| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ข้อคิดจากการสนทนากับพระฝรั่ง
สลักธรรม 1ถาม : เพราะเหตุใดท่านจึงออกบวช
ตอบ :ก่อนจะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยได้ขออนุญาตบิดามารดาพักการเรียนไว้ก่อนสัก ๑ ปี เพื่อจะได้ไปท่องเที่ยวทัศนศึกษาทางตะวันออกสัก ๑เดือน ได้ไปอินเดียก่อน ได้ไปศึกษาและปฏิบัติสมาธิตามสำนักต่าง ๆ ทั้งพุทธ ทั้งฮินดู พุทธก็มีทั้งแบบทิเบต แบบอินเดียเอง และแบบพม่า ตั้งใจจะอยู่ ๑ เดือน แต่กลายเป็น ๑ ปีในที่สุดก็กลับบ้านที่อังกฤษ ตอนนี้จิตใจไม่อยากอยู่ในโลกที่วุ่นวายไม่จบสิ้นต่อไปอีกแล้ว อยากบวชท่าเดียว พอดีช่วงนั้น ท่านสุเมโธ ศิษย์ของท่านอาจารย์ชา แห่งวัดหนองป่าพง อุบลราชธานี กำลังเริ่มสร้างวัดในอังกฤษ ได้ไปพบท่านและได้ฟังโอวาทของท่าน เกิดความเลื่อมใสมาก เลยกลายเป็นตาปะขาว รักษาศีล ๘ อยู่กับท่าน แต่ตอนนั้นท่านยังไม่ได้เป็นพระอุปัชฌาย์ ท่านแนะนำให้มาบวชในเมืองไทย เลยเดินทางมาเมืองไทย ได้ไปพักรักษาเพิ่มเติมที่วัดบวรนิเวศก่อน ต่อมาได้ศึกษา และปฎิบัติตามสำนักของพระอาจารย์ฝ่ายกัมมัฎฐาน ผู้มีชื่อเสียงในภาคอีสาน สุดท้ายไปลงเอยที่วัดหนองป่าพง ของอาจารย์ชา เพราะเกิดความรู้สึกขึ้นมาแต่แรกที่ไปเห็นวัดว่า นั่นแหละคือที่ที่เราแสวงหามาตลอดชีวิต และได้บวชที่นั่นจนกระทั่งบัดนี้ก็เป็นเวลา ๑๙ ปีแล้ว
ถาม : ท่านได้รับผลอะไรบ้าง จากการบวช
ตอบ : ขอพูดย่อ ๆ ว่าได้รับผลคือ ความสุขแท้ซึ่งเป็นแก่นสารของชีวิต ชีวิตร่ำรวยด้วยทรัพย์ ยศ อำนาจ บริวาร แต่ถ้าขาดความสุขแท้ก็ไร้ความหมาย เมื่อตนเองสุขแล้ว ก็เที่ยวไปช่วยให้คนอื่นมีความสุขแท้บ้าง อย่างที่ทำอยู่
ถาม : ได้ทราบว่าโลกฝ่ายตะวันตกสนใจพระพุทธศาสนามากขึ้นจริงหรือไม่ เพราะเหตุใด
ตอบ : จริง เพราะเหตุผลหลายอย่าง ประการแรกเกิดจากความสนใจใฝ่รู้ของชาวตะวันตกเอง คือเมื่อพวกมหาอำนาจตะวันตกไปยึดครองอินเดีย จำเป็นต้องเรียนรู้ภาษาฮินดู จากฮินดูก็เลยไปยังต้นเดิม คือ ภาษาสันสกฤต และได้พบว่า ภาษาสันสกฤตมาจากภาษาแม่เดียวกันกับภาษาของชาวตะวันตก แสดงให้เห็นว่าชาวอารยัน อินเดียเป็นเผ่าเดียวกันกับฝรั่ง
เมื่อศึกษาภาษาก็จำเป็นอยู่เองที่จะต้องศึกษาคัมภีร์ และคำสอนทางศาสนา บางคนเมื่อได้เรียนรู้คำสอนแล้ว เกิดศรัทธาหันไปนับถือก็มีเพราะฉะนั้น ชาวตะวันตกที่หันมานับถือพระพุทธศาสนาในยุคแรก ๆ จึงเป็นปราชญ์เป็นส่วนมาก
ต่อมาเมื่อสงครามโลกครั้งที่ ๒ สิ้นสุดลงพร้อมกับความย่อยยับทางวัตถุและทางจิตใจชาวตะวันตกก็เริ่มรู้สึกว่า ความเจริญทางวัตถุที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและวัฒนธรรมตะวันตกนั้น ไม่สามารถจะนำไปสู่ความสุขที่แท้จริงได้ ในยุโรปสมัยใหม่ เยอรมันเจริญที่สุด แต่ก็ยังเกิดพวกนาซี ที่เหี้ยมโหดทารุณที่สุดในประวัติศาสตร์ก็ว่าได้ ปัญญาชนชาวตะวันตกจึงเริ่มหันมาสนใจทางด้านจิตใจกันมากขึ้น แต่ก็ไม่พบคำตอบในวัฒนธรรม และศาสนาเดิมของตน ศาสนาเดิมให้แต่ภาพอันสวยงามของคนดีไว้ แต่ไม่มีวิธีการอันละเอียดถี่ถ้วน และมีเหตุมีผลในทางปฏิบัติ เพื่อเป็นคนดีแต่ศาสนาทางตะวันออกมีพร้อม จึงหันมาสนใจศึกษาและปฏิบัติกันอย่างจริงจังโดย พี่เณร....นำมาฝาก [1 ก.ย. 2552 , 08:49:51 น.] ( IP = 58.9.143.254 : : )
สลักธรรม 2ถาม : อะไรในพระพุทธศาสนาที่ชาวตะวันตกสนใจ และไม่สนใจ
ตอบ : หลักปฏิบัติทางพุทพี่สำคัญสำหรับชาวบ้านก็มี ๓ อย่างที่รู้กันอยู่คือ ๑. ทาน...๒. ศีล
๓. ภาวนา...ชาวไทยสนใจปฏิบัติทานก่อน ศีลมีคนปฏิบัติน้อยลง ภาวนามีคนสนใจปฏิบัติน้อยมากชาวตะวันตกเดินสวนทางกับชาวพุทธไทย คือสนใจปฏิบัติภาวนาก่อน แล้วจึงไปสู่ ศีล และทาน พิธีกรรมต่าง ๆ ชาวตะวันตกไม่สนใจ เพราะมักจะผสมปนเปกับวัฒนธรรมท้องถิ่นที่แตกต่างกันออกไป พระไทยไปเผยแผ่ในต่างประเทศมักจะเอาวัฒนธรรมไทยไปเผยแผ่ด้วย จึงเป็นประโยชน์แก่คนไทย - ลาวพลัดถิ่นเท่านั้น ชาวต่างประเทศไม่สนใจ
ถาม : ชาวตะวันตกสนใจพระพุทธศาสนาแบบไหนมากที่สุด
ตอบ : ตะวันตกเองก็มีหลายดินแดน มีทั้งยุโรปและอเมริกา ยุโรปเองก็มีทั้งเหนือและใต้ ทางเหนือค่อนข้างมีเสรีทางความคิด ทางใต้ค่อนข้างอนุรักษ์นิยม ทางเหนือจึงรับความคิดใหม่ได้เร็วกว่า ตอนแรก ๆ ก็สนใจพระพุทธศาสนาแบบมหายาน แต่เวลานี้ สนใจเถรวาทมากขึ้น
อเมริกาก็มีทั้งตะวันออก ตะวันตก ฝ่ายตะวันตกมีคนเอเซียอยู่มาก จึงมีทั้งเถรวาท และมหายาน ทางตะวันออกมีฝรั่งอยู่มาก จึงสนใจพุทธแบบต่าง ๆในตะวันตกมีพระพุทธศาสนาแบบต่าง ๆดังต่อไปนี้
๑. พระพุทธศาสนาแบบทิเบต มีคนสนใจมากเป็นพิเศษ เหตุผลมีดังต่อไปนี้
๑.๑ หลังจากทิเบตถูกจีนยึดครอง มีชาวทิเบตอพยพไปอยู่ยุโรป และอเมริกามาก ชาวยุโรปเห็นใจชาวทิเบตที่ถูกคอมมิวนิสต์รุกราน
๑.๒ พระทิเบตมีเอกภาพสูง ไม่แยกเป็นพระฝ่ายปริยัติ ฝ่ายปฏิบัติเหมือนพระไทย
๑.๓ ศาสนาแบบทิเบตไม่เน้นการออกบวช
๑.๔ ศาสนาแบบทิเบตเน้นเมตตากรุณา
๑.๕ มีการพิมพ์เผยแพร่หนังสือเกี่ยวกับทิเบตมาก
๑.๖ สำหรับชาวตะวันตก ทิเบตเป็นแดนลึกลับมหัศจรรย์ เป็นเมืองในฝัน อะไร ๆ เกี่ยวกับทิเบตรู้สึกว่าน่าเรียนน่ารู้ไปเสียทั้งหมด
๑.๗ ชาวตะวันตกเคารพนับถือองค์ดาไลลามะมาก ถือว่าท่านเป็นคนดีที่แท้จริง แม้ท่านจะหนีจากทิเบต ชาวทิเบตถูกจีนกดขี่ทารุณ ท่านก็ไม่เคยด่าว่าจีนเลย มีแต่สอนให้เมตตากรุณา คล้าย ๆ กับพระเยซูคริสต์ ชาวตะวันตกจึงเคารพนับถือ แม้แต่ชาวคริสต์ที่เคร่งครัดก็เคารพนับถือ
๑.๘ มีดาราคนสำคัญ ๆ หลายคนมอบตัวเป็นศิษย์ขององค์ดาไลลามะ ทำให้ฐานะของท่านเด่นยิ่งขึ้นโดย พี่เณร....นำมาฝาก [1 ก.ย. 2552 , 08:55:51 น.] ( IP = 58.9.143.254 : : )
สลักธรรม 3๒.พระพุทธศาสนาแบบนิกายเซ็นของญี่ปุ่นเคยเป็นที่นิยมกันมาก แต่เวลานี้คนลดความนิยมลงไปมาก เพราะนิกายเซ็นเน้นการตรัสรู้แบบฉับพลัน ไม่เน้นเรื่องศีล เรื่องวินัย พระนิกายเซ็นจึงมีเรื่องอื้อฉาวอยู่บ่อย ๆ เฉพาะอย่างยิ่งเรื่องชู้สาวกับศิษย์ผู้หญิง พระเซ็นบางองค์ก็เป็นพระขี้เมา เป็นโรคตับแข็งตายก็มาก
๓. พระพุทธศาสนานิกายเถรวาท แบบเอเชียใต้ และตะวันออกเฉียงใต้ เป็นที่นิยมในหมู่ปัญญาชน เพราะเน้นหลักปฏิบัติตามหลักเหตุผล ให้เสรีภาพทางความคิดอย่างสูง สอนหลักความจริงในธรรมชาติ มีขั้นตอนในการปฎิบัติอย่างชัดเจน
แต่ก็มีข้อที่ชาวตะวันตกไม่ค่อยยอมรับเฉพาะอย่างยิ่งชาวอเมริกัน ซึ่งเป็นชาติใหม่ ชาวอเมริกันยุคแรก ๆ หนีการกดขี่ทางศาสนาไปตั้งหลักอยู่ในอเมริกา จึงเน้นเสรีภาพและความเสมอภาคเป็นพิเศษ
เมื่อเขาเห็นชาวพุทธเถรวาทเคารพบูชาพระเป็นบุคคลอีกชั้นหนึ่ง มีการถืออาวุโสกันอย่างเคร่งครัด และมีการตัดสิทธิสตรีทางศาสนา เช่นบวชเป็นภิกษุณีไม่ได้ และไม่ยอมรับฐานะทางกฎหมายของแม่ชี เขาจึงไม่ชอบใจอย่างยิ่ง
๔. พระพุทธศาสนาแบบเถรวาทของท่านสุเมโธ ลูกศิษย์เอกของท่านอาจารย์ชา ที่ไปตั้งวัดอยู่ในอังกฤษ จนได้เป็นพระอุปัชฌาย์ และพระราชาคณะ ก็กำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั้งในอังกฤษ ออสเตรเลีย และอเมริกาเฉพาะในอังกฤษมีวัดของพระชาวตะวันตกสายหลวงพ่อชา ๔ วัด
พระสงฆ์สายนี้ ปฏิบัติพระวินัยเคร่งครัดแบบพระวัดป่าในไทย แต่ก็มีการปรับปรุงระเบียบเล็กน้อย เพื่อให้เหมาะกับสภาพทางตะวันตก ให้สิทธิแก่สตรีมากขึ้น มีการบวชชีด้วยถ้ามีศรัทธาแก่กล้าก็เลื่อนฐานะเป็น ศีลธารา รักษาศีล ๑๐ และระเบียบปฏิบัติบางอย่างที่ดัดแปลงมาจากวินัยของภิกษุณี นุ่งห่มชุดสีกลัก ก็เป็นที่พอใจของสตรี
๕. พระพุทธศาสนาแบบของท่าน เคิงกา (โคเอ็งก้า) ชาวอินเดีย ที่เน้นการปฏิบัติทางจิตแนวสติปัฏฐาน ๔ ที่ได้ไปจากพม่า เคิงกาเองก็เปนศิษย์เรียนวิธีปฏิบัติไปจาก อู บา ขิ่น แห่งพม่า
๖. พระพุทธศาสนาเถรวาทที่เน้นการเจริญวิปัสสนาได้แก่การฏิบัติวิปัสสนาแนวสติปัฏฐาน ๔ แบบเดียวกับอาจารย์ เคิงกา นั่นเอง แต่เป็นแบบที่เรียกกันทั่วไปว่ายุบหนอ พองหนอที่ไปจากไทย
เวลานี้มีการปฏิบัติวิปัสสนากันแพร่หลายพอสมควร จนคำว่า วิปัสสนา (Vipassana) ได้กลายเป็นคำอังกฤษไปแล้ว พูดขึ้นมาใคร ๆ ก็รู้และเข้าใจกันว่า การเจริญวิปัสสนาไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา และไม่จำเป็นต้องมีพระเป็นครูสอน มีฆราวาสเป็นอันมาก (ส่วนใหญ่รู้จักมาจากพระนั่นเอง) ไปตั้งศูนย์สอนวิปัสสนา จัดเป็นคอร์ส ๆ ใช้เวลาตั้งแต่ ๓ วัน ถึง ๑ เดือนมีการเก็บเงินค่าเล่าเรียน มีคนนิยมปฏิบัติกันมากทั้งในอังกฤษ และอเมริกาโดย พี่เณร....นำมาฝาก [1 ก.ย. 2552 , 09:00:09 น.] ( IP = 58.9.143.254 : : )
สลักธรรม 4ถาม : ท่านมองชาวพุทธไทยอย่างไร ? มีข้อดีข้อเสียอะไรบ้าง ?
ตอบ : ก่อนมาเมืองไทย ตั้งความหวังไว้สูงมากเพราะได้ทราบว่า เมืองไทยเป็นเมืองพุทธ มีพระพุทธศาสนาที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง แต่พอมาเห็นของจริง ค่อนข้าง ผิดหวัง
ในด้านการปฏิบัติ คนไทยปฏิบัติข้อทานดีมาก แต่ก็ปฏิบัติทานกับพระและวัดเท่านั้น เวลานี้ดีขึ้น มีการทำทานกับคนยากคนจน คนแก่และองค์กรสาธารณกุศลมากขึ้น
ในด้านศีล ปฏิบัติกันน้อยมาก แม้แต่ศีล ๕ ก็ละได้กันแทบทุกข้อ มีการฆ่ากันมาก มีการลักขโมย ปล้น จี้ โกง คอรัปชั่นกันมาก (ในอังกฤษถ้ามีคอรัปชั่นเป็นเงินสัก ๕,๐๐๐ บาทก็กลายเป็นข่าวใหญ่แล้ว) มีความผิดทางเพศกันมาก มีการหลอกลวงกันด้วยคำพูดมาก มีการดื่มสุรากันมาก ในทางภาวนา มีคนสนใจปฏิบัติกันจริงจังน้อยมาก
เมื่อมาเห็นสภาพการณ์อย่างนี้ ก็เลยงงว่าเป็นเมืองพุทธอย่างไร เป็นชาวพุทธอย่างไร อะไรกันแน่คือ ความเป็นพุทธ เอาอะไรเป็นเครื่องมือ เพราะไม่เห็นว่าชาวพุทธไทยจะมีอะไรดีเด่นเป็นพิเศษกว่าคนพวกอื่นเลย
สังเกตเห็นว่า คนไทยพุทธมีความรู้ทางพระพุทธศาสนาน้อยมาก ชนชั้นปัญญาชนที่อยู่ในฐานะผู้นำ กลับมีความรู้ทางพระพุทธศาสนาน้อยลงไปอีก อาจเป็นเพราะฐานะดี ได้ไปเข้าโรงเรียนคริสต์ตั้งแต่น้อย ได้รับการอบรมแบบคริสต์ ขาดการอบรมแบบพุทธ บางคนสวดมนตร์แบบพุทธไม่เป็น แต่สวดแบบคริสต์ได้คล่อง บางพวกก็ได้รับการศึกษาอบรมในต่างประเทศตั้งแต่เด็ก อยู่ในบรรยากาศแบบตะวันตกตลอดเวลา จึงมีความรู้สึกนึกคิดแบบตะวันตก มองปัญหาต่าง ๆ จากมุมมองทางตะวันตก หาทางแก้แบบตะวันตก อะไร ๆ ก็ต้อง ฮาร์วาร์ด เคมบริดจ์ M.I.T. ไม่ได้มองจากแนวคิดแบบพุทธเลยโดย พี่เณร....นำมาฝาก [1 ก.ย. 2552 , 09:04:06 น.] ( IP = 58.9.143.254 : : )
สลักธรรม 5คนไทยบูชาตะวันตก อะไร ๆ ที่เป็นตะวันตกดีหมด แต่ก็แยกไม่ออกว่าอะไรดี อะไรไม่ดี โดยมากมักจะไปรับเอาแต่สิ่งหรูหราฟู่ฟ่า ฉาบฉวยภายนอกมา แต่สิ่งดี ๆ ของเขา เช่นความมีระเบียบวินัย ความใฝ่รู้ ความขยัน ความคิดสร้างสรรค์ เป็นต้น กลับไม่เอา
สิ่งสำคัญที่สุดที่ชาวพุทธไทยขาดไป คือ "ทิฏฐิ" หรือ มุมมองแบบพุทธในการแก้ไขปัญหาชีวิตและปัญหาสังคม ชาวพุทธไทยควรมีอุดมการณ์แบบพุทธ สร้างภาพชีวิต และภาพสังคมในอุดมคติแบบพุทธขึ้นมาแล้วพยายามสร้างภาพนั้นให้เป็นจริง บางทีเราอาจจะมีปรัชญาชีวิต และปรัชญาสังคมแบบของเราเองที่อิงอาศัยหลักพระพุทธศาสนา ที่เราสามารถเสนอให้แก่โลกได้ เราอาจจะเป็นผู้นำโลกทางความคิด เพราะศักยภาพของเรามี ไม่ใช่เป็นแต่ผู้ตามเขาตลอดกาล
ถาม : ชาวพุทธไทย ควรจะปฏิบัติอย่างไร จึงจะได้ชื่อว่าเป็นชาวพุทธแท้ ?
ตอบ : ชาวพุทธแท้ควรวัดกันด้วยผลที่เกิดขึ้นในชีวิตจิตใจ ผลสูงสุดที่ทุกคนปรารถนาคือความสุข ทุกคนไขว่คว้าต่อสู้ดิ้นรนหาความสุข แต่ถึงกระนั้นก็มีน้อยคนที่พบกับความสุขแท้
สาเหตุสำคัญก็คือ คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้จักสุขแท้ ไปเข้าใจว่าการสนองความอยากเป็นความสุข จึงต่อสู้ดิ้นรนหาสิ่งต่างๆ มาสนองความอยาก ผลที่ได้รับก็คือ ความลำบาก ได้ความสุขความสำราญนิดหน่อย แต่แล้วความอยากก็เจริญเติบโตขึ้น ต้องต่อสู้ดิ้นรนมากขึ้น ชีวิตทั้งชีวิตเลยกลายเป็นทาสของตัณหา แสวงหาปัจจัยมาเลี้ยงตัณหา ไม่รู้จักสิ้นสุด ตั้งแต่เกิดจนตาย เป็นภาวะที่น่าสงสาร
ถ้าอยากสุขแท้ ก็ต้องหยุดแล้วดู "หยุด" คือสมถะ "ดู" คือวิปัสสนา การเจริญสมถะคือใช้สติกำหนดลมหายใจเข้าออก (หรือวิธีอื่นใดก็ได้) จนจิตหยุดอยู่กับอารมณ์อันเดียว ดังที่ท่านอาจารย์ชาสอนไว้ว่า "ต้องหยุดจึงจะทัน ถ้าไล่ ไม่มีวันทัน" ทันในที่นี้ คือ ทันอารมณ์ เมื่อหยุดแล้วให้ดู คือ เจริญวิปัสสนา พิจารณาให้เห็นอนิจจัง (ความเกิด-ดับ ของอารมณ์) ทุกขัง ความทนอยู่ไม่ได้นาน หรือความไม่สบาย ทนได้ยาก และอนัตตา ความไม่มีสาระแก่นสาร มีแต่นามและรูปที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ตามเหตุปัจจัยของมัน
ถ้าหมั่นทำอยู่เสมอจะพบกับความสุขอันแท้จริงของชีวิต เป็นสุขบริสุทธิ์ที่ไม่ต้องอิงอาศัยสิ่งภายนอก สุขทางโลกอิงอาศัยสิ่งภายนอกที่ไม่แน่นอน จึงไม่แน่นอน , สุขแท้ไม่อาศัยสิ่งภายนอก จึงแน่นอน จึงขอฝากไว้ให้ชาวพุทธได้พินิจพิจารณาต่อไป.
ที่มา http://www.dhammathai.org
![]()
โดย พี่เณร....นำมาฝาก [1 ก.ย. 2552 , 09:09:30 น.] ( IP = 58.9.143.254 : : )
สลักธรรม 6กราบขอบพระคุณ และกราบอนุโมทนาค่ะ
โดย abctoy - [2 ก.ย. 2552 , 14:35:11 น.] ( IP = 203.172.175.9 : : 192.168.1.64 )
สลักธรรม 7อ่านแล้วต้องเร่งเพิ่มคุณภาพการภาวนาให้เกิดขึ้น ..ขอบพระคุณมากค่ะที่นำมาฝาก โดย น้องกิ๊ฟ [3 ก.ย. 2552 , 11:36:37 น.] ( IP = 125.27.176.197 : : )
สลักธรรม 8ขอบพระคุณพี่เณรและอนุโมทนาด้วยค่ะ โดย เซิ่น [10 ก.ย. 2552 , 22:51:12 น.] ( IP = 61.90.19.54 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |