| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
กปิชาดก
สลักธรรม 1อยู่มาวันหนึ่ง แพะตัวหนึ่งกินข้าวเปลือกที่นางทาสีคนหนึ่งผึ่งแดดไว้ จึงถูกตีด้วยดุ้นไฟมีไฟไหม้ที่ตัววิ่งหนีไปถูตัวที่ยอดกระท่อมหญ้าหลังหนึ่งที่ปลูกอยู่ชิดโรงช้าง
ไฟนั้นติดกระท่อมหญ้าแล้วก็ลามไปติดโรงช้าง แล้วก็ไหม้หลังช้าง หมอรักษาช้างจึงพากันรักษาพยาบาลช้างเป็นการใหญ่
ฝ่ายปุโรหิตผู้กำลังพิจารณาหาอุบายจับวานรอยู่นั้น ครั้นถูกพระราชาตรัสถามถึงช้างว่า " อาจารย์ ช้างของเราเป็นแผลเปื่อยกันหลายเชือก หมอรักษาช้างไม่รู้จักการรักษา อาจารย์รู้ยาอะไรบ้างหรือไม่?"
ปุโรหิตทูลว่า "ข้าแต่มหาราช ข้าพระองค์รู้ "
พระราชาตรัวถามว่า "อะไรล่ะ?"
ปุโรหิตตอบว่า "ข้าแต่มหาราช มันเหลวของวานร พระพุทธเจ้าข้า"
พระราชาตรัสถามว่า "เราจักได้ที่ไหน? "
ปุโรหิตตอบว่า "ที่พระราชอุทยานมีวานรมากมิใช่หรือ พระพุทธเจ้าข้า"
พระราชาจึงรับสั่งว่า "ท่านทั้งหลายจงฆ่าวานรที่พระราชอุทยาน นำเอามันเหลวมา"
โดย ศาลาธรรม [1 ก.ย. 2552 , 16:51:19 น.] ( IP = 125.27.172.132 : : )
สลักธรรม 2คนแม่นธนูจึงพากันไปยิงวานรทั้ง ๕๐๐ ตัวให้ตายหมด เหลือแต่หัวหน้าวานรตัวเดียวที่หนีไปได้ และก็ถูกยิงด้วยลูกศร แต่ก็ไม่ล้มตาย ณ ที่นั้นทีเดียว ไปถึงที่อยู่ของพระโพธิสัตว์แล้วจึงล้มตาย พวกบริวารจึงได้แจ้งให้พระโพธิสัตว์ทราบเรื่อง
พระโพธิสัตว์จึงมานั่งที่ท่ามกลางฝูงวานรแล้วพูดว่า "ธรรมดาว่าพวกไม่เชื่อโอวาทของบัณฑิตทั้งหลาย อยู่ในที่อยู่ของคู่เวร จักพินาศอย่างนี้"
แล้วกล่าวตักเตือนฝูงวานรว่า " ผู้จองเวรอยู่ ณ ที่ใด บัณฑิตไม่ควรอยู่ ณ ที่นั้น ในที่มีคนจองเวร อยู่คืนเดียวหรือ ๒ คืน ก็เป็นทุกข์
ผู้คอยจองเวรอยู่ในที่ใด บัณฑิตไม่ควรอยู่ในที่นั้น บุคคลอยู่ในที่มีคนจองเวรเพียงคืนเดียว หรือสองคืน ก็อยู่เป็นทุกข์
บุคคลมีจิตเบา คล้อยไปตามเขาง่ายๆ ย่อมกระทำกิจของคนจองเวร เพราะเหตุวานรตัวเดียว ถูกเขาทำความฉิบหายให้ทั้งฝูงโดย ศาลาธรรม [1 ก.ย. 2552 , 16:51:37 น.] ( IP = 125.27.172.132 : : )
สลักธรรม 3คนพาลผู้สำคัญตนว่าเป็นบัณฑิต ปกครองหมู่คณะ ตกอยู่ในอำนาจจิตของตนแล้ว พึงนอนตาย เหมือนลิงจ่าฝูง นอนตายอยู่ ฉะนั้น
อันคนพาลถึงจะมีกำลังปกครองหมู่คณะ ไม่ดีเลย เพราะไม่เป็นประโยชน์แก่ญาติทั้งหลาย เหมือนนกระทาตัวผู้ไม่เป็นประโยชน์แก่นกปกครองหมู่คณะทั้งหลาย ฉะนั้น
ส่วนนักปราชญ์มีกำลังปกครองหมู่คณะ ดีมาก เพราะว่าเป็นประโยชน์แก่ญาติทั้งหลาย เหมือนท้าววาสวะผู้เป็นประโยชน์แก่เทวดาชั้นดาวดึงส์ทั้งหลาย ฉะนั้น
ผู้ใดพิจารณาเห็นศีล ปัญญา และสุตะในตน ผู้นั้นย่อมประพฤติประโยชน์ได้ทั้งสองฝ่าย คือ ทั้งตน และผู้อื่น
เพราะฉะนั้น นักปราชญ์พึงพิจารณาดูตน ดุจดูศีล ปัญญาและสุตะ ฉะนั้น พึงบริหารหมู่คณะเถิด หรือจะเป็นผู้อยู่แต่ผู้เดียว ก็พึงเว้นการบริหารบ้าง
.
พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดกไว้ว่า วานรหัวดื้อในครั้งนั้น ได้แก่ พระเทวทัต ในบัดนี้ ฝ่ายบริวารของวานรหัวดื้อ ได้แก่ บริวารของพระเทวทัต ส่วนขุนกระบี่ผู้ฉลาดได้แก่ เราตถาคต ฉะนี้แล
จบ กปิชาดก
![]()
โดย ศาลาธรรม [1 ก.ย. 2552 , 16:51:53 น.] ( IP = 125.27.172.132 : : )
สลักธรรม 4ขอบพระคุณและ ขออนุโมทนาที่นำเรื่องดีมีประโยชน์มาฝากครับ โดย พี่เณร [1 ก.ย. 2552 , 18:15:53 น.] ( IP = 58.9.147.133 : : )
สลักธรรม 5ขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะ
โดย abctoy - [7 ก.ย. 2552 , 18:46:20 น.] ( IP = 118.172.253.26 : : )
สลักธรรม 6ขอบพระคุณและอนุโมทนาที่นำมาฝากค่ะ โดย เซิ่น [10 ก.ย. 2552 , 22:52:20 น.] ( IP = 61.90.19.54 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |