มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


โสณนันทชาดก






โสณนันทชาดก เรื่องพระราชาไปขอขมาโทษโสณดาบส


พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภถึงภิกษุผู้เลี้ยงมารดารูปหนึ่ง ตรัสพระธรรมเทศนา(มีใจความโดยย่อ)ว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ..บัณฑิตแต่ปางก่อนทั้งหลาย แม้มีโอกาสได้ราชสมบัติในชมพูทวีปทั้งหมดก็ยังไม่ยอมรับเอาราชสมบัตินั้น ย่อมเลี้ยงแต่มารดาบิดาถ่ายเดียว"

ในอดีตกาล กรุงพาราณสี ได้เป็นพระนครที่มีชื่อว่า พรหมวัธน์ พระราชาทรงมีพระนามว่า มโนชะ มีพราหมณ์มหาศาลผู้หนึ่งมีทรัพย์สมบัติประมาณ ๘๐ โกฏิอาศัยอยู่ในพระนครนั้นกับนางพราหมณีผู้เป็นภริยา ต่อมาพราหมณ์ผู้สามีนั้นกล่าวว่า "นางผู้เจริญ เธอจงปรารถนาบุตรเถิด "

ครั้งนั้น พระโพธิสัตว์เสด็จจุติจากพรหมโลก ทรงถือปฏิสนธิในครรภ์ของนางพราหมณี เมื่อกุมารนั้นเกิดแล้ว มารดาบิดาจึงตั้งชื่อว่า โสณกุมาร และเมื่อโสณกุมารเดินได้ ก็มีสัตว์อื่นจุติจากพรหมโลกถือปฏิสนธิในครรภ์ของนางพราหมณีนั้นอีก มารดาบิดาตั้งชื่อกุมารนั้นว่า นันทกุมาร

เมื่อกุมารทั้ง ๒ คนนั้นเรียนพระเวทจนจบการศึกษาศิลปศาสตร์ทั้งหมดแล้ว พราหมณ์ผู้บิดามองเห็นรูปสมบัติอันเจริญวัยของบุตรทั้งสองจึงเรียกนางพราหมณีมา แล้วพูดว่า "แน่ะนางผู้เจริญ เราจักผูกพันโสณกุมารลูกชายของเราไว้ด้วยเครื่องผูกคือเรือน" นางพรามณีก็เห็นด้วยกับคำพูดของพรามหณ์ผู้สามีแล้วนำเรื่องนี้ไปแจ้งให้บุตรให้ทราบ

โสณกุมารพูดว่า "อย่าเลยแม่ เรื่องการอยู่ครองเรือนสำหรับฉัน ฉันจะปฏิบัติคุณพ่อและคุณแม่จนกว่าชีวิตจะหาไม่ เมื่อคุณพ่อและคุณแม่ล่วงไปแล้ว ก็จะเข้าป่าหิมพานต์บวช "นางพราหมณีจึงนำเรื่องนี้ไปบอกให้แก่พราหมณ์ทราบ

โดย ศาลาธรรม [11 ส.ค. 2552 , 17:54:59 น.] ( IP = 58.9.103.90 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 11

เมื่อพระเจ้ามโนชราชตรัสอย่างนี้แล้ว นันทบัณฑิตจึงลุกจากอาสนะ ไหว้มารดาบิดาและพี่ชาย แล้วกล่าวกับชนทั้งหลายว่า "ชาวชนบทร้อยเศษ พราหมณ์มหาศาลประมาณเท่านั้น กษัตริย์อภิชาตผู้เรืองยศทั้งหมดนี้ และพระเจ้ามโนชะผู้เจริญ จงเข้าใจคำของข้าพเจ้า ยักษ์ทั้งหลาย ภูตและเทวดาทั้งหลายในป่าเหล่าใด ซึ่งมาประชุมกันอยู่ในอาศรมนี้ ขอจงฟังคำของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าขอกระทำความนอบน้อมแก่เทวดาทั้งหลายแล้ว จะกล่าวกับฤาษีผู้มีวัตรอันงาม

ข้าพเจ้านั้นชาวโลกสมมติแล้วว่า เป็นชาวโกสิยโคตรร่วมกับท่าน จึงนับว่าเป็นแขนขวาของท่าน

ข้าแต่ท่านโกสิยะผู้มีความเพียร เมื่อข้าพเจ้าเป็นผู้ประสงค์จะเลี้ยงดูมารดาบิดาของข้าพเจ้า ฐานะนี้ชื่อว่าเป็นบุญ ขอท่านอย่าได้ห้ามข้าพเจ้าเสียเลย จริงอยู่ การบำรุงมารดาบิดานี้สัตบุรุษทั้งหลายสรรเสริญแล้ว ขอท่านจงอนุญาตการบำรุงมารดาบิดานี้แก่ข้าพเจ้า

ท่านได้กระทำกุศลมาแล้วสิ้นกาลนาน ด้วยการลุกขึ้นทำกิจวัตรและการบีบนวด บัดนี้ ข้าพเจ้าปรารถนาจะทำบุญในมารดาและบิดา ขอท่านจงให้โลกสวรรค์แก่ข้าพเจ้าเถิด

ข้าแต่พระฤาษี มนุษย์ทั้งหลายซึ่งมีอยู่ในบริษัทนี้ ทราบบทแห่งธรรมในธรรมว่าเป็นทางแห่งโลกสวรรค์ เหมือนดังท่านทราบ ฉะนั้น การบำรุงมารดาบิดาด้วยการอุปัฏฐากและการบีบนวด ชื่อว่านำความสุขมาให้ ท่านห้ามข้าพเจ้าจากบุญนั้น ชื่อว่า เป็นอันห้ามทางอันประเสริฐ"

เมื่อนันทบัณฑิตกล่าวอย่างนี้แล้ว พระมหาสัตว์จึงประกาศว่า "ท่านทั้งหลายได้สดับถ้อยคำของนันทบัณฑิตแล้ว บัดนี้ ขอเชิญสดับถ้อยคำของข้าพเจ้าบ้าง

ขอมหาบพิตรผู้เจริญทั้งหลาย ผู้เป็นบริษัทของน้องนันทะ จงสดับถ้อยคำของอาตมภาพ

ผู้ใดยังวงศ์ตระกูลแต่เก่าก่อนให้เสื่อม ไม่ประพฤติธรรมในบุคคลผู้เจริญทั้งหลาย ผู้นั้นย่อมเข้าถึงนรก

ดูก่อน ท่านผู้เป็นใหญ่ในทิศ ส่วนชนเหล่าใดเป็นผู้ฉลาดในธรรมอันเป็นของเก่าและถึงพร้อมด้วยจารีต ชนเหล่านั้นย่อมไม่ไปสู่ทุคติ มารดา บิดา พี่ชาย น้องชาย พี่สาว น้องสาว ญาติและเผ่าพันธุ์ ชนเหล่านั้นทั้งหมด ย่อมเป็นภาระของพี่ชายใหญ่ ขอพระองค์ทรงทราบ อย่างนี้เถิดมหาบพิตร

ดูก่อนมหาบพิตรผู้เป็นจอมทัพ ก็อาตมภาพเป็นพี่ชายใหญ่ จึงต้องรับภาระอันหนัก ทั้งสามารถจะปฏิบัติท่านเหล่านั้นได้ เหมือนนายเรือ รับภาระอันหนัก สามารถจะนำเรือไปได้โดยสวัสดี ฉะนั้น เหตุนั้น อาตมภาพจึงไม่ละลืมธรรม"

โดย ศาลาธรรม [11 ส.ค. 2552 , 17:59:05 น.] ( IP = 58.9.103.90 : : )


  สลักธรรม 12

พระราชาเหล่านั้นได้ทรงสดับคำนั้นแล้วก็พากันดีพระทัยตรัสว่า เราทั้งหลายรู้แล้วในวันนี้เองว่า "หน้าที่คือการปฏิบัติมารดาบิดาทั้งหลายย่อมเป็นหน้าที่ของพี่ชายใหญ่" จึงพากันทอดทิ้งนันทบัณฑิตเข้าไปอาศัยพระมหาสัตว์

แล้วชมเชยพระมหาสัตว์ด้วยคำตรัสว่า "ข้าพเจ้าทั้งหลายได้ไปแล้วในความมืด วันนี้ ข้าพเจ้าทั้งหลายเกิดความรู้ขึ้นแล้ว ท่านโกสิยฤาษีได้แสดงธรรมแก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย เหมือนส่องแสงอันรุ่งเรืองจากไฟ ฉะนั้น พระอาทิตย์เป็นเทพเจ้าแห่งแสง มีรัศมีเจิดจ้า เมื่ออุทัยย่อมแสดงรูปดีและรูปชั่ว ให้ปรากฏแก่สัตว์ทั้งหลาย ฉันใด ท่านโกสิยฤาษี ก็แสดงธรรมแก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน"

นันทบัณฑิตคิดว่า "พี่ชายของเราเป็นบัณฑิต เป็นธรรมกถึกอย่างเฉียบแหลม ได้ทำพระราชาของเราห้เป็นฝักฝ่ายของตนได้ หากเว้นพี่ชายของเรานี้เสียแล้ว คนอื่นที่จะเป็นที่พึ่งของเราได้ ไม่มีเลย จำเราจักต้องอ้อนวอนพี่ชายของเรานี้ผู้เดียวเถิด จึงกล่าวว่า

"ถึงแม้ว่าพี่จะไม่ยอมรับอัญชลีของข้าพเจ้า ผู้วิงวอนอยู่อย่างนี้ ซึ่งข้าพเจ้าประคองอยู่เพื่อต้องการให้พี่ยกโทษ พี่จงบำรุงมารดาบิดาเถิด ส่วนข้าพเจ้า ก็จะประพฤติตามถ้อยคำของพี่ คือจักเป็นผู้กระทำตามถ้อยคำ จะตั้งใจบำรุงด้วยความเป็น ผู้ไม่เกียจคร้าน ทุกคืนทุกวัน"

พระมหาสัตว์นั้นมิได้ถือโทษหรือผูกเวรในนันทบัณฑิตมาก่อนเลย แต่เมื่อนันทบัณฑิตกล่าวถ้อยคำอันกระด้างกระเดื่องเป็นอย่างยิ่ง จึงได้หาวิธีข่มให้ลดละมานะเสีย

ครั้นมาบัดนี้ได้สดับถ้อยคำของนันทบัณฑิตจึงมีจิตยินดีเกิดความเลื่อมใสและกล่าวว่า "นันทะน้องเอ๋ย บัดนี้พี่ยกโทษให้แก่เธอแล้ว และเธอจักได้ปฏิบัติมารดาบิดา ดูก่อนนันทะ เธอรู้แจ้งสัทธรรมที่สัตบุรุษทั้งหลายแสดงแล้วเป็นแน่ เธอเป็นคนดี มีมารยาทอันงดงาม พี่ขอบใจเป็นยิ่งนัก"

โดย ศาลาธรรม [11 ส.ค. 2552 , 17:59:33 น.] ( IP = 58.9.103.90 : : )


  สลักธรรม 13

พระมหาสัตว์กล่าวกับบิดามารดาว่า " ภาระนี้ หาใช่เป็นภาระเพียงชั่วครั้งชั่วคราวของข้าพเจ้าไม่ การบำรุงที่ข้าพเจ้าบำรุงแล้วนี้ย่อมนำความสุขมาให้แก่มารดาบิดาได้ แต่นันทะย่อมทำการขอร้องอ้อนวอนเพื่อบำรุงท่านทั้งสองบ้าง ขอให้ท่านทั้งสองผู้หนึ่งจงเลือกนันทะตามความปรารถนาเถิด"

มารดาได้ลุกขึ้นจากอาสนะกล่าวว่า "พ่อโสณบัณฑิตเอ๋ย น้องชายของพ่อจากไปเสียนานแล้ว แต่บัดนี้พ่ออนุญาตแล้ว แม่ก็จักได้กอดรัดลูกนันทะผู้ประพฤติพรหมจรรย์นี้ ด้วยแขนทั้งสองแล้วพึงได้การจูบศีรษะ"

พระมหาสัตว์พูดว่า "ข้าแต่แม่ ถ้าอย่างนั้นลูกยอมอนุญาต แม่จงไปสวมกอดนันทะลูกชายของแม่แล้วจงจูบและจุมพิตที่ศีรษะนันทะ จงทำความเศร้าโศกภายในใจของแม่ให้ดับไปเสียเถิด"

มารดาพระโพธิสัตว์จึงไปหานันทะนั้นแล้วสวมกอดนันทบัณฑิตในท่ามกลางบริษัทแล้วจูบและจุมพิตนันทะนั้นที่ศีรษะดับความเศร้าโศกในดวงใจให้หายแล้ว แล้วกล่าวกับพระมหาสัตว์ว่า

"ใบอ่อนของต้นอัสสัตถพฤกษ์ เมื่อลมรำเพยพัด ต้องแล้ว ย่อมหวั่นไหวไปมา ฉันใด หัวใจของแม่ก็หวั่นไหว เพราะนาน ๆ จึงได้เห็นลูกนันทะ ฉันนั้น

เมื่อใด เมื่อแม่หลับแล้วฝันเห็นลูกนันทะมา แม่ก็ดีใจอย่างล้นเหลือว่า ลูกนันทะของแม่นี้มาแล้ว

แต่เมื่อใด ครั้นแม่ตื่นขึ้นแล้ว ไม่ได้เห็นลูกนันทะของแม่มา ความเศร้าโศกและความเสียใจมิใช่น้อยก็ทับถมยิ่งนัก

วันนี้ แม่ได้เห็นลูกนันทะผู้จากไปนาน กลับมาแล้ว ขอลูกนันทะ จงเป็นที่รักของบิดาเจ้าและของแม่เอง ขอลูกนันทะ จงเข้าไปสู่เรือนของเราเถิด

ดูก่อนพ่อ โสณะเอ๋ย ลูกนันทะเป็นที่แสนรักยิ่งของบิดา ลูกนันทะยังไม่ได้เข้าไปสู่เรือนใด ขอให้ลูกนันทะจงได้เรือนนั้น ขอลูกนันทะจงบำรุงแม่เถิด"

โดย ศาลาธรรม [11 ส.ค. 2552 , 17:59:52 น.] ( IP = 58.9.103.90 : : )


  สลักธรรม 14

พระมหาสัตว์จึงกล่าวสอนน้องชายว่า "ดูก่อนน้องนันทะ น้องได้ส่วนปันของพี่แล้ว ธรรมดาว่ามารดาเป็นผู้กระทำคุณไว้เป็นยิ่งนัก น้องอย่าประมาทพึงตั้งใจปฏิบัติท่านเถิด มารดาเป็นผู้อนุเคราะห์ เป็นที่พึ่ง มารดาเป็นผู้ให้ขีรรสก่อน เป็นผู้เลี้ยงดูเรามา เป็นผู้ชักชวนเราในบุญกุศล เป็นทางแห่งโลกสวรรค์ "

ดูก่อนน้องนันทะเอ๋ย น้องได้มารดาผู้ทำกิจที่ทำได้ยากไว้แล้ว เราทั้งสองคนนี้มารดาท่านก็ได้ประคับประคองมาโดยยากลำบาก บัดนี้น้องอย่าได้ประมาทนะ จงพยายามปฏิบัติมารดาท่านเถิด น้องอย่าให้ท่านบริโภคผลไม้น้อยใหญ่ทั้งหลายที่ไม่อร่อยอีกนะ "

และพระมหาสัตว์ประกาศในท่ามกลางบริษัทว่า "มารดาหวังผลคือบุตร จึงนอบน้อมแก่เทวดา และไต่ถามถึงฤกษ์ ฤดูและปีทั้งหลาย เมื่อมารดานั้น มีระดู ความก้าวลงแห่งสัตว์ผู้เกิดในครรภ์ ก็ย่อมมี เพราะสัตว์เกิดในครรภ์นั้น มารดาจึงแพ้ท้อง เพราะเหตุนั้น บัณฑิตจึงเรียกมารดานั้นว่า เป็นผู้มีใจดี

มารดาบริหารครรภ์อยู่หนึ่งปี หรือหย่อนกว่าปีแล้วจึงคลอด เหตุนั้น บัณฑิตจึงเรียกมารดานั้นว่า ชนยันตี และชเนตตี ผู้ยังบุตรให้เกิด

มารดาย่อมปลอบบุตร ผู้ร้องไห้อยู่ให้รื่นเริง ด้วยการให้ดื่มน้ำนมบ้าง ด้วยการขับกล่อมบ้าง ด้วยการอุ้มแนบไว้กับอกบ้าง เหตุนั้น บัณฑิตจึงเรียกมารดานั้นว่า ปลอบบุตรให้รื่นเริง

ต่อแต่นั้นมารดาเห็นบุตรผู้ยังเป็นเด็กอ่อนไม่รู้จักเดียงสา เล่นอยู่ท่ามกลางสายลมและแสงแดดอันกล้า ก็เข้ารับขวัญ เพราะเหตุนั้น บัณฑิตจึงเรียกมารดานั้นว่า โปเสนตี ผู้เลี้ยงดูบุตร

มารดาย่อมคุ้มครองทรัพย์แม้ ทั้งสองฝ่าย คือทรัพย์ของมารดา และทรัพย์ของบิดา เพื่อบุตรนั้น ด้วยตั้งใจว่า ทรัพย์ทั้งสองฝ่ายพึงเป็นของบุตรแห่งเรา มารดายังบุตรให้ศึกษาดังนี้ว่า อย่างนี้ ซิลูก อย่างโน้นซิลูก ย่อมลำบาก เมื่อบุตรกำลังรุ่น หนุ่มคะนอง มารดาย่อมคอยมองดูบุตร ผู้หลงเพลิด เพลินในภรรยาผู้อื่น จนพลบค่ำก็ยังไม่กลับมา ย่อมเดือดร้อนด้วยประการฉะนี้.

โดย ศาลาธรรม [11 ส.ค. 2552 , 18:00:09 น.] ( IP = 58.9.103.90 : : )


  สลักธรรม 15

บุตรผู้อันมารดาเลี้ยงดูมาแล้วด้วยความลำบาก อย่างนี้ ไม่บำรุงมารดา บุตรนั้นชื่อว่า ประพฤติผิดในมารดา ย่อมเข้าถึงนรก

บุตรผู้อันบิดาเลี้ยงมาแล้วด้วยความลำบากอย่างนี้ ไม่บำรุงบิดา บุตรนั้นชื่อ ว่าประพฤติผิดในบิดา ย่อมเข้าถึงนรก

เราได้สดับมาว่า เพราะไม่บำรุงมารดา แม้ทรัพย์ที่เกิดแก่บุตรทั้งหลาย ผู้ปรารถนาทรัพย์ย่อมฉิบหายหรือบุตรนั้นย่อมเข้าถึงความยากแค้น

เราได้สดับมาว่า เพราะไม่บำรุงบิดา แม้ทรัพย์ที่เกิดแก่บุตรทั้งหลาย ผู้ปรารถนาทรัพย์ ย่อมฉิบหาย หรือบุตรนั้นย่อมเข้าถึงความยากแค้น

ความรื่นเริง ความบันเทิงและความหัวเราะเล่นหัวกันทุกเมื่อ บัณฑิตผู้รู้แจ้งพึงได้เพราะ การบำรุงมารดา ความรื่นเริง ความบันเทิงและ ความหัวเราะเล่นหัวกันทุกเมื่อ บัณฑิตผู้รู้แจ้งพึง ได้เพราะการบำรุงบิดา

สังคหวัตถุ ๔ ประการนี้ คือ ทาน การให้ ๑ ปิยวาจา เจรจาคำน่ารัก ๑ อัตถจริยา การประพฤติประโยชน์ ๑ สมานัตตตา ความเป็นผู้มี ตนเสมอในธรรมทั้งหลายตามสมควรในที่นั้น ๆ ย่อมมีในโลกนี้ เหมือนเพลารถย่อมมีแก่รถที่กำลังแล่นไป

ฉะนั้น ถ้าสังคหวัตถุเหล่านี้ ไม่พึงมีไซร้ มารดาก็จะไม่พึงได้รับความนับถือหรือการบูชา เพราะเหตุแห่งบุตร หรือบิดาก็จะไม่พึงได้ความนับถือหรือการบูชา เพราะเหตุแห่งบุตร

ก็เพราะบัณฑิตทั้งหลาย ย่อมพิจารณาเห็นสังคหวัตถุนี้ ฉะนั้น บัณฑิตเหล่านั้น ย่อมถึงความเป็นผู้ประเสริฐ และเป็นผู้อันเทวดาและมนุษย์พึงสรรเสริญ มารดาและบิดา บัณฑิตเรียกว่า เป็นพรหมของบุตร เป็นบุรพาจารย์ของบุตร เป็นผู้ควรรับของคำนับจากบุตร และว่าเป็นผู้อนุเคราะห์บุตร

เพราะเหตุนั้นแล บุตรผู้เป็นบัณฑิตพึงนอบน้อม และสักการะมารดาบิดาทั้ง ๒ นั้นด้วย ข้าว น้ำ ผ้านุ่ง ผ้าห่ม ที่นอน การขัดสี การให้อาบน้ำ และการล้างเท้า

บัณฑิตทั้งหลายย่อมสรรเสริญบุตรนั้นด้วยการบำรุงในมารดาบิดาในโลกนี้ ครั้นบุตรนั้นละโลกนี้ไปแล้ว ย่อมบันเทิงในสวรรค์"

โดย ศาลาธรรม [11 ส.ค. 2552 , 18:00:27 น.] ( IP = 58.9.103.90 : : )


  สลักธรรม 16

พระมหาสัตว์ ได้แสดงพระธรรมเทศนาจบลง ประดุจว่าพลิกภูเขาสิเนรุขึ้นด้วยประการฉะนี้ พระราชาและหมู่พลนิกายทั้งหมด ได้สดับพระธรรมเทศนานั้นแล้ว ต่างก็พากันเลื่อมใสแล้ว

ต่อจากนั้นพระมหาสัตว์จึงแนะนำพระราชาเหล่านั้น ให้ตั้งอยู่ในศีลห้าแล้วสั่งสอนว่า "ขอมหาบพิตรทั้งหลาย จงเป็นผู้ไม่ประมาทในบุญมีทานเป็นต้นเถิด" แล้วส่งเสด็จพระราชาเหล่านั้นกลับไป พระราชาเหล่านั้นแม้ทั้งหมด ทรงปกครองราชสมบัติโดยธรรม ฝ่ายโสณบัณฑิตและนันทบัณฑิตดาบส ๒ พี่น้อง ได้ปฏิบัติบำรุงมารดาบิดา ตราบจนถึงสิ้นอายุ ก็ได้ไปบังเกิดในพรหมโลก.

พระศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว จึงทรงประชุมชาดกว่า มารดาบิดาของเราในกาลนั้น ได้มาเป็นตระกูลมหาราชในบัดนี้ พระเจ้ามโนชราชในกาลนั้น ได้มาเป็นพระสารีบุตร พระราชา ๑๐๑ พระองค์ ได้มาเป็นพระอสีติมหาเถระ และมาเป็นพระสาวกอื่น ๆ หมู่พลนิกาย ๒๔ อักโขภิณี ก็ได้มาเป็นพุทธบริษัท นันทบัณฑิต ได้มาเป็นพระอานนท์ ส่วนโสณบัณฑิต ก็คือเราตถาคตนั่นเอง ฉะนี้แล

จบโสณนันทชาดก


โดย ศาลาธรรม [11 ส.ค. 2552 , 18:00:46 น.] ( IP = 58.9.103.90 : : )


  สลักธรรม 17

ขณะพิจารณารถราวิ่งไปวิ่งมาน่าจะเป็นสมมติหรือบัญญัติอันเกิดจากกรรมยถากรรมสำหรับตัวข้าพเจ้าเองมอไปที่รถปิดกระจกก็ไม่เห็นว่ามีคนขับคิดปรุงแต่งไปเองว่ามีคนขับพิจารณาว่าเป็นสมมติ น่าจะเป็นธรรมรูปนาแต่พอดูให้ดี ๆ ว่าใครเป็นคนขับเราเห็นว่ามีคนใส่เสื้อว่าเป็นรูปนามสมมติตามสัญญาของเราว่าคิดว่าสมมติอีกแหละตามยถากรรมที่ข้าเจ้าจะต้องเจก็อาศัยที่เคยเดินทางนี้ประจำจึงจำใจจดจำเอาเป็นบัญญัติสำหรับตัวข้าพเจ้าเอง เข้าใจถูกหรือเปล่าอ

โดย คชสาร - [21 ส.ค. 2552 , 03:17:17 น.] ( IP = 202.57.175.226 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org