มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ความประทับใจในห้องเสือพิทักษ์ ตอน 3




คำถาม สงสัยเรื่องอารมณ์พระนิพพานว่าเป็นอย่างไรค่ะ
คำตอบ [font color=0000ff]อารมณ์พระนิพพานไม่ใช่อารมณ์โลกีย์ หรือ โลกุตตร เป็นอารมณ์นอกโลกละได้แล้ว เพราะไม่มีอาสวะกิเลส คือไม่มีปัจจัยปรุงแต่งได้ ไม่มีสัญญามาปรุงแต่ง ความวิปลาสคลาดเคลื่อนไม่มีเลย เรียกว่าเป็นอารมณ์ที่หมดจดจากกิเลส จากเครื่องเศร้าหมอง เปรียบเทียบอย่างนี้ ดื่มน้ำ (หรือเติมน้ำ) ใส่ไปในปาก มีธาตุรู้ คือจิต น้ำเป็นอารมณ์ เป็นอารัมมณะ จึงรู้ แต่ถ้าเติมน้ำใสขันที่มีน้ำอยู่ น้ำรู้ไหมว่ามีน้ำถูกเติมเข้าไป ไม่รู้ เหมือนกับว่าไม่มีสัญญาเก่าๆ ไม่มีตัวจำได้หมายรู้เก่าๆ จะรู้อารมณ์ไม่ได้ ก็สักแต่ว่ากระทบเฉยๆ ไม่มีสภาพที่จะสนองตอบสิ่งเร้าได้ ไม่สุข ไม่ทุกข์ เป็นอาการอย่างหนึ่งซึ่งเป็นการถ่ายเท (น้ำจากขันหนึ่ง ไปสู่ขันหนึ่ง) ถ้าลองเทน้ำใส่หน้าสิ เพราะมีกิเลสจึงไม่ชอบ เมื่อหมดกิเลสแล้ว กระทบอารมณ์อะไรก็แล้วแต่ ไม่มีอาสวะกิเลส อารมณ์นั้นจึงเป็นอารมณ์วิสุทธิ บริสุทธิ์หมดจดจากกิเลส จากเครื่องเศร้าหมอง แต่เราเมื่อกระทบอารมณ์ปุ๊บ เราสนองตอบสิ่งเร้า เช่น จิตรู้อารมณ์ เสพอารมณ์ ที่เข้ามาทางทวาร เช่นแสงเข้ามา จักขุวิญญาณมารู้ พูดถึงวิถี เมื่อรับพิจารณาโดยการใช้สัญญาไปหาความจำได้หมายรู้มันไปเคล้าอารมณ์แล้วจึงตัดสินอารมณ์ว่าดี ใช่ ถูก ก็เกิดชวนะ เป็นโลภะ โทสะฯลฯ ขึ้นทันที

โดย ทวีพร พันธุ์พาณิชย์ [10 ก.ค. 2545 , 07:56:44 น.] ( IP = 203.113.34.237 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

เมื่อกิเลสไม่มี ตัวตัดสินก็เป็นปัญญาเจตสิก สักแต่ว่าเห็นเป็นนาม เห็นเป็นภัยเป็นโทษ เห็นมาหมดแล้ว ญาณปัญญา เห็นมาหมดแล้ว เห็นจึงสักแต่ว่าเห็น หมดอวิชชาโทมนัสแล้วตรงที่ตัดสิน มีปัญญาเจตสิกตัดสิน ฉะนั้น ตัวที่กินอารมณ์เข้าไปจึงเป็นอาการกิริยา เหมือนน้ำนี้รินให้แล้ว เป็นสิทธิไม่ได้ไปขอใครกิน เมื่อหิวจึงจำเป็นต้องกินไม่ได้อยากกิน (ถ้าขอเพราะอยาก โลภะเข้าแล้ว) เป็นอาการเพราะหิวจึงจำเป็นต้องกิน ไม่ได้อยากกิน กินแล้วจะถือแก้วไว้ทำไม มันต้องวาง แล้วใครวาง มือที่เอื้อมไปเป็นอาการ เรียกว่าเป็นกิริยาอาการที่ไม่มีกิเลสผลักดัน เมื่ออารมณ์นี้ถึงที่สุด คือ โคตรภูญาณ โอนโคตรปุถุชน สู่อริยชนนั่นแหละ ปฐมพระนิพพานเกิด เป็นพระโสดาบัน ทุกคนมีจิตทีละขณะ เกิดสืบต่อกันตั้งแต่เกิดจนตาย แล้วก็เกิดอีกตายอีก เช่นนี้เรื่อยไป เกิดกันมา พระพุทธองค์ตรัสว่า นับไม่ถ้วน นั่งอยู่นี่ไม่ต่ำกว่าคนละแสนโกฏิกัปป์มาแล้ว

………..เมื่อจิตเกิดขึ้นทำหน้าที่รู้อารมณ์หนึ่งแล้วก็ดับไป แล้วจิตขณะต่อๆ ไปก็เกิดขึ้น
แล้วก็ดับอีก เช่นนี้เรียก ขณิกมรณะ เป็นความตายของสภาพธรรมที่มีทุกขณะๆ อย่างนี้มีสาระไหม ไม่มี

โดย ทวีพร [10 ก.ค. 2545 , 07:58:03 น.] ( IP = 203.113.34.239 : : )


  สลักธรรม 2

……...การที่มีความเห็นถูกในลักษณะของสภาพธรรม จะต้องศึกษาธรรม เมื่อศึกษาแล้วจะเริ่มมีความเห็นถูก เข้าใจถูกในธรรม ต้องเข้าไปประจักษ์ แต่ไม่ใช่อยากทำเพื่อให้ได้อะไรมา สภาพธรรมนั้นมีอยู่แล้ว แต่เราไม่รู้จัก เรียนให้รู้จัก แล้วเข้าไปดู ไปสังเกตสภาพธรรมนั้นมีอยู่แล้ว เอาอะไรไปสังเกต เอาปัญญาไปสังเกต ไม่ใช่เอาตาไปสังเกตเอาปัญญาเจตสิกไปสังเกต คือดูอารมณ์ไปอย่างนี้ อะไรมันเกิดขึ้นดูไป ปัญญาเจตสิกเกิดขึ้นจากการพัฒนาความรู้ ต้องอบรมให้ปัญญานี้เจริญขึ้นมา คือความเข้าใจถูกและรู้ขณะนั้น และเริ่มเข้าใจถูกจึงเกิดขึ้น จนกว่าจะเกิดเป็นสติปัฏฐาน คือระลึกลักษณะของสภาพธรรมที่เป็นไปได้ตามตำแหน่ง กาย เจตนา จิต ธรรม ถูกต้อง ตามความเป็นจริง

……..หรือจะพูดง่ายๆ ว่า หมายถึง การศึกษาธรรมะต้องไม่มีฉัน ของฉัน ต้องไม่มีตัวกู ต้องไม่มีของกู แต่ต้องไม่มีจริงๆ ไม่ใช่ปฏิเสธโดยปาก เป็นสภาพรู้ธรรมดา ถ้าเผื่อไม่ใช่ตัวเรา เรื่องนี้สอนแล้วหยุดไม่เป็น พูดเรื่องของจริง ได้บุญทั้งผู้ฟัง ได้บุญทั้งผู้พูด แล้วบุญนี้เป็นบุญ ๓ เหตุ อโลภะเหตุ อโทสะเหตุ อโมหะเหตุ ทำลายความโง่ออกไป เมื่อไม่โง่ โลภได้ไหม เมื่อไม่มีโง่ โกรธได้ไหม เมื่อไม่โง่ซะอย่าง จะอยากได้ไหม เมื่อไม่มีความอยาก จะโกรธไหม แล้วถามว่าทำไมไปทำลายโลภะล่ะ ก็โลภะมันเป็นมูล แต่จริงๆ ปัญญาต้องไปทำลายความเห็นผิดก่อน คืออวิชชาความไม่รู้ เราพูดว่าไม่ใช่ตัวเรา ทุกวันนี้เราพูดว่า ไม่มีตัวตนคนสัตว์หรอก นี่เป็นเพียงความคิด คิดเอาว่าไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา เพราะว่าปัญญาเจตสิกยังไม่ได้ประจักษ์แจ้งสภาพธรรมที่ไม่ใช่เรา สภาพธรรมที่เป็นนามธรรมก็เป็นนามธรรม เมื่อใดที่ปัญญาสามารถรู้ลักษณะของนามธรรม หรือรูปธรรมที่กำลังเกิดขึ้นคือปรากฏขึ้น ก็แยกแยะถูกเลย ขาดออกจากกันว่าเป็นรูป ว่าเป็นนาม แล้วค่อยๆ คลายความเป็นเราไป เมื่อนามรูปปริจเฉทญาณเกิด เมื่อนั้นแหละความเป็นเราถึงจะคลายออก เมื่อนามรูปปริจเฉทญาณยังไม่เกิด เรายังมีอยู่ เมื่อความเป็นเราค่อยๆ คลายออกไปจนกว่าความยึดถือในความเห็นผิด ว่าสภาพธรรมต่างๆ ที่เป็นเรา ดับหมดเมื่อใด เมื่อโสดาปัตติมรรคจิตเกิดขึ้น รู้แจ้งพระนิพพาน เราจึงดับหมด

ฉะนั้น ที่ปฏิบัติกันอยู่ แล้วพูดว่า …แหมยังมีเราอยู่เลย อย่าไปกลุ้มสงสัยยังมีเราอยู่ รู้แจ้งพระนิพพาน พระนิพพานดับความสงสัย ดับความไม่รู้ ดับความเห็นผิด ในลักษณะสภาพธรรมที่ดับไปหมดสิ้นเป็นสมุจเฉท กิเลสใดที่ดับเป็นสมุจเฉทแล้ว กิเลสนั้นจะไม่เกิดอีกเลย ไม่ว่าจะมีชีวิตอยู่อีกกี่ภพ ก็คือโลภะ ๔ วิจิกิจฉา ๑ ถูกดับไปแล้ว จะเกิดอีก ๗ ชาติ ก็ไม่มีพวกนี้เกิดเลย


สัญญา คำนี้ก็สำคัญ เป็นอีกคำที่คนไทยใช้ผิด แล้วใครจะใช้ไม่ผิด คนมีปัญญาเท่านั้น ใช้ไม่ผิด สภาพธรรมที่เป็นสัญญาเจตสิก เป็นสภาพธรรมที่จำซึ่งเกิดกับจิตตุปบาททุกขณะ ยกตัวอย่างทวิปัญจวิญญาณ ๑๐ ดวง เช่น ในขณะที่จิตเห็นเกิดขึ้น ขณะนั้นมีเจตสิกร่วมด้วย ๗ ประเภท เราเข้าใจว่าในจิตทีเกิดดับต้องมีองค์ประกอบ ต้องมีธาตุรู้ ต้องมีสัญญา ถูกต้องหรือไม่ ไม่ถูกต้องเพราะเจตสิกอย่างน้อยต้องมี ๗ ชนิด เราส่วนใหญ่เข้าใจว่ามีธาตุรู้ คือมีจิต กับมีสัญญารู้ อย่างนี้ไม่ถูกต้อง ต้องมี ๗ ไม่ใช่ธาตุรู้อย่างเดียว คือไม่ใช่เฉพาะสัญญาเจตสิกเท่านั้น[/font]

โดย ทวีพร [10 ก.ค. 2545 , 07:59:11 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 3

อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่เล็ก [10 ก.ค. 2545 , 08:53:25 น.] ( IP = 203.107.143.115 : : )


  สลักธรรม 4

อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [10 ก.ค. 2545 , 19:59:38 น.] ( IP = 203.113.33.7 : : )


  สลักธรรม 5

อนุโมทนาค่ะ

โดย เซิ่น [10 ก.ค. 2545 , 20:40:39 น.] ( IP = 203.170.128.95 : : )


  สลักธรรม 6

อนุโมทนาค่ะ

โดย กมลชนก [10 ก.ค. 2545 , 22:02:49 น.] ( IP = 202.28.179.1 : : unknown )


  สลักธรรม 7

อนุโมทนาครับ และขอบคุณมากครับที่ทำให้ผมเหมือนได้ไปฟังคำสอนหลวงพ่ออยู่ในห้องเสือพิทักษ์ทุกวันเลย

โดย เฉลิมศักดิ์ [11 ก.ค. 2545 , 04:11:14 น.] ( IP = 203.113.81.169 : : )


  สลักธรรม 8

ขอ print เอาไว้ก่อนค่ะ จะได้อ่านหลายๆรอบ ค่อยๆพิจารณาไปให้เกิดความเข้าใจให้มากที่สุดค่ะ
ขอบคุณน้องวีมากๆค่ะ ถึงพี่จะได้ไปฟังเอง ก็จำอะไรไม่ค่อยได้ ได้ วีช่วยเลคเช่อร์ให้อย่างนี้ ยอดที่สุดเลย ขออนุโมทนาบุญด้วยค่ะ

โดย ธัญธร [11 ก.ค. 2545 , 21:24:38 น.] ( IP = 203.113.71.168 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org