มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ร่มธรรม (๑๗)




เพื่อความถูกต้อง
โดย อาจารย์วศิน อิทรสระ


ตอนที่ผ่านมา

รุ่งขึ้นอีกวันหนึ่ง โชติมันต์ได้ชวนมารดาตน รังสิมา และสุมิตตา ไปกราบเยี่ยมอาจารย์สุธรรมเทวะที่สันติธรรมาลัย อาจารย์แสดงความยินดีที่ได้รู้จักกับกุรุพินทา และเล่าว่า โชติมันต์เป็นเด็กที่เรียนดีมีความขยันหมั่นเพียร ประกอบด้วยปัญญาไว และมีความตั้งใจจริง ต่อไปภายหน้า ประกอบการสิ่งใดก็คงสำเร็จผลสมความประสงค์

ณ สันติธรรมาลัยนั้น รามินทร์และน้องสาวคือรามิตาได้มาหาอาจารย์ด้วย ต่างชื่นชมยินดีต่อกันและกัน เมื่อได้สนทนากับอาจารย์สุธรรมเทวะอยู่พอสมควรแล้วต่างก็ได้กราบลาอาจารย์กลับ

สุมิตตาได้เชื้อเชิญรามินทร์และรามิตาไปบ้านของตน แต่โชติมันต์บอกว่า ตั้งใจแล้วว่าจะนำมารดาไปพบบิดาของรามินทร์ ในฐานะเป็นผู้อุปการะตนอีกผู้หนึ่ง

ท่านพราหมณ์กฤษณะและภริยามีความยินดีที่ได้พบกุรุพินทายิ่งทราบว่าเป็นชาวราชคฤห์ด้วยกันก็ยิ่งมีความยินดีมากขึ้น กุรุพินทาอยู่ที่บ้านของรามินทร์ประมาณ ๒ ชั่วโมงเศษ ผู้ใหญ่สนทนากับผู้ใหญ่ด้วยกัน ส่วนหนุ่มสาวซึ่งรวมทั้งหมด ๖ คน คือมีเพื่อนของรามิตาอีกคนหนึ่งชื่อวิชชุดาสนทนาอยู่ด้วย ๔ สาว สองหนุ่มได้รับความเพลิดเพลินจากการสนทนาปัญหาต่างๆ และรับประทานของว่าง เช่นมะม่วงดองบ้าง ขนมที่ทำด้วยแป้งและน้ำตาลบ้าง

รามินทร์มีความสนใจต่อรังสิมาเป็นพิเศษ ยังไม่มีใครรู้ว่าเขาสนใจเธอเพราะรังสิมาเป็นอาคันตุกะ หรือเพราะเหตุอื่น เขาชวนรังสิมาให้มาอยู่ราชคฤห์ เขาจะช่วยอำนวยความสะดวกทุกประการเท่าที่กำลังความสามารถของเขามีอยู่ แต่รังสิมาคงแบ่งรับแบ่งสู้ เธอชายตามาทางโชติมันต์เสมอๆ คล้ายกับว่าให้โชติมันต์ออกความเห็นในเรื่องนี้ แต่โชติมันต์ก็ทำเป็นไม่รู้เสีย คงสนทนากับรามิตา สุมิตตาและวิชชุดาอย่างเพลิดเพลิน รามิตาเอาใจใส่โชติมันต์มาก แต่มิได้แสดงอาการรังเกียจหรือกิริยาไพร่ต่อสตรีทั้งสองซึ่งเธอแน่ใจว่ามีดวงใจผูกพันกับโชติมันต์อยู่

วิชชุดาขออนุญาตสหายทั้งหลายว่าจะออกไปนอกห้องสักครู่หนึ่ง เพื่อธุระส่วนตัวกับรามิตาแล้วจะกลับมาโดยเร็ว

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [30 ก.ค. 2552 , 07:38:47 น.] ( IP = 58.8.46.93 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

เมื่ออยู่กันเพียงลำพัง วิชชุดากล่าวแก่สหายหญิงว่า

“ฉันรู้สึกว่า เธอชอบพอโชติมันต์มากมิใช่หรือรามิตา?”

“ใช่ ทำไมหรือ?” รามิตาถามและพูดต่อไปว่า “ก็ฉันเคยบอกเธอหลายครั้งแล้ว”

“สองคนนั้น ฉันว่าเขารักโชติมันต์ยิ่งกว่าเธอเสียอีก สนุกกันใหญ่ละซี”

“ก็สนุกดีนี่ ไม่เห็นมีอะไร” รามิตาว่า

“เธอคิดว่าสนุกจริงๆ หรือแกล้งทำเป็นสนุก?”

“สนุกจริงๆ เขารักก็ช่างเขา และดูท่าทางเขาก็เป็นคนดีทั้งสองคน”

“ฉันว่า เมื่อเธอรัก เธอก็ควรพยายามให้ได้” วิชชุดาออกความเห็น

“ฉันไม่ใช่คนตัดสิน”

“แล้วใครคือคนตัดสิน”

“โชติมันต์ซิ เขาเป็นคนเลือก” รามิตาว่า

“ถ้าฉันรักโชติมันต์” วิชชุดาพูด “ฉันจะไม่ให้เขาเลือกใคร คือไม่ให้มีทางเลือก ต้องทำให้เขาแต่งงานกับฉันเพียงคนเดียว ไม่มีทางเลือก”

“เธอจะทำอย่างไร?”

“หาอุบายกำจัด ๒ สาวนี้ให้สิ้น ไม่วิธีใดก็วิธีหนึ่ง”

“เธออย่าคิดบ้าๆ อย่างนั้นซิ วิชชุดา” รามิตาว่า

“ถ้าเธอไม่คิดอย่างฉันละก้อ เธอนั่นแหละบ้า” วิชชุดาเถียง

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [30 ก.ค. 2552 , 07:39:35 น.] ( IP = 58.8.46.93 : : )


  สลักธรรม 2

“ทำไมเราจะต้องแสวงหาความสำเร็จของตนโดยวิธีทำลายผู้อื่น ทางที่ดีกว่านี้ บริสุทธิ์กว่านี้ไม่มีแล้วหรือ?”

“ยากมาก” วิชชุดาพูด “หากเธอมัวถือคติคุณยายทั้งหลายอยู่ ก็ไม่มีทางประสบผลสำเร็จในเรื่องนี้”

“ไม่สำเร็จฉันก็ไม่เห็นเดือดร้อน เธออย่ามายุให้ฉันเสียคนในเรื่องนี้ก็แล้วกัน”

“ถ้าอย่างนั้น เธอรักทำไมนะ รามิตา เลิกชอบเลิกรักเสียไม่ดีกว่าหรือ?”

“ความรักเป็นเรื่องของหัวใจ วิชชุดา, ความรักเป็นเรื่องของหัวใจ ส่วนการคิดทำลายผู้อื่นเพื่อให้สมรักของตนนั้นเป็นความบาป เราจะต้องใช้บาปอันนั้น หากกระทำลงไป”

วิชชุดาหัวเหราะ-หัวเราะอยู่นาน

“เธอหัวเราะอะไร วิชชุดาที่ฉันพูดน่ะมันน่าขันมากนักหรือ?”

“น่าขันจริงๆ ความรักเป็นเรื่องของหัวใจ—ความบาป เธอเชื่อเรื่องบาปด้วยหรือ? ฉันว่าเรื่องบาปเรื่องบุญเป็นเรื่องที่เราคิดเอาเองมากกว่า ตัวมันจริงๆ ไม่มีดอก มนุษย์เราเมื่อปรารถนาสิ่งใด หากได้สมปรารถนาก็เป็นความสุขความพอใจของเราแล้ว เรื่องอื่นไม่สำคัญ สำคัญที่ความปรารถนาของเรา” วิชชุดาพูด

“แม้แต่จะต้องเบียดเบียนผู้อื่น ต้องผิดศีลธรรมอย่างนั้นหรือ?”

“ศีลธรรมนั้นเป็นเรื่องที่คนบัญญัติขึ้น ใช่หรือไม่? เมื่อคนบัญญัติขึ้น ก็ย่อมขึ้นอยู่กับกาลเทศะ”

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [30 ก.ค. 2552 , 07:39:59 น.] ( IP = 58.8.46.93 : : )


  สลักธรรม 3

“เธอพูดเป็นปราชญ์เกินไป วิชชุดา ฉันไม่เข้าใจ” รามิตาว่า

“ฉันหมายความว่า เมื่อเรื่องศีลธรรม เรื่องบาปมีคนบัญญัติขึ้น บาปหรือบุญ หรือศีลธรรมย่อมไม่ใช่สิ่งสากล การกระทำอย่างเดียวกัน คนบางกลุ่มว่าดี แต่บางกลุ่มอาจว่าไม่ดี ในกาละหนึ่งอาจดี แต่อีกกาละหนึ่งไม่ดี หรือการกระทำอย่างเดียวกันนั้นในที่แห่งหนึ่งว่าดี แต่ในที่อีกแห่งหนึ่งว่าร้าย เอาแน่นอนอะไรไม่ได้ เมื่อเป็นอย่างนี้ สิ่งที่เราควรทำก็คือ ทำความพอใจให้แก่ตนเองให้มากที่สุด นั่นเป็นกำไรของชีวิต” วิชชุดาสาธยายเสียยาว

“ฉันไม่ค่อยเข้าใจที่เธอพูดนัก วิชชุดา” รามิตาว่า “แต่จะเข้าใจหรือไม่ก็ตาม ฉันทำอย่างเธอว่าไม่ได้ ฉันไม่เคยได้รับอบรมอย่างนี้ อะไรคือความดี อะไรคือความชั่วก็ช่างเถอะ แต่ฉันเอาสามัญสำนึกของฉัน และการที่โลกเขานิยมหรือไม่นั่นแหละเป็นเครื่องตัดสิน เพราะฉะนั้นฉันจึงไม่ปรารถนาแสวงหาความสุข ความสมปรารถนาเพื่อตนโดยการทำลายล้างผู้อื่น ฉันกลัวบาป และที่ฉันกลัวอย่างยิ่งคือใจของฉันเอง”

“ใจของเธอเอง!” วิชชุดาทวนคำ “หมายความว่า กระไรกัน กลัวใจของเธอเอง”

“หมายความว่า ฉันกลัวใจฉันจะระลึกถึงแต่กรรมชั่วที่ฉันทำนั้น โดยมิอาจลบเลือนได้ ฉันกลัวมันจะมาทรมานใจฉัน ฉันเคยมาแล้ว วิชชุดา ฉันเคยทำผิดบางอย่าง ฉันเคยทำบาปบางอย่างแม้ไม่มากมายอะไรนัก แต่มันมารบกวนใจฉันอยู่เสมอ ฉันไม่มีความสุขเลย เมื่อระลึกถึงมัน ถึงกรรมอันนั้น ใจฉันไม่ด้านเลยในการทำความผิด เพราะฉะนั้น ฉันเสียใจด้วยที่คำแนะนำของเธอในเรื่องนี้คงไม่ได้ผลสำหรับฉัน โดยเฉพาะเรื่องระหว่างเพศเสียอีกด้วย”

“ทำไม เธอคิดว่า เรื่องนี้ไม่เป็นเรื่องสำคัญหรือ?” วิชชุดาเสียงอ่อนลง

“สำคัญเหมือนกัน แต่ไม่ถึงกับเราจะต้องลงทุนทำความชั่วทำบาป เพื่อให้ได้มันมา ฉันละอาย วิชชุดาบอกกันตรงๆ มนุษย์เราควรจะพ้นจากสภาพสัตว์ป่า หรือคนป่าสมัยโบราณแล้ว ที่ต้องแย่งคู่ครองกัน รบราฆ่าฟันกัน บางทีก็ต้องตายกันเป็นร้อยเป็นพัน เพียงเพื่อหญิงคนเดียวหรือชายคนเดียวเท่านั้น มันคุ้มกันหรือ? เราน่าจะยอมตายเพื่อความถูกต้องกันบ้าง แม้จะทุกข์ทรมานปานใดก็ยอมตาม แต่ไม่ยอมทำความผิด หรือตามใจตนเองจนเดินทางผิด กระเสือกกระสนเพื่อให้ตนสมหวังบนความทุกข์ทรมานของผู้อื่น ฉันไม่ต้องการเป็นดอกบัวในสระน้ำตาของใคร ไปกันเถอะ วิชชุดา เดี๋ยวเพื่อนๆ เขาจะคอย”

รามิตาพูดจบดึงมือวิชชุดาขึ้นไปร่วมวงสนทนากับโชติมันต์และเพื่อนสาวอื่นๆ

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [30 ก.ค. 2552 , 07:41:42 น.] ( IP = 58.8.46.93 : : )


  สลักธรรม 4

ในวงผู้ใหญ่ได้สนทนากันเรื่องเด็กและเรื่องทางศาสนา

“เด็กสมัยนี้ขาดความสำรวมลงมาก ไม่เหมือนเมื่อก่อน ท่านว่าอย่างนั้นไหม?” จิตรา ภรรยาของกฤษณะพูดขึ้นตอนหนึ่ง

“ก็อาจเป็นบ้าง” กุรุพินทาพูด “แต่หากเราไม่เอาอารมณ์ผู้ใหญ่ของเราเข้าไปวัด เด็กเดี๋ยวนี้ก็คงเหมือนเด็กเมื่อก่อน”

“ท่านหมายความว่ากระไร” จิตราถาม

“หมายความว่า อารมณ์ของผู้ใหญ่กับอารมณ์ของเด็กย่อมจะผิดกัน บางทีการที่เรารู้สึกว่าเด็กขาดความสำรวมระวังก็เพราะเอาอารมณ์ของเราซึ่งเป็นผู้ใหญ่แล้วเข้าไปเปรียบเทียบ เด็กยังมีอารมณ์สนุกสนาน มีกำลังกายมาก จึงอยากแสดงออกอย่างผู้มีกำลัง แต่ถ้าเกี่ยวกับแนวโน้มหรือทรรศนคติแล้ว ผู้ใหญ่เป็นผู้นำเด็กเสมอ”

“ท่านหมายความอย่างไร?” ท่านกฤษณะถาม

“หมายความว่า เด็กจะมีแนวโน้มอย่างไร มีทรรศนะอย่างไรต่อชีวิต ต่อบาป บุญ หรือต่อการทำตัวในสังคม ก็แล้วแต่ผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ทำอย่างไรเด็กย่อมพอใจทำตาม”

“ข้อนี้จริง” จิตราพูด “ลูกจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่การอบรมของพ่อแม่ เด็กๆ เหมือนดินใหม่ที่พอหมาด จะเขียนลวดลายอย่างไรก็ได้ การที่เด็กไม่ดีนั้น ผู้ใหญ่มีส่วนรับผิดชอบอยู่มาก ที่สำคัญที่สุด ก็คือตัวอย่างที่แกได้เห็น เมื่อผู้ใหญ่ทำตัวอย่างที่ดีอยู่เสมอ อย่างน้อยเด็กย่อมมีความเกรงใจ ตัวอย่างเช่นการทำทุจริต หากผู้ใหญ่ไม่ทุจริต แล้วเด็กย่อมไม่กล้า หรือหากจะทำไปเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ยังมีความเกรงกลัวผู้ใหญ่อยู่ คนทำชั่วย่อมมีความละอายต่อคนบริสุทธิ์ เหมือนโจรกระดากใจที่จะเข้าใกล้สมณะผู้ทรงศีล”

“ท่านกล่าวมานี้ ข้าพเจ้าเห็นด้วยทุกประการ” กุรุพินทาว่า “ผู้ใหญ่ที่ทำตนให้บริสุทธิ์ไม่ผิดศีลธรรม อยู่ในศีลในธรรมจึงได้ประโยชน์สองชั้น คือเป็นประโยชน์แก่ตนเอง ทำให้จิตใจสดชื่นสบายและประโยชน์แก่ลูกหลานในการที่จะเอาอย่างดำเนินตาม การที่ผู้ใหญ่ปฏิบัติดีนั้นมีประโยชน์แก่เด็กมากกว่าการสอนด้วยปากเสียอีก แต่ผู้ใหญ่จะเป็นคนดีได้ก็ต้องมีหลัก หลักนั้นข้าพเจ้าเข้าใจว่าไม่มีอะไรดีกว่าคำสอนทางศาสนา”

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [30 ก.ค. 2552 , 07:42:22 น.] ( IP = 58.8.46.93 : : )


  สลักธรรม 5

“เพราะเหตุไร ท่านจึงกล่าวว่า หลักนั้นไม่มีอะไรดีกว่าคำสั่งสอนทางศาสนา?” กฤษณะถาม

“เพราะท่านได้ค้นคว้ามาดีแล้ว” กุรุพินทาตอบ “เรายอมรับว่าพระบรมศาสดา ทรงเป็นผู้ฉลาดล้น พระองค์ได้ทรงชี้ทางวางหลักเอาไว้ ทางนั้นถูกต้อง หลักนั้นเหมาะสม ปฏิบัติตามท่านแล้วย่อมพบแต่ความสุขความสงบ เราไม่ต้องไปค้นคว้าใหม่ อะไรที่ท่านตรัสว่าควรเว้น ใครเว้นได้ก็พ้นอันตราย อะไรที่ท่านตรัสว่าควรประพฤติ ใครประพฤติได้ก็มีแต่ผลดี มีความเจริญรุ่งเรือง คนที่บอกเลิกธรรม ไม่เลื่อมใสธรรมก็เท่ากับประกาศตัวเองให้คนทั้งหลายรู้ว่า ต่อไปนี้จะเป็นคนเลว เหมือนคนประกาศว่าจะไม่เคารพกฎหมายบ้านเมืองก็เท่ากับประกาศว่าจะเป็นโจร”

“พระบรมศาสดาที่ท่านกล่าวถึงนี้หมายถึงพระโคตรมะพุทธะหรือมิใช่” จิตราถาม

“ใช่แล้ว” กุรุพินทาตอบ

“ข้าพเจ้าและครอบครัวก็เคารพเลื่อมใส พระบรมศาสดาพระองค์นั้น” กฤษณะบอก ทั้งสามยกมือขึ้นทำอัญชลีพร้อมกัน

“ผู้ใหญ่ที่ไม่มีหลัก” กุรุพินทาพูดต่อ “มีแต่ก่อความรำคาญแก่ลูกหลาน บางทีมิได้สำรวจถึงจรรยาของตน เมื่อเด็กเบื่อหน่ายก็หาว่าเด็กไม่เคารพ ไม่กตัญญู บ่นเขามากเกินไปเด็กก็รำคาญไม่อยากฟังเพราะบ่นพร่ำเพรื่อไม่เป็นเวลา ก็หาว่าเด็กไม่ยินดีรับคำตักเตือนสั่งสอน ความจริงแล้วเรื่องทั้งหลายอาจมาจากความฟุ้งซ่านของตนเอง ที่พูดนี้มิได้หมายความว่ายกย่องเด็กว่าดีเสมอ มีเรื่องอะไรขึ้นมาผู้ใหญ่เป็นฝ่ายผิดทุกที มิได้หมายความอย่างนั้น เด็กที่เหลือขอก็มีเหมือนกัน ผู้ใหญ่สอนดีก็ไม่รับ ทำตัวอย่างดีก็ไม่เอาอย่าง เป็นกรรามของแก, เป็นวิบากที่สั่งสมมานานแก้ยาก นอกจากจะค่อยๆ แก้ทีละน้อย หรือเจ้าของชีวิตรู้สึกตัวแล้ว พยายามฝืนใจตนเองให้หมุนเข้าหาทางดี

“ส่วนผู้ใหญ่ที่มีหลัก ย่อมเป็นที่เคารพรักของลูกหลาน เป็นหลักยึดของครอบครัว เหมือนหลักสำหรับผูกโยงเรือไว้ไม่ให้ลอยไปตามกระแสน้ำ ลูกหลานมีความทุกข์ความร้อนใจก็เป็นที่ปรึกษาได้ ชี้ทางที่ชอบ ปลอบโยนให้คลายร้อน ไม่โวยวายเสียเอง มีสติมั่น ประพฤติเป็นตัวอย่างให้ลูกหลานได้เห็น เด็กมีความอบอุ่นใจ แม้เขาจะเลี้ยงดูก็เลี้ยงดูอย่างเคารพบูชา ข้าพเจ้าเข้าใจว่าผู้ใหญ่ที่จะเป็นอย่างนี้ได้ต้องมีหลักยึด และหลักยึดนั้นก็คือศีลธรรมทางศาสนา หากข้าพเจ้ากล่าวความทั้งหมดนี้มากไป คลาดเคลื่อนไป ข้าพเจ้าก็ขออภัยด้วย หวังอยู่ว่าจะได้รับความรู้เป็นเครื่องประดับสติปัญญาจากท่านทั้งสองบ้าง”

“ขอบพระคุณท่านมากกุรุพินทา” ท่านกฤษณะกล่าว “วาจาของท่านเป็นสุภาษิต ควรแก่การใส่ใจ พระศาสดาเราตรัสว่า วาจาของใครก็ตามที่จริงและมีประโยชน์ควรปฏิบัติตามทั้งสิ้น ส่วนวาจาที่ไม่มีประโยชน์แม้เทวดากล่าวก็คงไร้ประโยชน์อยู่นั่นเอง รวมความว่าใครจะเป็นคนกล่าวนั้นไม่สำคัญ แต่สำคัญอยู่ที่ข้อความที่กล่าว เมื่อข้อความชอบด้วยเหตุผล ก็ควรยึดถือไว้เป็นแนวปฏิบัติ ข้าพเจ้าขอถามความเห็นท่านต่อไปว่า ในการปกครองเด็กนั้นเราควรใช้วิธีสั่งสอนอย่างเดียว หรือควรมีการลงโทษเฆี่ยนตีบ้าง”

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [30 ก.ค. 2552 , 07:46:42 น.] ( IP = 58.8.46.93 : : )


  สลักธรรม 6

“ข้าพเจ้ามีความเห็นว่า” กุรุพินทาตอบ “เมื่อถึงคราวควรลงโทษก็น่าจะต้องลงโทษบ้าง เพื่อความเข็ดหลาบ อาจเป็นการเฆี่ยนตี หรือให้ทำงานบางอย่างแบบทัณฑกรรม คือกะงานและกำหนดเวลาให้ทำ และสั่งสอนให้รู้ไปด้วยว่าที่ต้องถูกทำโทษอย่างนี้ เพราะทำความผิดอย่างไร เพื่อต่อไปจะได้ไม่ทำอีก หากเขาทำดีก็มีการชมเชยให้รางวัล ยกย่องให้คนอื่นฟังเพื่อให้ผู้ทำดีภูมิใจ และให้เด็กอื่นๆ ได้ถือเอาเยี่ยงอย่าง เข้าหลักของพระบรมศาสดาที่ว่าข่มคนที่ควรข่ม ยกย่องคนที่ควรยกย่อง

“อนึ่ง การยกย่องคนที่ไม่ควรยกย่อง และการข่มคนที่ไม่ควรข่มเป็นโทษอย่างไร การยกย่องคนที่ควรยกย่องและการข่มคนที่ควรข่มก็เป็นคุณอย่างนั้น “ กฤษณะกล่าว และเมื่อทุกคนนิ่งอยู่จึงกล่าวต่อไปว่า

“คนที่ไม่ควรยกย่อง ใครไปยกย่องเข้าก็ทำให้บุคคลผู้นั้น คือคนที่ได้รับการยกย่องมองตัวเองผิด ไม่อาจเลิกประพฤติสิ่งที่ไม่ดีไม่งามได้ มีแต่หลงระเริงไป หากคนนั้นเป็นคนใหญ่คนโตก็จะเป็นภัยต่อสังคมมาก ในเรื่องนี้ผู้ใหญ่กับเด็กมีลักษณะละม้ายคล้ายคลึงกัน, ความจริงผู้ใหญ่ส่วนมากเมื่ออยู่ในกลุ่มเพื่อนฝูงวัยเดียวกันก็มักกลายเป็นเด็กเสมอ

“ส่วนการไปข่มหรือกดขี่คนที่ควรยกย่องเคารพบูชา นั่นเป็นการทำลายกำลังใจของผู้ประกอบกรรมดี เป็นโทษทั้งแก่ผู้กดขี่และผู้ได้รับการกดขี่

“ไม่ว่าผู้ใหญ่หรือเด็ก เมื่อทำความดีความชอบก็ย่อมหวังว่าจะได้รับความนิยมชมชอบจากผู้อื่นบ้างไม่มากก็น้อย”

สนทนากันด้วยความชื่นชมต่อกันและกันอีกสักพักหนึ่ง กุรุพินทาก็อำลาเจ้าของบ้านกลับ กฤษณะและจิตรา รวมทั้งรามินทร์ รามิตาขอร้องให้กุรุพินทา และสุมิตรา โชติมันต์มาเยือนอีก และว่าจะไปเยี่ยมสนทนาที่คฤหาสน์ราเมศร์ตามโอกาสอันควร

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [30 ก.ค. 2552 , 07:47:37 น.] ( IP = 58.8.46.93 : : )


  สลักธรรม 7

ก่อนนอนคืนนั้น หลังจากบูชาพระรัตนตรัยแล้ว กุรุพินทาและโชติมันต์ได้นั่งสนทนากันอีกครู่หนึ่ง

“รามิตาธิดาของท่านกฤษณะ น่ารักมาก เขาสนิทกับลูกมากหรือ?”

“สนิทมากครับคุณแม่”

“ลูกไม่นึกว่าเขาจะรักลูกด้วยเหมือนกันหรือ?”

“ลูกไม่แน่ใจ แต่เขาเคยพูดกับลูกว่า เขามีความกังวลห่วงใยถึงลูกเสมอ”

“ผู้หญิงสาวพูดอย่างนี้น่าจะหมายความว่ามีใจผูกพัน” กุรุพินทาออกความเห็น “แม่รู้สึกว่าลูกอยู่ในฐานะลำบากเสียแล้ว เด็กทั้ง ๓ คนนี้เป็นคนดีทั้งนั้น อย่างนี้ลูกเลือกยาก แม่ว่าแล้วแต่ชะตาของใครดีกว่าสร้างมากับใครก็ย่อมจะต้องร่วมสุข ร่วมทุกข์กับคนนั้น”

“แต่ลูกไม่กระตือรือร้นเรื่องนี้เลย” โชติมันต์พูด “ลูกมีความคิดเรื่องอื่นมากกว่า”

“เรื่องอะไร?”

“ปัญหาสังคม-แม่” โชติมันต์พูดอย่างไม่ลังเล “ลูกศึกษาเล่าเรียนมา มีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์แก่สังคมที่ลูกอาศัย ลูกต้องการทำประโยชน์แก่เพื่อนมนุษย์ทางใดทางหนึ่ง เรื่องความรักและการแต่งงานนั้นไว้ทีหลัง ลูกคิดเหมือนกัน แต่คิดน้อยกว่าปัญหาสังคม”

“ดีลูก” กุรุพินทาคล้อยตาม “เกิดเป็นผู้ชายต้องมีความคิดอย่างนี้ ต้องคิดให้สูงไว้ คิดสิ่งที่จะเป็นประโยชน์แก่เพื่อนร่วมชาติของเรา เกิดมาเพื่อบำเพ็ญประโยชน์ แม่ภูมิใจที่ได้ยินลูกพูดอย่างนี้”

“ลูกมีความตั้งใจอยู่เสมอ ตั้งแต่ออกจากสัมมาคามมาแล้ว ลูกไม่เคยลืมอุดมคติ ประกอบกับมาอยู่ในสำนักของท่านอาจารย์สุธรรมเทวะ ซึ่งคำสอนของท่านเร่งเร้าในเรื่องนี้ด้วย ทำให้ลูกมีความตั้งใจมั่นคงยิ่งขึ้น”

“แม่ดีใจลูก ขอให้ความปรารถนาของลูกสำเร็จเถิด เอ้อ, แม่มีอะไรจะบอกลูกหน่อยหนึ่ง”

“อะไรครับแม่?”

“เพื่อนหญิงของรามิตาน่ะท่าทางไว้ใจไม่ได้นะ ให้ระวังผู้หญิงคนนั้นด้วย ชื่ออะไร?”

“วิชชุดาครับ”

โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [30 ก.ค. 2552 , 07:51:30 น.] ( IP = 58.8.46.93 : : )


  สลักธรรม 8

โดย น้องกิ๊ฟ [30 ก.ค. 2552 , 11:03:11 น.] ( IP = 125.27.175.99 : : )


  สลักธรรม 9


กราบขอบพระคุณ และ อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [3 ส.ค. 2552 , 10:37:23 น.] ( IP = 124.121.177.218 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org