มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ความสันทัด









ความสันทัด



ชีวิตของเราจะร่มเย็นเป็นสุขได้ก็ต่อเมื่อมีธรรมเป็นที่พึ่ง เพราะการรู้ธรรมเป็นการรู้ถึงเรื่องกรรมและวิบาก เป็นการรู้ที่เข้าไปถึงเหตุและผลที่จะทำให้เรามองถูก คิดถูก และทำถูกได้ ดังนั้น เราทุกคนจึงจะต้องเพียรพยายามเข้าหาธรรม ศึกษาธรรมและปฏิบัติธรรม และพระธรรมที่พระพุทธองค์ทรงแสดงนั้น ก็สามารถพิสูจน์ได้เข้าไปรู้ได้จนทำให้เป็นรู้ ผู้ตื่น และผู้เบิกบานได้ในที่สุด

วันนี้ได้พาทุกคนสวดมนต์แปล ..ก็จะเห็นว่าอะไรที่ไม่ได้ใช้มันก็เสื่อม อย่างที่เราสวดมนต์ บทแรก ๆ เราใช้ความสันทัดกันมาก แม้ในหนังสือจะมีให้อ่านว่า "พระผู้มีพระภาพ" แต่เรามีความสันทัดเติมคำว่า “เจ้า” ลงไป จนกลายเป็น "พระผู้มีพระภาคเจ้า" ซึ่งเกินจากคำแปลในหนังสือ

ที่นำจุดนี้มาพูดก็เพราะว่าชีวิตเราอยู่ด้วยความสันทัด เราจึงต้องฝึกความสันทัดในสิ่งที่ดีเข้าไป และความสันทัดเหล่านี้ก็จะปรากฏโดยอัตโนมัติ ถ้าหากเรานึกดีอยู่เรื่อย ๆ เราก็จะได้ดีมานึก และถ้าเราหัดนึกร้ายอยู่เรื่อย ๆ เราก็จะได้ร้ายมานึก ฉะนั้น จึงไม่มีใครทำให้เราตกต่ำได้ถ้าเราไม่ยินยอม แต่ทุกวันนี้ เรายินยอมตกต่ำเอง

เราเรียนแล้วเรื่อง โลภ โกรธ หลง ว่ามีผลเป็นอย่างไร เช่น ผลของความโลภทำให้เรามีโอกาสไปเป็นเปรตได้ในชาติหน้า ผลของความโกรธทำให้เรามีโอกาสไปนรกได้ในชาติหน้า การฆ่าสัตว์มีผลกี่ประการเราก็รู้หมด คือ ทุพพลภาพ รูปไม่งาม กำลังกายเฉื่อยชา กำลังปัญญาไม่ว่องไว เป็นคนขลาดหวาดกลัวง่าย มีความกล้าฆ่าตัวเองหรือถูกฆ่าได้ มีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียนอยู่เสมอ พินาศในบริวาร และอายุสั้น เพราะเราเป็นผู้ผ่านความรู้มาแล้ว แต่ยังไม่เป็นผู้ทรงความรู้

หากมองโดยรวมแล้วเราอาจยังไม่ดีในฐานะผู้ทรงความรู้ แต่เมื่อแยกแยะออกเป็นส่วนๆ แล้ว อย่างน้อยในขณะนี้เราก็ภูมิใจได้ว่า เราไม่มีเจตนาฆ่าสัตว์ใดแล้ว เราสามารถรักษาศีลข้อที่หนึ่งได้ และที่เราดีได้ก็เพราะเรามี "หิริ โอตัปปะ" ซึ่งเกิดขึ้นจากการเรียนพระธรรม เพราะเราเรียนพระธรรม เราจึงเกรงผลชั่วกลัวผลบาป อายชั่วกลัวบาป ถ้าคนเราไม่มี "หิริโอตัปปะ อายชั่วกลัวบาป" ก็จะมีแต่สิ่งไม่ดีเกิดขึ้น ยิ่งนับวันโลกของเราก็ยิ่งขาดชีวิตที่มีหิริโอตัปปะ เราจึงต้องฝึกทำให้ชินคืออายชั่วกลัวบาป

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก [30 ก.ค. 2552 , 09:41:33 น.] ( IP = 125.27.175.99 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



ธรรมะที่เราเรียนอยู่ทุกวันนี้ทำให้รู้ว่า ทางชีวิตของเราไม่ได้ราบรื่นเหมือนโรยไว้ด้วยกลีบกุหลาบทุกคน ทางชีวิตของเรามีลุ่มมีดอน

ดังที่ได้ยกอุปมาอุปมัยให้น้องชายคนหนึ่งฟังหลังจากที่เขาบอกว่า “ได้เรียนธรรมะแล้วชีวิตยังไม่ได้ถึงขนาดปลง แต่ความรู้สึกที่วางแผนในอนาคตว่าต้องหรูเลิศนั้นได้เบาลง ความปรารถนาที่จะได้ดีมีสุขทางโลกก็เบาลง เพราะรู้แล้วว่าทุกอย่างนั้นอยู่ที่ตัวเรากับอดีตของเราทั้งสิ้นเลย”

จึงได้อธิบายเขาไปว่า ..ชีวิตคนเรานั้นไม่เหมือนกัน อย่างเช่นการจราจรในขณะนี้มีรถติดมาก ถ้าหากทางด้านซ้ายรถที่จอดอยู่นั้นเป็นรถเบ๊นซ์รุ่นเดียวกัน สีเดียวกัน จอดเรียงกันเป็นแถวไม่มีรถยี่ห้ออื่นมาคั่นเลย ถนนทางซ้ายมือของเรานี้จะสวยมาก เพราะทุกอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่เกะกะตา แต่เมื่อเรามาดูทางขวามือก็จะเห็นรถหลากหลายยี่ห้อ ทั้งรถเก่า รถใหม่ จอดสลับกันไม่เป็นระเบียบ ถ้าเปรียบเทียบกัน ๒ ข้าง ก็ต้องบอกว่าข้างซ้ายสวยกว่า ซึ่งก็ไม่ต่างกับชีวิตของคนบางคนที่เกิดมาแล้วก็มีทั้งลาภ ยศ สรรเสริญ สุข อยู่ในตัวคนเดียว ชีวิตของเขาจึงดูสวยงามน่าชื่นชม

รถในเลนที่จอดเรียบร้อยและดูเหมือนกันหมดเลยก็จริง แต่รถแต่ละคันต่างก็มาจากที่เดียวกันคือ จากอู่เบ๊นซ์ และก็มาทีละคัน แล้วมาจอดต่อกัน เปรียบเสมือนอู่เบ๊นซ์ก็คือความดี ที่ส่งความดีมาอย่างต่อเนื่องจึงมาเรียงเป็นแถว ส่วนถนนอีกด้านหนึ่งนั้นก็เหมือนกับเราทุกคน ที่ไม่ได้มีแต่รถเบ๊นซ์ยังมีโตโยต้า ฮอนด้า ฟอร์ด ออสติน มาเข้าแถวอยู่ในเลนเดียวกันด้วย เหมือนเราทำกรรมดีบ้าง กรรมไม่ดีบ้าง กรรมประณีตบ้างไม่ปราณีตบ้าง หรือกรรมดีที่มีบุพเจตนาดีแต่มุญจเจตนาไม่ดีบ้าง ที่ส่งผลมาต่อเนื่องกัน ชีวิตของเราจึงดูไม่เป็นระเบียบเดี๋ยวลุ่มเดี๋ยวดอน เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว เดี๋ยวสุขเดี๋ยวทุกข์

ถ้าเรามองดูแล้วเราก็รู้ว่า รถเบ็นซ์แต่ละคันแต่นั้นมาจากเหตุดี ส่วนรถที่เราใช้อยู่นั้นไม่ดีก็เพราะว่ามาจากเหตุไม่ดี แต่เราก็กลับไปแก้กรรมไม่ได้ ในขณะที่เราได้รับสิ่งไม่ดีก็ให้รู้ทันทีว่านั่นมาจากอกุศลกรรม เมื่อดีรับสิ่งที่ดีก็รู้ว่ามาจากกุศลกรรม จึงอย่าได้มองรวมๆ ทั้งในข้างดีหรือไม่ดี เพื่อที่จะไม่เร่าร้อนไปมากและไม่เกิดอภิชฌา-โทมนัส

โดย น้องกิ๊ฟ [30 ก.ค. 2552 , 09:42:10 น.] ( IP = 125.27.175.99 : : )


  สลักธรรม 2



อย่างลูกศิษย์คนหนึ่งที่เรียนเก่งและทำงานเก่งมาก ไปที่ไหนก็เป็นที่ต้องการของหมู่คณะ ขณะนี้ก็เป็นนักภาษาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงมากในทางวิชาการ เมื่อมีโอกาสได้คุยกันก็ได้ถามเขาไปว่า ตอนนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง? เขาบอกว่า ตอนนี้เขามีความสุขกับชีวิตมากและพอแล้วกับการแสวงหา เพราะที่เขาคิดพัฒนาชีวิตตัวเองให้ขึ้นมาจนสูงสุดเป็นอาจารย์นี้ก็เพื่อต้องการความสบาย ไม่ต้องการเป็นทาสใคร ไม่ต้องการเป็นลูกน้องใคร และตอนนี้เขาก็รู้สึกว่าเขามีครบแล้วทั้งเกียรติยศ ชื่อเสียง และทรัพย์สิน เพราะเขามียศเป็น ดร. ที่ใครก็สรรเสริญว่าเก่ง เขามีลาภคือเงินเดือนที่สูง และก็มีรายได้จากการเป็นที่ปรึกษา แล้วเขาก็มีความสุขแต่งงานมีครอบครัว เขาจึงบอกว่า การเป็นอาจารย์เป็นอาชีพที่ทำให้เขาได้ในสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด

หลังจากที่ทราบความรู้สึกของเขาแล้วก็บอกเขาไปว่า นั่นเป็นความเข้าใจผิด ขอโทษที่ต้องบอกว่าเป็นการแสดงเหตุผลที่บอกถึงความโง่มากเลย เพราะการที่มีชื่อเสียงเกียรติคุณดีนี้ เป็นผลของทาน และการอ่อนน้อมถ่อมตน ส่วนการเป็นอาจารย์ นั้นการตั้งใจไปทำสิ่งที่ดีไปให้ความรู้ ไปตั้งใจสอน เป็นความเมตตา ที่สิ่งที่มาปรากฏในชีวิตเช่น ความมีทรัพย์ก็เพราะทำทานมา มีรูปร่างหน้าตาที่สวยงามก็เพราะรักษาศีลมา เป็นเพราะได้ทำบุญกิริยาวัตถุ ๑๐ มา ที่ทำมาหลาย ๆ อย่าง บุญเหล่านั้นก็ส่งมาให้บุคคลที่ทำมาคนเดียวกันแต่ได้มาคล้องต่อเนื่องกันในเวลาที่ให้ผล จึงได้มีพร้อมพรั่งไปด้วยสิ่งต่างๆ ในลาภ ยศ สรรเสริญ และความสุข

การที่ทุกอย่างนั้นมาเข้าล็อคพอดีเหมือนกับต้นไม้ที่ได้ดินอุดมแสงแดดพอดีก็มีดอกเบ่งบาน เหมือนกับโซ่แต่ละโซ่ที่คล้องต่อเนื่องกันได้ลงตัว จึงวิปลาสฟั่นเฟือนไปว่าการเป็นอาจารย์ทำให้ได้ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ซึ่งไม่ใช่เพราะแต่ละอย่างนั้นมาจากเหตุต่าง ๆ แต่มาสอดคล้องกลมกลืนกันเท่านั้น ซึ่งเขาได้ยอมรับว่าตัวเองนี้โง่จังเลย ถ้าหากไม่คุยกับอาจารย์แล้วก็คงไม่มีใครกล้าเตือนเขา เพราะทุกคนต่างก็เชิดชูเขาไว้หมดด้วยความที่เขาเก่ง

ฉะนั้น ชีวิตเราก็เช่นกัน เมื่อเรามาเรียนธรรมะแล้วเราก็ต้องมองให้เห็นความว่า "ไม่มีใครทำให้เราตกต่ำได้ ถ้าเราไม่ยินยอม" สิ่งที่ทำให้ชีวิตตกต่ำ คือ อกุศล ๑๒ และตอนนี้ทุกคนยังรู้สึกอยู่ว่าไม่ชนะอกุศล ๑๒ ไปได้ เราจึงต้องเตือนตนเองให้ทำแต่สิ่งที่ดี เพราะว่า ชีวิตของเราทุกคนเหนื่อยมามากจากวิบากส่วนตัว แต่ก็ขอให้ท่านอย่ายอมแพ้ อย่าอ่อนแอ แม้จะร้องไห้ ในภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้ทุกคนต้องช่วยตนเอง ด้วยความเข้าใจว่าปัญหาที่มีมากมายให้แยกออกเป็น ๒ กลุ่ม คือ

๑. เราสามารถทำอะไรกับมันได้ต่อไป

๒. เรื่องเหล่านั้นเราไม่สามารถบังคับบัญชาได้เลย

โดย น้องกิ๊ฟ [30 ก.ค. 2552 , 09:42:34 น.] ( IP = 125.27.175.99 : : )


  สลักธรรม 3



ปัญหากลุ่มแรกคือ ปัญหาที่เราสามารถทำอะไรกับชีวิตเราได้ โดยเฉพาะทำอย่างไรจะทำให้กิเลสของเราลดลงได้ เป็นปัญหาที่เราแก้ได้ ทำอย่างไรจึงจะไม่ให้จิตใจของเราวุ่นวายฟุ้งซ่านก็คือทำสมาธิ ทำอย่างไรจึงจะทำให้กิเลสหมดเป็นสมุทเฉทได้ก็คือการเจริญวิปัสสนา ..ปัญหากลุ่มแรกจึงเป็นปัญหาเรื่องตนเอง

ส่วนปัญหาอีกกลุ่มหนึ่ง เราไม่สามารถบังคับบัญชาได้เลย คือ ปัญหาคนอื่น ปัญหาของโลก เช่น ปัญหาไข้หวัด ๒๐๐๙ เมื่อไหร่ไข้หวัด ๒๐๐๙ จะหายไปจากโลก? ปัญหานี้เราไม่สามารถบังคับบัญชาได้ ถึงจะกลุ้มกับมันอยู่เรื่อย ๆ แต่เราบังคับบัญชาไม่ได้ แต่ในเมื่อเรายังไม่เป็นเราก็ต้องป้องกัน

บางคนฟังข่าวแล้วก็คิดว่า อีก ๓ ปีโรคนี้จึงจะหมดไป แต่เขาอาจจะอยู่ไม่ถึง ๓ ปีและต้องตายก็ได้ เพราะใครทำอย่างไรย่อมได้รับผลอย่างนั้น กรรมใครกรรมมัน หรืออย่างบางคนเขาจะทำอย่างไรก็เรื่องของเขา เขาจะถูกผิดก็เรื่องของเขา กรรมของเขา ถ้าเสียงส่วนมากลงมติว่าผิด นั่นแหละวิบากของเขา ถ้าเสียงส่วนมากลงมติว่าถูก นั่นแหละวิบากเขา แต่ เรื่องของเราก็คือ อย่าไปยุ่ง หากเกิดความสงสารก็แผ่เมตตาให้เขาไปแล้วทำใจให้สงบ

ฉะนั้น เราจะดูเรื่องใครต้องดูให้ออก เราฟังเรื่องของใคร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรา เรื่องครอบครัวของเรา ฟังแล้วแยกออกได้ ๒ กลุ่ม ถ้าเป็นสิ่งที่ทำได้ เราก็พยายามทำด้วยเหตุที่ดี ถ้าเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้ ก็คือเรื่องวิบากต่าง ๆ ก็ต้องมองให้ออกว่านี่ไง คลื่นกรรม เกลียวกรรม และเวรกรรมที่เราทำมาเอง จึงไม่ราบเรียบ ไม่สม่ำเสมอ และเมื่อรู้แล้วเราก็ไปเติมเต็มสิ่งที่ดีอีกด้านหนึ่งเสียซิ ชาติหน้าและชาติต่อ ๆ ไป จะได้เป็นระเบียบเรียบร้อยเป็นแนวเดียวกัน


โดย น้องกิ๊ฟ [30 ก.ค. 2552 , 09:42:56 น.] ( IP = 125.27.175.99 : : )


  สลักธรรม 4



พระพุทธเจ้าก่อนที่จะมาเป็นพระพุทธเจ้า พระองค์ทำบารมี ๓๐ ทัศ โดยเฉพาะมีทานบารมีเป็นต้น ทานบารมีนั้นพูดได้เต็มปากเลยว่าเป็นที่ตั้งของโภคทรัพย์ทั้งปวง อย่างเช่นพระมหากษัตริย์ของแต่ละประเทศ ผลของทานอันเป็นกรรมฝ่ายดีได้นำชีวิตไปตั้งไว้ในตระกูลที่สมบูรณ์ไปด้วยโภคทรัพย์

กรรมจึงเป็นตัวจัดสรรทุกอย่าง ถ้าเรามีความปรารถนาต้องการมีความเพียบพร้อมในสิ่งใดเราก็ต้องสร้างไว้ เพราะทำใครทำใครได้ ทำมากได้มากทั้งดีทั้งชั่ว และแต่ถ้าเราไม่ต้องการแบบนี้อีกต่อไป เช่น โตโยต้า ฮอนด้า เราก็ยอมรับความจริงแล้วปลีกออกมาเสีย

เพราะเราอยู่ตรงกลาง ถ้าเราเลือกฝ่ายข้างซ้ายแล้วเราทำได้ เพราะทุกอย่างไม่เกินความเพียรของเรา เมื่อเราสามารถมองอะไรได้ คิดอะไรเป็น อาศัยจิตที่เราสงบมองปัญหาที่มากมาย แล้วอาศัยกรรมวิบากมาตัดสิน ปัญหาที่เคยคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่มันเหลือเพียงนิดเดียว เมื่อเราทำใจสูง

โดย น้องกิ๊ฟ [30 ก.ค. 2552 , 09:43:14 น.] ( IP = 125.27.175.99 : : )


  สลักธรรม 5



ท่านที่เคยนั่งเครื่องบิน ในขณะที่เครื่องบินกำลังเชิดหัวขึ้น เราจะเห็นบ้าน ตึก อาคาร สถานที่ต่าง ๆ ว่าใหญ่ หรือเราไปยืนอยู่ที่วัดพระแก้วเราจะเห็นว่าใหญ่โตมาก หรือเมื่อเราขึ้นเครื่องบินเราจะเห็นของใหญ่ ๆ เต็มไปหมด แต่เมื่อเครื่องบินสูงมากขึ้นเท่าไร สิ่งที่ใหญ่เล็กลงทันที ยิ่งถ้าเครื่องบินเหินขึ้นสู่ท้องฟ้าสิ่งเหล่านั้นเราจะไม่เห็นเลยเพราะว่ามันเล็กเกินไปแล้ว

การที่จะมีใจสูงได้ก็คือใจที่รู้ธรรมะ ใจที่ละบาปอกุศล ใจที่ไม่เจือปนอคติ (ลำเอียง) มองทุกอย่างด้วยความเป็นธรรม ก็ขอให้ทุกคนนั้นมีใจที่เป็นธรรม และมีการกระทำที่เต็มไปด้วยธรรมะ ละวางจากเรื่องที่ไม่เข้าเรื่องทุกอย่าง ไม่มีใครกำหนด กรรมกำหนด กรรมเขากรรมเรา " ไม่มีใครทำให้เราตกต่ำได้ ถ้าเราไม่ยินยอม"

และ "การมีชีวิตเนื่องด้วยผู้อื่นเป็นทุกข์ยิ่งนัก" ถ้าเรามีชีวิตเนื่องด้วยความชอบแล้ว คนที่เราชอบ คนที่เรารักเกิดมีกรรมไม่ดีเกิดขึ้น เราก็เป็นทุกข์ แล้วจะเอาชีวิตผูกไว้ด้วยผู้อื่นทำไม? เป็นตัวของตัวเองดีกว่า แล้วมองตัวเองด้วยกรรม มองเขาด้วยกรรม รู้วิบากกรรมเรา รู้วิบากกรรมเขา เรื่องต่าง ๆ เล็กนิดเดียว ขอให้ทุกคนมีความสุขความเจริญ อายุ วัณโณ สุขัง พลัง.



โดย น้องกิ๊ฟ [30 ก.ค. 2552 , 09:43:34 น.] ( IP = 125.27.175.99 : : )


  สลักธรรม 6

กรรมกงเกวียน ก่อกวน เกาะเก้งก้าง
ขูดขีดข้าง เขียนข้า ขีดเขตคั่น
ใครครุ่นคิด ค้นคว้า คอยคัดค้าน
งงงุ่นง่าน งี่เง่า โง่งมงาย ฯ
สัตว์โลกย่อมมีกรรมนำมา มีกรรมเป็นเพื่อน และสุดท้ายก็สิ้นกรรมไปตามวาระวงจร ฯ ดีแล้วหนอ

โดย ดอกบัว [30 ก.ค. 2552 , 20:18:30 น.] ( IP = 124.121.51.169 : : )


  สลักธรรม 7

ชีวิตจะมีความสุข-ทุกข์ ก็เพราะอำนาจกรรมที่ได้กระทำมา นั่นเอง

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ

อนุโมทนากับน้องกิ๊ฟค่ะ ที่นำประโยชน์มาฝากไว้ค่ะ

โดย เซิ่น [30 ก.ค. 2552 , 21:51:29 น.] ( IP = 58.8.54.179 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org