| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ร่มธรรม (๑๒)
ทางที่เดินยาก
โดย อาจารย์วศิน อิทรสระ
ตอนที่ผ่านมา
อีกเพียงวินาทีเดียวที่ท่อนเหล็กและท่อนไม้จากมือของพวกทาสจะฟาดลงบนร่างของสุมิตตาและโชติมันต์นั่นเอง เสียงตวาดกึกก้องก็ดังขึ้นทางเบื้องหลัง
หยุด, พวกทาสทุกคนหยุด ทิ้งเหล็กและท่อนไม้ให้หมด เสียงนั้นมีอำนาจพอที่จะทำให้ทุกคนหยุดชะงัก เมื่อเหลียวไปเห็นเจ้าของเสียงยืนสง่าอยู่บนหลังม้าสีขาว เคียงคู่ด้วยบุรุษท่าทางบึกบึนอีกคนหนึ่งบนหลังม้าสีนิล ทุกคนจึงทิ้งเหล็กและท่อนไม้ลงทันทีและนั่งลงแสดงความเคารพ สายตาคอยลอบมองนายหญิงว่าจะสั่งการอะไรต่อไป
อสิธารา เมื่อเหลียวไปเห็นบุรุษทั้งสอง อารมณ์เครียดของเธอก็ผ่อนคลายลง แต่สีหน้ายังคงบึ้งตึงอยู่ เป็นการไว้อำนาจตามแบบของเธอ โชติมันต์และสุมิตตา เมื่อเห็นชายทั้งสองนั้นแล้วก็มีใจชื่นชมยินดี ส่วนบุรุษจัณฑาลยังนอนสลบไสลไม่รู้สึกตัวอยู่
บุรุษบนหลังม้าทั้งสอง เมื่อมองกวาดสายตาไปโดยรอบก็พอเข้าใจอะไรได้รางๆ บรรยากาศเวลานั้น เงียบและอึดอัด
บุรุษทั้งสองลงจากหลังม้า และอสิธาราก็ลงจากรถ เป็นบุญของสองคนนี้ อสิธารามองมาทางสุมิตตาและโชติมันต์ ถ้าเธอมาไม่ทันนะประภากร, ป่านนี้คงตายหมดแล้ว
มีเรื่องอะไรรุนแรงถึงกับจะตีก้นถึงตาย อสิธารา ประภากรถาม
เรื่องความอวดดีของแม่คนนี้ เธอชี้มาที่สุมิตตา
พอทีอสิธารา ประภากรปราม ทั้งสองคนนี้เป็นเพื่อนของฉัน เธอกลับไปเถอะป่านนี้คุณพ่อเธอคงคอยแล้ว
ฉันอยากสั่งสอนให้เขารู้เสียทีว่า การอวดดีปากกล้ากับฉันควรจะได้รับโทษเพียงใด
เอาละพอ ประภากรพูด เธอวางอำนาจกับเขาเกินไป เขาเป็นคนต่างเมืองด้วย เธอชอบรังแกคนอื่นเสมอ นี่เธอเห็นไหม จัณฑาลคนนี้ สลบยังไม่ฟื้น อาจตายได้
เธอเสียดายด้วยหรือ ชีวิตคนอย่างนี้ จัณฑาล
ฉันไม่อยากพูดกับเธอเรื่องนี้อสิธารา กลับเถอะ เธอกลับไปเถอะ
อสิธาราไม่พอใจต่อคำพูดของประภากรมาก แต่พูดอะไรไม่ออก มีอะไรบางอย่างที่ทำให้เธอต้องจำยอมต่อคำของประภากร
เมื่ออสิธาราและบริวารกลับไปแล้ว ประภากร สินธุวัต โชติมันต์และสุมิตตา ช่วยกันแก้ไขจัณฑาลผู้นั้นอยู่นานจึงฟื้น
ฉันขอโทษแทนอสิธารา และชาวเมืองหัสดินบุรีทั้งปวงด้วยนะ สุมิตตา, โชติมันต์ ประภากรพูด คนพวกนี้มีมานะถือตัวจัดเพราะถือตนว่าวรรณะสูงประการหนึ่ง อีกประการหนึ่ง ถือว่าพ่อของตัวเป็นคนใหญ่โต เอาบารมีของพ่อแม่มาเบ่งรัศมี แล้วใครก็ทำอะไรเขาไม่ได้จึงเคยตัวมาแต่เล็กแต่น้อย คนจัณฑาลพวกนี้ไม่เจตนาจะขวางทางเขาหรอก บังเอิญหลีกเขาไม่ทัน บางทีก็อยากดูคนแต่งตัวสวยๆ แปลกๆ จึงต้องประสบชะตากรรมอย่างนี้เสมอๆ ฉันเศร้าใจในเรื่องทำนองนี้มาก ฉันอยากแก้ไขบ้านเมืองของฉัน ที่ราชคฤห์ไม่มีมิใช่หรือ?โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [23 ก.ค. 2552 , 08:52:13 น.] ( IP = 58.9.149.45 : : )
สลักธรรม 1เมื่อก่อนมีบ้างเหมือนกัน ตั้งแต่พระบรมศาสดาเสด็จราชคฤห์เสมอ พระราชาของฉันเคารพพระศาสดาและนับถือพระศาสนาแล้ว คนส่วนมากก็เคารพนับถือเรื่องทำนองนี้จึงหายไป ทั้งนี้เพราะพระพุทธเจ้าทรงสอนไม่ให้ถือวรรณะเป็นเครื่องแบ่งชั้นคน และมิให้เหยียดหยามกันเรื่องวรรณะทรงสอนให้เราถือเอาความดี ความชั่วเป็นเครื่องวัดคน สุมิตตาตอบ
มีบุรุษหนึ่งซึ่งดูท่าทางคุ้นกับประภากรดีเดินผ่านมา ประภากรจึงจัดแจงส่งคนจัณฑาลผู้นั้นไปรักษาพยาบาลในที่แห่งหนึ่งแล้ว ประภากร สินธุวัตก็บอกโชติมันต์ว่ามีธุระด่วนจะต้องรีบไป ขอให้สหายทั้งสองกลับที่พักกันเอง บางทีคืนนี้เวลามัชฌิมยามจะไปหา แลแล้วประภากรและสินธุวัตก็ควบม้าจากไป
เรื่องวรรณะยังเป็นเรื่องใหญ่อยู่ในหัสดินบุรี โชติมันต์พูด ขณะที่นั่งพักเหนื่อยและระงับความตื่นเต้นที่ใต้ต้นมุจจลินท์
ในเมืองเรา....ราชคฤห์ก็มีบ้างเหมือนกัน แต่ไม่รุนแรงขนาดนี้ไม่มีใครอยากคบจัณฑาล แต่ไม่ถึงกับเมื่อพบเข้าจะต้องตีกันอย่างนี้ สุมิตตาพูด
เป็นบุคคลประเภทที่น่าสงสารมาก โชติมันต์ว่า คล้ายๆ กับว่าการเกิดมาเป็นจัณฑาลนั้นเป็นความผิดติดตัวเป็นชนักติดหลังไปตลอดชีวิต แม้ไม่ได้ทำความผิดอะไรก็มีความผิดในฐานะที่เป็นจัณฑาลนั่นเอง
ฉันไม่รู้ว่าเมื่อไรมนุษย์เรา จะเลิกเชื่อถือสิ่งงมงายไร้เหตุผลเหล่านี้เสียที เขาเหยียดจัณฑาลยิ่งกว่าสัตว์ดิรัจฉานเสียอีก เพราะสัตว์พวกนั้นเขายังเลี้ยงได้ อยู่รวมกันได้ แต่จัณฑาลซึ่งเป็นมนุษย์เหมือนกันแท้ๆ เขากลับรังเกียจขนาดเพียงแต่เห็นก็ไม่ได้
โชติมันต์? ถ้าเธอจะทำงานทุ่มเทเวลาหลังจากศึกษาจบแล้ว เพื่ออะไรสักอย่างหนึ่ง ฉันเพิ่งนึกออกเดี๋ยวนี้เองว่า ฉันอยากให้เธอทำงานเพื่อล้มเลิกวรรณะ แม้ไม่ได้ทั้งหมด ได้สักเมืองหนึ่งก็ยังดี
เธอมอบหมายงานที่หนักที่สุดให้ฉันเสียแล้ว-สุมิตตา โชติมันต์พูด หัวเราะชอบใจในคำของเพื่อนสาว ท่านอาจารย์สุธรรมเทวะ เคยเล่าให้นักศึกษาฟังเสมอว่า พระศาสดาของเรามีพระประสงค์ที่จะล้มเลิกวรรณะให้หมดสิ้น ทรงปกครองคณะสงฆ์ของพระองค์ให้เป็นตัวอย่างก่อนคือใครจะมาจากวรรณะอะไรก็ตาม เมื่อบวชในธรรมวินัยของพระองค์แล้วก็ไม่มีวรรณะอีกต่อไป แต่ทุกคนเป็นสมณศากยบุตร ศิษย์พระตถาคต
ท่านเปรียบเหมือนแม่น้ำสายต่างๆ มีชื่อต่างกันเป็นต้นว่า คงคา ยมุนา แต่เมื่อไหลลงสู่มหาสมุทรแล้วก็ละชื่อเดิมของมันสิ้น เป็นน้ำในมหาสมุทรเหมือนกันหมด
พระพุทธองค์ทรงมีพระอัจฉริยภาพอันสูงส่งในการแนะนำชี้ข้อเป็นโทษเป็นคุณ ถึงกระนั้นบางแห่งก็ประสบผลสำเร็จ บางแห่งก็ยังไม่สำเร็จ บางคนก็เชื่อพระองค์ บางคนก็ไม่เชื่อ ตัวฉันเองเล็กน้อยเท่านี้จะทำได้อย่างไรนะ สุมิตตา แต่ฉันมีความตั้งใจอยู่เหมือนกันว่าจะลองพยายามดู คุณแม่ของฉัน สอนมาแต่เล็กแต่น้อยว่า อย่าได้ยกเอาวรรณะมาเป็นข้อรังเกียจใครโดย เทพธรรม...นำมาฝาก [23 ก.ค. 2552 , 09:01:56 น.] ( IP = 58.9.149.45 : : )
สลักธรรม 2ฉันดีใจเหลือเกินที่ได้ยินเธอพูดอย่างนี้ สุมิตตาว่า ถ้าทำได้จะเป็นบุญอย่างมาก แม้ไม่ได้ทั้งหมด เพียงบางส่วนก็ยังดี หากเรื่องทำนองนี้จางหายไป จะช่วยให้สังคมของเราดีขึ้นมาก เป็นการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่ตกเป็นเหยื่อของผู้อื่นให้มีโอกาสเงยหน้าอ้าปากเป็นมนุษย์เท่าเทียมกับมนุษย์ทั้งหลาย ไม่ใช่อยู่ในฐานะครึ่งสัตว์ครึ่งคน
โชติมันต์มองหน้าสุมิตตาเหมือนไม่เชื่อว่าเขาจะได้ยินคำอย่างนี้จากเพื่อนสาว แต่คำของเธอทำให้เขาปลาบปลื้มใจ เขาจับมือหล่อนมากุมไว้ พลางว่า
สุมิตตา! ฉันปลื้มใจต่อน้ำคำของเธอ วันนี้เธอเป็นคนกล้าหาญที่สุด ทำดีที่สุด พูดถูกใจฉันที่สุด สุมิตตา! ฉันต้องการเธอ ยิ่งนานวันไป ฉันรู้สึกชีวิตของฉันยิ่งมีความต้องการเธอมากขึ้น
ฉันทราบมาว่า ผู้ชายต้องการผู้หญิงเป็นบางครั้งบางคราวเท่านั้น แต่ผู้หญิงเมื่อต้องการผู้ชายก็ย่อมต้องการตลอดไป เธอเองก็คงเป็นอย่างนั้น
ยกเว้นฉันเสียคนเถอะ สุมิตตา โชติมันต์พูดขอความเห็นใจ มิใช่ให้ยกเว้นฉัน เพราะฉันมีคุณสมบัติอะไรพิเศษยิ่งกว่าชายทั้งหลาย แต่ขอยกเว้นฉัน เพราะใจฉันแน่วแน่ต่อเธอ ฉันแน่ใจว่าฉันต้องการเธออยู่เคียงข้างเธอ เป็นเพื่อน หรือเป็นน้อง หรือเป็นอะไรก็ได้ที่เธอพอใจ ส่วนฉันเองพอใจทุกอย่าง
ฉันเกรงว่าเธออาจพอใจฉันในวันนี้ เดี๋ยวนี้ แต่ต่อไปภายหน้าเธออาจไม่พอใจ ยังมีคนอื่นอีกมากที่เธอจะต้องประสบพบเห็นและคบหาสมาคม คนเหล่านั้นอาจมีอะไรหลายอย่างที่น่าพอใจยิ่งกว่าฉัน อนาคตของเธอยังไกล ตัวฉันนั้นเป็นเพียงผู้หญิงโง่ๆ คนหนึ่งที่อยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน ฉันพูดอะไรไม่ถูกดอก โชติมันต์
แต่ตอนที่พูดกับอสิธารา เธอพูดเก่งเหลือเกิน ฉันไม่เคยนึกเลยว่า สุมิตตา ธิดาพ่อค้าใหญ่แห่งราชคฤห์จะพูดเก่งขนาดนี้ คำพูดของเธอได้ช่วยชีวิตของคนผู้หนึ่งไว้ชีวิตที่เธอบอกว่ามีค่าอย่างน้อยก็แก่เจ้าของชีวิตเอง
สุมิตตายิ้มละไมก่อนพูดว่า บังเอิญมากกว่าโชติมันต์, ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรดลใจให้ฉันพูดออกมาอย่างนั้นได้ ฉันเชื่อว่าไม่ใช่สติปัญญาของฉัน
เธอมีโครงการชีวิตอะไรบ้าง สุมิตตา
ไม่มีเลย, ฉันเป็นผู้หญิง ผู้หญิงในเมืองเราไม่มีโครงการชีวิต แล้วแต่ผู้นำในครอบครัวจะนำไป ตัวฉันเองมีความสุขอยู่กับครอบครัว, การเย็บปักถักร้อย สวนดอกไม้....และเอ้อ....อย่างอื่นฉันยังไม่กล้านึก
ในความสุขของเธอ- ฉันหมายถึงสิ่งที่ทำให้เธอมีความสุขไม่รวมฉันอยู่ด้วยหรือ?
ไม่รู้ซี สุมิตตาตอบ ไม่กล้ามองหน้าเขา ฉันยังอ่านตัวฉันเองไม่ออก
แต่ฉันอ่านตัวฉันเองออกแล้ว โชติมันต์ว่า
เธออ่านว่าอย่างไรโดย เทพธรรม...นำมาฝาก [23 ก.ค. 2552 , 09:10:03 น.] ( IP = 58.9.149.45 : : )
สลักธรรม 3ฉันรู้ตัวฉันว่า ในสิ่งที่ฉันต้องการ ในปัจจัยแห่งความสุขของฉันมีเธอเป็นอันดับหนึ่ง เธอจะรังเกียจไหมหากฉันจะฝันในคืนนี้ว่าเธอพอใจฉันเป็นที่สุด เธอชวนฉันและขอร้องให้ฉันพาเธอไปเที่ยวบนภูเขา เรานั่งรับลมกันที่ชะง่อนหินหันหน้าไปทางบูรพา
เบื้องหน้าของเราดวงอาทิตย์กำลังยอแสงมีเกล็ดเมฆสลับสีสวยงาม เบื้องหน้าของเราก็ดวงจันทร์ลอยเด่นอยู่น่านฟ้าด้านตะวันออก รอบๆ ตัวเราอวลไปด้วยกลิ่นบุปผชาตินานาพันธุ์ เสียงนกที่ไพเราะร้องให้เราฟัง
ประหนึ่งทิพยดนตรีธรรมชาติ เราลงจากชะง่อนผาแล้วลงเล่นในลำธารที่มีน้ำใสสะอาด เธอรู้สึกมีความสุขชื่นบานเริงโลดไปตามแอ่งน้ำที่มีก้อนหินสีต่างๆ บังเอิญเธอพลาดล้มลง เธอรู้สึกปวดที่ข้อเท้า ฉันจึงอุ้มเธอขึ้นจากน้ำ....
พอที โชติมันต์ สุมิตตารีบห้าม เธอฝันเกินไปแล้ว
ฉันยังไม่ได้ฝัน โชติมันต์ว่า แต่ฉันขออนุญาตเพื่อฝันในคืนนี้
ไม่อนุญาต สุมิตตาทำท่าดุ แต่ในสายตาของเธอยิ่งดูน่ารัก
เธอมีอำนาจถึงกับอนุญาต หรือไม่อนุญาตให้ใครฝันด้วยหรือ?
เมื่อเห็นฉันไม่มีอำนาจแล้วมาขออนุญาตฉันทำไม เธอพูดพร้อมทำท่าดุ แต่โชติมันต์ยิ้มอย่างชื่นบาน
จวนค่ำทั้งสองจึงชวนกันกลับที่พัก ท่านราเมศร์ยังไม่กลับ ชาวเกวียนทุกคนอยู่กันพร้อม อีกครู่หนึ่งต่อมาท่านราเมศร์จึงกลับ สุมิตตารีบเล่าเรื่องทั้งหมดให้ท่านบิดาฟัง ท่านราเมศร์มีท่าทางวิตกอยู่
เราเห็นจะอยู่นานไม่ได้เสียแล้ว ท่านพูดขึ้นในที่สุด
ทำไมคะพ่อ
เกรงอันตรายซิ ลูก บ้านเมืองเขาไม่ค่อยสงบเรียบร้อย เราเป็นคนต่างเมืองมา เขาอาจสงสัยไปในแง่ต่างๆ เวลานี้ไม่รู้ใครเป็นใคร พ่อได้ทราบมาแว่วๆ ว่ามีเด็กหนุ่มกลุ่มหนึ่งกำลังซ่องสุมกำลังจะล้มล้างคณะมนตรี ส่วนพระราชานั้นเขาไม่เกี่ยวข้องคงถวายราชสมบัติต่อไป แต่ไม่เป็นไรธุระของพ่อยังไม่เสร็จ ระยะทางก็ไกลไปมาบ่อยๆ ไม่สะดวก พรุ่งนี้พ่อจะไปหาท่านราชทูต ลูกและโชติมันต์ควรจะไปด้วยจะได้รู้จักท่านราชทูตเอาไว้
สงสัยจะเป็นพวกประภากรกับสินธุวัต โชติมันต์เปรย
คงจะใช่ สุมิตตาว่า
ที่พบกับเขาเมื่อวาน และเขาช่วยลูกวันนี้ใช่ไหม?
ใช่ค่ะโดย เทพธรรม...นำมาฝาก [23 ก.ค. 2552 , 09:20:59 น.] ( IP = 58.9.149.45 : : )
สลักธรรม 4ตามความรู้สึกของกระผม ประภากรและสินธุวัตเป็นคนดีมาก มีความหวังดีต่อบ้านเมืองจริง โชติมันต์พูด
เอาแน่ไม่ได้นักดอก ท่านผู้เฒ่าแย้ง ต้องให้มีอำนาจเสียก่อนจึงรู้ได้ ข้อพิสูจน์ว่าใครหวังดีต่อบ้านเมือง หรือมีความซื่อสัตย์สุจริตหรือไม่ก็ดูกันเวลาที่มีอำนาจ เมื่อลาภ ยศ และอำนาจมากขึ้น อุดมคติอาจลดลดลงก็ได้
อีกครู่หนึ่ง ทุกคนได้ยินเสียงฝีเท้าม้าใกล้เข้ามา สุมิตตา และโชติมันต์เดินออกไปดู เพียงครู่เดียวเท่านั้นประภากรและสินธุวัตก็มาถึง เขาทักทายกับโชติมันต์และสุมิตตาอย่างสนิทสนม และทำความเคารพชายชราแล้วนั่งลงสนทนาเรื่องต่างๆ อย่างกันเอง เพียงได้พบครั้งแรก ท่านราเมศร์ก็รู้สึกด้วยความจัดเจนต่อชีวิตว่า ประภากรและสินธุวัตมีลักษณะแห่งผู้นำเต็มตัว เป็นคนเข้มแข็งแต่มีแววแห่งความอ่อนโยนและเมตตากรุณา
ท่านราเมศร์กล้าทำนายอยู่ในใจว่า เด็กสองคนนี้จะต้องเป็นใหญ่เป็นโตในภายหน้า หากมัจจุราชไม่รีบร้อนคร่าชีวิตของเขาไปเสียก่อน
ประภากรทราบว่า ท่านราเมศร์เป็นบิดาของสุมิตตาและเป็นที่เคารพรักใคร่ของโชติมันต์ในฐานะเป็นลุง จึงแสดงความเคารพนบนอบอย่างดีตลอดเวลาที่สนทนากัน เขาขออภัยในการกระทำของอสิธาราอีกครั้งหนึ่งต่อท่านราเมศร์
ในบางแง่ธรรมชาติของมนุษย์และสัตว์ดิรัจฉานก็มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ประภากรพูดในการสนทนาตอนหนึ่ง สัตว์ที่รวมกันอยู่เป็นฝูง ต้องมีจ่าฝูงเสมอและจ่าฝูงนั้นจะต้องมีลักษณะดีเด่นเป็นที่เกรงกลัวของสัตว์อื่น ต้องมีกำลังและความสามารถสูง แต่จะครองความเป็นจ่าฝูงอยู่ตลอดไปนานไม่ได้ เพราะไม่วันใดก็วันหนึ่งจะต้องมีสัตว์ที่หนุ่มกว่าแข็งแรงกว่า มีกำลังความสามารถมากกว่าเกิดขึ้นมาต่อสู้ จนจ่าฝูงเดิมนั้นพ่ายแพ้ไป และสัตว์ตัวชนะก็ครองความเป็นใหญ่แทน
ในหมู่มนุษย์ก็มีเรื่องทำนองเดียวกันนี้เสมอ ร่องรอยแห่งประวัติศาสตร์ ได้ยืนยันความจริงเรื่องนี้เสมอมา เรื่องอำนาจนั้นจะได้มาโดยไม่ต้องขวนขวายหาสำเร็จไม่ การแก้ปัญหาสังคมเช่นกัน ต้องมีอำนาจเสียก่อนจึงจะแก้ได้สะดวก มิฉะนั้นก็จะพบแต่อุปสรรคอยู่ร่ำไป
แต่ท่านจะต้องไม่ลืมว่า ราเมศร์พูด อำนาจกับความรับผิดชอบนั้นอยู่ด้วยกันเสมอ คนที่มีอำนาจมากก็ต้องรับผิดชอบมาก ผู้ที่ต้องการอำนาจ ต้องพร้อมเสมอที่จะรับผิดชอบ อนึ่งการแก้ปัญหาสังคมนั้น หากทุกคนช่วยกันแก้ที่ตนเองให้ได้ ปัญหาสังคมก็ไม่มี เพราะสังคมไปจากปัจเจกชน หากความพิการในปัจเจกชนมีมากเท่าใด สังคมพิการก็เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น ตามทรรศนะของข้าพเจ้าจึงเห็นว่า การแก้ปัญหาสังคมควรจะเริ่มต้นไปจากปัจเจกชนแต่ละคน ไม่ว่าทางด้านเศรษฐกิจ การศึกษา หรือศีลธรรมจรรยา
ที่ท่านพูดนั้นถูก ประภากรว่า ถูกโดยเถียงไม่ได้ แต่กว่าจะสำเร็จได้ต้องใช้เวลานาน อืดอาดเชื่องช้าเกินไป ไม่ทันอกทันใจ คนบางคนไม่ยอมรับการอบรม ท่านจะเห็นว่าเด็กบางคนไม่ยอมเชื่อฟังพ่อแม่ สั่งสอนเท่าไรก็ไม่ได้ผล จึงต้องใช้อำนาจบังคับต้องปราบด้วยวิธีรุนแรง ผู้ใหญ่และผู้มีอำนาจบางคนก็เช่นกัน เมื่อมีอำนาจขึ้นมาแล้วแทนที่จะใช้อำนาจโดยธรรม กลับประพฤติตนเป็นพาลเกเรเสียเอง กดขี่ข่มเหง บีบบังคับราษฎรตามความพอใจของตน ในด้านศีลธรรมจรรยานั้นเขาได้แต่พูดให้คนอื่นซื่อสัตย์สุจริต แต่ตัวเขาเองเต็มไปด้วยความทรยศคดโกง ข้าพเจ้าต้องการให้คนประเภทนี้หมดไปจากเมืองของข้าพเจ้าโดย เทพธรรม...นำมาฝาก [23 ก.ค. 2552 , 09:26:19 น.] ( IP = 58.9.149.45 : : )
สลักธรรม 5ใครเป็นอย่างไรก็ช่างเขาซิประภากร เราเป็นคนดีเป็นคนซื่อสัตย์สุจริตก็พอแล้ว การลงนรกขึ้นสวรรค์ไม่มีใครชวนใครไปได้ ใครจะทรยศคดโกงเท่าไรก็เอาไปไม่ได้ ต้องทิ้งไว้ในหัสดินบุรีนี่เอง ให้เป็นสมบัติของหัสดินบุรีและสมบัติของโลกต่อไป ใครทำบาปทำชั่วไว้แม้ไม่เห็นผลทันตาในโลกนี้ เขาก็ต้องไปชดใช้ของเขาเองในนรก
ประภากรหัวเราะก่อนพูดว่า ข้าพเจ้ามีความเห็นว่าส่วนตัวเราเองนั้น เราต้องซื่อสัตย์สุจริตอย่างมั่นคง แน่นอน แต่เรามีหน้าที่อีกอย่างหนึ่งคือ ปราบคนชั่ว ให้หมดไป หากเราไม่ดายหญ้าออกให้หมด เราจะปลูกต้นข้าว บำรุงต้นข้าวของเราให้งอกงามได้อย่างไร หากเราไม่ทำลายสัตว์ที่กัดกินต้นพืชของเราไปด้วย เราจะใส่ปุ๋ยสักเท่าไร พืชของเราก็จะงามไม่ได้ เวลานี้บ้านเมืองของข้าพเจ้าเหมือนแปลงนาที่มีหญ้ารก เหมือนพืชที่มีตัวเพลี้ยคอยกัดกิน และเหมือนคนที่มีโรคเรื้อรังในกาย จะให้อาหารอย่างดีสักเท่าไรหากกำจัดโรคในกายออกไม่ได้ ร่างกายก็คงผ่ายผอม กระปลกกระเปลี้ยอยู่นั่นเอง
ประภากร! ราเมศร์กล่าว ข้าพเจ้าเห็นใจท่าน-ท่านเป็นผู้มีความหวังดีต่อบ้านเมือง แต่ข้าพเจ้า, ในฐานะชอบใจท่าน แม้เพียงได้สนทนาครั้งเดียว, ขอเตือนท่านด้วยความปรารถนาดีอย่างจริงใจว่า ขอให้ท่านระวังจงหนัก ทางที่ท่านกำลังจะก้าวไปต่อไปนี้เป็นทางที่เดินยาก ระดะไปด้วยขวากหนาม ต้องเสี่ยงอันตรายนานาประการ
แต่หากท่านทำได้ตามอุดมคติของท่าน คือกำจัดคนชั่ว ส่งเสริมคนดีได้ก็เป็นบุญอันประเสริฐ การมีความตั้งใจอำนวยสุขแก่เพื่อนมนุษย์นั้นเป็นความดีของจิตใจของเราเองชั้นหนึ่งแล้ว หากสามารถทำได้ดังตั้งใจก็จะเป็นประโยชน์สุขแก่เพื่อนมนุษย์เป็นอันมาก
ประภากรและสินธุวัตกล่าวขอบคุณท่านราเมศร์ และอยู่สนทนากับท่านอีกสักพักหนึ่งจึงจะได้ลากลับ โชติมันต์และสุมิตตาเดินออกมาส่งที่ม้าเขามายืนสนทนากันที่ใกล้ม้าอีกครู่หนึ่ง โชติมันต์กล่าวขึ้นก่อนว่า
ข้าพเจ้าแปลกใจเหลือเกิน ว่าทำไมคณะมนตรีจึงปล่อยท่านไว้ข้าพเจ้าแน่ใจว่า เขารู้ความคิดและการกระทำของท่านทุกอย่าง แต่ทำไมเขาจึงไม่จับท่าน
ประภากรดึงมือโชติมันต์ออกไปห่างเพื่อน พอไม่ให้ใครได้ยินแล้วกล่าวว่า ที่ข้าพเจ้ารอดตัวอยู่ได้นี้เพราะอสิธารา ท่านทราบแล้วว่าอสิธาราเป็นบุตรีที่รักยิ่งของท่านอัครมหาเสนาบดีอินทุ นอกจากรักแล้ว ท่านอัครมหาเสนาบดียังมีความเกรงลูกสาวอีกด้วย อสิธารารักข้าพเจ้า เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กๆ เธอรักข้าพเจ้ามาก พูดกันตามความจริงข้าพเจ้ารักเธอไม่เท่าที่เธอรักข้าพเจ้า ข้าพเจ้าไม่ชอบนิสัยเหยียดหยามคนของเธอ แต่อย่างไรก็ตามเธอมีความดีในเรื่องอื่นๆ หลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าพเจ้าจะปลอดภัยตลอดเวลาที่เธอยังอยู่ และบิดาของเธอเป็นอัครมหาเสนาบดีแห่งแคว้นปัญจาละอยู่ เธอเป็นเกราะป้องกันข้าพเจ้า ข้าพเจ้าคิดทำงานใหญ่ และงานนี้หากข้าพเจ้าทำสำเร็จจะเป็นโชคดีแก่เพื่อนร่วมชาติของข้าพเจ้าเป็นอย่างมาก
โชติมันต์ต้องนึกได้ ทุกคนที่เคยผ่านสำนักสันติธรรมาลัย จะต้องนึกได้ถึงคำสอนของท่านอาจารย์สุธรรมเทวะ ท่านย้ำอยู่เสมอว่า ในการประกอบกิจใดๆ ก็ตามหากมีความมุ่งหวังเพื่อประโยชน์สุขของเพื่อนมนุษย์ด้วยความจริงใจแล้วมักสำเร็จเสมอ ขอให้รักษาอุดมคติอันนี้ไว้ให้มั่นคง โชติมันต์! ข้าพเจ้ามีความมุ่งหวังเพื่อประโยชน์สุขของเพื่อนร่วมชาติ ข้าพเจ้าไม่คิดทำเพื่อความยิ่งใหญ่ของตัว ข้าพเจ้าเชื่อว่าความหวังอันนี้ของข้าพเจ้าเป็นกุศลจะช่วยคุ้มครองข้าพเจ้า และข้าพเจ้าจะต้องประสบผลสำเร็จ หรือมิฉะนั้นข้าพเจ้าก็ตาย ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
ท่านมีความตั้งใจมั่นคงมาก โชติมันต์พูด
มั่นคงมากทีเดียว ประภากรย้ำและว่า ข้าพเจ้าชอบใจลักษณะและปัญญาของท่าน โชติมันต์! เมื่อท่านเรียนสำเร็จแล้ว ข้าพเจ้าใคร่ขอร้องท่านให้มาร่วมงานกับข้าพเจ้า ข้าพเจ้าพอดูออกว่าคนอย่างท่าน หากเป็นมิตรกับใครก็เป็นจริง เป็นคนมีความซื่อสัตย์สุจริต ข้าพเจ้าต้องการเพื่อนอย่างนี้แหละมาร่วมงาน คนทำงานใหญ่ต้องมีความซื่อสัตย์สุจริต อย่าลืมนะโชติมันต์ ข้าพเจ้าขอร้องไว้มาทำงานกับข้าพเจ้า
ข้าพเจ้าหวังพึ่งปัญญาของท่านอยู่ หากท่านไม่ร่วมงานในระยะต้นเพราะขัดข้องด้วยเหตุใดเหตุหนึ่งหรือไม่สะดวกใจหรือไม่ปรารถนามาเสี่ยงอันตรายแก่ข้าพเจ้าก็ขอให้มาในระยะหลังก็ได้
ประภากรและสินธุวัตลาสหายทั้งสองแล้วควบม้าหายไปในความมืด
โปรดติดตามตอนต่อไป
![]()
![]()
![]()
โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [23 ก.ค. 2552 , 09:33:35 น.] ( IP = 58.9.149.45 : : )
สลักธรรม 6กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะ โดย เซิ่น [23 ก.ค. 2552 , 11:09:46 น.] ( IP = 58.8.23.32 : : )
สลักธรรม 7![]()
โดย น้องกิ๊ฟ [24 ก.ค. 2552 , 19:43:28 น.] ( IP = 61.90.123.25 : : )
สลักธรรม 8
มาตามอ่านร่มธรรมแห่งจิตใจค่ะ
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เทพธรรมมากค่ะที่นำเรื่องที่ดีมีสาระมาให้ได้อ่าน เป็นตัวอย่างในการดำเนินชีวิตได้เป็นอย่างดี
อนุโมทนาค่ะโดย พี่ดา [27 ก.ค. 2552 , 11:13:56 น.] ( IP = 124.121.172.104 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |