
เหตุเกิดพระสูตร
นิธิกัณฑสูตรนั้น มีเหตุเกิดดังนี้.
ได้ยินว่า ในกรุงสาวัตถี กุฏุมพีคนหนึ่งมั่งคั่ง มีทรัพย์มาก มีโภคะมาก แต่เขาเป็นคนมีศรัทธาปสาทะ มีใจปราศจากมลทิน คือความตระหนี่ อยู่ครองเรือน. วันหนึ่ง เขาถวายทานแก่พระภิกษุสงฆ์ มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข สมัยนั้น พระราชามีพระราชประสงค์ทรัพย์ จึงทรงส่งราชบุรุษคนหนึ่งไปที่สำนักเขา ด้วยพระราชดำรัสสั่งว่า พนาย เจ้าจงไปนำกุฎมพีชื่อนี้มา. ราชบุรุษผู้นั้นไปพูดกะกุฏุมพีนั้นว่า ท่านคฤหบดี พระราชาขอเชิญ. ท่านกุฎุมพีมีใจประกอบด้วยคุณมีศรัทธาเป็นต้น กำลังอังคาสเลี้ยงดูพระภิกษุสงฆ์ มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข จึงกล่าวว่า ไปก่อนเถิดท่านราชบุรุษ ข้าพเจ้าจะมาทีหลัง ข้าพเจ้าจะฝังขุมทรัพย์ในขณะนี้เสียก่อน. พระผู้มีพระภาคเจ้าเสวยเสร็จทรงชักพระหัตถ์ออกจากบาตรแล้ว เพื่อทรงแสดงบุญสัมปทาว่า นิธิโดยปรมัตถ์
นิธึ นิเธติ ปุริโส
ชื่อว่านิธิ เพราะฝังไว้ อธิบายว่า ตั้งไว้ รักษาไว้.
นิธินั้นมี ๔ คือ ถาวรนิธิ ชังคมนิธิ อังคสมนิธิ อนุคามิกนิธิ.
1.ทรัพย์ที่ติดพื้นดินก็ดี ทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในอากาศก็ดี เงินก็ดี ทองก็ดี นาก็ดี ที่ดิน [ปลูกบ้าน] ก็ดี ก็หรือทรัพย์เห็นปานนั้นแม้อื่นใดที่เว้นจากเคลื่อนที่ด้วยตัวเอง ชื่อว่าถาวร มั่นคง ขุมทรัพย์นี้ ชื่อว่าถาวรนิธิ.
2.ทาสหญิง ทาสชาย ช้าง โค ม้า ลา แพะ แกะ ไก่ สุกร ก็หรือว่า ทรัพย์เห็นปานนั้นแม้อื่นใด ที่ประกอบด้วยเคลื่อนที่ได้ด้วยตัวเอง ชื่อว่าชังคมะ เคลื่อนที่ได้ ขุมทรัพย์นี้ ชื่อว่าชังคมนิธิ.
3.พาหุสัจจะความเป็นพหูสูต อันเป็นบ่อเกิดการงาน บ่อเกิดศิลปะ ที่ตั้งแห่งวิทยาการ ก็หรือว่า พาหุสัจจะเห็นปานนั้น แม้อื่นใด ที่ศึกษาแล้วศึกษาอีกชำนาญติดตัวประหนึ่งอวัยวะใหญ่น้อย ชื่อว่าอังคสมะ เสมอด้วยอวัยวะ ขุมทรัพย์นี้ ชื่อว่าอังคสมนิธิ.
4. บุญที่สำเร็จด้วยทาน ที่สำเร็จด้วยศีล ที่สำเร็จด้วยภาวนา ที่สำเร็จด้วยการฟังธรรม ที่สำเร็จด้วยการแสดงธรรม ก็หรือว่าบุญเห็นปานนั้น แม้อื่นใด ตามด้วยผลที่น่าปรารถนา ประดุจติดตามไปในที่นั้นๆ ชื่อว่าอนุคามิกะ ติดตามไปได้ ขุมทรัพย์นี้ ชื่อว่าอนุคามิกนิธิ.
ส่วนในที่นี้ ทรงประสงค์เอา ถาวรนิธิ.
พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อทรงแสดงประโยชน์แห่งการฝังขุมทรัพย์อย่างนี้ ครั้นทรงแสดงความประสงค์แห่งการประสพประโยชน์ บัดนี้ เพื่อทรงแสดงความประสงค์แห่งการหลีกสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์
จึงตรัสว่า
ขุมทรัพย์นี้ จักเป็นประโยชน์แก่เราเพื่อเปลื้องตน
จากราชภัยบ้าง เพื่อช่วยตนให้พ้นจากโจรภัยบ้าง เปลื้อง
หนี้บ้าง ในคราวทุพภิกขภัยบ้าง ในคราวคับขันบ้าง.
บุรุษฝังขุมทรัพย์ ก็ด้วยประสงค์ว่า จักช่วยเปลื้องเราให้พ้นจากราชภัยที่ต้องถูกพวกศัตรูหมู่ปัจจามิตรกล่าวร้าย โดยนัยอย่างนี้ว่า ผู้นี้เป็นโจรบ้าง เป็นชายชู้บ้าง หลบหนีภาษีบ้าง ดังนี้เป็นต้นบ้าง จักช่วยปล่อยเราพ้นจากโจรภัย ที่ถูกพวกโจรเบียดเบียน ด้วยการลักทรัพย์โดยวิธีตัดช่องเป็นต้นบ้าง โดยการจับเป็นเรียกค่าไถ่ว่าเจ้าจงให้เงินทองเท่านี้ๆ บ้าง เจ้าหนี้จักทวงให้เราชำระหนี้ ก็จักช่วยปลดเราพ้นจากหนี้ที่เจ้าหนี้เหล่านั้นทวงอยู่บ้าง สมัยที่เกิดทุพภิกขภัย ข้าวกล้าเสีย อาหารหายาก ในสมัยนั้น จะยังอัตภาพให้เป็นไปด้วยทรัพย์เล็กน้อย ทำไม่ได้ง่ายๆ ขุมทรัพย์นั้นก็จักช่วยได้ในคราวทุพภิกขภัยเช่นนั้นมาถึงเข้า ดังนี้บ้าง จักช่วยได้ในคราวคับขันที่เกิดจากอัคคีภัย อุทกภัย ทายาทที่ไม่เป็นที่รัก ดังนี้บ้าง.
พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นทรงแสดงประโยชน์แห่งการเก็บทรัพย์ ๒ อย่างด้วย คือ ความประสงค์ที่จะพบประโยชน์ และความประสงค์ที่จะหลีกจากสิ่งที่ไม่ใช่ประโยชน์อย่างนี้แล้ว บัดนี้ เมื่อจะตรัสย้ำประโยชน์แม้ทั้ง ๒ นั้นนั่นแลแก่กุฏุมพีนั้น จึงตรัสว่า
เอตทตฺถาย โลกสฺมึ นิธิ นาม นิธิยฺยติ
ขุมทรัพย์เขาฝังไว้ในโลกก็เพื่อประโยชน์อย่างนี้.
คาถานั้นมีความว่า ประโยชน์นี้ใด คือการพบประโยชน์และการหลีกจากสิ่งที่มิใช่ประโยชน์ ทรงแสดงไว้ โดยนัยเป็นต้นอย่างนี้ว่าจักเป็นประโยชน์แก่เรา และว่าจักเปลื้องเราซึ่งถูกกล่าวร้ายให้พ้นจากราชภัย. ธรรมดาขุมทรัพย์ต่างโดยเงินทองเป็นต้นอย่างใดอย่างหนึ่ง เขาฝังไว้ตั้งไว้ เก็บงำไว้ ในโอกาสโลกนี้ ก็เพื่อประโยชน์นั้น คือเพื่อทำกิจเหล่านั้นให้สำเร็จไป.