนับถือพระองค์ท่าน จึงควรเป็นผู้ซื่อสัตย์ รักความจริงไม่คดในข้องอในกระดูก เพื่อจักไม่หล่นไปจากธรรมวินัยของพระองค์
เรื่องตอนท้ายนี้ก่อให้เกิดปีติปราโมชแก่โชติมันต์เป็นอันมาก เพราะเขาพูดเรื่องความซื่อสัตย์กับสุมิตตามาใหม่ๆ นี่เอง เสมือนได้รับการรับรองอีกครั้งหนึ่งจากผู้รู้ว่า ความซื่อตรงเป็นความดี คนซื่อตรงเป็นคนดี
โปรดติดตามตอนต่อไป
![]()
โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [17 ก.ค. 2552 , 08:53:25 น.] ( IP = 58.9.147.25 : : )
สลักธรรม 8กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาด้วยค่ะ โดย เซิ่น [17 ก.ค. 2552 , 19:49:30 น.] ( IP = 58.8.46.243 : : )
สลักธรรม 9ฉันจะไม่ยุ่งกับหญิงอื่น รังสิมัน เชื่อฉันเถอะ ฉันจะไม่รักใครยิ่งกว่าเธอ ความในของโชติมันต์ เขาช่างมีความรักมั่นคงนัก ซื่อสัตย์ จงรักภักดี แม้ในหัวใจจะมีรังสิมันต์ แต่ว่า บางครั้งก็หวั่นไหว ให้กับสุมิตตา นะ แหม ช่างเป็นจินตนาการที่เสกสรรค์ให้เป็น นวนิยาย และซ่อนความนัยมากหลาย แต่นิยายนั้นก็มีไว้ประดับโลก ประโลมใจ แต่บางครั้งก็ซ่อนธรรมะ ที่ไม่ต้องการให้มีการตีความแบบ ธรรมยานิก แต่ให้เป็นนวนิยายยานิก นั้นก็มีความไพเราะอยู่ในตัวของมันแล้ว ขอบคุณเทพธรรม ที่นำมาให้อ่านครับ ดีแล้วหนอๆๆ ฯ
โดย พรหมธรรม [19 ก.ค. 2552 , 00:17:32 น.] ( IP = 124.122.14.216 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |