มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


สตธรรมชาดก







สตธรรมชาดก ว่าด้วยสตธรรมมาณพ


ครั้งหนึ่ง ภิกษุเป็นอันมากสำเร็จชีวิตด้วยการแสวงหาไม่ควร ๒๑ อย่าง เป็นต้นว่า การเป็นหมอ การเป็นทูต การส่งข่าว การรับใช้ การให้ไม้สีฟัน การให้ไม่ไผ่ การให้ดอกไม้ การให้ผลไม้ การให้จุณสำหรับทา การให้ครุภัณฑ์ การให้ยา การให้ของบิณฑบาต

พระศาสดาทรงทราบการเลี้ยงชีพของภิกษุเหล่านั้นทรงพระดำริว่า บัดนี้ภิกษุเป็นอันมากสำเร็จวิชาด้วยการแสวงหาไม่ควร ครั้นสำเร็จชีวิตอย่างนี้แล้วจักไม่พ้นความเป็นยักษ์ ความเป็นเปรต จักเกิดเป็นโคเทียมแอก จักเกิดในนรก เราควรกล่าวธรรมเทศนาสักอย่างหนึ่งอันเป็นอัธยาศัยของตน เป็นปฏิภานของตน เพื่อประโยชน์เพื่อความสุขของภิกษุเหล่านั้น

จึงรับสั่งให้หมู่ภิกษุมาประชุมกันแล้วตรัสว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลายไม่ควรให้ปัจจัยเกิดขึ้นด้วยการแสวงหาไม่ควร ๒๑ อย่าง เพราะบิณฑบาตที่เกิดขึ้นด้วยการแสวงหาไม่ควร เป็นเช่นกับก้อนทองแดงร้อน เปรียบเหมือนยาพิษร้ายแรง

จริงอยู่การแสวงหาไม่ควรนี้ พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้าและสาวกของพระพุทธเจ้าติเตียน คัดค้าน เมื่อภิกษุบริโภคบิณฑบาตอันเกิดขึ้นด้วยการแสวงหาอันไม่ควร จะไม่มีความร่าเริงหรือโสมนัสเลย เพราะว่าบิณฑบาตอันเกิดขึ้นอย่างนี้เป็นเช่นกับอาหารเดนของคนจัณฑาลในศาสนาของเรา การบริโภคบิณฑบาตนั้น ย่อมเป็นเหมือนการบริโภคอาหารเดนของคนจัณฑาลชื่อสตธรรมมาณพ"

แล้วทรงนำเรื่องในอดีตมาตรัสเล่าว่า..

โดย ศาลาธรรม [3 ส.ค. 2552 , 13:04:49 น.] ( IP = 125.27.170.28 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ในอดีตกาลครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิดในกำเนิดคนจัณฑาล ครั้นเจริญวัยได้ตระเตรียมข้าวสารเป็นเสบียงและห่อข้าว แล้วเดินทางไปทำกิจอย่างหนึ่ง

ในกาลนั้นในกรุงพาราณสีมีมาณพคนหนึ่ง ชื่อ สตธรรม เกิดในสกุลพราหมณ์มหาศาลอุทิจจโคตร เขามิได้ตระเตรียมข้าวสารหรือห่อข้าว แล้วเดินทางไปด้วยกิจอย่างหนึ่งเช่นกัน

ทั้งสองคนได้มาพบกันที่ทางใหญ่ สตมาณพจึงถามพระโพธิสัตว์ว่า "ท่านเป็นชาติอะไร"

พระโพธิสัตว์บอกว่า "เราเป็นคนจัณฑาล แล้วท่านเล่าเป็นชาติอะไร"

สตมาณพบอกว่า "เราเป็นพราหมณ์อุทิจจโคตร เราเดินทางไปด้วยกันเถิด"

ทั้งสองคนก็ออกเดินทางร่วมกันไป เมื่อได้เวลาอาหารเช้า พระโพธิสัตว์ได้แวะพักในที่ที่หาน้ำง่าย เมื่อล้างมือแก้ห่อข้าวแล้วกล่าวว่า "มาณพบริโภคข้าวกันเถิด"

สตมาณพตอบว่า "ไม่มีเสียละ เจ้าคนจัณฑาลที่เราจะต้องการอาหารของท่าน"

พระโพธิสัตว์จึงบอกว่า "ตามใจ" แล้วแบ่งอาหารเพียงพอสำหรับตนไว้ในใบไม้ เพื่อไม่ทำอาหารในห่อให้เป็นเดน เมื่อมัดห่อวางไว้ข้างหนึ่งแล้วก็บริโภค ดื่มน้ำ จากนั้นก็ล้างมือล้างเท้า เก็บเอาข้าวสารและอาหารที่เหลือแล้วก็เดินทางกันต่อไป

ทั้งสองพากันเดินทางไปตลอดวันจนกระทั่งเวลาเย็น ได้ลงอาบน้ำในที่ที่น้ำบริบูรณ์แห่งหนึ่ง เมื่ออาบเสร็จแล้วพระโพธิสัตว์นั่งในที่สำราญแล้วแก้ห่ออาหาร เริ่มบริโภคโดยไม่ได้เชิญมาณพนั้น

สตมาณพเหน็ดเหนื่อยเพราะการเดินทางมาตลอดวัน เกิดความหิวโหย ได้แต่ยืนมองแล้วคิดว่า หากเขาให้อาหารเรา เราก็จักบริโภค

โดย ศาลาธรรม [3 ส.ค. 2552 , 13:05:18 น.] ( IP = 125.27.170.28 : : )


  สลักธรรม 2

ฝ่ายพระโพธิสัตว์ ก็มิได้พูดอะไรบริโภคอย่างเดียว สตมาณพคิดว่า "เจ้าคนจัณฑาลนี้ไม่พูดกับเราเลย บริโภคจนหมด เราควรยึดเอาก้อนอาหารไว้ ทิ้งเศษอาหารข้างบนเสีย แล้วบริโภคส่วนที่เหลือ"

สตมาณพได้ทำดังนั้นแล้วก็บริโภคอาหารเดน ครั้นบริโภคเสร็จแล้วเท่านั้น ก็เกิดความร้อนใจอย่างแรงว่า เราทำกรรมอันไม่สมควรแก่ชาติ โคตร ตระกูล และประเทศของตน เราบริโภคอาหารเดนของคนจัณฑาล ทันใดนั้นเองอาหารปนโลหิตก็พุ่งออกจากปากของมาณพนั้น เขาคร่ำครวญเพราะความโศกใหญ่หลวงเกิดขึ้นว่า เราทำกรรมอันไม่สมควรเพราะเหตุอาหารเพียงเล็กน้อย

สตมาณพคร่ำครวญอยู่อย่างนี้แล้วจึงคิดว่า เราทำกรรมอันไม่สมควร ถึงอย่างนี้แล้วจะมีชีวิตอยู่ไปทำไม จึงเข้าป่าไปไม่แสดงตนแก่ใคร ๆ ถึงแก่กรรมลงอย่างน่าอนาถ

พระศาสดาทรงแสดงเรื่องอดีตนี้แล้วตรัสว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เพราะสตธรรมมาณพบริโภคอาหารเดนของคนจัณฑาลเป็นการบริโภคอาหารที่ไม่สมควรแก่ตน จึงมิได้เกิดความร่าเริงยินดีฉันใด ผู้ใดบวชแล้วในศาสนานี้ก็ฉันนั้นสำเร็จชีวิตด้วยการแสวงหาอันไม่สมควรบริโภคปัจจัยตามที่ได้ ความร่าเริงยินดีมิได้แก่ผู้นั้น เพราะเขามีชีวิตเป็นอยู่ที่น่าตำหนิ

ภิกษุใดละทิ้งธรรมเสีย หาเลี้ยงชีพโดยไม่ชอบธรรม ภิกษุนั้นก็ย่อมไม่เพลินด้วยลาภ แม้ที่ตนได้มาแล้ว เปรียบเหมือนสตมาณพฉะนั้น

พระศาสนาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประกาศอริยสัจ ๔ เมื่อจบอริยสัจ ภิกษุเป็นอันมากบรรลุโสดาปัตติผล เป็นต้น แล้วทรงประชุมชาดกว่า บุตรคนจัณฑาลในครั้งนั้น คือเราตถาคตนี้แล

จบ สตธรรมชาดก



โดย ศาลาธรรม [3 ส.ค. 2552 , 13:05:38 น.] ( IP = 125.27.170.28 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org