| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ร่มธรรม (๑๔)
การตั้งตนไว้ชอบ
โดย อาจารย์วศิน อิทรสระ
ตอนที่ผ่านมา
ท่านราเมศร์ได้กล่าวแก่สุมิตตาและโชติมันต์ว่า:-
ดูเถิดความดีที่ทำด้วยความบริสุทธิ์ใจให้ผลทันตาเห็นถึงปานนี้ หากเธอทั้งสองมิได้ช่วยปัฏไว้ให้พ้นภัย และเขามิได้มาพักอาศัยกับเรา คืนนี้โคคงหายอย่างน้อย ๓ ตัวคิดเป็นมูลค่ามิใช่น้อย ชื่อว่าเขาได้ช่วยเราให้พ้นจากการเสื่อมทรัพย์ การที่เธอทั้งสองได้ช่วยเขานั้น แสดงผลดีให้เห็นแล้วในระยะเวลาไม่นานเลย
อนึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นการพิสูจน์หลักพระพุทธศาสนาที่ว่า การสงเคราะห์ผู้อื่นเท่ากับสงเคราะห์ตนเอง การคุ้มครองผู้อื่นเท่ากับคุ้มครองตนเอง นั้นอย่างชัดแจ้ง สิ่งใดออกไปจากบุคคลใด ย่อมกลับมาหาบุคคลนั้นโดยมิพักสงสัย จะเป็นเมตตากรุณาหรือความโหดร้าย จะเป็นความเอื้อเฟื้อหรือความเห็นแก่ตัว การให้ทุกข์หรือให้สุขแก่ผู้อื่นก็ตาม
เพราะฉะนั้นผู้เห็นกาลไกล จึงควรหมั่นประกอบแต่กรรมดี ไม่ดูหมิ่นกรรมดีแม้เพียงเล็กน้อย หรือเห็นว่าเล็กน้อยแล้วละเลยเสียอาหารที่บริสุทธิ์แม้น้อยก็ทำให้บุคคลยังชีพได้ชั่วระยะหนึ่ง ยาพิษแม้น้อยก็สามารถทำผู้ดื่มให้ตายได้ ฉันใด ความดีความชั่วก็ฉันนั้น
ความดีเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงจิตใจให้เจริญ งาม, มีกำลัง, ความชั่ว เป็นเครื่องบั่นทอนจิตใจให้ทรุดโทรม ในระหว่างความดีกับความชั่ว ในที่สุดความดีต้องเป็นฝ่ายชนะ
คนทำดีจะได้ดีเสมอไปหรือคะ-คุณพ่อ? สุมิตตาถาม
หากเขาทำดีเป็น จะต้องได้ดีเสมอ ราเมศร์ตอบ
ทำดีอย่างไรคะ เรียกว่าทำดีเป็น?
ต้องทำให้ถูก กาล ถูกสถานที่ และถูกบุคคล ราเมศร์ตอบ คือก่อนจะทำต้องใคร่ครวญว่าถึงกาลแล้วหรือยัง พ่อขออุปมาให้เห็น เหมือนหนึ่งว่า สตรีมีครรภ์ได้เพียง ๓ เดือนไปหาหมอทำคลอด อ้อนวอนให้หมอทำคลอดนำลูกของตนออก หมอก็ทำให้ตามใจหญิงนั้น ออกมาเด็กนั้นก็ตาย หญิงผู้เป็นมารดาตำหนิหมอว่า ทำคลอดไม่เป็นบุตรของเธอจึงตาย ความจริงแม้หมอจะทำคลอดเป็นเด็กก็ต้องตาย เพราะยังไม่ถึงกาลเวลาที่จะคลอดโดย เทพธรรม...นำมาฝาก [27 ก.ค. 2552 , 08:40:09 น.] ( IP = 58.9.145.15 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1หากหมอฉลาดบอกหญิงนั้นว่ายังไม่ถึงเวลา ให้คอยไปก่อน จนครบเก้าเดือนบริบูรณ์เสียก่อน หรือเกินเก้าเดือนเล็กน้อย เมื่อทำคลอดในระยะนั้น เด็กก็จะปลอดภัย เมื่อถึงเก้าเดือนแล้วย่างเข้าเดือนที่สิบเล็กน้อย หญิงนั้นเริ่มปวดครรภ์ไปให้หมอทำคลอดนำลูกออกมาตรวจดูแล้วเห็นว่า บัดนี้ถึงกาลอันควรแล้ว จึงนำเด็กออกได้โดยปลอดภัย หญิงผู้เป็นมารดาก็ปราโมช เห็นความดีของหมอจึงให้เงินทองเป็นรางวัลมากมาย
ตามตัวอย่างนี้ ลูกจะเห็นว่า กาล มีความสำคัญเพียงใดจริงอยู่ความดีบางอย่างทำได้ในทันทีที่คิดจะทำ แต่บางอย่างต้องคอยเวลาให้เหมาะ คนที่ทำความดีต่อผู้อื่นหากทำในเวลาเหมาะสม ย่อมได้รับผลมาก เหมือนชาวนาหว่านข้าวลงในนาที่ดินกำลังชุ่มชื้น เมล็ดพืชนั้นย่อมเจริญงอกงาม เพราะฉะนั้นความดีบางอย่าง เมื่อจะทำต้องตั้งปัญหาถามตัวเองเสียก่อนว่า ถึงเวลาหรือยัง? หากทำผิดเวลานอกจากจะไม่ได้รับผลดีแล้ว อาจเป็นโทษแก่ตัวเสียอีก
เวลาเป็นสิ่งให้คุณให้โทษแก่มนุษย์ได้ การจะสอนคนก็เหมือนกัน หากสอนถูกเวลาย่อมได้รับผลดี ถ้าสอนพร่ำเพรื่อก็ไม่ได้ผล ลูกลองคิดดูว่า ผ้าขนสัตว์นั้นใช้ได้ดีในหน้าหนาว หากใครนำมาใช้ในหน้าร้อนก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร มีแต่จะเพิ่มความร้อนให้แก่ตัวมากขึ้น จะโทษผ้าได้หรือ? ควรจะโทษความไม่รู้จักกาลของตนมากกว่า
ประการที่สองที่ว่า ทำความดีให้ถูกสถานที่นั้น หมายความว่าต้องรู้ว่า ความดีอย่างนี้เหมาะกับสถานที่อย่างนั้นหรือไม่ การกระทำบางอย่างที่จัดเป็นดี ก็เพราะมีคนในที่นั้นนิยม แต่ในที่อีกแห่งหนึ่งอาจไม่นิยม ความดีที่ทำจึงได้ผลไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย หรืออาจไม่ได้เลย
ที่ที่คนกำลังอดน้ำ ลูกนำน้ำไปให้สักถังหนึ่ง ผู้รับก็ประทับใจไปนาน ส่วนที่ซึ่งอุดมสมบูรณ์ด้วยน้ำอยู่แล้วลูกเอาน้ำใส่เกวียนไปให้สัก ๕ เล่มเกวียน ก็ไม่มีคุณค่าอะไรต่อความรู้สึกของเขา สถานที่มีความสำคัญอย่างนี้
ประการที่สามที่ว่าทำความดีให้ถูกบุคคลนั้น มีอธิบายว่าผู้ทำความดี ต้องใคร่ครวญว่า ความดีอย่างนี้เหมาะแก่บุคคลอย่างนั้นหรือไม่ คำพูดอย่างนี้สมควรแก่บุคคลอย่างนั้นหรือไม่ คนชนิดนี้ควรทำความดีให้เพียงใดควรยกย่องหรือควรข่ม พ่อขอยกตัวอย่างเรื่องการสอนคน
คนแต่ละคนย่อมมีอัธยาศัย หยาบ ปานกลาง และประณีตไม่เท่ากัน ไม่เหมือนกัน คนมีอัธยาศัยหยาบใช้วิธีละมุนละม่อมไม่ได้ผล เหมือนเอากบไปไสไม้ทั้งต้นมีแต่กบจะเสียไป ที่ถูกต้องใช้ขวาน คนอัธยาศัยประณีต มีความรู้สึกไวต่อการรับรู้ เสียใจง่าย กระเทือนใจเร็ว หากใช้วิธีหยาบอบรมก็ไม่ได้ผล เขาจะมีแต่ความน้อยอกน้อยใจ หนักเข้าเสียคนไปได้
เพราะฉะนั้น ต้องทำให้พอดีกับคน จึงจะเป็นผลดีด้วยกันทั้งสองฝ่าย การกระทำบางอย่างแม้จะดี แต่เหมาะสำหรับคนบางคนเท่านั้นโดย เทพธรรม...นำมาฝาก [27 ก.ค. 2552 , 08:49:06 น.] ( IP = 58.9.145.15 : : )
สลักธรรม 2โชติมันต์ถามว่า:-ที่ว่า การกระทำบางอย่างจัดเป็นดี ก็เพราะมีคนในที่นั้นนิยมนั้น สงสัยว่า เพราะดีจึงมีคนนิยม หรือเพราะคนนิยมจึงดี?
ทั้งสองอย่าง ราเมศร์ตอบ บางอย่างเพราะดีจึงมีคนนิยม เช่นยาบางอย่างแก้โรคได้จริง เมื่อคนเป็นโรคอย่างนั้นๆ กินแล้วหายก็นิยมกันต่อๆ ไป และเป็นยาที่ดีจริง บางอย่างเพราะนิยมจึงดี เช่นศิลปะ, รสอาหารการเลือกคู่ครองเป็นต้น
ขอย้อนกล่าวถึงการทำความดีอีกครั้งหนึ่ง ราเมศร์พูด อย่างไรก็ตาม การทำความดีนั้นจะต้องมีปัญญากำกับเสมอ หากทำด้วยความโง่เขลา แม้จะมีใจบริสุทธิ์ ก็อาจเป็นอันตรายทั้งแก่ตนและแก่ผู้อื่นได้
เช่นคนเลี้ยงม้าคนหนึ่งรักม้ามาก เกรงม้าจะเหนื่อย จึงไม่ยอมให้วิ่ง แต่ให้อาหารอย่างดี ให้นอนอย่างดี เวลาล่วงไปม้าผอมลงๆ ในที่สุดตาย ต่อมาจึงได้ทราบว่า ธรรมดาม้าต้องให้วิ่ง จึงจะมีกำลังแข็งแรง หากไม่ได้วิ่งก็ตายเร็ว คนก็หมือนกันกินๆ นอนๆ ไม่ทำอะไรก็ตายเร็วเช่นกัน
แต่เมื่อมองผลระยะยาว การทำความดี ย่อมให้ผลดีเสมอ แม้จะให้โทษแก่ตนเองบ้างในระยะต้น เพราะเหตุใดก็ตาม เช่นคนอื่นอาจเข้าใจผิด แต่ในที่สุดจะต้องได้รับผลดี ไม่ชาตินี้ก็ชาติหน้าหรือชาติต่อๆ ไป เพราะเมล็ดพืชแห่งความดีได้หว่านลงในจิตใจของเขาแล้วและสิ่งนี้เป็นสิ่งไม่รู้จักสูญหาย ย่อมกลายเป็นบารมีส่งเสริมบุคคลให้มีความสุขความเจริญยิ่งๆ ขึ้นไป
อีก ๔ วัน ต่อมาคณะของท่านราเมศร์ก็เดินทางกลับกรุงราชคฤห์ มีสมาชิกเพิ่มขึ้นอีกคนหนึ่งคือนายปัฏ เขาทำหน้าที่รับใช้ราเมศร์ สุมิตตาและโชติมันต์อย่างดียิ่ง ทั้งนี้ เพราะเขาเต็มใจทำ ตั้งใจทำ เขาทำตนให้เป็นที่รักใคร่ของคนทั้งหลาย แม้ชาวขับเกวียนซึ่งเป็นลูกน้องของท่านราเมศร์ก็พอใจเขา
บัดนี้ แม้จะทำหน้าที่รับใช้ก็จริง แต่นายปัฏก็มีความภาคภูมิใจมากกว่าสมัยที่ใช้ชีวิตอย่างจัณฑาลอยู่ ณ หัสดินบุรี เพราะคณะของราเมศร์ได้ให้เกียรติเขาในฐานะที่เป็นมนุษย์เหมือนกัน ยิ่งเขาทำตนให้เป็นที่รักใคร่พอใจของคนทั้งหลาย โดยการช่วยขวนขวายในงานการอย่างดีอีกด้วยแล้ว จึงไม่มีใครเลยที่นึกรังเกียจในฐานะที่เขาเกิดในตระกูลจัณฑาล ข้อนี้ทำให้เขาระลึกถึงความจริงที่ท่านราเมศร์ได้กล่าวแก่เขาเมื่อพบกันครั้งแรกว่า จะเป็นกษัตริย์หรือจัณฑาลก็ตามเมื่อทำดี พูดดี คิดดี ก็ย่อมจะเป็นคนดีเป็นที่เคารพรักใคร่ของคนทั้งหลาย
ความจริงมนุษย์เรา โดยจิตใจแล้วก็พร้อมอยู่เสมอที่จะรักหรือเคารพ นับถือบุคคลอื่น หากว่าผู้นั้นทำตนน่ารัก น่าเคารพนับถือ ปัญหาจึงอยู่ที่ น่า หรือ ไม่น่า เท่านั้นโดย เทพธรรม...นำมาฝาก [27 ก.ค. 2552 , 08:58:12 น.] ( IP = 58.9.145.15 : : )
สลักธรรม 3มีบางคนที่เราอยากจะทำ เพราะโดยหน้าที่หรือความรับผิดชอบก็ตาม แต่แข็งใจเท่าไรก็ไม่อาจข่มใจให้รักได้ เพราะเหตุไร? เพราะเขาทำตน ไม่น่ารัก หรือเพราะ ชะตาไม่ถูกกัน แต่บางคนเราไม่ควรจะรัก หากรักเข้าจะก่อให้เกิดความผิด หรือมีอันตรายคอยอยู่เบื้องหน้า แต่ห้ามใจเท่าไรก็หาสำเร็จไม่ เพราะเหตุไร? เพราะเขา น่ารักเหลือเกิน หรือเพราะ มีชะตาถูกกัน
อย่างไรก็ตาม, กล่าวโดยทั่วๆ ไปแล้ว หากบุคคลใด ทำตนน่ารักจริงแล้ว น้อยคนนักที่จะอดใจมิให้รักบุคคลผู้นั้นได้
จวนถึงกรุงราชคฤห์ ราเมศร์ให้ชาวเกวียนทั้งหมดหยุดพัก ณ ดงมะม่วงแห่งหนึ่งใกล้หมู่บ้านนาทิกคาม ขณะที่เขานั่งพักผ่อนอยู่กับสุมิตตาและโชติมันต์ มีชายผู้หนึ่งอยู่ในวัยเดียวกันกับราเมศร์ เดินโซเซผ่านมาและเลยไปนั่ง ณ โคนมะม่วงอีกต้นหนึ่ง
เขานั่งคอตก ประเดี๋ยวก็เงยหน้าเหลียวมองมาทางราเมศร์ ประเดี๋ยวก็นั่งคอตกอีก แล้วเหลียวมามองทางราเมศร์อีก ทำอยู่เช่นนี้หลายครั้ง
ฝ่ายราเมศร์ก็จ้องมองอยู่เหมือนกัน รู้สึกเหมือนเคยคุ้นหน้า แต่ยังนึกไม่ออกว่าจะเป็นผู้ใด ในที่สุดราเมศร์ตัดสินใจชวนบุตรีและโชติมันต์เดินเข้าไปใกล้ เมืองมองดูใกล้จึงจำได้ แต่ยังนึกชื่อไม่ออก จึงทักทายเพื่อไม่ให้เก้อว่า
โอ, คิดว่าใครเสียอีก เกือบจำไม่ได้
เขาลุกขึ้นยืน พลางกล่าวอ้อแอ้ กมินทร์คนนี้ไม่ทักใครก่อน ใครมาทักก่อนเราก็พูดด้วย ---พูดด้วยทุกคน แต่ต้องทักเราก่อน
ราเมศร์จึงนึกชื่อเขาออกและกล่าวว่า ท่านจำข้าพเจ้าไม่ได้หรือ?
ทำไมจะจำไม่ได้-ราเมศร์, ราเมศร์พ่อค้าใหญ่ราชคฤห์ ใครจะจำไม่ได้ เราเคยเรียนหนังสือด้วยกันมาอย่างน้อยหนึ่งปี ถูกไหม?
ใช่ ราเมศร์ตอบ ตอนที่ท่านเดินผ่านหน้าข้าพเจ้ามาท่านจำข้าพเจ้าได้หรือไม่?
ทำไมจะจำไม่ได้ แต่กมินทร์คนนี้ไม่ทักใครก่อน
ข้าพเจ้าเสียใจที่จำท่านไม่ได้เลยในตอนนั้น รูปร่างของท่านเปลี่ยนไปมาก
เปลี่ยนไปมากรึ เขาพูดพร้อมมองสำรวจตัวเอง
เปลี่ยนไปมากทีเดียว ราเมศร์ยืนยัน
แต่ท่านราเมศร์เปลี่ยนไปแต่เพียงวัยเท่านั้น เค้าหน้าและรูปร่างยังคงเดิม กมินทร์พูดโดย เทพธรรม...นำมาฝาก [27 ก.ค. 2552 , 09:54:28 น.] ( IP = 58.8.19.254 : : )
สลักธรรม 4กิริยาอาการของกมินทร์นั้น ราเมศร์สังเกตเห็นและแน่ใจว่าเป็นผู้มีอาการแห่งโรคพิษสุราเรื้อรังอย่างแน่นอน เสื้อเก่ามีรอยสกปรกมากผ้านุ่งขาดหลายแห่ง รองเท้าที่สวมสกปรก ขาดความเอาใจใส่ รูปร่างหน้าตาผอม แต่เบ่งบวม ประกอบกับ กิริยาอาการที่แสดงออกอีกด้วย
เวลานี้ ท่านอยู่ที่ไหน? ราเมศร์ถาม
อยู่ในหมู่บ้านนี้เอง กมินทร์ตอบ
ขอโทษทำงานอะไรหรือ?
คนไม่ทำงานจะเอาอะไรกิน กมินทร์ตอบเลี่ยง มีอาการขัดเคืองน้อยๆ ตามลักษณะของคนที่ไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง และรายได้ไม่พอเลี้ยงชีพซึ่งส่วนมากมักเป็นอย่างนี้
ถึงเราจะไม่ร่ำรวยเหมือนราเมศร์ แต่เราก็ไม่อดตาย เขาพูด ซึ่งความจริงไม่จำเป็นต้องพูดอะไรทำนองนี้ ขอตำบลที่อยู่หน่อยซิ เผื่อวันหลังจะได้แวะไปเยี่ยม
ก็ไปถามหาราเมศร์ก็แล้วกัน ใครๆ ก็พอบอกได้ ราเมศร์ตอบ
ไม่ได้ ต้องเป็นหลักฐาน กมินทร์ว่า ต้องเขียนไว้เป็นหลักฐาน
ความจริงราเมศร์ไม่ปรารถนาจะจดที่อยู่ให้เขา เพราะไม่อยากเกี่ยวข้องกับคนประเภทนี้ คนที่ไม่รู้จักก่อร่างสร้างตัวเอาแต่การสำมะเลเทเมา ราเมศร์พยายามเลี่ยงหลายครั้ง แต่เมื่อเขาคะยั้นคะยออยู่จะเฉยเสียก็ดูเสียกิริยาจึงจดสถานที่อยู่ให้เขาไป ราเมศร์มิได้นึกรังเกียจคนจน แต่รังเกียจคนที่ประพฤติตนเป็นคนเลวโดย เทพธรรม...นำมาฝาก [27 ก.ค. 2552 , 10:00:11 น.] ( IP = 58.8.19.254 : : )
สลักธรรม 5กมินทร์ขอร้องราเมศร์ ให้แยกตัวจากคนอื่นไปพูดเรื่องส่วนตัวกับเขาสักเล็กน้อย ราเมศร์ก็ยินยอม เมื่อไปอยู่กันสองต่อสอง กมินทร์จึงกล่าวว่า
ราเมศร์ยังนึกถึงความสัมพันธ์เก่าๆ เมื่อครั้งเป็นนักศึกษาอยู่ด้วยกันหรือไม่?
ยังระลึกถึงอยู่ ราเมศร์ตอบ
หากข้าพเจ้าจะขออะไรสักอย่าง จะพอให้ได้หรือไม่?
ก็แล้วแต่ของที่ขอ หากพอให้ได้ก็ยินดี
ท่านต้องให้ได้แน่ๆ เพราะท่านมีมาก
ท่านต้องการขออะไร?
ขอเงิน, ขอเงินใช้หน่อยเถอะ เวลานี้ไม่มีเงินติดตัวเลย
ไหนว่าทำงานหาเงินอยู่แล้ว? ราเมศร์ถาม
งานที่ทำทั้งวันมีอยู่อย่างเดียว คือกินเหล้า เขาตอบ
ทำไมจึงปล่อยตัวเหลวไหลถึงขนาดนี้?
อย่าพูดอะไรมาก จะให้หรือไม่ให้ก็บอกมาเท่านั้น ไม่ต้องดุ หรือสอน
ราเมศร์ไม่อยากรำคาญ จึงมอบเงินจำนวนเล็กน้อยให้ไป แล้วกลับมายังที่พักใกล้หมู่เกวียน สั่งให้ออกเดินทางต่อไปโดย เทพธรรม...นำมาฝาก [27 ก.ค. 2552 , 10:04:59 น.] ( IP = 58.8.19.254 : : )
สลักธรรม 6ขณะนั่งมาในเกวียน สุมิตตาถามว่า
ใครคะพ่อ ท่าทางน่ากลัว น่าหมั่นไส้พร้อมๆ กัน
กมินทร์-ลูก เขาชื่อกมินทร์ เคยเป็นนักศึกษารุ่นก่อนพ่อ ๑ ๒ ปี
เรียนสำเร็จไหมคะ?
สำเร็จ
เขาเรียนอะไรคะ วิชาหลัก?
เรียนตรรกศาสตร์
เขาเรียกคุณพ่อไปธุระอะไรคะ?
ราเมศร์หัวเราะ จะธุระอะไรเสียอีก ขอเงินน่ะซิ ไอ้นั่นเมาเหล้าตั้งแต่เช้าจนเย็น งานการไม่ทำ พบใครพอขอได้ คงขอทั้งนั้น
เสียดายเรียนมาสูงๆ สุมิตตาว่า
การศึกษา หรือความรู้ช่วยอะไรไม่ได้เท่าไรหรอกลูก คนลงว่าสันดานมันเสีย แก้ยาก ใครแก้ก็ไม่ค่อยได้ นอกจากตัวเขาจะแข็งใจ อดทน ฝืนใจตนเองสักพักหนึ่งต่อสู้กับความรู้สึกฝ่ายต่ำอันจะนำไปสู่อบายมุข นั่นแหละจึงจะพอช่วยได้
ทำไมเขาจึงพูดว่า เขาไม่ยอมทักใครก่อนคะพ่อ?
เป็นเรื่องของคนมีปมด้อยน่ะ-ลูก คนมีปมด้อยในทางฐานะหรือวิชาความรู้ หรือทางเศรษฐกิจ บางทีก็อยากแสดงปมเขื่องโดยการไม่ยอมทักใครก่อน ทั้งๆ ที่เห็นก่อนและจำเขาได้ ตัวคิดมากไปเอง คิดว่าคนอื่นเขาจะรังเกียจตนเพราะเหตุใดเหตุหนึ่ง คนอื่นยังไม่รู้ไม่ทันคิด แต่ตัวเองคิดเสียก่อน ปมด้อยเป็นสิ่งทำลายบุคลิกและคุณลักษณะของคนโดย เทพธรรม...นำมาฝาก [27 ก.ค. 2552 , 10:09:27 น.] ( IP = 58.8.19.254 : : )
สลักธรรม 7คนจนนี่มีวิธีทำอย่างไรคะ จึงไม่ให้คนรังเกียจเหยียดหยาม? สุมิตตาถาม
คนจนมิใช่จะไร้เกียรติเสมอไปนะลูก คนจนหากทำตัวให้ดี ก็เป็นคนมีเกียรติ มีคนนับหน้าถือตา คือแม้เขาจะจนทรัพย์สิน แต่เขาก็ไม่ทำอะไรผิดธรรม เขาพยายามรักษาความดีงาม ดำเนินชีวิตอยู่ในทางที่ดี ครองชีพอย่างเสงี่ยมเจียมตน ไม่รบกวนเบียดเบียนเพื่อนบ้าน ญาติพี่น้องโดยไม่จำป็นจริงๆ ใครทำอย่างนี้ เพื่อนบ้านก็ต้องยกย่องยำเกรง ให้เกียรติ และพ่อเชื่อว่าคนอย่างนี้จะจนอยู่ไม่นานย่อมจะฟื้นตัวขึ้น การตั้งตนไว้ชอบเป็นหลักสำคัญในการดำเนินชีวิต คนเราแม้จะเคยมีชีวิตดีมาก่อน แต่หากประมาทและเกียจคร้านก็ต้องล่มจมในที่สุด เหมือนอาศัยเศษไม้เล็กข้ามมหาสมุทรย่อมจะไปไม่รอด
กมินทร์เรียนมามาก ได้รับการอบรมมาสำนักเดียวกับพ่อ น่าเสียดายที่เอาตัวไม่รอด เพราะเขาได้ตั้งตนไว้ผิดทางเสียแล้ว ขอให้ลูกจงตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่า จะตั้งตนไว้ในทางที่ชอบและหมั่นทำบุญให้ทาน เพียงเท่านี้ลูกก็จะเอาตัวรอด ปลอดภัยในการครองชีวิตอยู่ในโลกได้
คณะของราเมศร์เดินทางต่อมาอีกไม่ไกลนัก ประมาณกึ่งโยชน์ ราเมศร์ได้พบฤาษีท่านหนึ่งนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่แนวป่า ราเมศร์จำได้ว่าเป็นฤาษีสันตบทเพื่อนร่วมสำนักศึกษาเดียวกัน ราเมศร์ได้สั่งให้หยุดเกวียนเฉพาะคันที่ตนและบุตรีนั่ง นอกนั้นให้เดินทางล่วงหน้าเข้ากรุงราชคฤห์ไปก่อน
ราเมศร์ โชติมันต์ และสุมิตตาลงจากเกวียนมาคารวะท่านฤาษีสันตบท แนะนำให้เด็กรู้จักท่าน และแนะนำท่านให้รู้จักบุตรีและหลาน
ข้าพเจ้าปลื้มใจเหลือเกินที่ได้พบท่าน ราเมศร์กล่าว
ข้าพเจ้าก็เช่นกัน ท่านฤาษีกล่าวตอบ
เวลานี้ท่านอยู่ประจำแห่งใด? ราเมศร์ถาม
อยู่ที่ท้องถ้ำแห่งหนึ่งใกล้เวภารบรรพต
ท่านมีความสุขสบายในพศพรหมจรรย์ดีอยู่หรือ?
พอควรแก่อัตตภาพ ฤาษีตอบ ท่านเองล่ะ การค้าเจริญมั่นคงดีหรือ?
เจริญดี ครับ ท่าน
ขออนุโมทนาด้วย ฤาษีพูด
ฤาษีสันตบทเป็นคนมีรูปร่างสูงใหญ่ ผิวขาว มีลักษณะเงียบขรึมน่าเกรงขาม จะพูดก็ต่อเมื่อจำเป็นเท่านั้น
ข้าพเจ้าได้พบกมินทร์ ที่ใกล้หมู่บ้านนาทิกคาม ท่านจำกมินทร์ได้หรือไม่?
จำได้ ฤาษีตอบ
ท่านเคยพบเขาบ้างไหม?
ตั้งแต่ออกจากสำนักศึกษาแล้วไม่เคยพบเลย แต่ยังพอนึกเค้าหน้าได้
ถ้าท่านพบเวลานี้อาจจำเขาไม่ได้ ราเมศร์ว่า
เมาทั้งวันใช่ไหม? ฤาษีถาม
ทำไมท่านทราบครับ
ฤาษีนิ่งโดย เทพธรรม...นำมาฝาก [27 ก.ค. 2552 , 10:20:18 น.] ( IP = 58.8.19.254 : : )
สลักธรรม 8ครู่หนึ่งผ่านไป จึงกล่าว่า
เมื่อเรียนอยู่ด้วยกันก็ไม่ได้มีท่าทีว่าจะเป็นคนอย่างนี้ เดิมทีเขามีฐานะดีกว่าท่าน แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีอะไรจะเทียบท่านได้แล้ว เขาทำตัวเขาเอง เป็นโจรปล้นตนเอง จึงไม่มีทางป้องกัน คนเราอาจเริ่มต้นพร้อมกัน แต่บั้นปลายรู้ได้ยากว่าใครจะเป็นอย่างไร ถึงจุดหมายของชีวิตหรือไม่ ท่านไปทางการค้าประสบผลสำเร็จ เพราะท่านยึดมั่นอยู่ในธรรม
ราเมศร์กล่าวว่า
ท่านฤาษีเองรู้สึกว่ามีความสำเร็จในชีวิตหรือไม่?
ข้าพเจ้าพอใจในความเป็นอยู่อย่างนี้ ฤาษีตอบ ข้าพเจ้าได้รับความสงบสุขในชีวิตอย่างสูง สมบัติแห่งจักรพรรดิ ข้าพเจ้าก็ไม่ยินดีแลกกับความเป็นฤาษีของข้าพเจ้า ข้าพเจ้ามีความปรารถนาอยู่อย่างเดียวเวลานี้คือต้องการได้เข้าเฝ้าพระสมณะโคดม หากชอบใจธรรมของท่านก็จะขอฝากตัวเป็นศิษย์ อาจบวชเป็นภิกษุ หรืออยู่อย่างนี้ต่อไปก็แล้วแต่ความรู้สึกในขณะนั้น
สนทนากันอีกครู่ใหญ่ จวนค่ำแล้วราเมศร์จึงขอลากลับเข้าเมือง
ในระหว่างทาง ราเมศร์กล่าวแก่บุตรีและโชติมันต์ว่า
ดูเถิด นักศึกษา ๒ คนเรียนจบมาพร้อมกัน คนหนึ่งเป็นคนที่สังคมไม่ปรารถนา แต่อีกคนหนึ่งเป็นผู้ที่สังคมทุกชั้นต้องน้อมเศียรให้ คนแรกคือกมินทร์ คนหลังคือท่านฤาษีสันตบท สิ่งที่มนุษย์เราได้รับอยู่ เป็นสิ่งที่เราทำเอาเอง จะซัดใครก็ไม่ถนัด ลูกจงจำเอาไว้ จงทำแต่กรรมดีไว้เถิด อย่าประมาท
โปรดติดตามตอนต่อไป
![]()
โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [27 ก.ค. 2552 , 10:28:17 น.] ( IP = 58.8.19.254 : : )
สลักธรรม 9
อ่านตามด้วยความตั้งใจ เป็นร่มธรรมแก่ใจผู้อ่านจริง คนเรานั้น หากไม่ตั้งตนอยู่บนความประมาท และมีหลักธรรมประจำใจในการดำเนินชีวิต ..ก็จะประสพความสำเร็จในสิ่งที่ปรารถนาได้
และก็ดังที่ท่านราเมศร์ได้สอนบุตรสาวไว้ในตอนที่แล้วว่า....การทำติดต่อไม่จับจดเป็นกุญแจสำคัญในการบรรลุผลสำเร็จ แม้จะทำทีละเล็กละน้อยก็ขอให้ติดต่อสม่ำเสมอ สิ่งที่มีผลยั่งยืนมั่นคง มักเห็นผลช้า ผู้ทำต้องมีความอดทน ...
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เทพธรรมมากค่ะที่นำร่มธรรมมาให้ได้อ่านเป็นประจำ
อนุโมทนาค่ะโดย พี่ดา [27 ก.ค. 2552 , 10:42:41 น.] ( IP = 124.121.172.104 : : )
[ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |