มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


กปิชาดก






กปิชาดก ว่าด้วย คุณธรรมของผู้บริหารคณะ



เมื่อพระเทวทัตถูกแผ่นดินสูบแล้ว ภิกษุทั้งหลายได้พากันสนทนาถึงเรื่องนี้ในธรรมสภา พระศาสดาเสด็จมาแล้วตรัสถามว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้ เธอทั้งหลายนั่งสนทนากันด้วยเรื่องอะไรหนอ?"

เมื่อภิกษุทั้งหลายกราบทูลให้ทรงทราบแล้วจึงตรัสว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พระเทวทัตพร้อมด้วยบริษัท ไม่ใช่พินาศในแต่บัดนี้เท่านั้น แม้ในกาลก่อนก็พินาศเหมือนกัน" จากนั้นทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาเล่าว่า

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติอยู่ในนครพาราณสี พระโพธิสัตว์เกิดในกำเนิดวานรมีบริวาร ๕๐๐ ตัวอาศัยอยู่ที่พระราชอุทยาน ฝ่ายพระเทวทัตก็เกิดในกำเนิดวานรมีบริวาร ๕๐๐ ตัว อาศัยอยู่ในพระราชอุทยานนั้นเหมือนกัน

อยู่มาวันหนึ่ง เมื่อปุโรหิตไปอุทยานอาบน้ำแต่งตัวแล้วก็เดินออกไป วานรเกเรตัวหนึ่งเดินไปก่อน ไปนั่งเจ่าอยู่บนยอดเสาซุ้มประตูอุทยาน แล้วถ่ายอุจจาระรดศีรษะของท่านปุโรหิต เมื่อท่านแหงนหน้ามองดูก็ถ่ายรดหน้าอีก

ท่านปุโรหิตจึงหันกลับมาขู่พวกวานรว่า "เอาไว้ก่อนเถอะ ข้าฯ จักแก้มือพวกแกภายหลัง" แล้วก็กลับไปอาบน้ำใหม่

พวกวานรได้บอกพระโพธิสัตว์ถึงการที่ปุโรหิตนั้นผูกเวรและคำขู่ พระโพธิสัตว์ได้บอกให้วานรทั้งพันตัวให้ทราบว่า "ขึ้นชื่อว่า ในสถานที่อยู่ของคู่เวรไม่ควรอยู่ ฝูงวานรทั้งหมดจงพากันหนีไปในที่อื่นเถิด"

จากนั้นพระโพธิสัตว์ก็พาเอาบริวารของตนเข้าป่าไป ฝ่ายวานรหัวดื้อก็พาเอาวานรที่เป็นบริวารของตนไปโดยไม่หนีโดยจากพระราชอุทยาน

โดย ศาลาธรรม [1 ก.ย. 2552 , 16:50:51 น.] ( IP = 125.27.172.132 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

อยู่มาวันหนึ่ง แพะตัวหนึ่งกินข้าวเปลือกที่นางทาสีคนหนึ่งผึ่งแดดไว้ จึงถูกตีด้วยดุ้นไฟมีไฟไหม้ที่ตัววิ่งหนีไปถูตัวที่ยอดกระท่อมหญ้าหลังหนึ่งที่ปลูกอยู่ชิดโรงช้าง

ไฟนั้นติดกระท่อมหญ้าแล้วก็ลามไปติดโรงช้าง แล้วก็ไหม้หลังช้าง หมอรักษาช้างจึงพากันรักษาพยาบาลช้างเป็นการใหญ่

ฝ่ายปุโรหิตผู้กำลังพิจารณาหาอุบายจับวานรอยู่นั้น ครั้นถูกพระราชาตรัสถามถึงช้างว่า " อาจารย์ ช้างของเราเป็นแผลเปื่อยกันหลายเชือก หมอรักษาช้างไม่รู้จักการรักษา อาจารย์รู้ยาอะไรบ้างหรือไม่?"

ปุโรหิตทูลว่า "ข้าแต่มหาราช ข้าพระองค์รู้ "

พระราชาตรัวถามว่า "อะไรล่ะ?"

ปุโรหิตตอบว่า "ข้าแต่มหาราช มันเหลวของวานร พระพุทธเจ้าข้า"

พระราชาตรัสถามว่า "เราจักได้ที่ไหน? "

ปุโรหิตตอบว่า "ที่พระราชอุทยานมีวานรมากมิใช่หรือ พระพุทธเจ้าข้า"

พระราชาจึงรับสั่งว่า "ท่านทั้งหลายจงฆ่าวานรที่พระราชอุทยาน นำเอามันเหลวมา"

โดย ศาลาธรรม [1 ก.ย. 2552 , 16:51:19 น.] ( IP = 125.27.172.132 : : )


  สลักธรรม 2

คนแม่นธนูจึงพากันไปยิงวานรทั้ง ๕๐๐ ตัวให้ตายหมด เหลือแต่หัวหน้าวานรตัวเดียวที่หนีไปได้ และก็ถูกยิงด้วยลูกศร แต่ก็ไม่ล้มตาย ณ ที่นั้นทีเดียว ไปถึงที่อยู่ของพระโพธิสัตว์แล้วจึงล้มตาย พวกบริวารจึงได้แจ้งให้พระโพธิสัตว์ทราบเรื่อง

พระโพธิสัตว์จึงมานั่งที่ท่ามกลางฝูงวานรแล้วพูดว่า "ธรรมดาว่าพวกไม่เชื่อโอวาทของบัณฑิตทั้งหลาย อยู่ในที่อยู่ของคู่เวร จักพินาศอย่างนี้"

แล้วกล่าวตักเตือนฝูงวานรว่า " ผู้จองเวรอยู่ ณ ที่ใด บัณฑิตไม่ควรอยู่ ณ ที่นั้น ในที่มีคนจองเวร อยู่คืนเดียวหรือ ๒ คืน ก็เป็นทุกข์

ผู้คอยจองเวรอยู่ในที่ใด บัณฑิตไม่ควรอยู่ในที่นั้น บุคคลอยู่ในที่มีคนจองเวรเพียงคืนเดียว หรือสองคืน ก็อยู่เป็นทุกข์

บุคคลมีจิตเบา คล้อยไปตามเขาง่ายๆ ย่อมกระทำกิจของคนจองเวร เพราะเหตุวานรตัวเดียว ถูกเขาทำความฉิบหายให้ทั้งฝูง

โดย ศาลาธรรม [1 ก.ย. 2552 , 16:51:37 น.] ( IP = 125.27.172.132 : : )


  สลักธรรม 3

คนพาลผู้สำคัญตนว่าเป็นบัณฑิต ปกครองหมู่คณะ ตกอยู่ในอำนาจจิตของตนแล้ว พึงนอนตาย เหมือนลิงจ่าฝูง นอนตายอยู่ ฉะนั้น

อันคนพาลถึงจะมีกำลังปกครองหมู่คณะ ไม่ดีเลย เพราะไม่เป็นประโยชน์แก่ญาติทั้งหลาย เหมือนนกระทาตัวผู้ไม่เป็นประโยชน์แก่นกปกครองหมู่คณะทั้งหลาย ฉะนั้น

ส่วนนักปราชญ์มีกำลังปกครองหมู่คณะ ดีมาก เพราะว่าเป็นประโยชน์แก่ญาติทั้งหลาย เหมือนท้าววาสวะผู้เป็นประโยชน์แก่เทวดาชั้นดาวดึงส์ทั้งหลาย ฉะนั้น

ผู้ใดพิจารณาเห็นศีล ปัญญา และสุตะในตน ผู้นั้นย่อมประพฤติประโยชน์ได้ทั้งสองฝ่าย คือ ทั้งตน และผู้อื่น

เพราะฉะนั้น นักปราชญ์พึงพิจารณาดูตน ดุจดูศีล ปัญญาและสุตะ ฉะนั้น พึงบริหารหมู่คณะเถิด หรือจะเป็นผู้อยู่แต่ผู้เดียว ก็พึงเว้นการบริหารบ้าง
.
พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดกไว้ว่า วานรหัวดื้อในครั้งนั้น ได้แก่ พระเทวทัต ในบัดนี้ ฝ่ายบริวารของวานรหัวดื้อ ได้แก่ บริวารของพระเทวทัต ส่วนขุนกระบี่ผู้ฉลาดได้แก่ เราตถาคต ฉะนี้แล


จบ กปิชาดก




โดย ศาลาธรรม [1 ก.ย. 2552 , 16:51:53 น.] ( IP = 125.27.172.132 : : )


  สลักธรรม 4

ขอบพระคุณและ ขออนุโมทนาที่นำเรื่องดีมีประโยชน์มาฝากครับ

โดย พี่เณร [1 ก.ย. 2552 , 18:15:53 น.] ( IP = 58.9.147.133 : : )


  สลักธรรม 5

ขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะ

โดย abctoy - [7 ก.ย. 2552 , 18:46:20 น.] ( IP = 118.172.253.26 : : )


  สลักธรรม 6

ขอบพระคุณและอนุโมทนาที่นำมาฝากค่ะ

โดย เซิ่น [10 ก.ย. 2552 , 22:52:20 น.] ( IP = 61.90.19.54 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org