มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ร่มธรรม (๑๖)




ความรับผิดชอบ
โดย อาจารย์วศิน อิทรสระ


ตอนที่ผ่านมา

อีกหนึ่งปีเศษผ่านไป โชติมันต์สำเร็จการศึกษาครบถ้วนบริบูรณ์ประมาณอีกสามเดือนจะเดินทางกลับสัมมาคามแคว้นโกศล ในระหว่างนั้นเขาพักอยู่ที่บ้านของราเมศร์ และไปสำนักสันติธรรมาลัยทุกเย็นเพื่อพบอาจารย์และเพื่อนฝูงร่วมสำนัก

ในระหว่างนั้นเหมือนกัน กุรุพินทา-มารดาของโชติมันต์ได้เดินทางมาสู่ราชคฤห์ มีรังสิมาเป็นเพื่อนร่วมทาง มาพักอยู่ ณ บ้านของท่านราเมศร์

สุมิตตาต้อนรับกุรุพินทาและรังสิมาด้วยความยินดี โดยเฉพาะรังสิมาซึ่งอยู่ในวัยเดียวกัน ยิ่งรู้ว่ารังสิมาคนนี้แหละที่รอคอยโชติมันต์อยู่ด้วยความหวังแล้ว เธอยิ่งสงสารและเห็นใจมากขึ้น

“แม่ดีใจเหลือเกินลูก” กุรุพินทาพูดน้ำตาคลอ “ที่ได้พบลูก ๕ ปีแล้วไม่ได้พบกัน ลูกเป็นหนุ่มขึ้น แม่ดีใจที่ลูกเรียนสำเร็จ รังสิมานั่งบ่นถึงลูก เป็นห่วงลูกมาตลอดทาง”

รังสิมาก้มหน้า ขวยเขินเมื่อกุรุพินทาพูดเช่นนั้น

“ขอบใจเธอมากนะรังสิมาที่คิดถึงฉัน เป็นห่วงฉัน ฉันก็คิดถึงเธอและเป็นห่วงเธอเหมือนกัน”

“คุณพ่อ และพี่น้องสบายดีหรือครับ คุณแม่?”

“สบายดี เขาคิดถึงลูกกันทุกคน”

“พี่กัญจนา แต่งงานแล้วสบายดีหรือ?”

“มีลูกคนหนึ่งแล้ว เป็นหญิง”

“พี่กัญจนาคงดีใจมาก”

“ดีใจซิ คนมีลูกคนแรกน่ะทุกคนแหละ เห่อตั้งแต่อยู่ในท้อง” กุรุพินทาพูดแล้วหัวเราะ

“ลูกเขาน่ารักดี” กุรุพินทาพูดต่อ

“ท่านว่าหากพ่อดี แม่ดี อยู่ในศีลธรรม ก็มักมีลูกดี การที่มีลูกดี มีอนามัยสมบูรณ์นั้นเป็นความปลื้มปีติอย่างยิ่งของพ่อแม่

“ลูกจะเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ครับคุณแม่” โชติมันต์พูด

“ความตั้งใจอย่างนี้แหละเป็นความหวัง เป็นความภูมิใจของพ่อแม่”

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [29 ก.ค. 2552 , 07:40:52 น.] ( IP = 58.8.44.29 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

ได้เวลาอาหาร ครอบครัวของท่านราเมศร์และอาคันตุกะอยู่กันพร้อม เมื่อรับประทานอาหารเสร็จแล้วจึงนั่งสนทนากันเรื่องโน้นบ้าง เรื่องนี้บ้าง ในที่สุดก็มาถึงเรื่องโชติมันต์

“ให้อยู่ราชคฤห์เสียก็แล้วกันนี่ กุรุพินทา” ท่านราเมศร์พูด “มีทางทำมาหากินมากมาย”

“แล้วแต่เจ้าตัวเขาซิคะ” กุรุพินทาพูด “เขาจะกลับสัมมาคามก็กลับพร้อมฉัน หากจะอยู่ราชคฤห์ทำงานทำมาหากินอยู่ราชคฤห์ก็ตามใจ เป็นเมืองใหญ่ อาจมีทางก้าวหน้ามาก”

“อยู่ราชคฤห์นะโชติมันต์” สุมิตตาชวน “แล้วชวนรังสิมาอยู่นี่เสียด้วยไม่ต้องกลับสัมมาคามดอก”

“ขอบคุณ สุมิตตา” รังสิมาพูด “แต่ฉันอยู่ไม่ได้ดอก ต้องกลับต้องไปช่วยคุณพ่อคุณแม่ทำงานทางบ้าน”

“ทำไมคะ? ที่บ้านน่ะ”

“คุณพ่อเป็นช่างแก้วค่ะ คุณแม่ก็ช่วยคุณพ่อและฉันก็ช่วยด้วย”

“เชิญคุณพ่อและคุณแม่ของเธอมาอยู่เสียด้วยซีรังสิมา” สุมิตตาเสนอ

“น้ำใจเธอน่ะ สุมิตตา” มารดาของสุมิตตาพูด “จะชวนเอาชาวสัมมาคามมาอยู่ราชคฤห์ให้หมดเชียวหรือ?” เธอพูดแล้วก็หัวเราะอย่างอารมณ์ดี ทำให้คนอื่นพลอยหัวเราะไปด้วย

“เอาไว้คิดดูอีกสัก ๓ – ๔ วันนะสุมิตตา” โชติมันต์พูด

สนทนากันอีกเล็กน้อย ยังไม่ตกลงอะไร ต่างคนต่างก็แยกกันไป กุรุพินทาและโชติมันต์ไปทางสวนหลังบ้าน รังสิมากับสุมิตตาไปอีกแห่งหนึ่ง ส่วนท่านราเมศร์และภรรยาไปสั่งงานคนรับใช้ให้ทำนั่นทำนี่

คืนนั้นท้องฟ้าสดใส ดวงจันทร์อันงามเด่นลอยอยู่น่านฟ้าตะวันออก เป็นระยะเวลาปลายหน้าหนาวกำลังจะก้าวเข้าสู่หน้าร้อน ลมจึงพัดแต่พอเย็นสบาย สวนดอกไม้ของท่านราเมศร์มีพันธุ์ไม้ดอกมาก ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนแต่มีกลิ่นหอม

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [29 ก.ค. 2552 , 07:42:06 น.] ( IP = 58.8.44.29 : : )


  สลักธรรม 2

ณ มุมหนึ่งของสวนนี้ สองแม่ลูกนั่งสนทนากันอย่างมีความสุข

“แม่สังเกตดูรู้สึกว่า สุมิตตากับลูกจะสนิทสนมกันมาก”

“สนิทมากทีเดียวครับคุณแม่” โชติมันต์ตอบ

“สนิทถึงขั้นไหนล่ะ?”

“ก็ชอบพออัธยาศัยกันครับ เธอชอบลูก ลูกก็ชอบเธอเหมือนกัน”

“สุมิตตาเป็นญาติของเรานะลูก ลูกชอบกันเกินฐานะญาติหรือเปล่า”

โชติมันต์ไม่ตอบคำถามนี้ แต่กลับถามแม่ว่า

“เป็นญาติอย่างไรครับ?”

“ปู่ของสุมิตตาน่ะเป็นพี่ของยายของลูก”

“ปู่เป็นพี่ของยาย!” โชติมันต์พูดพลางแล้วคิดลำดับ

“ถ้าอย่างนั้น คุณแม่กับท่านราเมศร์ก็เป็นลูกเรียงพี่เรียงน้องกันใช่ไหมครับ?”

“ใช่, ถูกแล้วลูก แม้ความเป็นญาตินี้ห่าง แต่ก็ไม่ห่างนัก คุณลุงราเมศร์ของลูกน่ะ เขารู้เรื่องนี้ดี แต่เขาคงไม่ได้บอกลูก”

“ไม่ได้บอกเลยครับ”

“นั่นแหละแม่สั่งไม่ให้บอก แม่คิดว่าถึงไม่บอกสักวันหนึ่ง ลูกจะต้องรู้ แม่จะต้องบอกลูก หรือหากจำเป็น พี่ราเมศร์ก็คงบอกลูกแล้ว ลูกไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกับสุมิตตามากมายมิใช่หรือ?”

“ไม่มากหรอกแม่ แต่ลูกรู้สึกชอบพอเธอมาก อยู่ที่ไหนก็อยากให้เธออยู่ด้วย”

“แล้วตัวสุมิตตาล่ะ?”

“เธอไม่ได้บอกเรื่องชอบหรือไม่ชอบ แต่ลูกสังเกตดูรู้สึกเธอไม่รังเกียจลูก”

“รังเกียจน่ะ ไม่รังเกียจดอก” กุรุพินทาพูด “แม่ดูครั้งสองครั้งก็ออกแล้วว่าเขาไม่ได้รังเกียจลูก และจะรักลูกเอาเสียด้วยซี่ พี่ราเมศร์เขาไม่ได้ห้ามการคบหาสมาคมหรือ?”

“ไม่ห้ามครับ”

“เขาคงเห็นลูกมีอัธยาศัยดี เขาไว้ใจ”

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [29 ก.ค. 2552 , 07:42:37 น.] ( IP = 58.8.44.29 : : )


  สลักธรรม 3

“ทำไมคุณแม่เป็นคนราชคฤห์จึงไปอยู่สัมมาคามแคว้นโกศล?”

“เรื่องมันมาก...ลูก” กุรุพินทาบอก “เรื่องย่อๆ ก็มีว่าการที่แม่ตกลงปลงใจแต่งงานกับพ่อของเจ้านั้นญาติๆ เขาไม่เห็นด้วย เพราะพ่อของเจ้าเป็นวรรณะไวศยะ ตระกูลของเราเป็นวรรณะพราหมณ์ ตอนนั้นยังไม่มีใครนับถือพุทธศาสนา จึงยังถือวรรณะจัดอยู่ พวกพราหมณ์ถือว่าวรรณะของตนสูงส่ง – สูงกว่าวรรณะกษัตริย์เสียอีก เมื่อแม่รักกับพ่อของเจ้าซึ่งเป็นวรรณะไวศยะ ญาติพี่น้องก็ไม่พอใจคบหาสมาคม แม่จึงตัดสินใจไปอยู่เสียเมืองอื่น ที่ไม่มีใครรู้จัก ต่อมาเมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จอุบัติขึ้น ได้ทรงเทศนาสั่งสอนให้ประชาชนเห็นโทษเห็นภัยของการถือวรรณะ คนที่เลื่อมใสก็ยอมละทิ้งความเชื่อถือเดิมในจำนวนคนทั้งหลายมีพี่ราเมศร์และแม่อยู่ด้วย

“เมื่อได้นับถือพระพุทธศาสนาแล้ว พี่ราเมศร์ก็นึกถึงแม่จึงได้เดินทางไปสัมมาคามครั้งหนึ่ง ต้องการรับแม่มาอยู่ราชคฤห์อย่างเดิม แต่แม่เห็นว่าได้ตั้งรกรากอยู่ทางโน้นแล้วจึงมิได้ย้ายมา พระพุทธศาสนานั้นมีประโยชน์แก่การดำเนินชีวิตอย่างเหลือล้น คนที่นับถือและปฏิบัติตามย่อมได้รับประโยชน์โดยสมควรแก่การปฏิบัติเสมอ

“พี่ราเมศร์เขาให้ความเย็นใจแก่ลูกดีมิใช่หรือ?” กุรุพินทาเปลี่ยนเรื่องสนทนา

“ดีเหลือเกินครับคุณแม่ ลูกก็แปลกใจเหมือนกันว่า ไฉนคุณลุงราเมศร์และครอบครัวจึงปฏิบัติต่อลูกเหมือนคนในครอบครัวของเขาเอง”

“ก็เพราะเราเป็นญาติสนิทกันประการหนึ่ง อีกประการหนึ่ง พี่ราเมศร์คงนึกไม่สบายใจตอนที่ทอดทิ้งแม่ให้ไปผจญความลำบากจึงอยากจะทำคืนกระมัง”

“สุมิตตารู้เรื่องนี้ไหมครับ”

“เห็นจะไม่รู้ แม่รู้สึกว่าเขาจะรักลูก” กุรุพินทาพูด “ลูกจะหาทางออกได้อย่างไร ลูกผู้หญิงลงรักแล้วก็ถอนคืนยาก คนที่ลูกจะต้องแต่งงานด้วยก็คือรังสิมา เพราะลูกได้หมายมั่นเขาไว้ก่อนเดินทางมาราชคฤห์ และเขาก็รอคอยอยู่จนถึงกับเมื่อทราบว่าแม่เดินทางมาก็ขอติดตามมาด้วย ทีแรกพ่อของเขาขัดขวางเหมือนกัน แต่รังสิมาก็อ้อนวอนจนพ่อแม่เขาใจอ่อน จึงยอมให้มากับแม่ เพราะเป็นผู้ใหญ่ที่เขาไว้ใจ เป็นลูกผู้ชายต้องเป็นคนมีสัจจะ หากกลับกลอกก็เป็นความขลาด คนกล้าหาญต้องมีสัจจะ เรื่องจะเป็นอย่างไรก็ช่างเถิดแต่ต้องรักษาคำพูด โดยเฉพาะคำพูดที่ให้ความหวังกับเพศหญิงไว้

“สุมิตตานั้นเป็นคนดีมาก” กุรุพินทาพูดต่อ “คนอย่างนี้ในจิตใจเปี่ยมไปด้วยเมตตากรุณา หาความริษยาและเบียดเบียนใครมิได้ ชีวิตของสุมิตตาจะมีแต่ความสุขความเจริญ”

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [29 ก.ค. 2552 , 07:43:12 น.] ( IP = 58.8.44.29 : : )


  สลักธรรม 4

“คุณแม่ทราบได้อย่างไรครับว่า สุมิตตาจะมีแต่ความสุขความเจริญ”

“พี่ราเมศร์นั้นเป็นคนร่ำรวยมาก ทรัพย์สมบัติที่มีอยู่เวลานี้ สุมิตตาใช้สัก ๑๐ ชาติก็ไม่หมด แต่คนที่มั่งคั่งร่ำรวยมิใช่จะเป็นเจ้าของแห่งความสุขเสมอไป หากจิตใจของเขา มีแต่ความเร่าร้อนกังวล มีความอยากไม่มีที่สิ้นสุด มีแต่การริษยาคนที่มั่งคั่งขึ้นมา เสมอตัว หรือยิ่งกว่าตัว และพร้อมกันนั้นก็ตั้งหน้าตั้งตาแต่จะรังเกียจคนที่ยากจนกว่า

“แต่สุมิตตาไม่ใช่เป็นคนรวยทำนองนั้น เธอมีแต่เมตตากรุณาต่อเพื่อนมนุษย์และสัตว์ทั้งหลาย ไม่มีใจริษยาใคร อยากเห็นแต่ความสุขความเจริญของผู้อื่น ลูกลองสังเกตดูกิริยาที่ทำต่อรังสิมาซิ แม่เชื่อว่าสุมิตตารักลูกและเธอก็รู้ว่ารังสิมานั้นเป็นคนที่ลูกรักมาก่อน หากเป็นหญิงอื่นแม้จะไม่แสดงอาการรังเกียจหรือหึงหวงออกหน้า ก็คงมีอาการพิรุธ ซึ่งจะพ้นสายตาผู้ใหญ่เช่นแม่ไปไม่ได้ แต่ทั้งรังสิมาและสุมิตตาช่างเป็นคนดีเหลือเกิน หากแม่มีลูกชายสองคน แม่จะเอาทั้งสองสาวนี้สาวนี้เป็นลูกสะใภ้ให้หมด” นางพูดแล้วหัวเราะอย่างชอบใจ โชติมันต์พลอยหัวเราะไปด้วย

“ลูกมาพบสุมิตตาช้าไป” กุรุพินทาพูด

“คำนี้ลูกก็พูดกับเธอแล้ว” โชติมันต์พูด พลางจับมือผู้เป็นมารดามากุมไว้

“หมายความว่าลูกก็รักเขาเหมือนกัน?”

“ใช่ครับคุณแม่”

“ลูกรักผู้หญิงหลายคนได้ เรื่องของจิตใจห้ามยากแต่ลูกจะต้องแต่งงานกับผู้หญิงได้เพียงคนเดียวเท่านั้น”

“ลูกควรจะแต่งกับใคร?” โชติมันต์ถามแม่

“หากลูกแต่งกับสุมิตตา ลูกจะมีความสุขมากแต่ช้าไปเสียแล้ว มาพบไม้งามเมื่อขวานบิ่นเสียแล้ว”

“ไม่มีวิธีใดหรือแม่ ที่จะถอนตัวจากรังสิมาแล้วแต่งงานกับสุมิตตา?”

“วิธีการน่ะมีมากมาย แต่เราจะใช้หรือไม่ใช้เท่านั้น แม่ไม่สนับสนุนให้ใช้ เพราะการกระทำเช่นนั้นเป็นการเห็นแก่ตัว ผู้ชายควรจักรับผิดชอบต่อคำพูดของตัวไม่ใช่พูดอะไรออกมาพล่อยๆ นึกจะถอนคืนเมื่อไรก็ถอน หรือใช้เล่ห์กลมารยาให้ฝ่ายหญิงเข้าใจผิดและช้ำใจ แล้วใจลูกล่ะ ชอบหรือรักทางไหนมากกว่า”

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [29 ก.ค. 2552 , 07:43:58 น.] ( IP = 58.8.44.29 : : )


  สลักธรรม 5

โชติมันต์นั่งตรอง

“ลูกรู้สึกว่า รังสิมาน่ะลูกรู้สึกสงสารมาก แต่สุมิตตาลูกมีความรู้สึกหลายๆ อย่างในตัวเธอ มีทั้งความรักความสงสารความพอใจถูกใจไปเสียทุกอย่าง

นิ่งอีกขณะหนึ่ง ลมโชยระรื่นหอบเอากลิ่นบุบผชาติติดมาด้วย

“ทำไมคุณแม่จึงพูดว่า หากลูกแต่งงานกับสุมิตตาแล้วลูกจะมีความสุขมาก?”

“ลูกก็รับสารภาพกับแม่เองแล้วว่า สุมิตตาถูกใจลูกทุกอย่างที่สำคัญอีกอย่างก็คือเธอมั่งคั่งมาก และเป็นบุตรีคนเดียวของมรดก เธอเป็นคนดี ลูกไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยเรื่องการทำงานหาเงิน ลูกสามารถทำงานเพื่ออุดมคติได้ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินทอง ลูกลองคิดดูเถิด มีคนอยู่เป็นอันมาก รวมทั้งพ่อแม่ของลูกด้วย ต้องทำงานหาเงินอยู่ตลอดชีวิต ถึงกระนั้นก็ยังตั้งตัวไม่ติด ต้องทำวันกินวัน ทำเดือนกินเดือน การทำงานที่ต้องกังวลเรื่องเงินนั้นทำให้คนไม่สามารถทำตามอุดมคติได้เสมอไป

“หากลูกแต่งงานกับสุมิตตาลูกจะมีความสุขมากด้วยเหตุผลตามที่แม่กล่าวมานี้ หากแต่งกับรังสิมา ลูกก็อาจมีความสุขเหมือนกัน แต่ต้องทำมาหากิน เหน็ดเหนื่อยมาก ลูกอาจจะต้องเลี้ยงทั้งพ่อแม่ของลูกและพ่อแม่ของเมียอีกด้วย สำหรับตัวรังสิมานั้นลูกต้องเลี้ยงอยู่แล้ว แต่ลูกต้องไม่คิดเอาเรื่องทำนองนี้มาปฏิเสธการแต่งงานกับรังสิมาเพราะเธอน่าสงสาร และหากต้องเลี้ยงพ่อแม่ของเขาเมื่อแก่เฒ่าทำงานไม่ได้นั่นก็เป็นความดีงามเป็นมงคลแก่ตนและครอบครัว”

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [29 ก.ค. 2552 , 07:44:38 น.] ( IP = 58.8.44.29 : : )


  สลักธรรม 6

อีกมุมหนึ่งของสวน สองสาวคือสุมิตตาและรังสิมานั่งสนทนากันอยู่ รังสิมาถามถึงเมืองราชคฤห์ สุมิตตาถามถึงเมืองสาวัตถี ต่างก็เปลี่ยนกันเล่าความเป็นอยู่ของประชาชนและภูมิประเทศ

“พรุ่งนี้ฉันจะพาเธอไปชมเมืองราชคฤห์ เรามีสิ่งน่าดูหลายอย่างเธอชอบเที่ยวภูเขาไหม?”

“ชอบมาก-มากกว่าทะเล” รังสิมาตอบ

“พรุ่งนี้ฉันจะพาเธอไปชมเมืองราชคฤห์สบาย เพราะเมืองนี้มีภูเขามาก อย่างน้อยภูเขา ๕ ลูกใหญ่อันล้อมรอบนครของเราอยู่จนถึงกับคนทั้งหลายเรียกราชคฤห์ว่า “เบญจคีรีนคร” เพราะมีภูเขาล้อมรอบ ฉันทายว่าเธอเป็นคนจิตใจมั่นคงดี ชอบความสงบสุขมากกว่าความฟุ้งเฟ้อต่างๆ”

“ทำไมเธอจึงทราบนะสุมิตตา เธอแน่ใจว่าเธอทายถูกหรือ?”

“ฉันแน่ใจ” สุมิตตาตอบ

“อะไรทำให้เธอแน่ใจ?”

“เธอบอกว่า เธอชอบภูเขามากกว่าทะเล”

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับอุปนิสัยของฉัน ว่าเป็นคนมั่นคงหรือไม่”

“คุณพ่อเคยบอกฉันว่า” สุมิตตาตอบ พร้อมด้วยดึงมือเพื่อนสาวมาจับเล่น “คนที่ชอบภูเขามากกว่าทะเลแสดงว่ามีลักษณะอุปนิสัยเป็นคนมั่นคง ไม่คลอนแคลน ทำอะไรทำจริง และชอบความสงบสุข”

“เธอเชื่อพ่อเธอหรือ?” รังสิมาถาม ดึงมือเพื่อนสาวมาจับเล่นบ้าง

“ฉันเชื่อ” สุมิตตาตอบ “คุณพ่อฉันพูดอะไรถูกเสมอ เพราะท่านมักคิดก่อนพูด และก่อนวินิจฉัยอะไรว่าเป็นอย่างไร สิ่งนั้นมักได้รับการทดสอบมาแล้วมากมาย”

“เธอภูมิใจในตัวพ่อเธอมาก?”

“มากทีเดียว”

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [29 ก.ค. 2552 , 07:45:06 น.] ( IP = 58.8.44.29 : : )


  สลักธรรม 7

“ฉันสงสัยว่า ทำไมคนที่ชอบภูเขามากกว่าทะเลจึงถือลักษณะว่าเป็นคนมั่นคง?”

“ถ้าดูตามลักษณะของธรรมชาติ จะเห็นว่าภูเขานั้นมั่นคง ไม่สะท้านหวั่นไหวด้วยแรงลมซึ่งจะพัดมาจากทิศใดก็ตาม และแถบภูเขามักเป็นที่สงัด ส่วนทะเลมีลักษณะคะนองอยู่เสมอ มีคลื่นมีลม และไม่แน่นอนว่าจะเกิดขึ้นเวลาใด เห็นจะนำเอาลักษณะของภูเขาและทะเลซึ่งผิดกันนี้เอง มาทำนายลักษณะคนที่ชอบภูเขาว่ามั่นคง รักสงบ ส่วนคนที่ชอบทะเลก็มีลักษณะไปอีกอย่างหนึ่ง” สุมิตตาอธิบาย

“คงไม่แน่เสมอไปกระมังคะ?” รังสิมาพูด

“เรื่องจะเอาแน่ร้อยทั้งร้อยน่ะเป็นไปไม่ได้ แต่ท่านคงหมายถึงส่วนมากเป็นอย่างนั้น”

สุมิตตาพูด

“ฉันได้ความรู้ใหม่ ไม่เคยรู้มาก่อนเลย ฉันรู้สึกชอบเธอมากนะ สุมิตตา”

“ฉันก็ชอบเธอเหมือนกัน รังสิมา เราเป็นเพื่อนกันนะ” สุมิตตาพูด

“ตกลง, เราเป็นเพื่อนกัน” รังสิมารับ “ฉันมาครั้งนี้ได้เพื่อนที่ดีน่ารักเช่นเธอ ฉันภูมิใจ”

สุมิตตาเอามือโอบรอบเอวรังสิมาและพูดว่า

“ฉันเองก็ภูมิใจที่มีเพื่อนอย่างเธอ และคนที่ภูมิใจสุดก็เห็นจะเป็นโชติมันต์”

“โชติมันต์!” รังสิมาอุทาน “เขาบอกเธอหรือว่าเขาภูมิใจ?”

“เขาไม่ได้บอกโดยตรงหรอกรังสิมา, แต่เขาเคยพูดให้ฉันรู้ว่า เขามีจิตใจผูกพันอยู่กับเธอ”

“เขาออกชื่อฉันหรือ?”

“ไม่, แต่ฉันรู้ว่าผู้หญิงที่เขาเคยพูดถึง ให้ฉันได้ยินคือเธอ เมื่อเธอมาที่นี่เอง และฉันคิดว่าเธอเป็นหญิงที่ชายทุกคนควรจะคิดถึงหากได้สมาคมด้วย”

โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [29 ก.ค. 2552 , 07:45:48 น.] ( IP = 58.8.44.29 : : )


  สลักธรรม 8

ผู้ที่มีจิตใจงามย่อมมีความสุขได้ง่าย
กราบขอบพระคุณมากค่ะ และกราบอนุโมทนาค่ะ

โดย abctoy - [29 ก.ค. 2552 , 11:07:37 น.] ( IP = 203.172.175.9 : : 192.168.1.64 )


  สลักธรรม 9

คืนนั้นท้องฟ้าสดใส ดวงจันทร์อันงามเด่นลอยอยู่น่านฟ้าตะวันออก เป็นระยะเวลาปลายหน้าหนาวกำลังจะก้าวเข้าสู่หน้าร้อน ลมจึงพัดแต่พอเย็นสบาย สวนดอกไม้ของท่านราเมศร์มีพันธุ์ไม้ดอกมาก ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนแต่มีกลิ่นหอม

ธรรมชาติ ดอกไม้ สายลม บางทีก็ทำให้เราคิดถึง สิ่งที่ซ่อนเร้นคือ ความสงบเย็น สดชื่นจากธรรมะครับ

โดย พรหมธรรม [29 ก.ค. 2552 , 11:16:03 น.] ( IP = 124.121.49.11 : : )


  สลักธรรม 10

โดย น้องกิ๊ฟ [30 ก.ค. 2552 , 10:54:40 น.] ( IP = 125.27.175.99 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org