มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ร่มธรรม (๑๐)




พ่อค้าผู้ซื่อสัตย์
โดย ‏ อาจารย์วศิน อิทรสระ


ตอนที่ผ่านมา

เมื่อโชติมันต์และสุมิตตากลับมาถึงที่พัก ปรากฏว่าท่านราเมศร์ได้มาถึงแล้ว มีชาวเกวียนอยู่พร้อมหน้า รู้สึกว่าทุกคนโล่งใจที่เห็นสุมิตตาและโชติมันต์เข้ามา

โชติมันต์ ได้เล่าให้ราเมศร์ฟังถึงเรื่องที่สนทนาอยู่กับประภากรและสินธุวัตจนค่ำ

“สนุกดีจังเลยค่ะ-พ่อ” สุมิตตาเรียนให้บิดาทราบ “ลูกไม่ค่อยเคยได้ยินใครสนทนากันแบบนี้เลย รู้สึกว่าได้ความรู้ให้แนวคิดให้เกิดความคิดใหม่ๆ

“คนที่มีจิตใจดีก็ต้องสนทนาเรื่องดีๆ ซิลูก” ท่านราเมศร์พูดพลางลูบเกศาบุตรีด้วยความเอ็นดู “คนมีอะไรอยู่ในใจมากก็มักชอบสนทนาเรื่องนั้นอยู่เสมอๆ”

“ลูกรู้สึกเขาพูดกันด้วยความเฉลียวฉลาด” สุมิตตาบอกพ่อ

“ถูกแล้วลูก ความฉลาดของคนรู้ได้ด้วยการสนทนา แต่ต้องสนทนากันนานๆ จึงจะรู้ได้ และต้องพิจารณาให้รอบคอบ และมีปัญญา สนทนาเรื่องอะไรกันบ้าง-โชติมันต์” ท่านหันมาถามโชติมันต์

“เรื่องความจำเป็นกับความตั้งใจ, เรื่องประโยชน์ส่วนตัว ประโยชน์ส่วนรวม, เรื่องความยุติธรรมและความอยุติธรรมเป็นต้น” โชติมันต์ตอบ และโชติมันต์ก็เล่ารายละเอียดให้ฟังเพียงคร่าวๆ

ในที่สุดท่านราเมศร์กล่าวว่า

“จิตใจเป็นสิ่งสำคัญ คนที่ใจยังไม่เจริญพอย่อมมุ่งมองประโยชน์ส่วนตัวเป็นที่ตั้งในการทำ พูดหรือคิด จะเสียประโยชน์ผู้อื่นแม้มากก็ทำได้ ขอแต่รักษาประโยชน์ส่วนตนไว้ ส่วนคนที่จิตใจเจริญด้วยคุณธรรมพอแล้ว ย่อมเห็นประโยชน์ส่วนรวมเหนือส่วนตนและยอมเสียสละประโยชน์ส่วนตน เพื่อส่วนรวมได้ โดยคำนึงอยู่เสมอว่าส่วนรวมเป็นสำคัญ ตนเป็นเพียงเครื่องประกอบ แต่คนเห็นแก่ตัวจัด ย่อมมองในแง่ตรงข้าม

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [21 ก.ค. 2552 , 07:42:35 น.] ( IP = 58.8.48.254 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

“คนที่ทำงานหาเงินเลี้ยงตัว และครอบครัว แต่ไม่ได้ช่วยเหลือใคร จะเรียกว่าเป็นคนเห็นแก่ตัวไหมคะ-พ่อ”

“ถ้าเขาอยู่ในฐานะที่ยังช่วยเหลือใครไม่ได้ การไม่ช่วยนั้นก็ไม่มีใครติเตียน หากอยู่ในฐานะที่พอจะช่วยเหลือได้แต่เฉยเสียอย่างนี้ เป็นคนเห็นแก่ตัวและควรถูกติเตียน โดยความเป็นจริงแล้วการช่วยผู้อื่นนั้น ย่อมมาจากการช่วยเหลือตนเองเป็นรากฐาน คือต้องช่วยตัวเองได้เสียก่อน คนที่ช่วยตัวเองไม่ได้ และอาสาเข้าช่วยเหลือผู้อื่นรังแต่จะล่มจมไปด้วยกันทั้งสองฝ่าย เปรียบเหมือนเรือข้ามแม่น้ำที่นั่งได้เพียงคนเดียว นั่งสองคนจม หากใจกว้างไปเรียกใครอีกคนหนึ่งมานั่งด้วยก็พลอยจมน้ำตายกันหมด เสียประโยชน์ด้วยกันทั้งสองฝ่าย

หากทุกคนช่วยตัวเองได้ ก็ชื่อว่าเป็นการช่วยเหลือสังคมโดยทางอ้อม เพราะไม่มีใครตกเป็นภาระให้สังคมต้องหนักอกหนักใจอุ้มชูช่วยเหลือ เปรียบเหมือนในร่างกายคน หากอวัยวะทุกส่วนเรียบร้อยไม่พิการ ร่างกายนั้นก็ปกติสุขไม่มีความกระวนกระวาย การช่วยตนเองได้จึงเป็นบันไดขั้นแรกในการก้าวไปสู่การช่วยเหลือสังคม หากขึ้นบันไดไม่ได้ การช่วยเหลือผู้อื่นก็เป็นอันหมดหวัง อีกอุปมาหนึ่งเหมือนคนว่ายน้ำไม่เป็น เห็นคนตกน้ำกระโดดลงไปช่วย ก็มีแต่จะกอดคอกันจมน้ำตาย

สำหรับคนช่วยตัวเองได้แล้ว สังคมนั่นเองจะบีบบังคับให้เขาต้องช่วยเหลือคนอื่นต่อไป เพราะเขายังต้องอยู่ในสังคมและต้องชดใช้สังคมซึ่งเขาได้อาศัยมาเมื่อยังช่วยตัวเองไม่ได้ คนที่มีน้ำใจมีมนุษยธรรม จึงมีความตั้งใจอยู่เสมอที่จะช่วยตัวเอง และช่วยเหลือผู้อื่น ความตั้งใจช่วยเหลือผู้นั้นนั่นเองแม้เพียงแต่ความตั้งใจเท่านั้น ก็จะเป็นแรงผลักดันและบุญหนุนนำให้มีพลังในการก่อสร้างตัวได้ดี

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [21 ก.ค. 2552 , 07:43:30 น.] ( IP = 58.8.48.254 : : )


  สลักธรรม 2

“ลูกรัก! จงจดจำไว้เถิดว่าคนที่มีความตั้งใจดีต่อเพื่อนมนุษย์นั้นย่อมจะต้องประสบผลสำเร็จในชีวิตเสมอ และสำเร็จอย่างสูงด้วย ตรงกันข้ามคนที่อธิษฐานใจ เพื่ออันตรายแก่เพื่อนมนุษย์ ย่อมเป็นการสาปแช่งตัวเองไปด้วย เพราะอันตรายนั้นจะต้องตกมาถึงตัวเข้าสักวันหนึ่ง น่าสงสารคนใจชั่วบางคนที่หาความสุขจากการเหยียบย่ำผู้อื่น โดยเฉพาะคนที่พึ่งพาอาศัยโดยให้ความอุปการะช่วยเหลือแล้วเราต้องไม่เหยียบย่ำเลย ต้องยกย่องเทิดทูนเสมอต้องทำอะไร ด้วยความรอบคอบระมัดระวังและมีความตั้งใจดี หากเราจะตัดขนแกะที่ต้องระวังอย่าให้ถูกเนื้อแกะ และอย่าตัดจนเหี้ยนเกรียนถึงหนังจนมันไม่อาจคุ้มหนาวคุ้มร้อนได้

“การพึ่งพาอาศัยคนก็เหมือนกัน การใช้คนให้ช่วยเหลือในกิจการของเราก็เช่นกัน อย่าพึ่งพาอาศัยจนเขาต้องเดือดร้อน อย่าขอความช่วยเหลือจนเขาเอือมระอา”

ได้เวลาอาหารค่ำ ชาวเกวียนได้เตรียมอาหารมาให้มีข้าวสุกและกับข้าวอีกสองอย่าง สามคนบริโภคอย่างมีความสุขเพราะความพอใจ ความจริงท่านราเมศร์เป็นพ่อค้าที่มั่งคั่งมาก

“เรากินเพื่ออยู่” ท่านราเมศร์ว่า “อาหารอะไรก็ได้ที่ทำให้เราอิ่มท้อง กินมากเกินไปก็ตายเร็ว อาหารที่ราคาแพงไม่ใช่ว่าจะมีคุณภาพดีเสมอไป”

นิ่งกันไปอยู่ครู่หนึ่ง โชติมันต์ถามขึ้นว่า “คุณลุงได้เห็นขบวนแห่พวกกบฏหรือไม่?”

“เห็นเหมือนกัน” ท่านราเมศร์ตอบ

“คุณลุงรู้สึกอย่างไรบ้าง?”

“รู้สึกสงสาร, แต่ฝ่ายรัฐบาลก็ต้องทำเพื่อความปลอดภัยของเขาเอง”

“ลูกรู้สึกว่าการเมืองเป็นเรื่องต้องเสี่ยงมาก” สุมิตตาพูด

“ต้องเสี่ยงมากเหมือนกัน” ราเมศร์คล้อยตามและเพิ่มเติมว่า

“ถ้าได้มันมาด้วยหอกด้วยดาบก็ต้องรักษามันไว้ด้วยหอกด้วยดาบเช่นกัน รู้สึกจะมีความวุ่นวายใจอยู่ตลอด การเป็นใหญ่เป็นโตทางนี้ ต้องชิงไหวชิงพริบกัน และมักจะต้องเอาชีวิตเข้าเป็นเดิมพันเสมอ ใครพลาดลงก็หมายถึงตายอย่างที่เห็นเมื่อตอนบ่ายนี้ คนหนึ่งในจำนวนนั้นเป็นเพื่อนพ่อ เคยเรียนด้วยกัน เมื่อหนุ่มพ่อเคยชักชวนเขาค้าขายแต่เขาไม่เอา เขาบอกว่าค้าขายอาจร่ำรวยได้จริง แต่ไม่มีอำนาจไม่มีคนเกรงกลัว เขาต้องการอำนาจ ต้องการให้มีคนเกรงกลัวจึงเข้ารับราชการ และเขาก็เป็นใหญ่เป็นโตเรื่อยมา เขาชอบของเขาอย่างนั้น เขาเคยบอกพ่อว่าเกิดเป็นคนต้องมีอำนาจ จึงจะมีชีวิตอยู่เป็นสุขในสังคมเพราะมนุษย์เป็นสัตว์โลกชนิดหนึ่ง ที่ชอบรังแกข่มเหง หากใครไม่มีอำนาจ อ่อนแอก็จะถูกข่มเหง ถูกปกครองและหาความสุขได้ยาก”

“แล้วจริงไหมคะ ที่เขาว่าอย่างนั้นน่ะ?” สุมิตตาถาม

“เขาอาจมีความสุข เพราะเขาชอบ” ราเมศร์ตอบ “แต่พ่อไม่ชอบ สิ่งที่เขามองเห็นเป็นความสุข พ่อจึงมองไม่เห็นด้วย พ่อชอบชีวิตธรรมดา พ่อไม่เคยเป็นคนมีอำนาจแต่เท่าที่พอสังเกตเห็น รู้สึกว่าชีวิตของคนมีอำนาจนั้น ไม่มีความสุขจริงจัง มีแต่ความวุ่นวายทุกข์ร้อน เมื่อเติบโตขึ้นอุปสรรคมันก็พลอยเติบโตขึ้นตาม เรือที่จะออกทะเลยใหญ่ก็ต้องคลื่นใหญ่เป็นธรรมดา

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [21 ก.ค. 2552 , 07:44:04 น.] ( IP = 58.8.48.254 : : )


  สลักธรรม 3

“ส่วนเรื่องที่เขาว่า ใครไม่มีอำนาจ ก็จะถูกข่มเหง ถูกปกครองและหาความสุขได้ยากนั้น พ่อว่าไม่จริงเสมอไป จริงอยู่มนุษย์เราเป็นสัตว์โลกชนิดหนึ่ง แต่ความเป็นอยู่ของมนุษย์เราแตกต่างจากสัตว์ป่าไปมากแล้ว มนุษย์เราไม่จับมนุษย์กันเองกิน หรือพอเห็นกันเข้าก็พุ่งใส่กันแบบสัตว์ป่า เป็นต้นว่าเสือกับกวาง หรือสิงโตกับสัตว์อันจะเป็นอาหารของมันได้ มนุษย์เรามีระเบียบของสังคม ใครกระทำ ทำผิดกฎของสังคมก็ย่อมจะถูกลงโทษ นอกจากนี้จิตใจของมนุษย์ได้รับการอบรมให้สูงแล้ว ให้มีเมตตากรุณาต่อกัน รู้จักคุ้มครองชีวิตของผู้อื่นที่อ่อนแอกว่า เช่นเด็กและผู้หญิง มนุษย์สมัยเรารู้สึกเป็นเกียรติที่จะได้มีโอกาสพิทักษ์และช่วยเหลือผู้อื่น

“ส่วนผู้ปกครองและผู้ถูกปกครอง ต่างก็อาศัยซึ่งกันและกัน ขาดกันเสียมิได้ เรื่องจะให้มนุษย์เสมอกันหมดนั้น ค่อนข้างจะเป็นไปไม่ได้ หากจะเป็นไปได้ก็เพียงชั่วครู่ชั่วยาม ในที่สุดมนุษย์ก็ต้องมีต่ำมีสูงต่อไปอีก ต้นไม้จะมีแต่เพียงยอดไม่ได้ ต้องมีทั้งราก โคน ลำต้นกิ่งใบและยอด สังคมมนุษย์ก็ฉันนั้น

“จริงอยู่ผู้ถูกปกครองย่อมมีความสะดวกน้อยกว่าผู้ปกครอง แต่มีความเบาสบายกว่า ส่วนผู้ปกครองหรือผู้มีอำนาจนั้น แม้จะได้รับความสะดวกกว่า แต่ก็มีภาระหนักอกหนักใจกว่าเกี่ยวกับการรับผิดชอบต่อผู้ที่ตนปกครองอยู่

ย่อส่วนเข้ามาให้เห็นง่าย เช่นพ่อบ้าน แม่เรือนกับลูกหลานที่อาศัยอยู่ในบ้าน รวมกันเป็นครอบครัว ลูกเพียงแต่ทำหน้าที่ของตน แม่ก็เป็นผู้ช่วยพ่อ แต่ความรับผิดชอบในการป้องกันอันตราย ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขของครอบครัว เป็นหน้าที่ของพ่อบ้าน ลูกจะศึกษาเล่าเรียนอย่างไร จะมีกินมีใช้หรืออยู่อย่างไร ตระกูลจะเสื่อมลงหรือเจริญขึ้นล้วนแต่เป็นเรื่องที่พ่อบ้านจะดูแลรับผิดชอบและมีโครงการ ลูกจะเห็นว่าต่างคนต่างก็มีหน้าที่ของตนไปคนละอย่าง พ่อบ้านแม่เรือนต้องหนักอกหนักใจอย่างไร ลูกลองขยายส่วนออกไปสักพันเท่า แล้วจะเห็นความหนักพระทัยของพระราชาหรือมหาอำมาตย์ผู้ต่างพระเนตรพระกรรณ ในการปกครองรัฐ เพราะมีคนอยู่ในความรับผิดชอบมากมาย

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [21 ก.ค. 2552 , 07:45:01 น.] ( IP = 58.8.48.254 : : )


  สลักธรรม 4

“พูดถึงพ่อแม่ต้องรับผิดชอบต่อลูกแล้ว” ท่านราเมศร์พูดต่อไป “วันนี้ขณะพ่อกลับจากธุรกิจจะมาที่นี่ได้ผ่านย่านขอทานแห่งหนึ่ง ล้วนแต่มีร่างการพิกลพิการ แต่พวกนี้ก็ยังมีลูก พ่อทราบมาเหมือนกันว่าพวกนี้ได้สอนลูกให้ขอทานอย่างไร บางคนลูกออกมาก็เป็นเด็กปกติธรรมดา แต่แม่ซึ่งมีอาชีพขอทาน ก็ทำให้ลูกพิกลพิการเสีย เพื่อให้มองดูเป็นที่น่าสงสารแก่ผู้ได้พบเห็น พ่อเคยได้ยินได้ฟังมาอย่างนั้น แต่ยังไม่เคยเห็นด้วยตาตนเอง เพิ่งได้เห็นวันนี้ เมื่อผ่านย่านขอทานพ่อก็เที่ยวเดินซอกแซกดู ไปพบเข้ามุมหนึ่งเป็นที่ลับตาคน แม่คนหนึ่งกำลังเอาเหล็กแหลมแทงนัยน์ตาลูกให้บอดทั้งสองข้าง และตัวแม่เองก็ร้องไห้ไปทำไป พ่อก็ช่วยเหลือไม่ทัน เพราะนัยน์ตาเด็กได้บอดเสียแล้ว เด็กร้องไห้จ้า ตัวแม่ก็คร่ำครวญสะอึกสะอื้นว่าที่เธอทำไปนั้น เพื่ออนาคตของลูก เพื่อลูกจะได้ขอทานได้สะดวก

นี่เป็นวิธีหนึ่งที่คนขอทานบางคนสร้างอนาคตให้แก่ลูก

“ทำไมจึงใจร้ายอย่างนั้นคะ-พ่อ?” สุมิตตาถาม

ราเมศร์นิ่ง ถอนหายใจยาวลึก แสดงถึงการหนักใจ ในการตอบปัญหานี้

“พูดยากเหลือเกินลูก” ในที่สุดราเมศร์กล่าวขึ้น มนุษย์แต่ละคนกำลังเผชิญปัญหาต่างๆ อย่างน่าสงสาร เขาคิดว่าเขาได้ทำสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว แต่บางทีการกระทำนั้นก็เป็นผลร้าย เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือความเขลา แม้จะอ้างเอาความหวังดีเป็นข้ออ้างในการทำดีนั้นก็ไม่พ้นบาปกรรม เพราะเป็นการให้ทุกข์แก่ผู้อื่น พระบรมศาสดาของพวกเราตรัสว่า ความทุกข์ทั้งสิ้นมีมูลรากมาจากความเขลา (อวิชชา)

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [21 ก.ค. 2552 , 07:45:38 น.] ( IP = 58.8.48.254 : : )


  สลักธรรม 5

โดยทั่วไป จิตใจของพ่อแม่ ย่อมมีความอ่อนโยนต่อลูก รู้สึกรักอย่างจับจิตตั้งแต่ลูกยังอยู่ในครรภ์ อยากเห็นลูกมีโครงการสำหรับลูก แต่ความจำเป็นบางอย่างอาจทำให้พ่อแม่ต้องกระทำสิ่งที่โหดร้ายหรือ “ดูเหมือน” โหดร้ายต่อลูก พ่อก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ความจำเป็นนั่นมีอะไรบ้าง

“แต่ทั้งนั้นทั้งนี้ ก็แล้วแต่จิตใจ คนที่ได้รับการอบรมทางจิตใจมาดี ย่อมไม่กระทำ หรือทำยากซึ่งกรรมที่ไม่ดี แม้จะมีความจำเป็นเพียงใดก็ตาม เขาย่อมหาทางออกให้แก่ชีวิตในด้านที่ไม่ผิดกฎหมายของบ้านเมืองและหลักศีลธรรม ศาสนาย่อมแก้ปัญหาสังคมได้ทุกๆ อย่าง หากพวกเรามนุษย์ทั้งหลายชวนกันสนใจ หาที่พึ่งทางใจโดยกระทำดีหนีชั่ว”

“กระผมคิดว่า คนส่วนมากไม่เชื่อว่าศาสนาจะแก้ปัญหาสังคมได้ อย่าว่าแต่จะแก้ได้ทั้งหมดเลย แม้เพียงครึ่งเดียวของปัญหาทั้งหมดก็ไม่สามารถ” โชติมันต์พูด

“นั่นอาจเป็นเพราะเขาไม่คุ้นเคยกับศาสนา ยังไม่ได้นำหลักธรรมทางศาสนามาใช้ในชีวิตประจำวัน หากเขาได้เรียนรู้ ได้เข้าใจและได้ลองปฏิบัติตามแล้ว เขาจะเห็นเองว่า ศาสนามีคุณค่าแก่ชีวิตเพียงใด แม้ลุงเองจะมีอาชีพทางธุรกิจการค้า คำสอนทางศาสนาก็ยังมีประโยชน์แก่อาชีพนี้มาก”

“เช่นอย่างไรคะ?” สุมิตตาถาม

“เช่นความซื่อสัตย์สุจริต” ราเมศร์ตอบ “พ่อค้าบางคนมักคิดเอาเปรียบลูกค้า โดยการค้าของปลอมปนของจริงบ้าง การเอาของเก่ามาทำให้ดูใหม่แล้วขายในฐานะเป็นของใหม่บ้าง การตบตาลูกค้าบ้านนอก หรือคนต่างเมือง โดยการขายของในราคาสูงกว่าราคาจริงเป็นอันมากบ้าง อย่างนี้อาจทำรายได้ดี แต่ก็เพียงชั่วแล่น ไม่ยั่งยืนอะไรลูกค้าทุกคนย่อมพอใจสนับสนุนพ่อค้าที่ซื่อสัตย์สุจริตไม่ค้าของปลอมปนของจริง ไม่คิดเอาเปรียบลูกค้า ของและราคาของเชื่อถือได้ คือของคุณภาพดี ราคาพอประมาณ อะไรไม่ดีก็บอกเขาตามตรงว่าไม่ดี หากเขาจะซื้อก็ให้ในราคาถูก เพื่อเขาใช้ชั่วคราวหรือพอเหมาะแก่กำลังทรัพย์ พ่อค้าอย่างนี้เป็นที่เชื่อถือของคนทั่วไป แม้จะเริ่มต้นจากการค้าขายเล็กๆ น้อยๆ ก็อาจตั้งตนได้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [21 ก.ค. 2552 , 07:46:22 น.] ( IP = 58.8.48.254 : : )


  สลักธรรม 6

“ลูกคงรู้จักราเชนทร์ดี เขาเป็นเพื่อนของพ่อ เดี๋ยวนี้มีร้านขายของใหญ่โต เมื่อ ๒๕ ปีก่อนเขาเป็นคนจนๆ คนหนึ่งในเมืองของเรา เขาตั้งตัวมาอย่างไรหรือลูก? เขามีบ้านเล็กๆ อยู่หลังหนึ่งตั้งอยู่มุมถนน ทีแรกเขารับซื้อของป่าที่พรานบ้าง คนหาของป่าสมัครเล่นบ้างนำมาขาย เขาให้ราคาพอสมควรเสมอเห็นแก่แรงงานของผู้ไปหามาซึ่งต้องเสี่ยงอันตราย และเมื่อมีคนมาขอซื้อต่อจากเขา-เขาก็ขายเอากำไรแต่เพียงเล็กน้อย เพราะนึกอยู่เสมอว่าตัวเขาเองไม่ต้องออกแรงอะไรมาก เพียงแต่รับเป็นคนกลางสำหรับซื้อขายเท่านั้น ผิดกับพ่อค้าของป่าบางคนซึ่ง กดราคาซื้อและโก่งราคาขาย จนเป็นที่เอือมระอาทั้งแก่คนซื้อและคนขาย ทั้งนี้เพราะเขาถือว่า คนหาของป่า เมื่อหามาแล้วก็ต้องขาย ของบางอย่างไว้นานก็เสีย หรือราคาตก คนพวกนั้นส่วนใหญ่ก็เป็นคนยากจน ต้องการได้ทรัพย์ไปซื้อของที่จำเป็นแก่ชีวิตอื่นๆ เช่นข้าวสาร ข้าวเปลือก หรือเครื่องนุ่งห่ม แม้ราคาจะถูกก็จำใจต้องขาย เมื่อเขารับซื้อไว้ในราคาถูกแล้วก็โก่งราคาขายอย่างแพง เพราะคิดว่าคนที่มาซื้อนั้นล้วนมีความจำเป็นต้องใช้

“แต่ราเชนทร์มิได้ทำเช่นนั้น เขามีเมตตากรุณาเห็นอกเห็นใจเพื่อนมนุษย์เสมอ คนหาของป่าบางคนขาดเงินมาขอยืมไปก่อน เพราะลูกป่วย เมียเจ็บหนักเป็นต้น และสัญญาว่าจะหาของป่ามาให้ทดแทนในภายหลัง ให้สมกับราคาเงินที่เขาเอาไป ราเชนทร์ก็ยินดีช่วยเหลือเท่าที่จำนวนเงินเล็กน้อยของเขาพอจะบรรเทาทุกข์ร้อนของเพื่อนบ้านไปก่อน

ด้วยความดีความมีเมตตากรุณาเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่นี้เอง ราเชนทร์จึงเป็นที่รัก ที่นับถือของผู้มาติดต่อเป็นอันมาก ข่าวเรื่องความมีน้ำใจของราเชนทร์ค่อยแพร่สะพัดไปทีละเล็กละน้อย จนเป็นที่รู้จักกันแพร่หลายในหมู่นักค้าของป่าและคนซื้อ คนหาของป่าส่วนมากจึงพอใจที่จำของมาขายให้กับราเชนทร์ บางคนเดินทางมาจากที่ไกลก็มี ด้วยความเชื่อมั่นว่าเขาจะได้ราคาคุ้มกับความเหน็ดเหนื่อยของเขา บางคนนำของมาแถมให้ด้วยความนับถือในความดี ความซื่อสัตย์สุจริตของราเชนทร์

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [21 ก.ค. 2552 , 07:47:00 น.] ( IP = 58.8.48.254 : : )


  สลักธรรม 7

“ด้วยประการฉะนี้ การค้าของเขาจึงค่อยขยายออกและเจริญขึ้นทีละน้อย ตัวเขาเองก็มีความสุขใจ อิ่มใจ ราเชนทร์เป็นนักการค้าที่เป็นนักบุญ เขาเป็นพุทธศาสนิกชน บูชาพระพุทธเจ้าเป็นที่สุด สิ่งใดที่พระพุทธเจ้าทรงสอนว่าดี เขาพยายามปฏิบัติทุกอย่างโดยไม่ลังเลสงสัย

๑๕ ปีต่อมาจากเริ่มต้น ร้านค้าของราเชนทร์ ขยายออกถึง ๔ เท่าของร้านเดิม ชื่อเสียงความดีงามของเขาก็ขจรขจายไปทุกทิศด้วยแม้จะมั่งคั่งร่ำรวยแล้ว ราเชนทร์ก็คงปฏิบัติตนเช่นเดิมเสมอต้นเสมอปลาย มีความสุขอย่างง่ายๆ ราเชนทร์พูดกับพ่อเสมอว่า สิ่งที่ทำให้เขาตั้งตัวได้คือความเพียร ความเสียสละความซื่อสัตย์ สุจริตและเมตตากรุรา เพราะฉะนั้นเขาจะต้องยึดธรรมนี้ไว้ให้มั่นคงหยุดไม่ได้ นอกจากเพื่อความสุขของเขาเองแล้ว เพื่อเป็นตัวอย่างแก่ลูกหลานต่อไป มาถึงนี้บัดนี้เป็นเวลา ๒๕ ปีต่อมา ลูกได้เห็นว่าร้านจำหน่ายของป่า และยาสมุนไพรที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเราคือร้านราเชนทร์วันของ “ราเชนทร์” นั่นเองน่าปลื้มใจแท้

“มองไปอีกด้านหนึ่ง ลูกจะเห็นว่า ความยุ่งยากทั้งหลายในสังคมที่แก้กันไม่ตกนั้น ก็เพราะผู้แก้ปัญหาสังคมได้ทอดทิ้งหลักธรรมทางศาสนา ไม่นำพาต่อความซื่อสัตย์สุจริต สังคมจึงขาดพื้นฐานอันมั่นคงเสมือนต้นไม้ที่รากเน่าเสียแล้ว จึงยากแก่การเจริญเติบโต มีแต่จะพิการลงไปทุกที

“แม้ผู้ปกครองรัฐ หากได้ดำเนินรัฐประสาสโนบายตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนาแล้ว ความบกพร่องต่างๆ ก็จะค่อยหมดสิ้นไป มีแต่ความสมบูรณ์ในด้านต่างๆ ทั้งในด้านเศรษฐกิจการเมือง และศีลธรรมจรรยาของประชาชน จริงอยู่พระบรมศาสดาได้ทรงสละโลกออกบรรพชาแสวงหาทางหลุดพ้น แต่เมื่อได้ตรัสรู้แล้วก็ได้ทรงแสดงธรรมสำหรับโลกไว้เป็นอันมาก เพราะทรงมีพระเมตตาต่อชาวโลกทั้งหลาย เพื่อชาวโลกจักได้ประทีปแห่งชีวิตและส่งต่อๆ กันไป”

โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [21 ก.ค. 2552 , 07:47:34 น.] ( IP = 58.8.48.254 : : )


  สลักธรรม 8

โดย น้องกิ๊ฟ [24 ก.ค. 2552 , 19:36:11 น.] ( IP = 61.90.123.25 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org