| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
โสณนันทชาดก
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1คนทั้ง ๒ นั้นพยายามพูดอยู่บ่อย ๆ ก็ไม่ได้ความยินยอมพร้อมใจจากโสณกุมาร จึงเรียกนันทกุมารมาแล้วพูดว่า "ลูกเอ๋ย ถ้าอย่างนั้น เจ้าจงครอบครองทรัพย์สมบัติเถิด"
นันทกุมารตอบว่า "ฉันจะยื่นศีรษะออกไปรับก้อนเขฬะที่พี่ชายถ่มทิ้งแล้วไม่ได้แน่ ก็ตัวฉันเองเมื่อพ่อแม่ถึงแก่กรรมแล้ว ก็จะออกบวชพร้อมกับพี่ชายเหมือนกัน"
เมื่อฟังคำของลูกชายทั้งสองคนนั้นแล้วจึงพากันคิดว่า "ลูกชายทั้งสองคนนี้กำลังหนุ่มอยู่อย่างนี้ก็ยังละกามารมณ์ทั้งหลายเสียได้ จะป่วยกล่าวไปไยถึงเราทั้งสองคนเล่า พวกเราพากันบวชเสียให้หมดเถิด"
จึงพูดกับบุตรทั้งสองคนว่า "ลูกเอ๋ย เมื่อแม่และพ่อหาชีวิตไม่แล้ว การบวชของเจ้าทั้ง ๒ จะมีประโยชน์อะไร เราทั้งหมดจักออกบวชพร้อมกันเสียในบัดนี้"
จากนั้นก็ไปเข้าเฝ้ากราบทูลพระราชา และสละทรัพย์ทั้งหมดลงในทางทาน กระทำชนผู้เป็นทาสให้เป็นไท ให้ส่งของที่สมควรให้แก่หมู่ญาติ และแล้วทั้ง ๔ คนก็ออกจากนครพรหมวัธน์ ไปสร้างอาศรมอยู่ในชัฏป่าอันน่ารื่นรมย์ใจ อาศัยสระอันดารดาษไปด้วยดอกปทุมเบญจวรรณในหิมวันตประเทศ แล้วบรรพชาอาศัยอยู่ในอาศรมนั้นโดย ศาลาธรรม [11 ส.ค. 2552 , 17:55:32 น.] ( IP = 58.9.103.90 : : )
สลักธรรม 2พระโสณะและพระนันทะช่วยกันปฏิบัติมารดาบิดา.. ตื่นเช้าก็จัดไม้สำหรับชำระฟันและน้ำล้างหน้าให้แก่ท่านทั้ง ๒ แล้วไปกวาดบรรณศาลาและบริเวณอาศรม ตั้งน้ำฉันไว้เสร็จแล้ว พากันไปเลือกผลไม้น้อยใหญ่ซึ่งมีรสอันอร่อยมาจากป่า นำมาให้มารดาบิดาได้บริโภค ถึงยามร้อนก็หาน้ำเย็นมาให้อาบ คอยชำระสะสางมวยผมให้สะอาด กระทำการบีบนวดแก่มารดาบิดา
ในครั้งหนึ่งนันทบัณฑิตดำริว่า "เราจะให้มารดาบิดาได้บริโภคผลไม้น้อยใหญ่ที่เราหามาได้ก่อน" จึงรีบไปล่วงหน้าพี่ชายแต่เช้าตรู่ หาผลไม้ลูกเล็กลูกใหญ่เท่าที่พอจะหาได้ มาจากที่ที่ตนเคยเก็บเมื่อวานบ้าง วานซืนบ้าง แล้วรีบนำมาให้มารดาบิดาบริโภคก่อน
เมื่อมารดาบิดาบริโภคผลไม้แล้วก็บ้วนปากสมาทานอุโบสถ ส่วนโสณบัณฑิตไปยังที่ไกล ๆ เลือกหาผลไม้น้อยใหญ่ ที่มีรสอันอร่อยกำลังสุกงอมดี แล้วนำเข้าไปให้ มารดาบิดาจึงกล่าวกับโสณบัณฑิตนั้นว่า "ลูกเอ๋ย เราได้บริโภคผลไม้ที่น้องชายของเจ้าหามาให้เรียบร้อยแล้วแต่เช้า และได้สมาทานอุโบสถแล้ว บัดนี้เราไม่มีความต้องการผลไม้อีก " ดังนั้น ผลไม้ดี ๆ ของโสณดาบสนั้นไม่มีใครได้บริโภคเลยและเน่าเสียไป แม้ในวันต่อ ๆ มา ก็เป็นเช่นนั้นอีกเหมือนกัน
พระโสณดาบสนั้นสามารถจะไปยังสถานที่ไกล ๆ แล้วนำผลไม้มาได้ด้วยอาการอย่างนี้ เพราะท่านได้อภิญญา ๕ ประการ แต่มารดาบิดาก็มิได้บริโภค
พระมหาสัตว์จึงคิดว่า "มารดาบิดาของเราเป็นสุขุมาลชาติ น้องนันทะไปหาผลไม้ลูกเล็กลูกใหญ่ ดิบบ้าง สุกบ้าง มาให้ท่านบริโภค เมื่อเป็นเช่นนี้ ท่านทั้งสองนี้ ก็จะไม่เป็นอยู่เช่นนี้ได้ตลอดกาลนาน เราจักห้ามเธอเสีย"
โสณบัณฑิตจึงเรียกน้องชายมาแล้วบอกว่า "ดูก่อนน้อง นับแต่นี้ไปเมื่อน้องหาผลไม้มาได้แล้ว จงรอให้พี่กลับมาเสียก่อน เราทั้งสองคนจักให้มารดาบิดาบริโภคพร้อม ๆ กัน"
แม้พระมหาสัตว์จะกล่าวอย่างนี้แล้ว พระนันทะก็มุ่งหวังแต่ความดีของตนอย่างเดียว จึงมิได้กระทำตามคำของพี่ชายโดย ศาลาธรรม [11 ส.ค. 2552 , 17:55:55 น.] ( IP = 58.9.103.90 : : )
สลักธรรม 3พระมหาสัตว์คิดว่า "น้องนันทะ ไม่กระทำตามคำของเรา กระทำหน้าที่อันไม่สมควร จะต้องขับไล่เธอไปเสีย และเราผู้เดียวเท่านั้นจะปฏิบัติมารดาบิดา"
จึงดีดนิ้วมือขู่ขับนันทดาบสด้วยวาจาว่า "ดูก่อนนันทะ เจ้าเป็นคนที่ไม่อยู่ในถ้อยคำ ไม่กระทำตามคำของบัณฑิตทั้งหลาย เราเป็นพี่ชายของเจ้า มารดาบิดาจงเป็นหน้าที่รับผิดชอบของเราผู้เดียว เราผู้เดียวเท่านั้นจักปฏิบัติมารดาบิดา เจ้าจะอยู่ในที่นี้ไม่ได้ จงไปในที่อื่น"
เมื่อนันทบัณฑิตถูกพระโสณบัณฑิตพี่ชายขับไล่ ก็ไม่อาจอยู่ในสำนักของพี่ชายได้ จึงไหว้พี่ชายแล้วเข้าไปหามารดาบิดาเล่าความนั้นให้ฟัง เมื่อไหว้มารดาบิดาแล้วก็เข้าไปสู่บรรณศาลาของตน เพ่งดูกสิณเป็นอารมณ์
ในวันนั้นนั่นเอง ก็ทำอภิญญา ๕ และสมาบัติให้บังเกิดขึ้นแล้วคิดว่า .."เราจะนำทรายแก้วมาแต่เชิงเขาสิเนรุ โปรยลงในบริเวณบรรณศาลาแห่งพี่ชายของเรา ก็เป็นการเพียงพอที่จะให้พี่ชายอภัยโทษเราได้
แม้การกระทำอย่างนี้จักยังไม่งดงาม เราก็จะไปนำน้ำมาจากสระอโนดาต รดลงในบริเวณบรรณศาลาแห่งพี่ชายของเรา ก็จะพอยังพี่ชายให้อภัยโทษเราได้
แม้อย่างนี้ ก็จักยังไม่งดงาม ถ้าเราพึงทำพี่ชายของเราให้อภัยโทษเราได้ ด้วยอำนาจเทวดาทั้งหลาย เราก็จะนำท้าวมหาราชทั้ง ๔ และท้าวสักกะมาก็พอจะยังพี่ชายให้อภัยโทษได้
แม้อย่างนี้จักยังไม่งดงาม เราจักไปนำพระราชาทั้งหลาย มีพระเจ้ามโนชะผู้เป็นพระราชาล้ำเลิศในชมพูทวีปทั้งสิ้นนี้ไปเป็นประธาน ก็พอจะให้พี่ชายอภัยโทษเราได้
เมื่อเป็นเช่นนี้คุณงามความดีแห่งพี่ชายของเรา ก็จะแผ่ตลบทั่วไปในชมพูทวีปทั้งสิ้น จักปรากฏประดุจพระจันทร์และพระอาทิตย์ ฉะนั้น"โดย ศาลาธรรม [11 ส.ค. 2552 , 17:56:35 น.] ( IP = 58.9.103.90 : : )
สลักธรรม 4จากนั้นพระนันทดาบสก็เหาะไปด้วยฤทธิ์ ลงที่ประตูพระราชนิเวศน์ของพระราชาแห่งพรหมวัธนนคร แล้วสั่งให้ราชบุรุษกราบทูลแด่พระราชาว่า "มีพระดาบสองค์หนึ่งต้องการจะเข้าเฝ้าพระองค์"
พระราชาเมื่อทรงทราบแล้วก็ทรงดำริว่า "เราเห็นบรรพชิตจะได้ประโยชน์อะไร ชะรอยว่าบรรพชิตรูปนั้นคงจะมาเพื่อต้องการอาหารเป็นแน่"
จึงจัดส่งภัตตาหารไปถวาย แต่พระดาบสไม่ปรารถนาภัตร พระองค์จึงทรงส่งข้าวสารไปถวาย พระดาบสนั้นก็มิได้ ปรารถนาข้าวสาร จึงทรงส่งผ้าไปถวาย พระดาบสก็มิได้รับผ้า จึงทรงส่งหมากพลูไปถวาย พระดาบสนั้นก็มิได้รับหมากพลู
ลำดับนั้น พระองค์จึงทรงส่งทูตไปยังสำนักของพระดาบสแล้วถามว่า "พระผู้เป็นเจ้ามาเพื่อประสงค์อะไรกัน"
พระดาบสตอบว่า "เรามาเพื่อบำรุงพระราชา"
พระราชาทรงสดับคำนั้นแล้ว จึงรับสั่งให้คนไปบอกว่า "พวกคนอุปัฏฐากของเรามีอยู่มากมายแล้ว ท่านดาบสจงบำเพ็ญหน้าที่ดาบสของตนเถิด "
พระดาบสฟังคำนั้นแล้วจึงกล่าวว่า "เราจักถือเอาราชสมบัติในชมพูทวีปทั้งสิ้น ด้วยกำลังของเราแล้วถวายแก่พระราชา"โดย ศาลาธรรม [11 ส.ค. 2552 , 17:56:53 น.] ( IP = 58.9.103.90 : : )
สลักธรรม 5พระราชาทรงสดับคำนั้นแล้วจึงทรงพระดำริว่า "ธรรมดาว่า บรรพชิตทั้งหลายเป็นบัณฑิต คงจักทราบอุบายอะไรบ้างกระมัง" จึงรับสั่งให้นิมนต์พระดาบสนั้นเข้ามา ให้นั่งบนอาสนะ ทรงไหว้แล้วตรัสถามว่า" ข้าแต่พระคุณเจ้าผู้เจริญ ได้ยินว่าพระผู้เป็นเจ้าจะถือเอาราชสมบัติในชมพูทวีปทั้งสิ้นแล้ว ยกให้แก่ข้าพเจ้าหรือ"
พระดาบสทูลว่า "เป็นเช่นนั้นมหาบพิตร "
พระราชาตรัสถามว่า พระผู้เป็นเจ้าจักถือเอาได้อย่างไร
พระดาบสทูลว่า "ดูก่อนมหาบพิตร อาตมภาพจะมิต้องให้โลหิต แม้เพียงแมลงวันตัวน้อยดื่มกินได้ ให้บังเกิดขึ้นแก่ ใคร ๆ เลย ทั้งไม่กระทำความสิ้นเปลืองแห่งพระราชทรัพย์ของพระองค์ด้วย จักถือเอาด้วยฤทธิ์ของอาตมภาพแล้วยกถวายแด่พระองค์ และจะกระทำเสียในวันนี้แหละ"
พระราชาทรงเชื่อถ้อยคำของนันทดาบส จึงเสด็จแวดล้อมไปด้วยหมู่เสนางคนิกรออกจากพระนคร ครั้นพอความร้อนเกิดขึ้นแก่เสนา นันทบัณฑิตก็เนรมิตให้มีเงา กระทำให้ร่มเย็นด้วยฤทธิ์ของตน เมื่อฝนตก ก็มิได้ตกลงในเบื้องบนหมู่เสนา นันทบัณฑิตห้ามความร้อนและความหนาวเสียได้ ทั้งบันดาลให้อันตรายเช่น ขวากหนาม และตอไม้ในระหว่างทาง ให้อันตรธานสูญหายไปหมด กระทำหนทางให้ราบเรียบดุจมณฑลแห่งกสิณ แม้ตนเองปูแผ่นหนังนั่งบนบัลลังก์ มีหมู่เสนาแวดล้อม แล้วเหาะลอยไปในอากาศ
ครั้นลุถึงแคว้นโกศลก็สั่งให้หยุดกองทัพตั้งค่ายแล้วส่งทูตเข้าไปทูลพระเจ้าโกศลราชว่า "จะทำสงครามหรือว่าจะให้เศวตฉัตร" พระเจ้าโกศลราชได้ทรงสดับถ้อยคำของทูตก็ทรงพิโรธ เสด็จยกพลออกไปประจันหน้า
เมื่อเสนาทั้งสองฝ่ายเริ่มจะรบกัน นันทบัณฑิตได้เนรมิตหนังเสือเหลืองซึ่งเป็นอาสนะที่นั่งของตนให้ใหญ่โต ขึงไว้ในระหว่างกองทัพทั้ง ๒ แล้วคอยรับลูกศรที่พวกเสนาทั้ง ๒ ฝ่าย ต่างยิงกันไปมาด้วยแผ่นหนังเสือนั้น จึงไม่มีเสนาคนใดในกองทัพทั้งสองถูกลูกศรแทงเลย แล้วต่างก็หมดความอุตสาหะหยุดงยืนเฉยอยู่ เพราะลูกศรที่อยู่ในมือหมดด้วยกันทั้ง ๒ ฝ่ายโดย ศาลาธรรม [11 ส.ค. 2552 , 17:57:11 น.] ( IP = 58.9.103.90 : : )
สลักธรรม 6นันทบัณฑิตจึงไปยังสำนักของพระเจ้ามโนชราช ทูลปลอบเอาพระทัยว่า "พระองค์อย่าทรงวิตกไปเลย มหาบพิตร"
จากนั้นก็ไปยังสำนักของพระเจ้าโกศลราชทูลว่า "พระองค์อย่าทรงวิตกไปเลย มหาบพิตร อันตรายจักไม่มีแก่พระองค์ ราชสมบัติของพระองค์ก็จักคงยังเป็นของพระองค์อยู่ เพียงแต่ขอให้พระองค์ทรงอ่อนน้อมแก่พระเจ้ามโนชราชอย่างเดียวเท่านั้น" พระเจ้าโกศลราชทรงเชื่อนันทบัณฑิตแล้วก็ทรงรับปาก
จากนั้นนันทบัณฑิตได้นำเสด็จท้าวเธอไปยังสำนักของพระเจ้ามโนชราชแล้วทูลว่า "ดูก่อนมหาบพิตร พระเจ้าโกศลราชทรงยอมอ่อนน้อมต่อพระองค์ แต่ขอให้ราชสมบัติของพระเจ้าโกศลราชนี้ จงยังคงเป็นของท้าวเธออยู่ตามเดิมเถิด"
พระเจ้ามโนชราชก็ทรงรับปาก จากนั้นก็ยกพลเสนาทั้ง ๒ กองทัพเสด็จไปยังแคว้นอังคะ เมื่อได้แคว้นอังคะแล้วก็ไปยังแคว้นมคธ และได้ราชสมบัติในชมพูทวีปทั้งสิ้นด้วยวิธีการอย่างนี้ในระยะเวลา ๗ ปี ๗ เดือน ๗ วัน
พระเจ้ามโนชราชทรงสั่งให้พระราชาเหล่านั้นนำของเคี้ยวและของบริโภคมีประการต่าง ๆ จากราชธานีของตนทุก ๆ พระนคร ทรงพาพระราชาทั้ง ๑๐๑ พระองค์เหล่านั้น ชวนกันดื่มเครื่องดื่มเป็นการใหญ่กับพระราชาเหล่านั้นตลอดถึง ๗ วัน.โดย ศาลาธรรม [11 ส.ค. 2552 , 17:57:27 น.] ( IP = 58.9.103.90 : : )
สลักธรรม 7นันทบัณฑิตดาบสคิดว่า "พระราชายังเสวยความสุขที่เกิดแต่ความเป็นใหญ่อยู่ตราบใด เราจักไม่แสดงตนแก่ท้าวเธอตราบนั้น" จึงเที่ยวไปบิณฑบาตในอุตตรกุรุทวีปแล้ว ไปอยู่ที่ปากถ้ำทองในหิมวันตประเทศ ๗ วัน
ฝ่ายพระเจ้ามโนชราชทรงแลดูสิริราชสมบัติอันยิ่งใหญ่ของพระองค์จนถึงวันที่ ๗ แล้วก็ทรงระลึกถึงนันทบัณฑิตดาบสว่า "อิสริยยศทั้งหมดนี้ มารดาบิดาของเรามิได้ให้ ชนเหล่าอื่นก็มิได้ให้แก่เรา บังเกิดขึ้นเพราะอาศัยนันทบัณฑิตดาบส ก็เราไม่ได้เห็นท่านเลยถึง ๗ วันเข้าวันนี้แล้ว บัดนี้ท่านผู้ให้อิสริยยศแก่เราอยู่ที่ไหนหนอ"
นันทบัณฑิตนั้นได้ทราบว่าท้าวเธอระลึกถึงตนแล้วจึงเหาะมายืนอยู่บนอากาศตรงพระพักตร์พระราชา พระราชานั้นทอดพระเนตรเห็นนันทดาบสมายืนอยู่ก็คิดว่า "เรายังไม่ทราบว่าพระดาบสนี้จะเป็นเทวดาหรือมนุษย์ ถ้าเป็นมนุษย์เราจะยกราชสมบัติในชมพูทวีปทั้งหมดให้แก่เธอทีเดียว ถ้าเป็นเทวดาเราจะกระทำเครื่องสักการะสำหรับเทวดาแก่เธอ"
พระราชาจึงตรัสว่า "พระผู้เป็นเจ้าเป็นเทวดา เป็นคนธรรพ์ เป็นท้าวสักกปุรินททะ หรือว่าเป็นมนุษย์ผู้มีฤทธิ์ ข้าพเจ้าทั้งหลายจะรู้จักพระผู้เป็นเจ้าได้อย่างไร"
นันทดาบสสดับคำของพระราชาแล้วทูลบอกตามความจริงว่า "อาตมภาพไม่ใช่เป็นเทวดา ไม่ใช่เป็นคนธรรพ์ ไม่ใช่ท้าวสักกปุรินททะ อาตมภาพเป็นมนุษย์ผู้มีฤทธิ์ ดูก่อนภารถะ มหาบพิตร จงทราบอย่างนี้เถิด" (นันทบัณฑิตเรียกพระราชาพระองค์นั้นอย่างนี้ว่า ภารถ เพราะพระองค์เป็นผู้ทรงไว้ซึ่งภาระของรัฐ)
พระราชาทรงได้สดับคำนั้นแล้วจึงทรงพระดำริว่า เมื่อพระดาบสเป็นมนุษย์และมีอุปการะมากถึงเพียงนี้แก่เรา เราจะให้เธออิ่มหนำด้วยอิสริยยศ จึงตรัสว่า "
ความช่วยเหลืออันมิใช่น้อยนี้ เป็นกิจที่พระผู้เป็นเจ้ากระทำแล้ว คือ เมื่อฝนตกพระผู้เป็นเจ้าก็ได้ทำไม่ให้มีฝน เมื่อลมจัดและแดดร้อนพระผู้เป็นเจ้าก็ได้ทำให้มีเงาบังร่มเย็น พระผู้เป็นเจ้าได้ทำการป้องกันลูกศร ในท่ามกลางแห่งศัตรู พระผู้เป็นเจ้าได้ทำบ้านเมืองอันรุ่งเรืองและและชาวเมืองเหล่านั้นให้ตกอยู่ในอำนาจของข้าพเจ้า พระผู้เป็นเจ้าได้ทำกษัตริย์ ๑๐๑ พระองค์ ให้เป็นผู้ติดตามของข้าพเจ้า
ข้าพเจ้าขอขอบคุณพระผู้เป็นเจ้ายิ่งนัก พระผู้เป็นเจ้าจะปรารถนาสิ่งที่จะให้จิตชื่นชม คือ ยานอันเทียมด้วยช้าง รถอันเทียมด้วยม้า และสาวน้อยทั้งหลายที่ประดับประดาแล้ว หรือรมณียสถานอันเป็นที่อยู่อาศัย อันใด ขอพระผู้เป็นเจ้า จงเลือกเอาสิ่งนั้นตามประสงค์เถิด ข้าพเจ้าขอถวายแก่พระผู้เป็นเจ้า หรือว่าพระผู้เป็นเจ้าจะปรารถนาแคว้นอังคะหรือแคว้นมคธ ข้าพเจ้าก็ขอถวายแก่พระผู้เป็นเจ้า
หรือว่าพระผู้เป็นเจ้าปรารถนาแคว้นอัสสกะ หรือ แคว้นอวันตี ข้าพเจ้าก็มีใจยินดีขอถวายแคว้นเหล่านั้นให้แก่พระผู้เป็นเจ้า หรือแม้พระผู้เป็นเจ้าปรารถนาราชสมบัติกึ่งหนึ่งไซร้ ข้าพเจ้าก็ขอถวายแก่พระผู้เป็นเจ้า ถ้าพระคุณเจ้ามีความต้องการด้วยราชสมบัติทั้งหมด ข้าพเจ้าก็ขอถวาย พระคุณเจ้าปรารถนาสิ่งใด ขอพระคุณเจ้าบอกมาเถิด."โดย ศาลาธรรม [11 ส.ค. 2552 , 17:57:45 น.] ( IP = 58.9.103.90 : : )
สลักธรรม 8นันทบัณฑิตดาบสได้ฟังพระดำรัสแล้วจึงชี้แจงความประสงค์ของตนให้แจ่มแจ้งว่า "อาตมภาพ ไม่มีความต้องการด้วยราชสมบัติ บ้านเมือง ทรัพย์ หรือแม้ชนบท อาตมภาพไม่มีความ ต้องการเลย ดูก่อนมหาบพิตร ถ้าพระองค์มีความรักในอาตมภาพ ขอได้ทรงกระทำตามคำของอาตมภาพสักอย่างหนึ่ง คือ
ในแว่นแคว้นอาณาเขตของมหาบพิตรมีอาศรมอยู่ในป่า มารดาและบิดาทั้งสองท่านของอาตมภาพอยู่ในอาศรมนั้น อาตมภาพอยู่ในอาศรมนั้น อาตมภาพมิได้กระทำบุญในบุรพาจารย์ทั้ง ๒ คือวัตรปฏิบัติและการนำผลไม้น้อยใหญ่มา เพราะว่าพี่ชายของอาตมภาพชื่อโสณบัณฑิต ได้ขับไล่อาตมภาพ เพราะความผิดอย่างหนึ่งของอาตมภาพ อาตมภาพขอเชิญมหาบพิตร ผู้ประเสริฐยิ่งไปขอขมาโทษโสณดาบส"
พระราชาตรัสว่า "ข้าแต่ท่านพราหมณ์ ข้าพเจ้าจะขอทำตามคำที่ พระคุณเจ้ากล่าวกับข้าพเจ้าทุกประการ แต่ว่าบุคคลผู้จะอ้อนวอนขอโทษมีประมาณเท่าใด ขอพระคุณเจ้าจงบอกมา"
นันทบัณฑิตทูลว่า "ชาวชนบทมีประมาณหนึ่งร้อยเศษ พราหมณ์มหาศาลก็เท่ากัน กษัตริย์ผู้เป็นอภิชาตผู้เรืองยศเหล่านี้ทั้งหมด ทั้งมหาบพิตรซึ่งทรงพระนามว่า พระเจ้ามโนชะ บุคคลผู้จะอ้อนวอนขอโทษเพียงเท่านี้ก็พอแล้ว ขอถวายพระพร"
จากนั้นพระราชาได้ให้เจ้าพนักงานทั้งหลายเตรียมช้าง ม้า รถ เครื่องผูก ธงชัย แวดล้อมด้วยเสนาหมู่ใหญ่ พร้อมกษัตริย์ ๑๐๑ พระองค์ โดยให้พระดาบสนันทบัณฑิตนำหน้าออกเดินทางไปยังอาศรมอันเป็นที่อยู่ของโสณดาบส
เมื่อพระนันทดาบสจะมาถึงอาศรม โสณบัณฑิตดาบสมีความรำพึงว่า "น้องชายของเราออกไปเสียนานถึง ๗ ปี ๗ เดือน ๗ วันแล้ว บัดนี้เธอไปอยู่ที่ไหนหนอ " จึงเล็งแลดูด้วยทิพยจักษุญาณก็เห็นว่า น้องชายกำลังพาพระราชา ๑๐๑ พระองค์ พร้อมด้วยบริวารประมาณ ๒๔ อักโขภิณีมา เพื่อจะให้เรายกโทษเป็นแน่แท้โดย ศาลาธรรม [11 ส.ค. 2552 , 17:58:02 น.] ( IP = 58.9.103.90 : : )
สลักธรรม 9จึงคิดว่า กษัตริย์เหล่านี้พร้อมทั้งบริษัทได้เห็นปาฏิหาริย์ของน้องชายเราเป็นอันมาก แต่ยังมิได้ทราบอานุภาพของเรา ก็จะพากันมาเจรจาข่มขู่ดูหมิ่นเราว่า ผู้นี้แหละเป็นชฏิลโกง ช่างไม่รู้จักประมาณตนเองเสียเลย จะมาต่อยุทธ์กับพระผู้เป็นเจ้าของเราทั้งหลาย แล้วทั้งหมดก็จะพึงมีนรกอเวจีเป็นที่เป็นไปในเบื้องหน้า อย่ากระนั้นเลย เราจักแสดงอิทธิปาฏิหาริย์แก่พวกกษัตริย์และบริษัทเหล่านั้น
พระโสณบัณฑิตดาบสจึงวางไม้คานสำหรับหาบน้ำในอากาศโดยมิให้ถูกบ่าห่างประมาณ ๔ องคุลี แล้วเหาะไปทางอากาศที่ไม่ไกลจากพระราชา เพื่อจะนำเอาน้ำมาจากสระอโนดาต นันทบัณฑิตดาบสพอเห็นพี่ชายเหาะมา ก็ไม่อาจจะแสดงตนได้ จึงอันตรธานหนีเข้าไปยังป่าหิมวันต์
เมื่อพระเจ้ามโนชราช ทอดพระเนตรเห็นพระโสณบัณฑิตดาบสนั้น เหาะมาด้วยเพศฤาษีอันน่าเลื่อมใส จึงตรัสว่า "ไม้คานอันทำด้วยไม้กระทุ่มของใคร ผู้ไปเพื่อหาบน้ำ ลอยมายังเวหาส มิได้ถูกบ่า ห่างประมาณ ๔ องคุลี"
พระมหาสัตว์จึงกล่าวตอบว่า "ดูก่อนมหาบพิตร อาตมภาพชื่อว่า โสณะ เป็นดาบสมีวัตรอันสมาทานแล้ว มิได้เกียจคร้าน เลี้ยงดูมารดาบิดาอยู่ทุกคืนทุกวัน ดูก่อนมหาบพิตร ผู้เป็นเจ้าแห่งทิศ อาตมภาพระลึกถึงอุปการคุณที่ท่านทั้งสองได้กระทำแล้วในกาลก่อน จึงนำผลไม้ป่าและเผือกมันมาเลี้ยงดูมารดาบิดา"
พระราชา ได้ทรงสดับแล้วก็พระประสงค์ใคร่จะทอดพระเนตรอาศรมจึงตรัสว่า "ข้าพเจ้าทั้งหลาย ปรารถนาจะไปยังอาศรม ซึ่งเป็นที่อยู่ของโกสิยดาบส ข้าแต่ท่านโสณะ ขอท่านได้ โปรดบอกทางที่จะไปยังอาศรมนั้น แก่ข้าพเจ้าทั้งหลายเถิด"
ลำดับนั้น พระมหาสัตว์ จึงเนรมิตหนทางสำหรับไปยังอาศรมบทด้วยอานุภาพของตน แล้วทูลกับพระเจ้ามโนชราชว่า "ดูก่อนมหาบพิตร หนทางนี้เป็นหนทางเท้าสำหรับเดินไปได้เพียงคนเดียว ขอเชิญพระองค์เสด็จไปโดยทิศาภาคที่หมู่ไม้อันสะพรั่งไปด้วยต้นทองหลาง มีดอกอันเบ่งบานดีแล้ว มีสีเหมือนเมฆปรากฏอยู่นี้ บิดาของอาตมภาพผู้โกสิยโคตร อยู่ในอาศรมนี้ นั่นคืออาศรมแห่งบิดาของอาตมภาพ"
จากนั้นก็ได้พร่ำสอนกษัตริย์ทั้งหลาย ณ กลางหาวแล้วรีบไปยังสระอโนดาต ตักน้ำดื่มหาบกลับมาถึงอาศรมก่อน แล้วจัดแจงตั้งหม้อน้ำดื่มไว้ในโรงน้ำ อบน้ำด้วยดอกไม้ในป่าทั้งหลาย ด้วยคิดว่า มหาชนจักได้ดื่มน้ำ แล้วถือเอาไม้กวาด มากวาดอาศรม จัดแจงแต่งตั้งอาสนะของบิดาไว้ที่ประตูบรรณศาลาแล้ว เข้าไปบอกให้ดาบสผู้เป็นบิดาทราบว่า พระราชาทั้งหลายผู้เป็นอภิชาตเรืองยศเหล่านี้เสด็จมาหา และขอเชิญบิดาออกไปนั่งนอกอาศรม ส่วนมารดาของพระโพธิสัตว์นั่งบนอาสนะต่ำกว่าบิดา ซึ่งตั้งอยู่ข้างหลัง พระโพธิสัตว์นั่งอยู่บนอาสนะต่ำ ณ ส่วนข้างหนึ่งโดย ศาลาธรรม [11 ส.ค. 2552 , 17:58:29 น.] ( IP = 58.9.103.90 : : )
สลักธรรม 10เมื่อพระโพธิสัตว์ไปตักน้ำดื่มจากสระอโนดาตและกลับมายังอาศรมแล้ว ฝ่ายนันทบัณฑิตดาบสจึงไปยังสำนักของพระราชา เมื่อพระเจ้ามโนชราชทรงสรงสนานประดับด้วยเครื่องอลังการทั้งปวง มีกษัตริย์ ๑๐๑ พระองค์ห้อมล้อมเป็นบริวารแล้วก็พานันทบัณฑิตเสด็จเข้าไปยังอาศรม ด้วยความเป็นผู้เลิศด้วยความงามแห่งสิริอันยิ่งใหญ่ เพื่อจะขอให้พระโพธิสัตว์ยกโทษ
พระโพธิสัตว์ได้เล่าถึงความเป็นไปทั้งหมดให้บิดาได้ทราบว่า "กษัตริย์ที่กำลังเสด็จมานั้น คือ พระเจ้ามโนราชาธิราช เป็นเพียงดังพระอินทร์ผู้เป็นใหญ่กว่าเทวดาชั้น ดาวดึงส์ เข้าถึงความเป็นบริษัทของนันทดาบส กำลังมาสู่อาศรมอันเป็นที่ประพฤติพรหมจรรย์ เสนาหมู่ใหญ่นี้ นับไม่ถ้วน ไม่มีที่สุด ดุจคลื่นในมหาสมุทร กำลังตามหลังพระเจ้ามโนชะนั้นมา" พระราชาเหล่านั้นทั้งหมด ทรงลูบไล้ด้วยผงจันทน์อันมีกลิ่นหอม ทรงผ้าซึ่งมาจากแคว้นกาสีอย่างดีเลิศ ทรงยกอัญชลีขึ้นบนพระเศียร เข้าไปยังสำนักของฤาษีทั้งหลาย
พระเจ้ามโนชราช ทรงนมัสการบิดาของพระโพธิสัตว์ แล้วประทับนั่ง ณ ส่วนข้างหนึ่ง ตรัสว่า "พระคุณเจ้าผู้เจริญ ไม่มีโรคาพาธดอกหรือ พระคุณเจ้าสุขสำราญดีอยู่หรือ พระคุณเจ้าพอยังอัตภาพ ให้เป็นไปได้สะดวก ด้วยการแสวงหามูลผลาหารแลหรือ เหง้ามันและผลไม้มีมากแลหรือ เหลือบ ยุง และสัตว์เลื้อยคลานมีน้อยแลหรือ ในป่าอันเกลื่อนกล่นไปด้วยพาฬมฤค ไม่มีมาเบียดเบียนบ้างหรือ"
พระดาบสบิดาของพระโพธิสัตว์กล่าวว่า "ดูก่อนมหาบพิตร อาตมภาพทั้งหลายไม่มีโรคาพาธ มีความสุขสำราญดี เยียวยาอัตภาพได้สะดวก ด้วยการแสวงหามูลผลาหาร ทั้งมูลมันผลไม้ก็มีมาก เหลือบ ยุง และสัตว์เลื้อยคลานมีน้อย ในป่าอันเกลื่อนกล่นไปด้วยพาฬมฤค ไม่มีมาเบียดเบียนอาตมภาพ เมื่ออาตมภาพได้อยู่อาศรมนี้หลายปีมาแล้ว อาตมภาพไม่รู้สึกอาพาธ อันไม่เป็นที่รื่นรมย์แห่งใจ เกิดขึ้นเลย
ดูก่อนมหาบพิตร พระองค์เสด็จมาดีแล้ว และพระองค์ไม่ได้เสด็จมาร้าย พระองค์ผู้เป็นอิสระ เสด็จมาถึงแล้ว ขอจงตรัสบอกสิ่งที่ทรงชอบพระหฤทัย ซึ่งมีอยู่ ณ ที่นี้เถิด ขอเชิญมหาบพิตรเสวย ผลมะพลับ ผลมะหาด ผลมะซาง และผลหมากเม่า อันเป็นผลไม้มีรสหวานน้อย ๆ เชิญเลือกเสวยแต่ผลที่ดี ๆ เถิด น้ำนี้เย็น นำมาแต่ซอกเขา ขอเชิญมหาบพิตรดื่มเถิด ถ้าพระองค์ทรงปรารถนา"
พระเจ้ามโนชราชตรัสว่า "สิ่งใดที่พระคุณเจ้าให้ ข้าพเจ้าขอรับเอาสิ่งนั้น และขอพระคุณเจ้าจงเงี่ยโสตสดับคำของนันทดาบสที่จะกล่าวนั้นเถิด ข้าพเจ้าทั้งหลายเป็นบริษัทของนันทดาบส ขอพระคุณเจ้าโปรดสดับคำของข้าพเจ้า ของนันทดาบสและของบริษัทเถิด"โดย ศาลาธรรม [11 ส.ค. 2552 , 17:58:45 น.] ( IP = 58.9.103.90 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |