มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ร่มธรรม (๑๘)




พระศาสดาเสด็จกรุงราชคฤห์
โดย อาจารย์วศิน อิทรสระ


ตอนที่ผ่านมา

ขณะที่กุรุพินทา และโชติมันต์พำนักอยู่ ณ ราชคฤห์นั่นเอง ข่าวเรื่องพระศาสดาเสด็จจากนครสาวัตถีมาสู่เบญจคีรีนครก็แพร่สะพัดมา เป็นการแน่นอนว่าจะต้องมีพระอัครสาวกซึ่งมีภูมิลำเนาเดิมอยู่ราชคฤห์ตามเสด็จด้วย นอกจากนี้ยังมีพระสาวกอื่นๆ อีกจำนวนมากตามเสด็จเป็นพุทธบริวาร

ข่าวนี้ก่อความชื่นชมโสมนัสแก่ประชาชนทุกหมู่เหล่า ตั้งแต่พระเจ้าพิมพิสารจอมชนแห่งเบญจคีรีของนครจนถึงราษฏรสามัญ และยาจกวณิพกทั้งหลาย เพราะเป็นที่ปรากฏซึมซาบแก่ชนทั้งปวงแล้วว่า พระบรมศาสดาพระองค์นั้นทรงมีพระมนัสอันเปี่ยมด้วยพระเมตตาคุณแก่ชนทุกชั้น เสมือนสุริยันส่องให้แก่สัตว์โลกเสมอหน้า ไม่เลือกว่าจะเป็นคนมั่งมีหรือเข็ญใจ

แม้นักบวชในพาหิรลัทธิ อันมีความเห็นเป็นปฏิปักษ์จต่อพระพุทธศาสนา ก็มีความพอใจต่อการเสด็จมาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพราะพระองค์ไม่ทรงเป็นภัยต่อลัทธิทั้งหลายประการหนึ่ง อีกประการหนึ่ง นักบวชเหล่านั้นพอใจสนทนากับพระผู้มีพระภาคเจ้าเพื่อเทียบเคียงความเห็นในลัทธิของตน และคำสอนใหม่ของพระบรมศาสดา นักบวชลัทธิต่างๆ ที่สนทนากับพระองค์แล้วเกิดปัญญาเห็นทางอันถูกต้องและเลื่อมใสขอบรรพชาอุปสมบทก็มีอยู่เนืองๆ

พระราชาพิมพิสาร ทรงรู้สึกอยู่เสมอว่า การเสด็จมาของพระบรมศาสดานั้น เป็นลาภอันยิ่งใหญ่ของพระองค์เอง และชาวราชคฤห์ทั้งมวล และเป็นเกียรติยศอันสูงส่งของนครที่พระศาสดาทรงเหยียบพระบาทลงไป รอยพระมงคลบาทนั้นผ่านไป ณ แห่งใด แห่งนั้นย่อมมีรอยแห่งความดีตราตรึงอยู่ด้วย

อันว่าฝนเมื่อโปรยลง ณ แห่งใดย่อมทำที่นั่นให้ชุ่มชื่น พฤกษาลดาวัลย์ทั้งหลายที่เหี่ยวแห้งเพราะขาดน้ำก็เริ่มผลิดอกออกช่อสดชื่นสะพรั่งทั่วไป ฉันใด

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [31 ก.ค. 2552 , 07:43:34 น.] ( IP = 58.8.49.195 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

การเสด็จผ่านไปของพระบรมศาสดาก็ฉันนั้น พระองค์ทรงได้รับเนรมิตตกนามว่า “สุคโต” เพราะเสด็จไปเพื่อความดีแก่คนทั้งหลาย พระองค์เสด็จอุบัติขึ้นเพื่อประโยชน์แก่คนมากเพื่อทรงอนุเคราะห์โลก

ประชาชนต่างตกแต่งอาคารบ้านเรือน ทำซุ้มประตูหน้าต่างตบแต่งบาทวิถี และเตรียมโต๊ะตั้งดอกไม้เพื่อเป็นเครื่องสักการบูชาพระผู้ทรงประทานแสงสว่างแก่โลก คณะมนตรีของพระเจ้าพิมพิสารสนับสนุนอย่างเต็มที่

ในบริเวณเวฬุวนาราม ซึ่งเคยซบเซาไปบ้าง เริ่มไหวตัวคึกคักขึ้น ภิกษุทั้งหลาย ทั้งนวกะ มัชฌิมะ และเถระจัดแจงปัดกวาดเสนาสนะทั้งของตนเอง และเพื่อเป็นที่ประทับของพระศาสดาและพระสาวกผู้ใหญ่ ภิกษุทุกรูปมีใจจดจ่อที่จะได้เฝ้าพระศาสดา ฟังพระบรมพุทโธวาทอันไพเราะ ภิกษุนวกะบางรูปซึ่งบวชใหม่ ไม่เคยได้เฝ้าศากยมุนีเลยก็ตื่นเต้นและรื่นเริง

ใครเลยจะไม่พอใจต้อนรับพระผู้ทรงเป็นบุรุษสูงสุดในโลก ทรงอำนวยสุขแก่ชนทุกหมู่เหล่าทั่วหน้า

คณะของกุรุพินทา ครอบครัวของราเมศร์ และกฤษณะก็เป็นเช่นเดียวกับคนทั้งหลาย คือได้ยินข่าวการเสด็จของพระศาสดาด้วยความระทึกใจ ทุกคนเตรียมตัวเพื่อเฝ้าและฟังพระธรรมเทศนา มีกิจใดที่ควรทำในระยะนั้นก็พยายามทำให้เสร็จสิ้น หากไม่เสร็จจริงๆ ก็พักกิจนั้นไว้ก่อนไม่ยอมเสียโอกาสในการเฝ้าพระผู้มีพระภาค

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [31 ก.ค. 2552 , 07:44:18 น.] ( IP = 58.8.49.195 : : )


  สลักธรรม 2

ในที่สุดวันเวลาที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง พระผู้มีพระภาคเสด็จถึงเวฬุวัน กลันทกะ นิวาปะ พระเจ้าพิมพิสารและราษฏรทั้งหลายพากันเฝ้ารับเสด็จอย่างคับคั่ง

พระสาวกผู้ใหญ่ตามเสด็จมากในครั้งนี้ อาทิ พระสารีบุตร พระมหาโมคัลลานะ พระอานนท์ พระมหากัสสป พระสิวลี นอกจากนี้ยังมีพระสาวกอีกหลายท่านซึ่งจะตามมาสมทบภายหลัง

เย็นวันนั้น ณ ธรรมสภาแห่งเวฬุวนาราม คับคั่งไปด้วยประชาชนผู้สนใจฟังพระธรรมเทศนา พระพุทธองค์ทรงมองดูพุทธบริษัทด้วยสายพระเนตรอันเปี่ยมด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

ทรงเริ่มต้นพระธรรมเทศนาด้วยทรงเตือนให้พุทธบริษัทตั้งมั่นอยู่ในศีล-เว้นจากการเบียดเบียนซึ่งกันและกัน, ให้มีจิตใจมั่นคงสงบและให้มีปัญญาเห็นแจ้ง ทรงชี้ให้เห็นโทษของการหมกมุ่นพัวพันในวัตถุ กล่าวคือลาภสักการะว่าเป็นสิ่งบังดวงปัญญาไม่ให้เห็นธรรมได้ทรงเร่งเร้าให้พุทธบริษัทถือธรรมเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต เพราะปราศจากธรรมแล้ว บุคคลจะเต็มไปด้วยความร้อนใจ กระวนกระวายชุมนุมมนุษย์จะมีแต่ความเดือดร้อนหาความสุขไม่ได้ ทรงขอร้องให้ชนทั้งหลายตั้งมั่นอยู่ในสุจริตธรรม

ต่อจากนั้น ทรงหลั่งพระธรรมเทศนาอันปฏิบัติสังยุตต์ด้วยสังสารวัฏ เพื่อให้พุทธบริษัทเห็นภัยในการเวียนว่ายตายเกิด มีนัยดังนี้.-

“สังสารวัฏนี้ ยาวนัก เบื้องต้นเบื้องปลายไม่ปรากฏ แก่สัตว์ทั้งหลายมีอวิชชาเป็นเครื่องกำบังปัญญาจักษุ มีตัณหาเป็นเครื่องผูกพัน แล่นไป ท่องเที่ยวไป

หากจะนำ หญ้าและใบไม้ทั้งหมดในชมพูทวีปนี้มารวมกันแล้วผูกเป็นฟ่อนเล็กฟ่อนใหญ่ แล้วสมมติให้เป็นมารดาบ้างบิดาบ้างของคนผู้หนึ่ง หญ้าและใบไม้ก็จะพึงหมดเสียก่อนไม่พอแก่จำนวนที่บุคคลผู้หนึ่งเคยเกิดมา และท่องเที่ยวอยู่ ทั้งนี้เพราะอะไร? เพราะสังสารวัฏนี้ยาวเหลือเกิน บุคคลแต่ละคนต้องท่องเที่ยวอยู่เป็นเวลานาน”

“ในระหว่างที่ท่องเที่ยวอยู่นั้น ต้องประสบสุขบ้าง ทุกข์บ้างแต่ทุกข์นั้นแหละมากกว่าสุข เพราะฉะนั้นจึงควรเบื่อหน่ายการเวียนเกิดเวียนตาย ควรรีบประพฤติธรรมเพื่อให้สังสารวัฏสั้นเข้า”

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [31 ก.ค. 2552 , 07:44:49 น.] ( IP = 58.8.49.195 : : )


  สลักธรรม 3

พระพุทธองค์ ทรงประกาศพระธรรมเทศนาอื่นอีกเป็นอเนกปริยาย ปรากฏแก่พุทธบริษัทเสมือนหงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิดบอกทางแก่คนหลงทาง ส่องประทีปในที่มืดให้คนมีจักษุได้เห็นรูป

ทุกคนรู้สึกชุ่มฉ่ำในดวงใจ เสมือนได้ดื่มน้ำใสสะอาดเย็นสนิท ในขณะคอแห้งกระวนกระวายด้วยความร้อนมาจากทุ่งกว้างอันระอุด้วยแดด

ปโทสกาล (จวนค่ำ) เป็นเวลาที่ทรงประทานพระโอวาทแก่ภิกษุทั้งหลาย พระพุทธองค์ทรงปรารภลาภสักการะและชื่อเสียงว่า “เป็นอันตรายแก่การประพฤติพรหมจรรย์และกางกั้นมิให้บรรลุธรรมที่ยังมิได้บรรลุ ทำลายคุณธรรมที่มีแล้วให้เสื่อมไป

“ภิกษุทั้งหลาย! เมื่อเราอยู่สาวัตถีได้สั่งสอนภิกษุสาวกของเราว่า

“ลาภสักการะเป็นสิ่งทารุณ เป็นอันตรายิกธรรมในการบรรลุธรรมอันเกษมจากโยคะ ภิกษุพึงตั้งใจว่าจักละลาภสักการะและชื่อเสียงที่เกิดขึ้นแล้ว ส่วนลาภสักการะ และชื่อเสียงที่ยังไม่เกิดขึ้นก็จักไม่ให้ครอบงำจิต

“พรานเบ็ด เกี่ยวเหยื่อไว้ที่เบ็ด เพื่อความวอดวายของปลาฉันใด ลาภสักการะอันภิกษุติดอกติดใจแล้ว ก็เหมือนปลาติดเบ็ดย่อมมีความวอดวายเป็นเบื้องหน้า”

“แกะที่มีขนยาว เข้าสู่ป่ารก ขนของมันย่อมติดที่นั่นที่นี่ ถึงความพินาศวุ่นวาย ฉันใด ภิกษุบางรูปก็อย่างนั้น ถูกลาภสักการะและชื่อเสียงครอบงำแล้ว ตอนเช้าเข้าสู่บ้านหรือนิคม ติดอกติดใจหมกหมุ่นอยู่ในบ้านหรือนิคมนั้น”

“ภิกษุบางรูป แม้มาตุคามที่งามพร้อม ยังเอาไว้ในอำนาจไม่ได้ แต่ลาภสักการะและชื่อเสียงครอบงำเธอได้ เพราะฉะนั้นลาภสักการะจึงเป็นที่พึงกลัว เป็นสิ่งทารุณแสบเผ็ด”

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [31 ก.ค. 2552 , 07:45:27 น.] ( IP = 58.8.49.195 : : )


  สลักธรรม 4

“เพราะฉะนั้น ภิกษุพึงตั้งใจไว้เสมอว่า จักไม่ให้ลาภสักการะครอบงำได้ ข้อนั้นจักเป็นไปเพื่อความเจริญในธรรมวินัยโดยแท้”

“หนอนบางตัว กินอุจจาระมีอุจจาระเต็มท้องแล้ว ยังมีอยู่เบื้องหน้ากองใหญ่อีก มันดูถูกหนอนตัวอื่นว่าไม่มีคูถมากมายอย่างมัน”

“ความกระหยิ่มของหนอนนี้เป็นฉันใด ภิกษุบางรูปก็ฉันนั้น ถูกลาภสักการะและชื่อเสียงครอบงำแล้ว เมื่อเข้าไปบิณฑบาตในคามหรือนิคม บริโภคตามต้องการแล้ว ชาวบ้านยังนิมนต์สำหรับวันรุ่งขึ้นอีก เธอกลับสู่อารามแล้ว นั่งอวดลาภสักการะของตนท่ามกลางหมู่ภิกษุว่า เราแลฉันอาหารบิณฑบาตในบ้านสมปรารถนาตามต้องการแล้ว ยังมีชาวบ้านนิมนต์ล่วงหน้าไว้สำหรับวันพรุ่งนี้อีก เราบริบูรณ์ด้วยจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานเภสัช แลแล้วเธอก็ดูหมิ่นภิกษุอื่นว่าเป็นผู้มีศักดิ์น้อย มีบุญน้อย มีลาภน้อย ไม่ร่ำรวยปัจจัย ๔ เช่นเธอ ข้อนั้นย่อมเป็นไปเพื่อความทุกข์และโทษแก่โมฆบุรุษนั้น”

“ลาภสักการะที่ภิกษุเข้าไปพัวพันติดข้อง ทารุณแสบเผ็ดอย่างนี้ ภิกษุไม่พึงปล่อยใจให้ลาภสักการะและชื่อเสียงครอบงำได้”

แลแล้วพระตถาคตเจ้าทรงเชื่อมพระธรรมเทศนาอันปฏิสังยุตต์ลาภสักการะนั้น ด้วยพระดำรัสอันชี้โทษของการต้องวนเวียนอยู่ในวัฏฏสังสาร ต้องทนทุกข์ทรมานต่างๆ เพราะมีความเกิดเป็นเหตุ จึงควรพยายามให้พ้นไปเสียควรเบื่อหน่ายในสังขาร และในภพทั้งปวง อุจจาระและปัสสาวะแม้แต่น้อยหนึ่ง ยังส่งกลิ่นเหม็นฉันใด ชาติภพแม้เล็กน้อยก็เป็นที่ตั้งแห่งทุกข์ได้ ฉันเดียวกัน”

ขณะที่พระตถาคตเจ้าประทับ ณ ราชคฤห์นั่นเอง มีเหตุการณ์อันน่าสนใจเกิดขึ้นมากหลาย บางคราวเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นขณะที่ประทับอยู่ ณ เวฬุวัน บางคราวขณะประทับ ณ คิชฌกูฏบรรพตภูเขาอันมียอดลักษณะคล้ายนกแร้งซึ่งพระพุทธองค์ทรงพอพระทัยสำราญพระอิริยาบถอยู่เสมอ

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [31 ก.ค. 2552 , 07:45:58 น.] ( IP = 58.8.49.195 : : )


  สลักธรรม 5

คราเมื่อพระทศพลประทับ ณ เวฬุวันนั่นเอง วันหนึ่งพระสารีบุตรอัครสาวกเบื้องขวา เข้าไปบิณฑบาต ณ กรุงราชคฤห์ แต่คิดว่าเวลาเช้าอยู่ จึงแวะไป ณ อารามของปริพพาชก ซึ่งเป็นพาหิรลัทธิจากพระพุทธศาสนา สนทนากันกับปริพพาชกทั้งหลายพอเป็นเครื่องบันเทิงใจ แล้วปริพพาชกทั้งหลายได้ถามพระสารีบุตรว่า

“อาวุโส สารีบุตร! สมณพราหมณ์บางพวกเป็นกัมมวาทะบัญญัติว่า ทุกข์นี้บุคคลทำขึ้นเอง บางพวกบัญญัติว่า ทุกข์นี้บุคคลอื่นทำให้ บางพวกบัญญัติว่าทุกข์นี้อันบุคคลทำขึ้นเองด้วย บุคคลอื่นทำให้ด้วย แต่บางพวกบัญญัติว่าทุกข์นี้ตนเอง และบุคคลอื่นมิได้ทำให้ แต่อาศัยกันเกิดขึ้น

“อาวุโส สารีบุตร! เรื่องนี้ พระสมณะโคดม ทรงมีวาทะอย่างไร ตรัสอย่างไร?”

พระสารีบุตรกล่าวว่า “อาวุโสทั้งหลาย! เรื่องความทุกข์นี้พระผู้มีพระภาคตรัสว่า อาศัยกันเกิดขึ้น อาศัยอะไร? อาศัยผัสสะ เมื่อบุคคลกล่าวเช่นนี้ชื่อว่าไม่กล่าวตู่พระผู้มีพระภาค”

พระอานนท์พุทธอนุชาได้สดับคำที่พระสารีบุตรสนทนากับปริพพาชกทั้งหลายแล้ว เมื่อมีโอกาสจึงเข้าเฝ้าพระศาสดากราบทูลให้ทรงทราบถึงเรื่องนั้น พระตถาคตเจ้าตรัสกับพระอานนท์ว่า

“ดูก่อนอานนท์! สารีบุตรพยากรณ์ชอบแล้ว ดูก่อนอานนท์! เรากล่าวว่า ความทุกข์นี้อาศัยกันเกิดขึ้น อาศัยอะไร? อาศัยผัสสะ

“ดูก่อนอานนท์ ครั้งหนึ่งเราอยู่ที่เวฬุวันนี้ ออกบิณฑบาตในเวลาเช้าเห็นว่ายังเช้ามากอยู่ จึงแวะเข้าไปยังอารามของปริพพาชกทั้งหลาย แล้วสนทนากับปริพพาชกทำนองเดียวกับที่สารีบุตรสนทนานี้ และเราก็พยากรณ์อย่างที่สารีบุตรพยากรณ์แล้ว

โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [31 ก.ค. 2552 , 07:46:27 น.] ( IP = 58.8.49.195 : : )


  สลักธรรม 6

พระอานนท์สดับแล้วทูลว่า “อัศจรรย์จริง พระองค์ อัศจรรย์ในข้อที่ว่า เนื้อความทั้งปวงพระองค์ตรัสรวบยอดด้วยข้อความเพียงบทเดียว ข้าแต่พระองค์! ข้อความทำนองนี้ซึ่งมีความลึกซึ้ง หากจะกล่าวโดยพิสดาร จะพึงกล่าวอย่างไร?”

“อานนท์! เธอลองอธิบายความนั้นให้แจ่มแจ้งเองเถิด”

“ข้าแต่พระองค์! หากจะมีคนถามข้าพระพุทธเจ้าว่าอะไรเป็นเหตุเกิดของชรามรณะ ข้าพระพุทธเจ้าจะตอบว่า

“ความเกิด”

“อะไรเป็นเหตุเกิดของความเกิด?”

“ภพ”

“อะไรเป็นเหตุเกิดของภพ?”

“อุปาทาน”

“อะไรเป็นเหตุเกิดอุปาทาน?”

“ตัณหา”

“อะไรเป็นเหตุเกิดของตัณหา”

“เวทนา”

“อะไรเป็นเหตุเกิดเวทนา?”

“ผัสสะ”

“อะไรเป็นเหตุเกิดผัสสะ?”

“อายตนะ”

“อะไรเป็นเหตุอายตนะ?”

“ดูก่อนอาวุโส! เมื่อผัสสะดับลงเพราะการสำรอกโดยไม่เหลือซึ่งผัสสายตนะแล้ว เวทนาก็ดับลง ตัณหาอุปาทานภพชาติ ชรามรณะความเศร้าโศกทั้งมวลก็ดับลง

“ความทุกข์ทั้งมวลเกิดขึ้น และดับลงด้วยประการฉะนี้ ข้าพระพุทธเจ้าพึงตอบปัญหาอย่างนี้แหละพระพุทธเจ้าข้าฯ”

โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [31 ก.ค. 2552 , 07:47:18 น.] ( IP = 58.8.49.195 : : )


  สลักธรรม 7

โดย น้องกิ๊ฟ [31 ก.ค. 2552 , 11:00:19 น.] ( IP = 125.27.174.71 : : )


  สลักธรรม 8

กราบขอบพระคุณ และขอกราบอนุโมทนาค่ะ

โดย น้องอุ๊ [31 ก.ค. 2552 , 18:39:04 น.] ( IP = 202.28.183.10 : : 10.6.129.234 )


  สลักธรรม 9


กราบขอบพระคุณ และ อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [3 ส.ค. 2552 , 10:44:08 น.] ( IP = 124.121.177.218 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org