มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


สังวรมหาราชชาดก







สังวรมหาราชชาดก ว่าด้วยพระราชาผู้มีศีลาจารวัตรที่ดีงาม


พระศาสดาเมื่อเสด็จประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงพระปรารภภิกษุทอดทิ้งความเพียรเสียแล้วรูปหนึ่ง โดยเนื้อเรื่องนั้นมีอยู่ว่า ภิกษุรูปนั้นเป็นกุลบุตรชาวพระนครสาวัตถีได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระศาสดา จึงมาบรรพชาเมื่อได้อุปสมบทแล้วก็บำเพ็ญอาจาริยวัตร และอุปัชฌายวัตร ท่องพระปาฏิโมกข์ทั้งสองจนคล่อง เมื่อมีพรรษาครบ ๕ เรียนกรรมฐานแล้วจึงลาอาจารย์และอุปัชฌาย์ไปอยู่ในป่า

ครั้นไปถึงหมู่บ้านชายแดนแห่งหนึ่งก็มีผู้คนต่างเลื่อมใสในอิริยาบถ จึงพากันสร้างบรรณศาลาให้อยู่อาศัย แต่เมื่อได้เข้าพรรษาตามที่ปรารภแล้วก็ไม่สามารถทำให้คุณแม้เพียงโอภาสบังเกิดขึ้นได้จึงดำริว่า ในบุคคลสี่เหล่า ที่พระศาสดาทรงแสดงแล้ว เราคงเป็นประเภทปทปรมะเสียแน่แล้ว เราจะอยู่ป่าทำไม ไปพระเชตวัน คอยดูพระรูปพระโฉมของพระตถาคตเจ้า สดับธรรมเทศนาอันไพเราะดีกว่า

เมื่อภิกษุรูปนั้นได้ทอดทิ้งความเพียรออกจากหมู่บ้านและเดินทางไปจนถึงพระเชตวันแล้ว ก็ถูกอาจารย์และอุปัชฌาย์ทั้งภิกษุที่เคยรู้จักมักคุ้นรุมถามถึงเหตุที่บังคับให้มา

เมื่อภิกษุรูปนั้นเล่าเรื่องแล้วก็ถูกติเตียนและนำตัวไปสู่สำนักพระศาสดา แล้วกราบทูลว่า "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ภิกษุนี้ทอดทิ้งความเพียรมาแล้วพระเจ้าข้า"

พระศาสดาตรัสถามว่า "ดูก่อนภิกษุ เหตุไรจึงทอดทิ้งความเพียรเสียล่ะ ที่จริงผลอันเลิศในพระศาสนานี้ ที่มีนามว่าอรหัตผล ย่อมไม่มีแก่บุคคลผู้เกียจคร้านผู้มีความเพียรอันปรารภแล้ว จึงจะชื่นชมอธิคมธรรมได้ ก็แลในปางก่อนเธอก็เป็นคนมีความเพียรทนต่อโอวาท ด้วยเหตุนั้นแล แม้เป็นน้องสุดท้องแห่งโอรส ๑๐๐ ของพระเจ้าพาราณสี ตั้งอยู่ในโอวาทของบัณฑิตทั้งหลาย ก็ถึงเศวตฉัตรได้" จากนั้นทรงนำอดีตนิทานมาเล่าว่า

โดย ศาลาธรรม [2 ก.ย. 2552 , 14:49:00 น.] ( IP = 125.27.172.95 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ในอดีตกาล พระโอรสสุดท้องนี้ได้ทรงยึดเหนี่ยวผูกน้ำใจฝูงชนผู้ถึงพระนครพาราณสีจนทั่วหน้าด้วยสังคหวัตถุจึงได้เป็นที่รักที่เจริญใจของคนทั้งปวง

กาลต่อมาพวกอำมาตย์พากันกราบทูลถามพระราชาผู้ประทับนั่งเหนือพระแท่นที่สวรรคตว่า "ขอเดชะ ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้า ฯ เมื่อใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทสวรรคตไป พวกข้าพระพุทธเจ้าจักถวายเศวตฉัตรให้แก่ใคร พระเจ้าข้า"

พระองค์ตรัสสั่งว่า "พ่อเอ๋ย ลูกของฉันแม้ทั้งหมด เป็นเจ้าของเศวตฉัตรทั้งนั้น แต่ผู้ใดจับใจพวกเธอ พวกเธอก็ให้เศวตฉัตรแก่ผู้นั้นก็แล้วกัน"

ครั้นพระองค์สวรรคตแล้วพวกอำมาตย์ได้จัดการถวายพระเพลิงพระศพของพระองค์จนเสร็จและประชุมกันในวันที่ ๗ ตกลงกันยกเศวตฉัตรแด่พระกุมารสังวร และพระเจ้าสังวรมหาราชดำรงอยู่ในโอวาทของพระโพธิสัตว์ ทรงครองราชสมบัติโดยธรรม

ส่วนพระกุมารอีก ๙๙ พระองค์ต่างตรัสแก่กันว่า "ข่าวว่าพระราชบิดาของพวกเราสวรรคตแล้ว ได้ยินว่าพวกอำมาตย์ยกเศวตฉัตรถวายแก่เจ้าสังวรกุมาร เธอเป็นน้องสุดท้อง ยังไม่ควรถึงเศวตฉัตรของพระบิดา พวกเราต้องยกเศวตฉัตรถวายพระพี่ใหญ่"

พระกุมารที่เหลือทุกองค์จึงร่วมกันส่งหนังสือถึงพระเจ้าสังวรมหาราชว่า จงให้ฉัตรแก่พวกเรา หรือไม่ก็รบกัน แล้วพากันล้อมพระนครไว้

โดย ศาลาธรรม [2 ก.ย. 2552 , 14:49:40 น.] ( IP = 125.27.172.95 : : )


  สลักธรรม 2

พระราชาตรัสบอกเรื่องนั้นแก่พระโพธิสัตว์ แล้วตรัสถามว่า "คราวนี้พวกเราจะทำอย่างไร"

พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า "ข้าแต่พระมหาราชเจ้า พระองค์ไม่ต้องทำการรบกับพระเจ้าพี่เหล่านั้นดอก พระจ้าข้า พระองค์ทรงแบ่งพระราชทรัพย์ของพระบิดาออกเป็น ๙๙ ส่วน ส่งถวายแด่พระพี่เจ้า ๙๙ พระองค์ ทรงส่งสาสน์ไปด้วยว่า เชิญเจ้าพี่ทั้งหลายรับส่วนพระราชทรัพย์ของพระราชบิดาของเจ้าพี่นี้เถิด หม่อมฉันไม่ขอรบกับเจ้าพี่ดอก" พระเจ้าสังวรมหาราชได้ทรงกระทำตามที่พระโพธิสัตว์กราบทูล

ครั้งนั้นเจ้าพี่องค์ใหญ่ของพระองค์พระนามว่าอุโบสถกุมาร ตรัสเรียกพระเจ้าน้องที่เหลือมาตรัสว่า "พ่อทั้งหลาย เจ้าน้องของพวกเราองค์นี้มิได้แต่งตั้งตนเอง แม้แต่จะตั้งตนเป็นศัตรูตอบ แต่กลับส่งพระราชสมบัติของบิดาให้พวกเรา ส่งสาสน์มาด้วยว่า ฉันไม่ขอสู้รบกับเจ้าพี่ และก็พวกเราจะยกเศวตฉัตรขึ้นในขณะเดียวกันทุกคนก็คงไม่ได้ พวกเราให้เศวตฉัตรแก่เธอองค์เดียวก็แล้วกัน เจ้าน้ององค์นี้เท่านั้นที่ควรเป็น มาเถิดเธอทั้งหลาย พวกเราพากันไปพบเธอมอบราชทรัพย์ แล้วพากันไปสู่ชนบทของพวกเราดังเดิม"

ครั้งนั้นพระกุมารทั้งหมดนั้นพากันเข้าสู่พระนคร ฝ่ายพระราชาตรัสสั่งให้พวกอำมาตย์คุมสักการะเพื่อถวายพระกุมารเหล่านั้นโดยทรงส่งสวนทางไป ฝ่ายพวกพระกุมารทรงพระดำเนินมาด้วยบริวารเป็นอันมากเมื่อขึ้นสู่พระราชวังแล้วก็แสดงอาการนอบน้อมแด่พระเจ้าสังวรมหาราช พากันประทับนั่งเหนืออาสนะต่ำ ส่วนพระเจ้าสังวรมหาราช ทรงประทับนั่งเหนือสีหาสนะภายใต้เศวตฉัตร พระยศใหญ่ พระสิริโสภาคอันใหญ่ได้ปรากฏแล้ว

พระอุโบสถกุมารทอดพระเนตรเห็นสิริสมบัติของพระเจ้าสังวรมหาราชแล้วทรงพระดำริว่า "พระราชบิดาของพวกเรา ทรงทราบความที่สังวรกุมารจะได้เป็นพระราชา เมื่อพระองค์ล่วงลับไป จึงประทานชนบทอื่น ๆ แก่พวกเรามิได้ประทานแก่สังวรกุมารนี้" เมื่อจะทรงปราศรัยกับพระเจ้าสังวรมหาราชนั้นได้ตรัสว่า

"ข้าแต่พระมหาราช พระราชาผู้เป็นจอมแห่งชน(พระราชบิดา) ทรงทราบถึงพระศีลาจารวัตรของพระองค์ จึงมิได้มอบชนบทใดให้แก่พระองค์ปกครองเลย

เมื่อพระมหาราชาผู้สมมติเทพ ยังทรงพระชนม์อยู่หรือทิวงคตแล้วก็ตาม พระประยูรญาติผู้เห็นประโยชน์ตนเป็นสำคัญ พากันยอมรับนับถือพระองค์

ข้าแต่พระเจ้าสังวรราช ด้วยพระศีลาจารวัตรข้อไหน พระองค์จึงสถิตอยู่ เหนือพระเชฏฐภาดาผู้ทรงร่วมกำเนิดได้ ด้วยพระศีลาจารวัตรข้อไหน หมู่พระญาติที่ประชุมกันแล้ว จึงไม่ย่ำยีพระองค์ได้?"

โดย ศาลาธรรม [2 ก.ย. 2552 , 14:49:57 น.] ( IP = 125.27.172.95 : : )


  สลักธรรม 3

พระเจ้าสังวรมหาราช ทรงสดับพระดำรัสนั้น เมื่อทรงแถลงพระคุณของพระองค์ จึงตรัสว่า..

ข้าแต่พระมหาราช พระราชาผู้เป็นจอมแห่งชน ทรงทราบถึงพระศีลา

ข้าแต่พระราชบุตร หม่อมฉันมิได้ริษยาสมณะทั้งหลายผู้แสวงหาคุณอันใหญ่หลวง หม่อมฉันนอบน้อมท่านเหล่านั้นโดยเคารพ ไหว้เท้าของท่านผู้คงที่

สมณะเหล่านั้น ยินดีแล้วในคุณธรรมของท่านผู้แสวงหาคุณ ย่อมพร่ำสอนหม่อมฉันผู้ประกอบในคุณธรรม ผู้พอใจฟัง ไม่มีความริษยา

หม่อมฉันได้ฟังคำของสมณะ ผู้แสวงหาคุณอันใหญ่หลวง เหล่านั้นแล้ว มิได้ดูหมิ่นสักน้อยหนึ่งเลย ใจของหม่อมฉันยินดีแล้วในธรรม

กองพลช้าง กองพลม้า กองพลรถ และกองพลเดินเท้า หม่อมฉันไม่ตัดเบี้ยเลี้ยงและบำเหน็จบำนาญของจาตุรงคเสนาเหล่านั้นให้ลดน้อยลง

อำมาตย์ผู้ใหญ่ และข้าราชการผู้มีปรีชาของหม่อมฉันมีอยู่ ช่วยกันบำรุงพระนครพาราณสีให้มีเนื้อมาก มีน้ำดี

อนึ่ง พวกพ่อค้าผู้มั่งคั่งมาแล้วจากรัฐต่างๆ หม่อมฉันช่วยจัดอารักขาให้พ่อค้าเหล่านั้น ขอได้โปรดทราบอย่างนี้เถิด เจ้าพี่อุโบสถ

โดย ศาลาธรรม [2 ก.ย. 2552 , 14:52:41 น.] ( IP = 125.27.172.95 : : )


  สลักธรรม 4

ครั้นพระอุโบสถกุมารทรงสดับพระคุณของพระองค์แล้ว ได้ตรัสว่า..

ข้าแต่พระเจ้าสังวรราช ได้ยินว่า พระองค์ทรงครอบครองราชสมบัติแห่งหมู่พระญาติโดยธรรม พระองค์เป็นผู้มีพระปรีชาด้วย เป็นบัณฑิตด้วย ทั้งทรงเกื้อกูลพระประยูรญาติด้วย

ศัตรูทั้งหลายย่อมไม่เบียดเบียนพระองค์ผู้แวดล้อมไปด้วยพระประยูรญาติ มองมูลด้วยรัตนะต่างๆ เหมือนจอมอสูร ไม่เบียดเบียนพระอินทร์ ฉะนั้น

พระเจ้าสังวรมหาราช ทรงประทานยศใหญ่ แด่พระเจ้าพี่ทุกพระองค์ เมื่อพระเจ้าพี่เหล่านั้นประทับอยู่ในสำนักของพระองค์ตลอดกึ่งเดือนแล้วก็กราบทูลว่า "ข้าแต่พระมหาราช พวกหม่อมฉัน จักคอยระวังพวกโจรที่กำเริบขึ้นในชนบททั้งหลาย เชิญพระองค์ทรงเสวยสุขในราชสมบัติเถิด"

จากนั้นก็เสด็จไปสู่ชนบทของตน ๆ ส่วนพระราชาได้ทรงดำรงในโอวาทของพระโพธิสัตว์ตลอดพระชนมชีพ

พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ตรัสย้ำว่า "ดูก่อนภิกษุครั้งก่อน เธอทนต่อโอวาทเช่นนี้ บัดนี้ เหตุไรไม่กระทำความเพียร"จากนั้นทรงประกาศสัจจธรรม ในเวลาจบสัจจะ ภิกษุนั้นดำรงอยู่ในโสดาปัตติผล

ทรงประชุมชาดกว่า สังวรกุมารผู้เป็นพระราชาในครั้งนั้นได้มาเป็นภิกษุนี้ อุโบสถกุมาร ได้มาเป็นสารีบุตร เจ้าพี่ที่เหลือได้เป็นเถรานุเถระ และบริษัท ได้มาเป็นพุทธบริษัท ส่วนอำมาตย์ผู้ถวายโอวาทได้มาเป็นเราตถาคตแล


จบ สังวรมหาราชชาดก



โดย ศาลาธรรม [2 ก.ย. 2552 , 14:52:59 น.] ( IP = 125.27.172.95 : : )


  สลักธรรม 5

ขอบพระคุณ และอนุโมทนาค่ะ

โดย abctoy - [7 ก.ย. 2552 , 16:08:39 น.] ( IP = 203.172.175.9 : : 192.168.1.64 )


  สลักธรรม 6

ขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะ

โดย เซิ่น [10 ก.ย. 2552 , 23:21:44 น.] ( IP = 61.90.19.54 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org