| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ร่มธรรม (๒๖)
ปลูกฝังลูก
โดย อาจารย์วศิน อิทรสระ
ตอนที่ผ่านมา
เมื่อชาครนิ่งอยู่พระผู้นั้นได้กล่าวต่อไปว่า
ดูก่อนชาคร! หากพูดกันอย่างตรงไปตรงมา ข้าพเจ้าก็ใคร่จะกล่าวว่า ลัทธิเชนของท่านนั้น เป็นลัทธิสรรเสริญการฆ่าตัวตาย โดยวิธีทรมานตนอย่างเข้มงวด มีอดอาหารเป็นต้นว่าเป็นบุญอันสูงสุด แต่ความเป็นจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ ข้าพเจ้าหมายความว่าการฆ่าตัวตาย โดยวิธีนั้นไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อันใด จิตใจก็เต็มไปด้วยความกระวนกระวายการทรมานตนแบบต่างๆ นั้น พระศาสดาของข้าพเจ้าได้เคยทรงกระทำมาแล้วที่เรียกว่า ทุกกรกิริยา แต่พระองค์ทรงแน่พระทัยว่าไม่ใช่ทางแห่งการตรัสรู้จึงเลิกเสีย
พระองค์ทรงเล่าให้พระสาวกฟังว่า สารีบุตร! เราตถาคตได้ประพฤติ ตบสีลวัตร เช่น เปลือยกายไม่เอาใจใส่ต่อมรรยาทใดๆ เช็ดอุจจาระด้วยมือ บริโภคแต่ผักต่างๆ บ้าง หญ้าบ้าง โคมัย (ขี้โค) บ้าง...เดินบนหนามบ้างนอนบนหนามบ้าง...สารีบุตร! ลูบวัตร ของเราก็มี คือร่างกายของเราเกรอะกรังไปด้วยธุลีเป็นปีๆ ...สารีบุตร! เชคุจฉวัตรของเราก็มี คือเราจะก้าวไป หรือถอยกลับอย่างระมัดระวังอย่างยิ่ง เกรงสัตว์น้อยๆ ซึ่งมีชีพไม่เสมอกันกับเรา จะสิ้นชีวิต สารีบุตร! ปววิตตวัตร ของเราก็มี คือเราเที่ยวหลีกเร้นจากป่านี้สู่ป่าโน้น เพื่อไม่ให้ใครเห็นเรา และเราจะได้ไม่เห็นใครส่วนมหาวิกตโภชนวัตร ของเรานั้น คือเราบริโภคโคมัยของลูกโคที่ยังดื่มนมแม่ บริโภคอุจจาระของตนเองอีกอย่างหนึ่งคือ อุเบกขาวัตร คือเรานั้นนอนในป่าช้าทับกระดูกแห่งซากศพทั้งหลาย พวกเด็กเลี้ยงโคโห่ร้องใส่หูเราบ้าง ถ่ายมูตรรดบ้าง ซัดฝุ่นใส่บ้าง เอาไม้แหลมทิ่มช่องหูบ้าง เราก็วางเฉย ไม่มีจิตเป็นบาปต่อเด็กเหล่านั้น
ดูก่อนชาคร! วัตรแห่งเดียรถีย์ นิครนถ์ต่างๆ นั้น พระศาสดาของข้าพเจ้า ได้ทรงทดลองมาด้วยพระองค์เองแล้วทั้งสิ้น ทรงเห็นว่าไร้ประโยชน์จึงทรงเลิกเสีย แล้วทรงบำเพ็ญเพียรฝึกฝนพระทัยให้เอาชนะกิเลสได้ เมื่อพระองค์ได้ตรัสรู้แล้วจึงทรงห้ามสาวกกระทำการทรมานอย่างนั้น และห้ามปล่อยตนให้หมกมุ่นในกามารมณ์อันเป็นทางสายหย่อนแลแล้วพระองค์ทรงแสดงมัชฌิมาปฏิปทา คือทางสายกลางอันได้แก่ ความเห็นชอบ, ความดำริชอบ, การพูดชอบ, การกระทำชอบ, การเลี้ยงชีพชอบ, ความเพียรชอบ, การตั้งสติชอบ, และสมาธิชอบ
สาวกของพระพุทธเจ้า ได้แสดงคุณลักษณะพิเศษ แห่งพระพุทธศาสนาอื่นอีกเป็นเอนกปริยาย แล้วลากลับสู่เชตวนาราม
โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [13 ส.ค. 2552 , 07:44:27 น.] ( IP = 58.8.46.178 : : )
สลักธรรม 1เมื่อพระภิกษุนั้นกลับแล้ว บิดาของเจ้าได้นำปัญหาต่างๆ มาคิดอยู่หลายวันเขาไม่ยอมพูดกับแม่ แต่มิใช่โกรธเคืองอะไรเขามีท่าทางตรึกตองอยู่ตลอด เมื่อวันที่ ๔ เขาจึงพูดกับแม่และบอกว่า เขาได้เปลี่ยนใจ มานับถือพระพุทธศาสนาแล้ว จะทำอย่างไรต่อไป แม่ดีใจที่สุด แม่ถือว่านั่นคือรางวัลอันประเสริฐที่พ่อของเจ้าให้แก่แม่ในปีนั้น แม่มีความสุขใจอย่างบอกไม่ถูก แม่ได้พาพ่อของเจ้าไปเฝ้าพระบรมศาสดา ณ เชตวนารามให้เขาแสดงตนเป็นพุทธมามกะพระศาสดาทรงโมทนา และทรงประทานพระโอวาทใจความว่า
ทางดำเนินชีวิตนั้น มีทางผิดและทางถูก บุคคลผู้มีความดำริผิดเป็นโคจร ย่อมดำเนินไปสู่ทางที่ผิดยิ่งเดินไปนานเท่าใดก็ยิ่งไกลจากจุดหมายปลายทางแห่งชีวิตเท่านั้นส่วนบุคคลที่มีความดำริชอบเป็นโคจร ย่อมดำเนินชีวิตไปสู่ทางที่ถูกยิ่งดำเนินไปก็ยิ่งใกล้ต่อความมุ่งหมายอันแท้จริงของชีวิต
ก็อะไรเล่าคือจุดหมายของชีวิต? จุดมุ่งหมายสูงสุดของชีวิตคือการดับไม่เหลือแห่งกิเลส (อนุปาทาปรินิพพาน) ทางที่จะให้ถึงจุดมุ่งหมายนั้น คือการประพฤติธรรมตั้งแต่ขั้นต่ำไปจนถึงขั้นสูง
เมื่อโลกและชีวิตถูกชราและมรณะเบียดเบียนบีบคั้นอยู่เสมือนภูเขาศิลาล้วนกลิ้งบดสัตว์มาทั้ง ๔ ทิศ ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ สิ่งที่ควรทำอย่างยิ่งก็คือ สมจริยา ธรรมจริยา บุญญกิริยา ไม่ควรประมาท เพราะชีวิตนี้น้อยนัก ไม่ถึงร้อยปีก็จักตาย ที่มีชีวิตถึงร้อย หรือเกินร้อยก็มีน้อย และจะต้องตายเพราะชราเป็นแน่แท้ เพราะฉะนั้นบุคคลผู้มีปัญญาพึงประพฤติธรรมให้มั่น เพราะบุญเท่านั้นที่จะเป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งหลายในปรโลกได้โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [13 ส.ค. 2552 , 07:45:08 น.] ( IP = 58.8.46.178 : : )
สลักธรรม 2อย่างไรก็ตาม บุคคลแม้มีบุญ แต่บุญนั้นอาจหมดสิ้นได้ โอกาสที่จะตกต่ำก็มีอยู่ จึงควรสั่งสมบุญเพิ่มอยู่เสมอ การทำบุญจะได้ผลมากก็ต้องประกอบด้วยเหตุ ๓ ประการคือ ศรัทธา เทยยธรรม และทักขิเณยยบุคคล
ศรัทธาในประการต้นนั้น คือความเชื่อในเรื่องกรรมและผลของกรรม และทำใจให้ผ่องใสในการบริจาคทาน ทั้งเวลาก่อนให้ กำลังให้ และให้แล้ว
เทยยธรรมประการที่สองนั้น คือวัตถุที่จะให้มีข้าวน้ำเป็นต้นอันบุคคลได้มาแล้วโดยชอบธรรม ไม่ทุจริตคดโกงใครมา และวัตถุนั้นควรแก่ผู้รับ เหมาะแก่ผู้รับไม่เป็นโทษแก่ผู้รับ
ทักขิเณยบุคคลประการสุดท้ายนั้น ได้แก่บุคคลผู้รับทักษิณา กล่าวคือผู้รับทานต้องเป็นผู้มีศีลดี มีธรรมงามตามภูมิชั้นแห่งตน กำหนดอย่างสูงคือผู้ปราศจากราคะ โทสะและโมหะ
หญ้าที่งอกแซมต้นข้าวขึ้นมา ย่อมแย่งอาหารของต้นข้าวเป็นศัตรูของต้นข้าว ไม่ให้ต้นข้าวเจริญงอกงามเท่าที่ควรฉันใด ราคะ โทสะ และโมหะก็เป็นโทษแก่จิตใจของบุคคล เป็นศัตรูประทุษร้ายจิตใจ ไม่ให้เจริญผ่องแผ้วเต็มที่ การทำบุญในบุคคลผู้ปราศจาก ราคะ โทสะ และโมหะเหมือนการหว่านพืชลงในเนื้อนาดี
เพราะฉะนั้น บุคคลผู้มีปัญญาจึงควรเลือกให้ทาน เราตถาคตสรรเสริญการเลือกให้ การให้แก่ผู้มีศีลมีธรรมย่อมมีผลมาก ส่วนการให้แก่บุคคลผู้ไม่มีศีลธรรม หามีผลมากเช่นนั้นไม่
อังกุรเทพบุตรผู้มีอัธยาศัยโอฬาร เมื่อเป็นมนุษย์เคยทำทานมาเป็นเวลาถึงหมื่นปี หุงข้าวต้มแกงตั้งเตายาวถึง ๑๒ โยชน์ มาเป็นเวลาหลายชาติ แต่ทานนั้นได้กระทำแก่บุคคลผู้ไม่มีศีล ว่างเปล่าจากคุณธรรม ส่วนอินทกเทพบุตรได้ถวายอาหารเพียงทัพพีเดียวแก่พระอนุรุทธะ เมื่อเข้าเทวสมาคม แวดล้อมเรา ในเบื้องแรก อังกุรเทพบุตรและอินทกะเทพบุตรก็นั่งใกล้ชิดเราเสมอกัน แต่พอเทพผู้มีศักดิ์ใหญ่มา อังกุระต้องถอยร่นออกไปถึง ๑๒ โยชน์ ส่วนอินทกะคงนั่งอยู่ที่เดียวนั่นเอง
เพราะฉะนั้น บุคคลควรเลือกให้ทาน แก่บุคคลผู้ควรแก่การรับคือผู้มีศีลมีธรรมโดย เทพธรรม...นำมาฝาก [13 ส.ค. 2552 , 07:45:38 น.] ( IP = 58.8.46.178 : : )
สลักธรรม 3พระศาสดา ทรงหลั่งพระธรรมเทศนาอันชุ่มฉ่ำประหนึ่งพิรุณให้โปรยปรายลงสู่ดวงใจของชาคร-พ่อของเจ้าเขาลุกขึ้นนั่งคุกเข่าประคองอัญชลี ทำผ้าเฉวียงบ่าประกาศว่า
แจ่มแจ้งจริง พระองค์ผู้เจริญ! แจ่มแจ้งจริง พระธรรมเทศนาของพระองค์เสมือนหงายของคว่ำ เปิดของที่ปิด บอกทางแก่คนหลงทาง ส่องประทีปในที่มืดให้คนมีจักษุได้เห็นรูป ข้าพระองค์ขอถึงพระองค์พร้อมด้วยพระธรรมและพระสงฆ์ว่าเป็นที่พึ่ง ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ตราบชั่วชีวิต
ลูกเอย! พระพุทธคุณนั้นมีมากล้น เสียงสรรเสริญอันนี้มีอยู่ทั่วไป
พราหมณ์ชื่อคณกะ โมคคัลลานะได้ทูลสรรเสริญไว้ว่าบรรดาไม้ที่มีรากหอม กฤษณาเป็นเลิศ บรรดาไม้ที่มีแก่นหอม จันทน์แดงเป็นยอด บรรดาไม้ที่มีดอกมะลิเป็นยอดฉันใด บรรดาปรมัตถธรรมทั้งหลาย โอวาทของพระโคดมย่อมเป็นยอดฉันนั้น
นิครนถ์ก็ชื่อสัจจกะ กล่าวสรรเสริญไว้ว่า บุรุษปะทะช้างซับมันก็ดี เจอกองไฟกำลังลุกโชนก็ดี กระทบงูพิษก็ดีอาจมีทางเอาตัวรอดได้บ้าง แต่มาเจอะพระโคดมเข้าแล้วไม่มีทางรอดไปได้ (ต้องยอมเคารพนับถือ)
ปิโลติกะปริพพาชกกล่าวสรรเสริญไว้ต่อหน้านุสโสภี พราหมณ์ว่า
คนที่จะรู้ถึงความเฉียบแหลมของพระโคดมได้ ก็มีแต่คนที่รอบรู้และเฉียบแหลมเท่ากับพระสมณโคดมเท่านั้น (ซึ่งจะมีแต่ที่ไหน?) ข้าพเจ้าน่ะหรือจะไม่สรรเสริญพระโคดมที่ใครๆ พากันสรรเสริญทั่วหน้าว่าประเสริฐกว่าเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายโดย เทพธรรม...นำมาฝาก [13 ส.ค. 2552 , 07:46:14 น.] ( IP = 58.8.46.178 : : )
สลักธรรม 4พราหมณ์ชานุสโสภีถามว่า ไฉนจึงมีความเลื่อมใสพระสมณโคดมมากมายปานนั้น?
ปิโลติกะ ปริพพาชกกล่าวว่า ไยเล่าข้าพเจ้าจะไม่เลื่อมใสพระสมณโคดม เปรียบเสมือนนักล่าช้างผู้ฉลาด ได้เห็นรอยเท้าช้างในป่า ทั้งยาวและกว้างมาก ก็แน่ใจได้ว่าช้างนั้นต้องใหญ่ ฉันใด ข้าพเจ้าก็ฉันนั้น ได้เห็นเครื่องยืนยัน ๔ ประการในสมณโคดมแล้วจึงแน่ใจว่า พระผู้มีพระภาคนั้นเป็นผู้ตรัสรู้ชอบเอง พระธรรมอันพระองค์ตรัสไว้ถูกต้องแล้ว พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเป็นผู้ปฏิบัติดีแล้ว
เครื่องยืนยันทั้ง ๔ ประการนั้น คือ
๑. ข้าพเจ้าได้เห็นขัตติยบัณฑิตบางพวก มีปัญญาละเอียดสุขุม เคยโต้วาทีมาอย่างเชี่ยวชาญ มีปัญญาคมกล้าเที่ยวทำลายความเห็นของผู้อื่นด้วยปัญญาของตน บัณฑิตเหล่านั้น เมื่อทราบว่าพระสมณโคดมอยู่ที่ใดก็ผูกปัญหาไปเฝ้าเพื่อต้องการจะแย้งให้จน แต่พอไปเฝ้าเท่านั้นพระสมณโคดมก็แสดงธรรมให้ฟัง ให้ร่าเริงด้วยธรรมแล้วก็หาได้ถามปัญหาไม่ ไม่ต้องพูดถึงว่าจะแย้งตามที่คิดมา ขัตติยบัณฑิตเหล่านั้นพากันเป็นสาวกของพระโคดมหมดสิ้น
๒. ข้าพเจ้าได้เห็นพราหมณ์บัณฑิต......
๓. ข้าพเจ้าได้เห็นคหบดีบัณฑิต.....
๔. ข้าพเจ้าได้เห็นสมณบัณฑิต.....ฯลฯ
โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [13 ส.ค. 2552 , 07:47:07 น.] ( IP = 58.8.46.178 : : )
สลักธรรม 5เมื่อบัณฑิตเหล่านั้นเลื่อมใส ยอมตนเป็นสาวกแล้ว พระสมณโคดมย่อมให้การบรรพชาอุปสมบทแก่พวกเขา ครั้นได้บวชแล้วบัณฑิตเหล่านั้น ก็ปลีกตนออกจากหมู่ไปสู่ที่สงัดไม่ประมาทมีความเพียรเผากิเลส ไม่นานนักก็ได้สำเร็จกิจพรหมจรรย์ที่กุลบุตรปรารถนา ท่านเหล่านั้นได้พากันกล่าวว่า เราไม่ขยี้หัวใจของเราอีกต่อไปแล้ว ก่อนนี้ไม่เป็นสมณะก็ปฏิญาณตนว่าเป็นสมณะ....ไม่เป็นอรหันต์ก็ปฏิญาณตนว่าเป็นอรหันต์ บัดนี้พวกเราเป็นสมณะแล้ว....เป็นอรหันต์แล้ว
ด้วยเหตุนี้แหละท่านผู้เจริญ! ข้าพเจ้าจึงแน่ใจในพระปัญญาตรัสรู้ของพระโคดม และข้าพเจ้าเชื่อว่าพระโคดมนั้นทรงมีพระคุณธรรมลึกจนผู้อื่นไม่อาจหยั่งถึงได้ จะได้ก็แต่เพียงอนุมานเอา
กุรุพินทาเล่าเรื่องเหล่านี้ให้โชติมันต์ฟัง เพื่อโน้มน้าวจิตใจบุตรให้มีความเลื่อมใสหนักแน่นในพระคุณของพระศาสดา พระธรรมและพระสงฆ์ นางแน่ใจว่า วิธีเดียวที่จะให้บุตรเอาตัวรอดปลอดภัยในการดำเนินชีวิต ก็คือปลูกฝังให้เป็นผู้ใคร่ธรรม ชักนำให้ศรัทธาเลื่อมใสในพระรัตนตรัย และปฏิบัติตามพระพุทธโอวาท
แลแล้วกุรุพินทาจึงกล่าวต่อไป
เมื่อแม่และพ่อของเจ้ารักกันและถูกขัดขวางโดยมารดาบิดาและญาติทางฝ่ายแม่ เราทั้งสองก็ต้องหาทางออกเอาเอง ความรักนั้นเป็นเสมือนน้ำในแม่น้ำ เมื่อถูกกีดกันขัดขวางไม่ให้ไหลไปอีกทางหนึ่ง มันก็ต้องไหลมาอีกทางหนึ่งโดย เทพธรรม...นำมาฝาก [13 ส.ค. 2552 , 07:47:38 น.] ( IP = 58.8.46.178 : : )
สลักธรรม 6แม่และพ่อของเจ้าคิดกันอยู่นานว่าจะทำอย่างไรจึงจะได้ครองรักสมปรารถนา แต่ก็หาไม่ได้ เขาได้เคยเสนอให้แม่หนีตามเขาไป แต่แม่ไม่สมัครใจทำอย่างนั้น เพราะรู้สึกละอายเกินไป ในที่สุด แม่จึงตัดสินใจอดอาหารประท้วงรัก แม่ตั้งใจอย่างเด็ดเดี่ยวว่าหากมารดาบิดาไม่ยินยอม แม่ก็จะยอมอดอาหารจนตายไป ขณะที่แม่อดอาหารนั้น มารดาบิดาและญาติต่างก็มาเยี่ยมเยียนเอาใจ ทั้งปลอบทั้งขู่ แต่ก็ไร้ผล พอถึงวันที่ ๓ เมื่อมารดาบิดาเห็นว่าแม่ไม่ยอมเลิกอดอาหารเข้าจริง ท่านจึงยอมให้แม่แต่งงานกับพ่อของเจ้า การแต่งงานนั้นเป็นไปอย่างเงียบเชียบที่สุด ไม่เหมือนการแต่งงานของคู่อื่นๆ ในตระกูลที่เสมอกัน
เมื่อแต่งงานแล้ว ญาติของแม่เจ้าก็ยังแสดงอาการรังเกียจพ่อของเจ้าอยู่ จะมีที่ไม่รังเกียจอยู่ก็เห็นจะเป็นท่านราเมศร์ลุงของเจ้านี่แหละ เขาเป็นคนเห็นอกเห็นใจผู้อื่นมาตั้งแต่หนุ่ม นิสัยอันนั้น ก็ถ่ายทอดมาถึงสุมิตตาบุตรีของเขาด้วย แม่ถือว่าคนที่รังเกียจสามีก็เหมือนรังเกียจแม่ด้วย อย่าอยู่ร่วมกันเสียดีกว่า แม่จึงตัดสินใจเดินทางไปสาวัตถี ไปอาศัยอยู่ ณ สัมมาคาม
ลูกจะเห็นว่า ภูมิลำเนาเดิมของพ่อและแม่อยู่ที่ราชคฤห์นี่เอง หาใช่สาวัตถีไม่ หากลูกพอใจจะตั้งหลักแหล่งอยู่ในราชคฤห์ต่อไป แม่ก็ไม่ขัดข้อง และบางทีอาจย้ายครอบครัวจากสัมมาคามมาอยู่ราชคฤห์ด้วยก็ได้
เมื่อโชติมันต์นิ่งอยู่ กุรุพินทาจึงกล่าวต่อไปว่า
ลูกเอย! ในการครองชีวิตฆราวาสนั้น หากไม่จนได้ก็ดี เพราะทรัพย์ก็ยังเป็นที่นิยมกันอยู่ในโลก แต่หากจำเป็นจะต้องจนทรัพย์ก็อย่าจนคุณงามความดี เพราะความดีเท่านั้นจะให้ลูกมีความชุ่มฉ่ำในหัวใจอยู่เสมอ หากจำเป็นจะต้องยากจนก็ให้ครองชีวิตอย่างมีเกียรติคือไม่เกาะใครกินโดยมิได้ทำประโยชน์อะไรแก่เขาเป็นการตอบแทน ยกเว้นพิการจนไม่อาจทำอะไรได้
โปรดติดตามตอนต่อไป
![]()
โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [13 ส.ค. 2552 , 07:48:14 น.] ( IP = 58.8.46.178 : : )
สลักธรรม 7![]()
โดย น้องกิ๊ฟ [13 ส.ค. 2552 , 16:19:58 น.] ( IP = 125.27.175.115 : : )
สลักธรรม 8กราบขอบพระคุณ และกราบอนุโมทนาค่ะ
โดย abctoy - [14 ส.ค. 2552 , 11:59:10 น.] ( IP = 203.172.175.9 : : 192.168.1.64 )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |