มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ร่มธรรม (๙)




ความจำเป็นกับความตั้งใจ

โดย ‏ อาจารย์วศิน อิทรสระ


ตอนที่ผ่านมา

ราเมศร์และคณะออกเดินทางต่อไป เมื่อดวงตะวันบ่ายคล้อยไปมากแล้ว ในวันรุ่งขึ้นก็ลุถึงหัสตินาปุระหรือหัสดินบุรี นครหลวงแห่งแคล้วนปัญจาละ

อันว่าแคว้นปัญจาละนี้ ตั้งอยู่ทางลุ่มน้ำคงคาตอนบน มีแคว้นโกศลอยู่ทางตะวันออกแคว้นกุรุอยู่ทางตะวันตก ภูเขาหิมาลัยอยู่ทางเหนือ และแม่น้ำคงคาอยู่ทิศใต้

ปัญจาละเป็นแคว้นมีชื่อเสียงมากแคว้นหนึ่ง พ่อค้าม้าขายเดินทางไปมาไม่ขาด วันแรกที่คณะของราเมศร์ไปถึงนั้นมีข่าวใหญ่ข่าวหนึ่งเป็นที่โจษจันกันทั่วเมือง ราเมศร์ได้ทราบข่าวนี้ตั้งแต่อยู่นอกเมืองหัสดินบุรี นั่นคือข่าวเรื่องการประหารพวกกบฏ จะมีการตระเวนน้ำตะเวนบกบอกเป็นเวลา ๗ วัน แล้วนำไปประหาร

โชติมันต์และสุมิตตาตื่นเต้นมาก เพราะไม่เคยเห็น ทราบว่าบ่ายวันนี้จะมีการนำนักโทษกบฏพวกนั้นออกแห่ไปตามถนนสายต่างๆ เพื่อมิให้ประชาชนเอาเยี่ยงอย่างต่อไป

ขบวนเกวียนของราเมศร์มาถึงหัสดินบุรีตอนเช้า เมื่อได้ที่พักแล้ว คณะของเขาจึงออกไปหาอาหารที่ตลาดรับประทาน และเที่ยวเดินชมบ้านเมือง ไม่ว่าจะไปที่ไหนได้ยินแต่เสียงพูดกันเรื่องการประหารชีวิตกบฏพวกนั้น บางคนก็แสดงอาการสงสารเห็นใจ แต่บางคนแสดงอาการรังเกียจและสมน้ำหน้า

ท่านราเมศร์ยุ่งอยู่ด้วยธุรกิจการค้าจึงไม่ค่อยสนใจเรื่องนี้เท่าไรนัก ท่านมอบหมายให้โชติมันต์พาสุมิตตาไปเที่ยวเดินชมบ้านเมืองตามสบาย และให้กลับถึงที่พักก่อนพระอาทิตย์ตกดิน ส่วนชาวเกวียนนอกนี้ให้ไปเที่ยวตามอัธยาศัยของเขา

โชติมันต์และสุมิตตามานั่งพักผ่อนใต้ร่มไม้ในสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง เพื่อบรรเทาความเมื่อยล้า

“กบฏเป็นอย่างไรคะ โชติมันต์?” สุมิตตาถามขึ้นในการสนทนาตอนหนึ่ง

“กบฏ คือผู้ที่รัฐบาลเห็นว่ามีการกระทำอันประทุษร้ายต่อราชอาณาจักร หรืออีกนัยหนึ่ง คือผู้ต้องการโค่นอำนาจของผู้ปกครองเมือง เพื่อเปลี่ยนผู้ปกครองใหม่ หรืออีกนัยหนึ่งคือผู้ต้องการขึ้นครองอำนาจในอาณาจักร แต่ทำไม่สำเร็จ เพราะถูกจับได้เสียก่อน พูดให้สั้นกว่านี้คือผู้แพ้”

“ถ้าทำสำเร็จ เป็นผู้ชนะล่ะคะ?”

“ใครจะไปกล้าเรียกเขาว่า กบฏ เพราะกบฏแปลว่า คดหรือทรยศ ถ้าทำสำเร็จก็กลายเป็นผู้กล้าหาญ เป็นผู้หวังดีต่อประเทศชาติ ในประวัติศาสตร์มีตัวอย่างมากมายที่มีบุคคลสำเร็จโทษพระเจ้าแผ่นดินองค์ก่อนแล้วขึ้นครองราชย์เอง เมื่อทำสำเร็จก็เป็นผู้มีอำนาจ เมื่อมีอำนาจแล้วจะประกาศแก่ประชาชนอย่างไรก็ได้ อำนาจย่อมอยู่ในมือของผู้ชนะ ผู้แพ้แม้จะเป็นฝ่ายถูกก็พูดไม่ออก ผู้ชนะย่อมกำหนดธรรมขึ้น สิ่งที่ผู้มีอำนาจทำลงไปจึงถูกต้องเสมอในทรรศนะของเขา”

“ถ้าอย่างนั้นเราจะแสวงหาความเป็นธรรมได้อย่างไรคะ?”

“ยากมาก ฉันเห็นมีแต่กฎแห่งกรรมเท่านั้นที่ยุติธรรมจริงๆ ไม่เข้าใครออกใคร นอกนั้นก็ต้องมีเอียงอยู่เสมอ เว้นแต่จะเอียงมากหรือน้อย เพราะคนส่วนใหญ่ยังมีอคติความลำเอียง เมื่อใจลำเอียง กายวาจาก็พลอยเอียงไปด้วย ฉันหมายถึงทำด้วยความลำเอียง และพูดด้วยความลำเอียง

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [20 ก.ค. 2552 , 07:57:55 น.] ( IP = 58.8.45.119 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

เขาสนทนากันได้เพียงเท่านี้ก็พอดีเหลือบเห็นชาย ๒ คน กำลังเดินผ่านมา และนั่งลงที่ใต้ร่มไม้อีกต้นหนึ่ง โชติมันต์รู้สึกเหมือนเคยเห็นบุรุษผู้นั้นที่ไหนสักแห่งหนึ่ง แต่พยายามนึกเท่าไรก็นึกไม่ออก ชายทั้งสองก็มองมาทางโชติมันต์เหมือนกัน ครู่หนึ่งก็หันไปสนทนากับเพื่อนของเขา

“เธอรู้จักเขาหรือ” สุมิตตาถาม

“ดูเหมือนจะคุ้นหน้า” โชติมันต์ตอบ “แต่นึกไม่ออกว่าเคยพบที่ไหน”

“ลองนึกดูดีๆ ซิคะ”

“นึกเหลือเกินแล้ว แต่ไม่ออก”

“ที่สันติธรรมาลัยหรือเปล่า?”

“ไม่แน่ใจ”

สองคนนั้นเหลียวมามองโชติมันต์และสุมิตตาอีก เมื่อเห็นโชติมันต์กำลังมองเขาอยู่ หลายหนจึงเกิดเข้ามาใกล้

“ขอประทานโทษเถิด” เขาพูด “ท่านมิใช่คนหัสดินบุรีใช่หรือไม่?”

“ข้าพเจ้ามาจากราชคฤห์” โชติมันต์ตอบ

“ท่านมองข้าพเจ้าเหมือนจะรื้อฟื้นความจำอะไรสักอย่างหนึ่ง หรือท่านมีธุระอะไรที่ข้าพเจ้า”

“ข้าพเจ้ารู้สึกอยู่ว่า เหมือนจะเคยรู้จักท่านที่ไหน” โชติมันต์กล่าว “แต่นึกไม่ออก”

“ข้าพเจ้าเคยอยู่ราชคฤห์หลายปี” ท่านผู้นั้นกล่าว

“ราชคฤห์ !!- ท่านอยู่หลายปี อยู่ที่ไหนไม่ทราบ”

“สันติธรรมาลัย ข้าพเจ้าอยู่สันติธรรมาลัยถึง ๕ ปี อยู่กับท่านอาจารย์สุธรรมเทวะ”

“สันติธรรมาลัย!” โชติมันต์อุทาน “ข้าพเจ้าพอนึกออกแล้ว ท่านสำเร็จการศึกษามา ๔ ปีแล้วใช่หรือไม่?”

“ใช่, ทำไมท่านทราบ?”

“ข้าพเจ้าก็อยู่สันติธรรมาลัยเหมือนกัน ข้าพเจ้านึกออกแล้ว ท่านเป็นนักศึกษารุ่นพี่ของข้าพเจ้า เมื่อข้าพเจ้าเข้าอยู่ในสำนักสันติธรรมาลัยเพียงเดือนเดียวท่านก็ออก”

“โอ, ข้าพเจ้าดีใจมากที่ได้พบท่านผู้ร่วมสำนักศึกษาเดียวกัน” ว่าแล้วท่านผู้นั้นก็เข้ามาโอบกอดโชติมันต์ เสมือนพี่รับน้องขวัญน้อง

“ข้าพเจ้าดีใจจริงๆ ท่าน...เอ้อ...”

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [20 ก.ค. 2552 , 07:59:21 น.] ( IP = 58.8.45.119 : : )


  สลักธรรม 2

“ข้าพเจ้าชื่อโชติมันต์” ชายหนุ่มจากราชคฤห์บอก “นี่สุมิตตาเพื่อนของข้าพเจ้า” เขาแนะนำ

บุรุษผู้นั้นแสดงความยินดีที่ได้รู้จัก และแนะนำตัวเขาเองว่าชื่อประภากร และเพื่อนของเขา สินธุวัตรซึ่งสำเร็จการศึกษามาในปีเดียวกัน แต่ไปเรียนที่ตักกสิลา

ทั้งสี่มีความชื่นชมยินดีต่อกันเป็นอย่างมาก จากการสนทนากันโชติมันต์ทราบว่าประภากรเป็นบุตรนายทหารผู้ใหญ่คนหนึ่งแห่งหัสดินบุรี ส่วนสินธุวัตเป็นบุตรอำมาตย์แห่งเมืองนั้นเช่นกัน และท่านทั้งสองจะถูกนำไปตระเวนน้ำตะเวนบกในวันนี้ด้วย

“บ้านเมืองเรากำลังยุ่งเหยิงมาก” ประภากรพูดตอนหนึ่ง

“เรื่องเป็นอย่างไร?” โชติมันต์ถาม

“ก็เรื่องการเห็นแก่ตัว ฉ้อราษฏร์บังหลวง ทุจริตคดโกงทั่วไปหมด ประชาชนที่เดือดร้อนก็เดือดร้อนเหลือเกิน ที่มั่งมีศรีสุขก็มั่งคั่งเสียมากมายล้วนแต่ได้มาโดยการขูดรีดกินสินบน องค์พระราชานั้นดีแต่พวกอำมาตย์ราชบริพารนายทหารชั้นผู้ใหญ่คิดแต่จะกอบโกย ร่ำรวยกันมหาศาลไม่มีใครหวังดีต่อบ้านเมืองจริงจัง มีโอกาสโกงได้เป็นโกงสารพัด บิดาของข้าพเจ้าและบิดาของสินธุวัตทนไม่ไหว จึงรวบรวมสมัครพรรคพวกต้องการยึดอำนาจการปกครอง และเปลี่ยนผู้บริหารเสีย ใครดีก็เอาไว้ ใครไม่ดีจะฆ่าให้หมดสำหรับพระราชานั้นจะถวายราชสมบัติให้ครองอย่างเดิม เพราะทรงเป็นพระราชาที่ดีเหลือเกิน ประชาชนรักใคร่ จงรักภักดี”

“แต่บิดาของข้าพเจ้าและบิดาของสินธุวัตถูกจับได้เสียก่อน จึงถูกข้อหาเป็นกบฏต่อบ้านเมือง ซึ่งจะต้องถูกประหารชีวิตภายใน ๗ วันนี้”

“ข้าพเจ้าขอแสดงความเสียใจต่อท่าน และสินธุวัตด้วย” โชติมันต์กล่าวด้วยความจริงใจ

“ข้าพเจ้ารู้สึกว่า” ประภากรพูดต่อ “สังคมมนุษย์เรานี้ ช่างเต็มไปด้วยความผิดพลาดเสียจริงๆ ไม่มีผู้ปรีชาสามารถที่จะทำสิ่งที่ถูกต้องในเวลาที่ควรจะทำ แลแล้วเมื่อทุกสิ่งทุกอย่าง หรือโอกาสอันดีงามผ่านพ้นไปแล้ว เราก็ได้แต่ถอนใจสะอื้นเพราะความระกำช้ำชอก”

“เพราะกิเลสตัณหาอันไม่รู้จักสิ้นสุดของมนุษย์นั่นเอง ที่เป็นปัจจัยสำคัญทำให้สังคมของเราน่าขยะแขยงอยู่ทุกวันนี้ข้าพเจ้าเห็นว่าเรามีทางเลือกอยู่สองทางเท่านั้น ทางหนึ่งกระโดดเข้าไปแก้ไขสังคมด้วยมือของเราเอง อีกทางหนึ่งปลีกตนออกไปจากสังคม ไม่ยอมรับรู้ไม่ยอมเกี่ยวข้องด้วยสังคม” โชติมันต์พูด

“วุ้ยขนาดเรา ความรู้ความสามารถอย่างเรา” ประภากรพูด “น่าจะต้องเลือกเอาทางหนึ่งก่อน ส่วนทางหลังเอาไว้เมื่อไม่สามารถแก้ไขสังคมจริงๆ แล้ว การเอาเพียงตัวรอดนั้น ทำไม่ยากนัก แต่เราควรจะเห็นแก่บ้านเมือง และเพื่อนร่วมชาติของเราที่กำลังรอคอยการช่วยเหลือจากผู้มีปัญญา และมีใจบริสุทธิ์ มือสะอาด ถ้าคนส่วนมากที่ช่วยตัวเองได้แล้ว คิดเอาตัวรอดกันเสียหมด คนที่ยังช่วยตัวเองได้จะได้ใครเป็นที่พึ่งทั้งทางกายและทางใจ”

“ช่วยนั้นเราต้องช่วยกันแน่ สังคมมนุษย์มีความสลับซับซ้อนมากการช่วยจึงต้องมีวิธีการอันเหมาะสม การกระโดดเข้าไปแก้ปัญหาสังคมต้องทำด้วยความรอบคอบ มิฉะนั้น นอกจากจะไม่เป็นประโยชน์แก่ใครในสังคมแล้วยังจะเป็นอันตรายแก่ตัวด้วย” โชติมันต์ว่า

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [20 ก.ค. 2552 , 07:59:58 น.] ( IP = 58.8.45.119 : : )


  สลักธรรม 3

“โชติมันต์ สหายรัก” ประภากรพูด้วยความปลื้มใจ “ท่านพูดถูกใจข้าพเจ้าเหลือเกิน สมเป็นศิษย์แห่งสันติธรรมาลัย ท่านเป็นนักศึกษารุ่นหลังข้าพเจ้าถึง ๔ ปีก็จริง แต่จากการฟังท่านพูด ข้าพเจ้าเชื่อในภูมิปัญญาของท่านอย่างมาก ท่านจะต้องเป็นบุคคลหนึ่งที่พวกเราต้องการเพื่อช่วยกันแก้ปัญหาสังคมซึ่งฟอนแฟะลงไปทุกวัน ท่านพูดถูกแล้ว วิธีการเป็นสิ่งสำคัญ คนมีหลักการอย่างเดียวกัน มีจุดมุ่งหมายเหมือนกัน ใครจะถึงจุดมุ่งหมายหรือไม่นั้น อยู่ที่วิธีการอันถูกต้องเหมาะสม หรือไม่ถูกต้องเหมาะสม”

“ก่อนอื่นเราต้องเชื่อในความบริสุทธิ์ใจของเรา” โชติมันต์พูดว่า “เรามีความสุจริตต่อประชาชนจริงๆ หรือเรามีความมักใหญ่ใฝ่สูงเพื่อตัวเราเอง เพื่อเป็นผู้มีอำนาจเอง แต่เอาประชาชนมาเป็นเครื่องบังหน้า”

“คนส่วนมากยังเห็นแก่ตัว และพวกพ้องของตัว” ประภากรพูด “เมื่อตัวหรือพวกพ้องของตัวเข้าไปเกี่ยวข้อง ความผิดก็เป็นความถูกความถูกก็เป็นความชอบมาก คนส่วนมากยังเห็นแก่พวกและเห็นแก่ตัวมากกว่าเห็นแก่ความถูกต้องเที่ยงธรรม แม้คนที่มีหน้าที่จับคนผิดไปลงโทษ แต่หากผู้ทำผิดนั้นเป็นคนพวกของตัวก็พยายามหาทางแก้ให้เป็นผู้ไม่ผิดพ้นโทษ คนที่ถูกประทุษร้ายไปแล้วก็เจ็บตัวเปล่า เสียหายเปล่า เมื่อสังคมมนุษย์เราไม่สามารถทำลายความเห็นแก่ตัวและพวกพ้องของตัวลงได้แล้ว การร้องเรียกหาความยุติธรรมก็เหมือนการร้องของชะนีเมื่อยามเย็น เพียงแต่คนได้ยินแต่ไม่มีคนรับฟัง

“อนึ่งผู้รักษาความยุติธรรมในสังคมนั้น คือคนที่มีอำนาจนี้กล่าวโดยทั่วๆ ไป ใครมีอำนาจขึ้นมา เขาก็กดหัวเรา จิกหัวเรา สิ่งที่เขาทำลงไปนั้น เขาถือว่าเป็นความยุติธรรม แม้คนทั้งเมืองจะเห็นว่า ไม่ยุติธรรมก็ตาม เมื่อคนใหญ่คนโตเห็นว่ายุติธรรมเสียแล้ว ใครจะเป็นคนไปเถียง สิงโตมันจะกินลูกแกะ จะมีแมวตัวไหนกล้าเข้าไปขวาง เราอยู่ในเมืองของเรา บรรพบุรุษของเราได้พยายามถนอมรักษาไว้ด้วยเลือดด้วยเนื้อ ด้วยความเสียสละและอดทน ทำอย่างไรจึงจะไม่ให้คนชั่ว คนโกง คนทุจริตมาครองเมือง และให้คนดี คนสุจริตได้ครองเมือง เรื่องอำนาจนั้น ถ้าเราปล่อยให้คนไม่สุจริตใช้ก็เหมือนยื่นด้ามดาบให้โจร รังแต่จะทำลายผู้อื่นให้”

“ข้าพเจ้าเห็นด้วยกับท่าน” โชติมันต์รับ “แต่เรื่องอย่างนี้เป็นเรื่องใหญ่ ต้องค่อยทำค่อยไป ต้องคะเนกำลังของตนเสียก่อน ไม่ใจร้อนเกินไป และข้าพเจ้าขอยืนยันกับท่านตามความรู้สึกของข้าพเจ้า ธรรมะ ย่อมชนะอธรรมเสมอ อธรรมต้องพ่ายแพ้ในที่สุด ในการดำเนินการใดๆ ก็ตามจึงต้องยึดธรรมเป็นธงไว้เสมอ

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [20 ก.ค. 2552 , 08:00:48 น.] ( IP = 58.8.45.119 : : )


  สลักธรรม 4

เขาพูดกันได้เพียงเท่านี้ก็ได้ยินเสียงกลองดังแว่วมาประภากรสะดุ้งเล็กน้อย และกล่าวว่า “มากันแล้ว” ประภากรลุกขึ้น และทุกคนก็ลุกตาม สายตาเพ่งมองไปยังถนนเสียงกลองใกล้เข้ามา ในที่สุดก็ผ่านหน้าสวนสาธารณะนั้นไป

ในขบวนนั้น มีรถเทียมม้าหลายคันผู้ต้องโทษประหารยืนบนรถ ถูกโกนผมเสียข้างหนึ่ง เหลือไว้เพียงข้างเดียว เขาเหล่านั้นมีวัยต่างๆ ส่วนมากอยู่ในปูนมัชฌิมวัย มีใบหน้าเศร้าหมอง เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลประกาศให้ประชาชนทั้งหลายทราบว่า คนเหล่านี้ล้วนมีการกระทำอันเลวร้าย มีความคิดคด ทรยศต่อบ้านเมือง เพราะฉะนั้นจึงต้องประหารชีวิตเพื่อมิให้ใครเอาเป็นเยี่ยงอย่างต่อไป

โชติมันต์และสุมิตตา เหลียวมองดูสหายใหม่ของเขาอยู่เสมอ ท่าทางของเขาเศร้าซึม และตรึกตรองหนัก ประภากรเป็นคนหัวรุนแรง นิสัยแข็งกร้าว ไม่ค่อยรู้สึกกลัวใคร และอะไร วัยของเขาประมาณ ๒๖ หรือ ๒๗ ปีเท่านั้น แต่มีความคิดใหญ่ สิ่งที่อาจมีน้อยไปก็คือ ความรอบคอบ

“เห็นหรือยังว่าเขาทำกับนักโทษอย่างไร?” ประภากรหันมาถามโชติมันต์ “ทำกันมาอย่างนี้หลายร้อยปี แต่แล้วไม่เคยทำให้คนเข็ดหลาบ มีแต่ จุดไฟคือความคั่งแค้นให้สุมอยู่ในอกของผู้ถูกลงโทษและลูกหลานของเขา เมื่อมีโอกาสที่จะตอบแทนได้เมื่อใด พวกเขาก็จะก่อตัวกันขึ้นอีก และต้องปราบกันแบบนี้อีก ฉันสงสัยนักว่า ทีคนทำดีมากๆ ทำไมไม่เอาใส่รถเที่ยวโฆษณาบ้าง เพื่อให้คนเอาเยี่ยงอย่างในทางดี”

“ก็น่าคิด” โชติมันต์เปรย “มนุษย์ส่วนมากชอบปกปิดความดี และเปิดเผยความชั่วของผู้อื่น “เห็นมีทางพระพุทธศาสนา คุณแม่ของข้าพเจ้าเคยเล่าให้ฟังว่า พระพุทธเจ้าทรงสอนให้สาวกเปิดเผยความชั่วของตัวแก่ภิกษุอื่น และให้ปกปิดความดีของตนอวดแก่ใครไม่ได้ โดยเฉพาะแก่คฤหัสถ์”

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [20 ก.ค. 2552 , 08:01:31 น.] ( IP = 58.8.45.119 : : )


  สลักธรรม 5

“น่าสนใจมาก” สินธุวัตพูดขึ้นเป็นคำแรก “ท่านจะขยายความเพื่อข้าพเจ้าเข้าใจยิ่งขึ้นจะได้หรือไม่?”

“ข้าพเจ้าทราบมาอย่างนี้” โชติมันต์อธิบาย “คือพระสาวกพระพุทธเจ้า หากไปทำอะไรผิดพระพุทธบัญญัติต้องมาแสดงความผิดนั้นแก่เพื่อนภิกษุด้วยกัน ท่านเรียกว่าแสดงอาบัติ เมื่อภิกษุอื่นทราบแล้วก็ตักเตือนว่าขอให้ระวังอย่าทำอีก และต้องรับปากว่าจะสำรวมระวังไม่ทำต่อไป แต่ถ้าเป็นโทษหนักๆ ก็ต้องแสดงความผิดนั้นในที่ประชุมสงฆ์ เพื่อสงฆ์จะได้ลงทัณฑ์ตามวินัยจึงจะอยู่ร่วมกับหมู่ภิกษุอื่นได้อย่างปกติ มิฉะนั้นจะถูกรังเกียจ ไม่มีใครร่วมฉันร่วมอยู่ด้วย

“ส่วนที่ทรงห้ามเปิดเผยความดีของคนนั้น ท่านเรียกว่า ห้ามอวดอตริมนุษยธรรมที่มีในตนแก่อนุสัมบัน คือผู้ที่มิใช่พระ แม้จะอวดแก่สามเณรก็ไม่ได้ หากไม่มีจริงแล้วพูดอวดก็ยิ่งมีโทษหนักขึ้นไปถึงกับต้องไล่ออกจากความเป็นพระเอาทีเดียว

“อุตริมนุษย์นั้น คือคุณวิเศษอันมนุษย์โดยทั่วไปไม่มีเช่นฌาน สมาธิ สมาบัติ เป็นต้น”

“น่าสนใจมาก” สินธุวัตพูดอีก “หากชาวโลกจะนำเอาวิธีนี้มาใช้ในสังคมบ้างก็จะเป็นประโยชน์ไม่น้อย”

“ใช้อย่างไร?” ประภากรถาม

“คือ อย่ายกย่องคนชั่ว อย่ากินร่วมอยู่ร่วมด้วยคนชั่ว คนทำผิดแล้วยอมรับผิด เปิดเผยความผิดของตนเสียบ้าง พร้อมๆ กับเปิดเผยความดีของผู้อื่นให้ปรากฏแก่คนทั้งหลาย ส่วนความดีของตนนั้นปล่อยให้คนทั้งหลายรู้เองบ้างไม่ต้องโฆษณากันมากมายเกินไป”

“ฉันว่า ความจริงคนก็ไม่ได้ยกย่องคนชั่วโดยใจจริง” ประภากรพูด “เขารู้ทั้งนั้นว่าใครดีใครชั่ว เขารังเกียจคนชั่ว แต่เขาไม่รังเกียจเงินของคนชั่ว เมื่อคนชั่วมีอำนาจวาสนาขึ้นมา เขาก็ประจบประแจงเพื่อเอาตัวรอด แต่พอลับหลังเขาก็สาปแช่ง ไม่มีใครภักดีจริงจัง”

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [20 ก.ค. 2552 , 08:01:57 น.] ( IP = 58.8.45.119 : : )


  สลักธรรม 6

“ถ้าเป็นคนชั่วด้วยกันก็คงภักดีกันได้” โชติมันต์พูด “เพราะใจเขานิยมในความชั่วนั้น พวกโจรที่เที่ยวหักแข้งหักขาคน ปล้นชิงทรัพย์ทำลายชีวิต ยังมีลูกน้องได้เป็นร้อยเป็นพัน นั่นแสดงว่าหัวหน้าโจรกับลูกน้องโจรมีความนิยมในสิ่งเดียวกัน แต่บางทีก็อาจแตกคอกันไปได้บ้าง เมื่อรู้สึกตัวและความนิยมเปลี่ยนไป”

“บางคนอาจไม่นิยมสิ่งที่ตนทำอยู่ก็ได้” สุมิตตาพูดขึ้น เป็นคำแรกที่เธอพูด ทุกคนประหลาดใจในคำของเธอ แต่ไม่มีใครกล้าถามเธอต่อ นอกจากโชติมันต์

“เธอหมายความว่าอย่างไร- สุมิตตา”

“หมายความว่า บางคนอาจไม่นิยมชมชอบในสิ่งที่เขาทำอยู่เลย แต่ความจำเป็นในชีวิตบังคับให้เขาต้องทำเพื่อแก้ปัญหาอะไรอย่าหนึ่งที่เขาเผชิญอยู่”

“อะไรคือความจำเป็นของชีวิต?” ประภากรถาม

“ความจำเป็นของแต่ละคนไม่เหมือนกัน” สุมิตตาตอบ “ปัญหานี้จึงตอบยาก”

“แต่คงจะพอหาตัวอย่างได้” สินธุวัตพูด

“ตัวอย่างเช่นคนที่ต้องฆ่าคนตาย บางทีเขามิได้เป็นฆาตกรโดยกำเนิด แต่ความจำเป็นบังคับให้เขาต้องฆ่าคน เพราะถ้าเขาไม่ฆ่าคนอื่นจะต้องฆ่าเขา เขามิได้นิยมชมชอบในการฆ่าคนนั้น แต่เมื่อฆ่าไปแล้วเขารู้ว่าเขาผิด จึงหนีไปซุกซ่อนอยู่ในป่า เสบียงอาหารหมด ความหิวคือปัญหาเฉพาะหน้า จึงบังคับให้เขาปล้นคนเดินทาง หากคนเดินทางนั้นต่อสู้เขาก็ต้องฆ่าคนอีก หากเขาเข้าเมืองมามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ทางบ้านเมือง เขาอาจถูกตัดสินประหารชีวิต ซึ่งเขาไม่ต้องการ มนุษย์มีสัญชาตญาณโหดในการเอาตัวรอด จึงต้องเราตัวรอดไว้ก่อน หากไม่ถูกตัดสินประหารชีวิต เขาอาจถูกจองจำทำโทษด้วยโซ่ ตรวน ขื่อตา ซึ่งเขามองเห็นแล้วรู้สึกทรมานมาก นี่คือปัญหารอบด้านที่ล้อมกายเขาอยู่ เขาไม่รู้จะออกทางใด ข้าพเจ้าเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนอยากเป็นคนดี หากเขามีโอกาสจะเป็นคนดีได้”


“เรื่องนี้ ข้าพเจ้าต้องขออภัยที่จะต้องขัดแย้ง” โชติมันต์พูดขึ้น

“ที่พูดกันมาตอนหลังนี้มีอยู่สองประเด็น ประเด็นแรกของสุมิตตา ที่ว่า ความจำเป็นอาจบังคับให้คนเป็นคนชั่ว ข้าพเจ้าทราบมาว่า คนทำชั่ว และคนชั่วมักอ้างความจำเป็นมาเป็นข้อแก้ตัวเสมอ ถ้าจะอ้างกันแล้วก็อ้างได้ทุกคนและมีเหตุผลน่าฟังทั้งสิ้น แต่ข้าพเจ้าขอถามว่า เป็นการสมควร หรือที่เราจะอ้างเอาความจำเป็นมาเป็นที่ตั้งในการทำความชั่ว จริงอยู่มนุษย์เราอาจทำอะไรผิดพลาดได้ แต่เมื่อผิดพลาดไปแล้วก็ควรจะรู้ว่าสิ่งนั้นผิดพลาดและรีบกลับตัวเสีย ไม่ใช่ปล่อยเลยตามเลยทำนองโคลนเปื้อนร่างกายเพียงเล็กน้อยแล้วกระโจนลงไปในโคลนทีเดียว ไม่มีการสายเกินไปสำหรับผู้หวังกลับตัว

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [20 ก.ค. 2552 , 08:02:37 น.] ( IP = 58.8.45.119 : : )


  สลักธรรม 7

ประเด็นที่สองของท่านประภากรที่ว่า ความอยุติธรรมในสังคมไม่เปิดโอกาสให้คนเป็นคนดี และว่ามนุษย์ทุกคนอยากเป็นคนดี หากเขามีโอกาสจะเป็นคนดีได้นั้น ข้าพเจ้าเห็นว่าคนเราถ้ามีความตั้งใจอย่างมั่นคงเสียแล้วว่าจะเป็นคนดีใครหรืออะไรจะทำให้เป็นคนชั่วไม่ได้ คนไหนอยากเป็นคนดี ตั้งใจว่าจะเป็นคนดี โอกาสที่จะเป็นคนดีย่อมมีอยู่เสมอ โอกาสที่จะประกอบกรรมทำชั่วเสียอีกหายาก ข้าพเจ้าคิดว่าความตั้งใจของคนเรามีความสำคัญมากต่อการดำเนินชีวิต”

“แต่โชติมันต์ต้องไม่ลืมว่า ชีวิตทุกชีวิตมีอุปสรรคและอุปสรรคนั่นเองจะหันเหชีวิตของผู้นั้นให้เปลี่ยนทิศทางไป คนที่เคยมีเมตตากรุณาอาจกลายเป็นคนโหดร้าย หากเขาหรือคนอันเป็นที่รักของเขาได้รับการกระทำอันทารุณโหดร้ายจากผู้อื่นก่อน ตรงกันข้ามคนที่โหดร้ายอาจกลายเป็นคนที่มากไปด้วยกรุณา หากชีวิตของเขาเยือกเย็นอยู่ในกระแสธารแห่งเมตตากรุณาเสมอๆ สิ่งแวดล้อมยังมีอิทธิพลต่อชีวิตของมนุษย์อยู่มาก” ประภากรพูด

โชติมันต์ตอบว่า “ข้าพเจ้าเห็นด้วยกับท่านว่าสิ่งแวดล้อมมีอิทธิพลต่อชีวิต แต่เฉพาะคนที่จิตใจยังไม่มั่นคงพอเท่านั้น สำหรับผู้ที่มีจิตใจมั่นคง มีอุดมคติแน่นอนแล้ว สิ่งแวดล้อมย่อมไม่อาจชักจูงเขาได้ คนที่มีธาตุดีอยู่ในใจแล้ว ความชั่วเกาะได้ยาก เปรียบเหมือนผ้าที่ย้อมด้วยสีดำแล้ว จะย้อมด้วยสีอื่นอีกก็ไม่ติด ทองคำจะเข้าเบ้าสูบอย่างไรก็ไม่แปรเปลี่ยนเป็นอื่น ภูเขาจะถูกลมพัดอย่างไรก็ไม่ล้ม”

ทินกรลับขอบฟ้าแล้ว ลมเย็นแผ่ปกคลุมทั่วบริเวณสวนสาธารณะแสงอาทิตย์หลบหายไป เป็นสัญลักษณ์ว่าทิวากาลจวนจะสิ้นสุดลง ทั้งสี่คนมีความชื่นชมต่อกันและกัน โชติมันต์บอกว่าได้รับปากกับท่านราเมศร์ว่าจะกลับถึงที่พักก่อนพระอาทิตย์ตกดินจึงต้องขอตัวกลับและหวังว่าจะได้พบสนทนากันอีกเมื่อมีโอกาส และวันรุ่งขึ้นจะมาเที่ยวสวนสาธารณะอีก หากประภากรและสินธุวัตมาชมสวนเล่นก็คงได้สนทนากันเป็นที่เพลินใจและเรืองปัญญา


โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [20 ก.ค. 2552 , 08:03:08 น.] ( IP = 58.8.45.119 : : )


  สลักธรรม 8

โดย น้องกิ๊ฟ [20 ก.ค. 2552 , 16:04:09 น.] ( IP = 125.27.173.184 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org