มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ความสุขที่หายไป








ความสุขที่หายไป



เพื่อความดีแล้วเราทุกคนพึงต้องปฏิบัติ แสวงหา และฝักใฝ่ในสิ่งที่เป็นความดี เพราะความดีให้ผลอันมีประโยชน์แก่ชีวิตมากมาย และความดีก็มีหลายระดับ การที่เราได้ศึกษาทำความเข้าใจมาแล้ว ในวันนี้เราทุกคนจึงรวมใจมาสร้างสรรค์ความดี มีการสวดมนต์ไหว้พระ มีการเจริญชีวิตอยู่ในคุณงามความดี และมีการศึกษาพระอภิธรรมปิฎกเพื่อจะให้เข้าใจ ความเข้าใจ โดยเฉพาะความเข้าใจในเรื่องราวของชีวิต ก็จะนำให้เรามีทิศทางเดินที่ถูกต้อง หรือจะพูดได้ว่าเรากำลังสร้างสัมมาทิฏฐิให้เกิดขึ้น เพราะสัมมาทิฏฐิเปรียบเสมือนเข็มทิศที่จะทำให้เราไม่หลงทาง คือ ความไม่หลงผิดในเรื่องราวของชีวิตและการดำเนินชีวิต เพราะเมื่อเรามีสัมมาทิฏฐิแล้วการสร้างสรรค์ความดีย่อมเป็นสิ่งที่ง่าย

และในเช้าวันนี้เราได้สวดมนต์สร้างสรรค์ความดีและได้กล่าวคำแผ่เมตตากันแล้ว คำแผ่เมตตาก็คือความปรารถนาดีจากใจของเราที่เกิดขึ้นกับสรรพสัตว์ทั้งหลาย เมื่อเราศึกษาแล้วก็จะทราบว่า สรรพสัตว์ทั้งหลายก็มีแหล่งกำเนิดอยู่ในแหล่งกำเนิดทั้ง 4 อยู่ในถนนชีวิต 6 สาย คือ เกิดในครรภ์มารดา เกิดในฟองใข่ เกิดในของโสโครก เกิดเป็นโอปปาติกะ การที่เราแผ่เมตตาไปให้เพื่อนผู้ร่วมเกิด แก่ เจ็บ ตาย ก็คือการส่งความปรารถนาดีด้วยเมตตาจิต ให้เขาทั้งหลาย “จงเป็นสุข เป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย อย่าได้มีความทุกข์กาย ทุกข์ใจเลย ขอจงมีความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้รอดพ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเทอญ”

นี่คือคำจำกัดความที่ไพเราะมาก เป็นบทแผ่เมตตาที่แปลออกมาจากภาษาบาลีที่มีเนื้อความครอบคลุมและกะทัดรัด แต่เมื่อเราลองมาคิดดูว่าสิ่งที่เราปรารถนาดีออกไปสู่ผู้อื่นหรือแม้กระทั่งให้ตัวเราเองนี้เป็นความอยากได้ คือ ขอจงมีความสุขกายสุขใจ ขอให้เรารักษาตนให้รอดพ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเทอญ ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยากในชีวิต เช่น ความทุกข์กาย เราก็มีอยู่ประจำหนีไม่พ้นเลย ปวดหัว ตัวร้อน เป็นไข้หวัด หรือพออายุมากๆ ก็ปวดเข่า เพราะความเสื่อมชรา และเมื่อมีความทุกข์กายเกิดขึ้นก็มีความทุกข์ใจตามมา เช่น ความไม่โล่งใจ

ความทุกข์กายทุกข์ใจเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราหนีไม่พ้น แต่ถ้าเราศึกษาธรรมะและเราวางใจได้ถูกต้อง เราก็จะสามารถดำเนินชีวิตไปในทางที่ดีและพ้นจากเรื่องความทุกข์ใจ หรือเบาสบายจากความทุกข์กายทุกข์ใจที่ไม่ปกติอยู่ อย่างที่หลวงพ่อท่านสอนอยู่เสมอว่า “ไม่มีใครพูดให้เราโกรธ เราโกรธเอง” แต่เราก็ยังโกรธกันอยู่ ไหนใครไม่โกรธแล้วยกมือขึ้น ? ไม่มี

การที่เราศึกษาธรรมะว่าด้วยเรื่องจิต เจตสิก รูป มาแล้วก็จะทำให้ทราบถึงสภาวธรรมต่างๆ อย่างในเรื่องรูป เช่น สัททรูป คือ เสียง ส่วนเจตสิกเป็นนาม จิตเป็นนาม ฉะนั้นในชีวิตของเรามีแต่นาม-นาม-รูป หรือรูปกับนามเท่านั้นเอง แต่เราหาความสุขใจได้ยากเพราะเรามีตัวตน เรายึดมั่นในตัวตนอยู่ตลอดเวลา ฉะนั้น คำพูดที่หลวงพ่อสอนเราว่า “ไม่มีใครพูดให้เราโกรธ เราโกรธเอง” ทำไมเราถึงโกรธ? เพราะเรายังมีคำว่า ”ฉัน” มีความยึดมั่นในความเป็นฉันอยู่ เขาว่าฉัน เขาด่าฉัน เขานินทาฉัน สิ่งเหล่านี้จึงทำให้เราโกรธเพราะความยึดถือ

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก [20 ส.ค. 2552 , 17:13:56 น.] ( IP = 125.27.175.213 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 11

ขอบพระคณและอนุโมทนากับน้องกิ้ฟมากค่ะ
สิ่งได้รับฟังและได้อ่านอีกครั้ง
เป็นประโยชน์ต่อการปรับทัศนให้เห็นถูก และสะท้อนโยงใยให้กลับมาคิดสิ่งที่กระทบกับชีวิตในทุกรูปแบบ

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อีกครั้งนะคะ เป็นธรรมะที่ดีมากๆนะคะ และถ่ายทอดได้อย่างมีศิลปและศาสตร์อย่างยอดเยี่ยมค่ะ มาอ่านใหม่ยิ่งทำให้ชัดกว่าเดิม

โดย น้องอุ๊ [22 ส.ค. 2552 , 17:27:25 น.] ( IP = 125.24.3.252 : : )


  สลักธรรม 12

เรื่องที่ท่านอาจารย์นำมาเล่าให้ฟังทั้งสี่เรื่อง ทำให้เห็นถึงสภาพอารมณ์ในแบบต่างๆได้เป็นอย่างดีเลยครับ ทั้งเรื่องลิงที่ไม่ยอมปล่อยวางของที่อยู่ในมือ ทั้งเรื่องคุณยายที่ทำเข็มหายในห้องแต่ดันไปเดินหานอกห้อง (ตลกจัง) ทั้งเรื่องเศรษฐีที่อยู่ๆเกิดติดใจในสีเขียวแล้วก็ไปบังคับให้ทุกอย่างเปลี่ยนเป็นสีเขียวดังใจให้หมด แล้วก็เรื่องเจ้ายักษ์ที่อุตส่าห์ดีใจว่าได้อิสรภาพกลับคืนมาแล้ว แต่สุดท้ายก็ยังต้องมาเป็นทาสเด็กน้อยต่อไป

พออ่านเรื่องทั้งหมดนี้แล้ว เณรจิ๋วก็รู้สึกสนุกสนานไปกับเนื้อเรื่องนะครับ แต่พอได้นำมาคิดอีกแง่นึงเทียบกับอารมณ์ของตัวเองอย่างที่ท่านอาจารย์ชี้ให้เห็นแล้ว ก็ตระหนักได้ว่าเนื้อเรื่องต่างๆที่ท่านอาจารย์นำมาเล่านั้นอาจจะแตกต่างจากชีวิตเรา แต่สภาพอารมณ์ที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้แตกต่างจากสภาพอารมณ์ที่เรามีกันอยู่เป็นประจำเลยแม้แต่น้อย

ขอกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่ช่วยนำธรรมะที่ให้ข้อคิดดีๆ (พร้อมทั้งความบันเทิง) มาให้กับพวกเรา และขออนุโมทนาและขอบพระคุณน้องกิ๊ฟผู้น่ารักที่นำมาฝากในเวบลานธรรมนี้ด้วยครับ

โดย เณรจิ๋ว [23 ส.ค. 2552 , 15:11:39 น.] ( IP = 120.16.247.110 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org