| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ร่มธรรม (๑๓)
พึ่งความดี
โดย อาจารย์วศิน อิทรสระ
ตอนที่ผ่านมา
อีกสามวันต่อมา ขณะที่ราเมศร์ โชติมันต์และสุมิตตานั่งปรึกษาเรื่องงานการกันอยู่ ราเมศร์กำลังเล่าให้ฟังถึงผลสำเร็จและความล้มเหลวเกี่ยวกับการค้าและการงานทั่วไปเท่าที่ได้ประสบพบเห็นมา
ตอนหนึ่ง ท่านกล่าวว่า การทำติดต่อไม่จับจดเป็นกุญแจสำคัญในการบรรลุผลสำเร็จ แม้จะทำทีละเล็กละน้อยก็ขอให้ติดต่อสม่ำเสมอ สิ่งที่มีผลยั่งยืนมั่นคง มักเห็นผลช้า ผู้ทำต้องมีความอดทน โดยความเป็นจริงแล้ว ความเพียรพยายามนั้นมีผลในตัวมันเอง เล่ากันมาว่า
มีชาวนาผู้หนึ่ง มีไร่องุ่นอยู่แห่งหนึ่งก่อนตายได้สั่งลูกไว้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่พ่อจะให้แก่เจ้าทั้งหลายอยู่ในไร่องุ่นทั้งสิ้น ทรัพย์สมบัติทั้งหลายทั้งมวลอยู่ที่นั่น ว่าแล้วก็สิ้นใจ
พอบิดาตายลง พวกลูกๆ ก็ชวนกันจับจอบเสียมพลั่ว และเครื่องมืออื่นๆ พากันไปที่ไร่องุ่นแล้วขุดพรวนดินทั่วไร่ แต่ก็ไม่พบทรัพย์สมบัติอะไรแต่ต่อมาไม่นานนักไร่องุ่นของเขาก็เจริญงอกงามขายได้ราคาดีกว่าไร่องุ่นอื่นๆ เขาจึงรู้ความหมายของคำที่บิดาสั่งไว้
ความพยายามในทางที่ชอบ ซึ่งพระท่านเรียกว่าสัมมาวายะมะนั้น ย่อมมีผลดีเสมอไม่โดยตรง ก็โดยอ้อม ไม่เร็วก็ช้า
ส่วนความเกียจคร้าน ความเบื่อหน่ายในการงาน เป็นทางแห่งความล้มเหลว ไม่มีใครที่ใช้ความเกียจคร้านเป็นเครื่องมือแล้วประสบผลสำเร็จ
ขณะนั้นมีชายผู้หนึ่งมาถามหา โชติมันต์และสุมิตตาร่างกายของเขาเกลื่อนไปด้วยรอยแผลที่เพิ่งจะแห้ง ที่สะเก็ดเพิ่งกะเทาะออกเป็นรอยขาวก็มี
เมื่อโชติมันต์และสุมิตตาแนะนำตนเองแล้ว เขาก็ก้มลงกราบแทบท้าของทั้งสอง ท่านจำข้าพเจ้าไม่ได้หรือ? เขาถาม สายตาแสดงความภักดี
โชติมันต์และสุมิตตางงอยู่ครู่หนึ่ง แต่เมื่อสังเกตรอยแผลก็หวนระลึกถึงชายหนุ่มหนึ่งซึ่งถูกรุมตีซึ่งเขาได้ช่วยไว้ จึงกล่าวว่า ท่านคือผู้ที่คนของอสิธาราทุบตี เมื่อสามวันก่อนใช่ไหม?
ใช่-ท่าน ข้าพเจ้าชื่อปัฏ วันนั้นข้าพเจ้ามึนงงไปหมด จึงจำหน้าท่านทั้งสองไม่ค่อยแม่น, ข้าพเจ้าขออภัยด้วย
ไม่เป็นไรหรอก โชติมันต์พูด ข้าพเจ้าก็จำท่านไม่ค่อยได้เหมือนกัน วันนั้นเนื้อตัวบวมช้ำ และเลือดโซมกาย เอ้อ, แล้วท่านรู้จักชื่อข้าพเจ้าทั้งสองได้อย่างไร?
ท่านประภากรบอก พร้อมทั้งบอกที่พักให้ด้วย ข้าพเจ้าขอขอบพระคุณท่านทั้งสองเหลือเกิน หากไม่ได้ท่านทั้งสองข้าพเจ้าคงตายแล้ว ชีวิตของข้าพเจ้าที่อยู่ต่อไปนี้เป็นชีวิตที่ท่านทั้งสองประทานให้ โดยเฉพาะนายหญิงได้เสี่ยงอันตรายมากหากท่านไม่รังเกียจข้าพเจ้าแล้ว ข้าพเจ้าใคร่ขออยู่เป็นข้ารับใช้ท่านทั้งสองจนกว่าชีวิตจะหาไม่ พูดแล้วก้มลงกราบอีกครั้งหนึ่ง
โชติมันต์หันมามองหน้ากันแล้วยิ้ม ท่านไม่มีอะไรเป็นห่วงกังวลทางบ้านหรือคะ? สุมิตตาถาม
ชายนั้น ยกมือท่วมหัว น้ำตาไหลพราก แต่ในม่านน้ำตานั้น มีแววแห่งความตื้นตันใจ
ร้องไห้ทำไมคะ? มีอะไรต้องเสียใจมากหรือ?
นายปัฏเผยอยิ้มหน่อยหนึ่ง มองดูสุมิตตาด้วยดวงตาที่แสดงความสัตย์ซื่อจงรัก พลางกล่าวว่า ข้าพเจ้าตื้นตันใจเหลือเกิน ตั้งแต่เกิดมาจนบัดนี้อายุได้ ๒๘ ปีแล้วยังไม่เคยพบเห็น หรือได้ยินด้วยหูของตนเองสักครั้งเดียว ซึ่งคนมั่งมีและอยู่ในวรรณะอย่างท่านมีเมตตากรุณาต่อคนจนเช่นข้าพเจ้า พูดจาระรื่นหูต่อจัณฑาลเช่นข้าพเจ้า ข้าพเจ้าปลื้มใจเหลือเกิน-ปลื้มใจจนน้ำตาไหล เรื่องนี้เองที่ทำให้ข้าพเจ้าร้องไห้ ส่วนความห่วงกังวลทางบ้านของข้าพเจ้านั้นไม่มี ข้าพเจ้ามีลูกคนหนึ่งคลอดได้วันเดียวก็ตาย มีเมียคนหนึ่งตายไป ๓ ปีแล้ว เพราะขาดอาหารหมดกำลังโดย เทพธรรม...นำมาฝาก [24 ก.ค. 2552 , 07:31:45 น.] ( IP = 58.9.143.98 : : )
สลักธรรม 1บ้านเดิมอยู่ที่ไหนคะ?
อยู่ในหัสดินบุรีนี่เอง-ท่าน
จะทิ้งบ้านไปหรือ?
เดี๋ยวนี้บ้านไม่มีแล้ว-ท่าน
ทำไมล่ะ?
พังไปหมดแล้ว
แล้วได้อาศัยนอนที่ไหนล่ะ?
ค่ำไหนนอนนั่น ไม่เป็นที่เป็นทาง
คุณพ่อว่าอย่างไรคะ? สุมิตตาหันไปถามท่านราเมศร์
ก็ดีเหมือนกันถ้าเขาพอใจ แต่นายปัฏรู้หรือเปล่าว่าพวกเราอยู่ที่ไหน? ท่านหันไปถามนายปัฏ
ท่านประภากรบอกว่า ท่านอยู่ราชคฤห์
ต้องการไปอยู่ราชคฤห์หรือ? โชติมันต์ถาม
ที่ไหนก็ได้ ที่มีท่านทั้งสองอยู่ ข้าพเจ้าจะขอเป็นข้ารับใช้ไปตลอดชีวิต ข้าพเจ้าขอเรียนถามอีกนิดหนึ่งว่าอะไรทำให้ท่านทั้ง ๓ ไม่รังเกียจข้าพเจ้า ในฐานะที่ข้าพเจ้าเป็นจัณฑาล คนในเมืองนี้เขารังเกียจข้าพเจ้า และพวกของข้าพเจ้า แม้แต่มาให้เขาเห็น เขาก็ทุบตีเอา ข้าพเจ้าไม่เคยได้ยินคำพูดที่อ่อนหวานจากคนวรรณะใดๆ เลย นอกจาก, หากมีบ้าง, ก็พวกจัณฑาลด้วยกันโดย เทพธรรม...นำมาฝาก [24 ก.ค. 2552 , 07:37:25 น.] ( IP = 58.9.143.98 : : )
สลักธรรม 2พวกเราทำได้อย่างนี้เป็นเรื่องเล็กน้อยหรอก นายปัฏ ท่านราเมศร์อธิบาย พระบรมศาสดาของเรา ท่านเป็นถึงวรรณะกษัตริย์ เป็นราชโอรสของพระเจ้าแผ่นดินท่านยังประทานเมตตากรุณาแก่จัณฑาล ทำนองเดียวกับที่ทรงมีต่อพระราชวงศ์ เราเป็นเพียงสามัญทำได้อย่างนี้ไม่อัศจรรย์ดอก พระบรมศาสดาของเราทรงสอนไม่ให้ถือวรรณะ ไม่ให้เหยียดหยามคนจน แต่ให้ช่วยเหลือ
พระบรมศาสดาของท่าน! ใครคือพระบรมศาสดาของท่าน?
พระพุทธเจ้าซิ ปัฏ ราเมศร์ตอบ พระพุทธเจ้าผู้ทรงประกาศพระพุทธศาสนา
โอ, พระพุทธเจ้า, พระพุทธศาสนา หากท่านสอนอย่างนี้ ทำให้ผู้นับถือพระองค์ท่านดีอย่างนี้ ข้าพเจ้าขอเคารพนับถือและขอบูชาพระองค์ท่าน ตั้งแต่ยังไม่เคยเห็นท่านเลย
ไปราชคฤห์ก็คงได้เห็น พระองค์เสด็จมากรุงราชคฤห์เสมอตระกูลของเราเคารพนับถือพระองค์ท่านทั้งหมด พวกเราไม่มีวรรณะมานานแล้ว
ไม่มีวรรณะมานาน นายปัฏทวนคำ เป็นข้อแปลกประหลาดที่สุดเท่าที่ข้าพเจ้าได้ยินได้ฟังมา หากข้าพเจ้าจะเป็นอย่างท่านทั้งหลายบ้างจะทำอย่างไร?
ก็ไม่ยาก ราเมศร์ว่า พระบรมศาสดาสอนให้เราเป็นคนมีความประพฤติ เห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน เอื้อเฟื้อช่วยเหลือกันแทนการมามัวนั่งแยกชั้นวรรณะว่า คนนั้นวรรณะนั้น คนนี้วรรณะนี้ ความจริงคนเราเกิดมาไม่มีวรรณะอยู่แล้ว ที่จัดวรรณะต่างๆ นั้น เรามาเรียกกันเองสมมติกันขึ้นเอง
ข้าพเจ้าไม่ค่อยเข้าใจคำพูดของท่านนัก โปรดอธิบายต่ออีกสักหน่อยเถิด นายปัฏว่า
ท่านราเมศร์ให้นายปัฏไปตักน้ำที่ใสสะอาดจากตุ่มน้ำมาแล้วให้แบ่งใส่ถ้วย ๔ ถ้วย ท่านราเมศร์ถามนายปัฏว่าน้ำนั้นสีอะไร สีขาว เขียว ดำ เหลือง หรือแดง
ไม่มีสีเลย-ท่าน นายปัฏตอบ ไม่มีสีอะไรเลย
ท่านราเมศร์จึงเอาสีดำหยดลงไปในถ้วยหนึ่ง สีแดง สีขาวและสีเหลืองอย่างละถ้วยตามลำดับไป แล้วถามว่า น้ำในถ้วยเปลี่ยนสีไปไหม?
ใช่-ท่าน
ทำไมจึงเปลี่ยนไป?
เพราะเอาสีแดงเป็นต้นใส่ลงไป
เดิมทีเดียวน้ำไม่มีสีใช่ไหม?
ใช่-ท่าน
ทำนองเดียวกันนี้แหละ ท่านราเมศร์พูดต่อ เดิมทีมนุษย์เราเกิดมาบริสุทธิ์เหมือนน้ำ ไม่มีสี แต่เพราะมาผสม-สมมติกันภายหลัง คนนั้นจึงเป็นวรรณะกษัตริย์-สีแดงคนนี้เป็นวรรณะพราหมณ์ สีขาว วรรณะไวศยะ-สีเหลืองและวรรณะศูทร์-สีดำ
ข้าพเจ้าเข้าใจแล้ว-ท่าน นายปัฏรับ ดวงหน้าชื่นบานขึ้นโดย เทพธรรม...นำมาฝาก [24 ก.ค. 2552 , 07:45:38 น.] ( IP = 58.9.143.98 : : )
สลักธรรม 3ท่านราเมศร์เอาน้ำยาชนิดหนึ่งซึ่งมีกลิ่นเหม็นฉุนมากหยดใส่ลงไปในถ้วยซึ่งมีน้ำสีแดงแล้วถามว่า น้ำในถ้วยกลิ่นเป็นอย่างไร? เหม็นไหม?
เหม็นฉุน-ท่าน นายปัฏตอบ
คราวนี้เอาน้ำหอมชนิดหนึ่งหยดลงไปในถ้วยน้ำซึ่งมีน้ำสีดำ
น้ำในถ้วยหอมไหม?
หอมมาก-ท่าน
ท่านจึงกล่าวว่า ทำนองเดียวกันนี่แหละ มนุษย์เราก็อย่างนี้ไม่ว่ากษัตริย์ (สีแดง) หรือใคร หากทำชั่วก็เป็นคนชั่วไม่น่าคบเหมือนน้ำที่กลิ่นเหม็น หากทำดีก็เป็นคนดีน่าคบ เหมือนน้ำที่มีกลิ่นหอมแม้จะเป็นสีดำ (ศูทร์) ก็ตาม
กษัตริย์ หรือพราหมณ์ ไวศยะ หรือศูทร์ หรือจัณฑาลก็ตาม เมื่อประพฤติดีย่อมเป็นคนดีเสมอกันหมด เมื่อประพฤติชั่วก็เป็นคนชั่วเสมอกัน พระบรมศาสดาของพวกเราทรงสอนอย่างนี้
เพราะฉะนั้น หากนายปัฏเป็นศาสนิกชน นับถือพระพุทธศาสนา นายปัฏก็อาจเป็นคนดีที่สุด เพราะทำดีให้ถึงที่สุด จนใครๆ ต้องกราบไหว้ เคารพนับถือ มีศิษย์ของพระพุทธเจ้าหลายท่านที่เดิมทีเป็นศูทร์ แต่เมื่อบวชแล้วแม้ผู้ที่เคยเป็นกษัตริย์มาก่อนก็ต้องกราบไหว้แสดงความเคารพ ทั้งนี้ เพราะพระพุทธเจ้าทรงถือเอาคุณความดีเป็นเครื่องวัดความสูงส่งของคน และทรงถือความชั่วทำให้คนต่ำทรามไม่ว่าเขาจะเกิดในวรรณะใด
คืนนั้นปัฏนอนที่บ้านพักของราเมศร์ เขานอนอย่างเป็นสุขไม่เคยเลยในชีวิตที่ผ่านมาซึ่งเขาจะนอนเป็นสุขเช่นคืนนั้น ท่านราเมศร์และสุมิตตา โชติมันต์ได้ทำให้เขามีความภาคภูมิใจในตัวของเขา ไม่ต้องนึกน้อยใจในการเกิดมาเป็นจัณฑาลของตน
ความภูมิใจในตนนี้เป็นสาเหตุหนึ่งซึ่งทำให้คนตั้งใจประพฤติดี และเห็นใจเพื่อนมนุษย์ หากว่าเขาไม่ถือเอาความภาคภูมิใจนั้นไปใช้ในทางที่ผิด เช่นการยกตนข่มผู้อื่นโดย เทพธรรม...นำมาฝาก [24 ก.ค. 2552 , 07:52:24 น.] ( IP = 58.9.143.98 : : )
สลักธรรม 4ปัฏตื่นขึ้นในตอนดึกประมาณปลายมัชฌิมยาม เขาออกมาเดินดูความเรียบร้อยภายนอก เขาถือไม้ท่อนใหญ่เป็นเพื่อนป้องกันอันตราย เมื่อเดินตรวจตราดูความเรียบร้อยแล้วก็มานั่งอยู่ที่มุมเรือนแห่งหนึ่ง ตรงนั้นเป็นมุมมืดเขาไม่กลัวอะไร เพราะชีวิตของเขาเคยผ่านมาแต่ที่นอนอันโล่งแจ้งไม่มีที่กำบัง สังคมมองเห็นชีวิตเขาไม่มีค่า การทำมาหากินจึงเต็มไปด้วยความลำบาก ฝืดเคือง ตัวเขาเองก็เคยรู้สึกอย่างนั้น
แต่มาบัดนี้ ท่านราเมศร์และบุตรีรวมทั้งโชติมันต์ทำให้เขารู้สึกว่า ชีวิตของเขามีค่าเหมือนกับชีวิตของคนทั้งหลาย เขานั่งคำนึงถึงชีวิตของเขา ทบทวนถึงคำพูด ของสุมิตตา โชติมันต์และราเมศร์ ช่างเป็นคำพูดที่มีค่าสูงเสียนี่กระไร!
เขาตั้งใจอย่างแน่วแน่ ว่าจะพยายามทำดีที่สุดตามกำลังสามารถของเขา เขาจะเอาชีวิตป้องกันชีวิตของท่านผู้มีบุญคุณ รวมทั้งทรัพย์สมบัติของท่านด้วย
ขณะที่เขากำลังคิดเพลินอยู่นั่นเอง เขาได้มองเห็นอะไรอย่างหนึ่งเคลื่อนไหวอยู่ในความมืด ลักษณะคล้ายคน ๒ ๓ คนเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ต้นไม้ซึ่งผูกโคสำหรับลากเกวียน ภาพนั้นเคลื่อนไหวแล้วหยุดอยู่หลายครั้ง แต่ทุกครั้งใกล้โคเข้าไปทุกที เขาเข้าใจว่าจะเป็นขโมย แต่มีถึง ๓ คน หากเขาจะป้องกันคนเดียวคงไม่ไหว เขาจึงย่องขึ้นเรือนไปปลุกท่านราเมศร์และโชติมันต์โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [24 ก.ค. 2552 , 07:55:33 น.] ( IP = 58.9.143.98 : : )
สลักธรรม 5เวลานั้นเงียบ-เงียบเหลือเกินจนน่ากลัว เขาค่อยๆ ปลุกท่านราเมศร์และโชติมันต์เพียงเบาๆ
ท่านท่าน ลุกขึ้น ใคร เสียงท่านราเมศร์และโชติมันต์ถาม ผงกศีรษะขึ้น ใคร
กระผมเอง ปัฏ
มีเรื่องอะไร ปัฏ ราเมศร์ถาม
เบาๆ ครับท่าน มาดูอะไรนี่ ออกมาเบาๆ นะครับ ปัฏบอก
ท่านราเมศร์และโชติมันต์รีบลุกขึ้น ถือดาบคู่มือออกมาด้วยมองตามที่ปัฏชี้มือไป เห็นรางๆ ว่าคน ๓ คน กำลังแก้เชือกวัวอยู่ คนขับเกวียนกำลังหลับสนิททั้งหมด
ต้องเป็นขโมยแน่ โชติมันต์ออกความเห็น
อย่างนี้แล้ว จะอะไรเสียอีก ราเมศร์ว่า
จะทำอย่างไรครับคุณลุง จะเอาอย่างไร จับเป็นหรือจับตาย โชติมันต์ถามเสียงร้อนรน
ฉันเอง โชติมันต์! ไว้หน้าที่ฉัน ราเมศร์พูด ทันใดนั้น ท่านราเมศร์ร้องบอกให้ทุกคนที่กำลังแก้เชือกวัวอยู่หยุดยืนอยู่กับที่ใครวิ่งหนีจะยิง เพราะมีธนูและลูกธนูอาบยาพิษอยู่ในมือแล้ว พร้อมที่จะยิงให้ตายพร้อมกันได้ทั้ง ๓ คน
พวกโจรได้ยินดังนั้น ตกใจ ตะลึง ยืนนิ่งอยู่ เสียงของท่านราเมศร์ดังพอที่จะสามารถปลุกชาวเกวียนให้ตื่นขึ้น ทุกคนรีบกระโดดลงจากเล่มเกวียนที่ตนนอนอยู่ ล้อมโจรไว้ได้ เมื่อจับโจรได้หมดทั้ง ๓ คนแล้วก็นำมาที่พัก จุดไฟสว่างขึ้น
พวกโจรรู้สึกว่าภัยมาถึงตนก็ละล่ำละลักขอความกรุณาอย่าให้ส่งตัวไปให้ราชบุรุษแห่งหัสดินบุรี เพราะเขาทราบดีว่า การขโมยของคนต่างเมืองนั้นมีโทษรุนแรงนัก หนักกว่าโทษธรรมดา ๒ เท่า ทั้งนี้เพื่อต้องการรักษาชื่อเสียงของแคว้นโดย เทพธรรม...นำมาฝาก [24 ก.ค. 2552 , 08:01:51 น.] ( IP = 58.9.143.98 : : )
สลักธรรม 6เวลานั้นสุมิตตาก็ตื่นแล้วเช่นกัน
พวกโจรเป็นชายฉกรรจ์ ทั้ง ๓ คน อยู่ในวัยประมาณ ๒๕ ๓๐
ทำไมจึงต้องหากินทางขโมย? ท่านราเมศร์ถาม
ไม่มีใครตอบ
เมื่อขโมยทรัพย์ของคนอื่นไม่นึกว่าเจ้าของทรัพย์เขาจะเดือดร้อน ทีอย่างนั้นทำไมจึงไม่นึกถึงความกรุณา แต่พอถูกจับได้มาขอความกรุณา รู้จักจะแต่ขอความกรุณาจากคนอื่น แต่ไม่มีความกรุณาจะให้ใครหรืออย่างไร?
ไม่มีใครตอบ
ราเมศร์จึงพูดต่อไป.-
คนทั้งหลาย ทำมาหากินด้วยความเหนื่อยยากลำบาก อาบเหงื่อต่างน้ำ ต้องเสี่ยงอันตราย จากลูกจากเมียเพื่อหาทรัพย์มาเลี้ยงตน บุตร ภรรยา สงเคราะห์สมณะพราหมณาจารย์ผู้ประพฤติปฏิบัติชอบคนทั้งหลายพยายามบากบั่นเพื่อความดี แต่พวกโจรพยายามบากบั่นเพื่อความชั่ว เพื่อเบียดเบียนคนทั้งหลาย
ท่านทั้งหลายลองนึกดูว่า ของๆ ท่านเอง ท่านหวงแหนแม้ของที่ท่านขโมยไปนี่แหละ เมื่อใครมาแย่งชิงท่านหรือขโมยของท่านไป ท่านยังต่อสู้ป้องกัน รู้จักเสียดายหวงแหน เมื่อเป็นดังนี้ ของที่คนอื่นหาได้มาโดยยากลำบาก ต้องสั่งสมทรัพย์ทีละเล็กละน้อยกว่าจะซื้อของมาได้เป็นต้นว่าวัวสักตัวหนึ่ง, เขาจะไม่ยิ่งเสียดายเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณหรือ?
ขอให้ท่านทั้งหลายเลือกเอา คือจะให้ข้าพเจ้าส่งไปให้เจ้าหน้าที่ทางบ้านเมือง เพื่อลงโทษท่านให้สมควรแก่กรรม หรือท่านจะเลิกอาชีพโจร กลับตัวเป็นพลเมืองดี?
โจรทุกคนรับพร้อมกันว่า ข้าพเจ้าขอเลือกเอาประการหลัง
ข้าพเจ้าจะเชื่อท่านได้อย่างไร เพราะท่านเป็นคนไม่มีศีล ราเมศร์ว่า
แม้พวกข้าพเจ้าไม่มีศีลในข้อลักขโมย แต่ข้าพเจ้าก็พอมีสัตย์อยู่บ้าง
เมื่อไม่มีศีลแล้ว จะมีสัตย์อย่างไร? ท่านราเมศร์พูด เพราะในศีลข้อ ๔ เป็นศีลที่สอนให้คนมีสัจจะโดยตรง การไม่มีสัตย์เป็นการเสียศีลอยู่แล้ว
ข้าพเจ้าขอสัญญาว่า ข้าพเจ้าจะรักษาสัตย์ในเรื่องนี้คือข้าพเจ้าจะเลิกเป็นโจร จะประกอบสัมมาชีพตลอดชีวิต หากท่านจะให้ข้าพเจ้าสาบาน ข้าพเจ้าก็จะสาบานให้ สาบานต่อสิ่งใดก็ได้ที่ท่านเชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์ สามารถลงโทษข้าพเจ้าได้
อย่าเลย-อย่าสาบานเลย ราเมศร์ว่า คำสาบานไม่มีประโยชน์แก่ตัวท่าน ท่านพอมีข้ออ้างอิงอย่างอื่นหรือไม่ที่พอให้ข้าพเจ้าเชื่อถือได้ว่า คำรับรองของท่านเป็นความจริงท่านจะไม่กลับสัตย์โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [24 ก.ค. 2552 , 08:09:44 น.] ( IP = 58.9.143.98 : : )
สลักธรรม 7มีอยู่ประการหนึ่ง คือ โจรกล่าว ข้าพเจ้าชื่อเสนะ อยู่ ณ หมู่บ้านกาลิคาม อีกสองคนเพื่อนของข้าพเจ้าก็อยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน บิดาของข้าพเจ้าเป็นช่างเหล็กข้าพเจ้าจะบอกชื่อบิดาและภรรยาพร้อมทั้งบุตรของข้าพเจ้า เพื่อเป็นประกันแก่ท่าน หากท่านไม่แน่ใจ ท่านจะให้คนของท่านไปสืบดูก่อนก็ได้ เวลานี้ท่านกักตัวข้าพเจ้าไว้ก่อนจะปล่อยก็ต่อเมื่อแน่ใจแล้วว่า ข้าพเจ้าไม่มุสา ข้าพเจ้าขอบอกท่านว่า
ธรรมดาโจรย่อมไม่บอกวงศาคณาญาติของตน เพราะราชบุรุษสามารถเอามารดาบิดา หรือบุตรภรรยา เป็นประกันหรือทำโทษแทนได้ การที่ข้าพเจ้ายอมบอกเช่นนี้ก็ด้วยแน่ใจว่า ข้าพเจ้าจะเลิกเป็นโจรอย่างแน่นอน
ประการหนึ่ง อีกประการหนึ่งข้าพเจ้าเชื่อว่า ท่านเองก็คงมีสัตย์ไม่กลับคำที่ว่าหากข้าพเจ้าเลิกเป็นโจรก็จะปล่อยข้าพเจ้าไป
ข้อนี้ข้าพเจ้ารับรอง ราเมศร์กล่าว
ข้าพเจ้าก็ขอรับรองคำของข้าพเจ้าเช่นกัน โจรพูด
ท่านควรมีหลักใจอะไรสักอย่างหนึ่ง ราเมศร์ว่า ในการดำเนินชีวิตต่อไปนี้ ท่านควรมีหลักใจ
ท่านหมายถึงอะไร?
หมายถึงศาสนา
ข้าพเจ้าก็มีศาสนาอยู่แล้ว
ศาสนาของท่านไม่ได้สอนให้ท่านขโมยมิใช่หรือ?
ไม่ได้สอน โจรตอบ
ศาสนาของท่านสอนให้พึ่งอะไร?
สอนให้พึ่งพระผู้เป็นเจ้าบนสวรรค์
ท่านเคยพึ่งได้หรือไม่? ราเมศร์ถาม
ไม่เคยเลย, และไม่เคยเห็น
ท่านเชื่อหรือ ว่าพระผู้เป็นเจ้าบนสวรรค์จะช่วยท่านได้?
ข้าพเจ้าไม่แน่ใจ หัวหน้าโจรตอบ
ถ้าอย่างนั้น ท่านควรจะหาที่พึ่งอย่างอื่นที่ท่านแน่ใจอย่างที่ข้าพเจ้าแน่ใจอยู่
ท่านหมายถึงอะไร? โจรถาม
ข้าพเจ้าหมายถึงความดี
ความดีเป็นที่พึ่งได้หรือ? โจรถาม
ได้แน่นอน ราเมศร์ตอบ
ข้าพเจ้ายังมองไม่เห็น โจรว่า
เอาตัวอย่างใกล้ๆ ก็ได้ ราเมศร์อธิบาย เพียงแต่ท่านตั้งใจจะทำความดี เลิกประพฤติชั่วก็เป็นที่พึ่งแก่ท่านได้แล้ว มิฉะนั้นท่านจะต้องถูกตำรวจหลวงลงโทษในฐานลักทรัพย์ ท่านพอเห็นหรือยัง? ข้าพเจ้าจะปล่อยท่านไป เพราะท่านตั้งใจจะเลิกความชั่ว ประพฤติตนเป็นพลเมืองดี อย่างนี้เรียกว่าท่านพึ่งความดีได้ไหม?
เห็นแล้ว โจรพูด ข้าพเจ้าเข้าใจ ขอขอบพระคุณท่านเป็นอย่างสูงที่กรุณาให้แสงสว่างแก่ข้าพเจ้า
นิ่งกันไปขณะหนึ่ง ศาสนาของท่านสอนอย่างนี้หรือ? โจรถาม
พระบรมศาสดาของข้าพเจ้า คือพระโคตรมะ พุทธะทรงสอนอย่างนี้, ทรงสอนให้เราพึ่งความดี นอกจากจะเป็นที่พึ่งแก่ตนได้แล้ว ยังเป็นที่พึ่งแก่ตนได้แล้ว ยังเป็นที่พึ่งแก่มารดาบิดา บุตรภรรยา และบริวารชนอีกด้วย คนที่คนอื่นพึ่งได้นั้น เพราะเป็นคนมีความดี
พระโคตมะ พุทธะนั้นคือใคร เป็นเทพเจ้าบนสวรรค์องค์ใดองค์หนึ่งหรือ? โจรถาม
ราเมศร์หัวเราะ ก่อนตอบว่า พระโคตมะ พุทธะ-บรมศาสดาของข้าพเจ้านั้น เดิมทีทรงเป็นพระโอรสของกษัตริย์
สุทโธทนะแห่งเมืองกบิลพัสดุ์ แคว้นโกศลโน้น พระองค์ได้เสด็จออกผนวช เพื่อทรงแสวงหาว่าอะไรเป็นกุศล อะไรเป็นอกุศล
ทรงใช้เวลาอยู่ในป่า ๖ ปี เมื่อทรงค้นพบแล้วจึงเที่ยวประกาศศาสนา สั่งสอนคนอื่นให้รู้ตามเห็นตาม หากท่านพอใจจะเคารพนับถือพระพุทธเจ้าพระองค์นั้นว่าเป็นศาสดาของท่านละก็ จงนั่งคุกเข่าลงเถิด แล้วประณมมือไปทางนครสาวัตถี เวลานี้พระองค์ประทับอยู่ที่นั่น แล้วว่าตามข้าพเจ้าไป
พวกโจรทุกคนนั่งคุกเข่าประฌมมือ หันหน้าไปทางทิศตะวันออกอันเป็นทิศซึ่งแคว้นโกศลตั้งอยู่
ราเมศร์ทำผ้าห่มเฉวียงบ่า นั่งคุกเข่า ประณมมือแล้ว่านำว่า:-
พระพุทธเจ้าพระองค์ใด, ทรงเป็นผู้รู้ดีรู้ชอบ, ทรงมีความบริสุทธิ์, ทรงมีความกรุณาสั่งสอนผู้อื่นให้รู้เห็นตาม, พระองค์ทรงสมบูรณ์ด้วยความรู้ดี และความประพฤติดี, ทรงเป็นที่พึ่งแก่โลก, เป็นแสงสว่างแห่งโลก ข้าพเจ้าทั้งหลาย, ขอถือพระองค์เป็นศาสดา, ข้าพระองค์ทั้งหลายเป็นสาวก, ข้าพระองค์ทั้งหลายจักประพฤติตนอยู่ในศีลธรรมอันดี ยึดมั่นความดีเป็นทางดำเนิน ตลอดชีวิต
ราเมศร์ให้โจรทั้ง ๓ คน ตั้งอยู่ในสรณคมน์และศีลแล้ว วันรุ่งขึ้นเมื่อสืบทราบเป็นที่แน่นอนว่าโจรมิได้กล่าวเท็จแล้ว จึงปล่อยตัวไป
โปรดติดตามตอนต่อไป
![]()
โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [24 ก.ค. 2552 , 08:22:50 น.] ( IP = 58.9.143.98 : : )
สลักธรรม 8กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาด้วยค่ะ โดย เซิ่น [24 ก.ค. 2552 , 09:30:49 น.] ( IP = 58.8.25.23 : : )
สลักธรรม 9![]()
โดย น้องกิ๊ฟ [24 ก.ค. 2552 , 19:44:01 น.] ( IP = 61.90.123.25 : : )
สลักธรรม 10
เรื่องร่มธรรมนี้ หากตั้งใจอ่านช้าๆ ด้วยความใส่ใจ พร้อมทำความเข้าใจในฐานะที่เป็นผุ้ที่กำลังถูกสอน นับว่าได้ประโยชน์เป็นอย่างมาก ให้แง่คิดที่ดี มุมมองที่ดี และสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี
ขอกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เทพธรรมมากค่ะที่นำเรื่องที่ดีมีสาระเช่นนี้มาให้ได้อ่านเป็นประจำ
อนุโมทนาค่ะโดย พี่ดา [27 ก.ค. 2552 , 10:35:09 น.] ( IP = 124.121.172.104 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |